หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 889 เรื่องแปลกประหลาดในโลก
เล่มที่ 30 ตอนที่ 889 เรื่องแปลกประหลาดในโลก
ภายในลาน ซูฉินมองเส้นผมอันคุ้นเคยกลางฝ่ามือของตน ความทรงจำหลากหลายถาโถมเข้าสู่สมอง
เมื่อปีนั้นนางอุ้มลูกที่ยังอยู่ในห่อผ้าอ้อมเดินทางไกลไปถึงแคว้นเฉิน มอบให้สหายเก่าดูแล ตอนนั้นสิ่งที่นางทิ้งไว้ก็คือผมของตน เพื่อที่ว่าหลังจากเด็กคนนี้เติบโตขึ้นจะเข้าใจว่าตนมิได้เต็มใจทอดทิ้งเขา
แคว้นเหลียนเมื่อปีนั้นไม่เหมาะกับเขา ส่วนตนก็ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ มีเพียงส่งเขาออกนอกแคว้นจึงจะรับประกันความปลอดภัยของเขาได้ หลังจากนั้นทุกวันล้วนต้องหนีเอาชีวิตรอด ทว่านางไม่เคยลืมความอบอุ่นของมือเล็กๆ คู่นั้นเลย เวลาผ่านไปหลายปีเพียงนี้ เส้นผมถูกส่งกลับมาถึงมือตนอีกครั้ง เด็กคนนั้น ตอนนี้จะอยู่ที่ใด?
เติบโตแล้วกระมัง? จะสง่างามเฉกเช่นบิดาของเขาหรือไม่? เขาเคยคิดตำหนิที่ตนทิ้งให้เขาอยู่ต่างแดนเพียงลำพังหรือไม่?
ซูฉินจมลงสู่ความคิดอย่างลึกล้ำ ไม่รู้ตัวเลยว่าฮูหยินอวิ๋นกำลังเดินมาด้านหลัง
“แม่นางซู? แม่นางซู?” ฮูหยินอวิ๋นส่งเสียงเรียกสองครั้ง สตรีข้างโต๊ะหินจึงค่อยได้สติกลับมา “ฮูหยิน เด็กคนนั้นได้สติแล้วหรือไม่?”
ฮูหยินอวิ๋นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จากนั้นจึงส่ายศีรษะ “ยังคงสลบอยู่ มีทั้งพิษเก่าพิษใหม่ จัดการลำบากอยู่บ้าง”
ซูฉินขมวดคิ้ว ฮูหยินอวิ๋นลังเลว่าควรจะเอ่ยปากหรือไม่ “แม่นางซู ระยะนี้ไปอยู่ที่ใดหรือ? บุรุษผู้นั้น…สร้างความลำบากให้แม่นางหรือไม่?”
นางมิได้ตำหนิที่ตนไปโดยไม่ลาหรือ? ซูฉินเบนศีรษะขึ้นด้วยท่าทีขออภัย “ วันนั้นข้าจากไปอย่างเร่งรีบ มิทันได้ขออภัยฮูหยินอวิ๋น ล้วนเป็นเพราะข้าจึงทำให้ฮูหยินอวิ๋นถูกบุรุษผู้นั้นพัวพัน”
ฮูหยินอวิ๋นส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้าเข้าใจดี แม่นางซูคงมีความลำบากบางอย่าง” นี่เป็นสตรีที่มีเรื่องราวคนหนึ่ง นางเชื่อในสายตาของตน แม่นางซูมิใช่คนเลวร้าย
ซูฉินยิ้มอย่างดีใจ ฮูหยินอวิ๋นหันกลับไปมองในห้อง “แม่นางซูรู้จักบุรุษด้านในผู้นั้นหรือ?”
ในชั่วขณะที่ฮูหยินอวิ๋นเห็นหลานอวิ๋นพลันต้องตื่นตะลึง ในยามที่นางมาแคว้นเหลียนเคยพบแม่ทัพท่านนี้มาก่อนแล้ว ได้ยินว่าเขาเป็นประดุจพี่น้องขององค์ชายใหญ่ เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายขององค์ชายใหญ่ ตอนนี้กลับได้รับบาดเจ็บสาหัสและมาปรากฏตัวที่นี่ นางเริ่มกังวลแล้วว่าทางด้านองค์ชายใหญ่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่
ซูฉินหลุบตาลงช้าๆ นางไม่รู้ว่าจะกล่าวถึงฐานะของตนให้ฮูหยินอวิ๋นฟังเช่นไรดี หากฮูหยินอวิ๋นรู้เรื่องนี้เกรงว่าจะนำพาความยุ่งยากไม่จบไม่สิ้นมาสู่อีกฝ่าย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ ฮูหยินอวิ๋นก็มิได้ถามต่อไป นางไม่ใช่คนที่ต้องถามให้รู้เรื่องเช่นนั้น ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไรย่อมต้องช่วยให้แม่ทัพหลานมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้
“เหตุใดไม่เห็นนายท่านอวิ๋นเล่า?” ซูฉินเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ มาถึงเรือนแห่งนี้นานแล้วแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอวิ๋นมู่
ดวงตาของฮูหยินอวิ๋นเจือไปด้วยความกังวลอยู่หลายส่วน “สามีข้าออกไปจากหมู่บ้านเพื่อทำธุระบางอย่าง ไปได้ระยะหนึ่งแล้ว” ช่วงเวลาที่อวิ๋นมู่ไม่อยู่ นอกจากจดหมายที่ส่งมาตอนแรก หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวใดอีก ฮูหยินอวิ๋นเข้าใจดี หากอวิ๋นมู่มิได้ส่งจดหมายมาแสดงว่าเขากำลังจัดการเรื่องสำคัญมาก ไม่สะดวกที่จะเปิดเผย ยิ่งไปกว่านั้นในเมื่อไปเมืองหลวงแล้ว เชื่อว่าองค์ชายใหญ่จะต้องดูแลเขาอย่างดีเป็นแน่
บางทีการไม่มีข่าวก็คือข่าวดีที่สุด
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ซูฉินพยักหน้าเล็กน้อย มองไปยังใบหน้าอ่อนโยนของฮูหยินอวิ๋น ในใจคิดว่าจะเริ่มเอ่ยปากจากที่ใดดี “ฮูหยินอวิ๋น ได้โปรดช่วยชีวิตเด็กคนนั้นด้วย”
“แม่นางซูโปรดวางใจ แม่ทัพหลานจะไม่เป็นอะไร”
แม่ทัพหลาน? ในดวงตาของซูฉินเกิดประกายสงสัย “ฮูหยินอวิ๋นทราบได้อย่างไรว่าเขาแซ่หลาน?”
“…” นางเผลอพูดออกไปโดยไม่ทันระวัง ฮูหยินอวิ๋นอ้าปากเล็กน้อย หากแม่ทัพหลานได้สติ แม่นางซูย่อมรู้ว่าคนตระกูลอวิ๋นคนอื่นๆ ล้วนรู้จักแม่ทัพหลานท่านนี้กันทั้งสิ้น ดูเหมือนว่าตอนนี้ตนไม่จำเป็นต้องปิดบัง “ความจริงแม่ทัพหลานและตระกูลอวิ๋นของพวกเรารู้จักกันมาบ้าง มิได้พบหน้าเป็นครั้งแรก “
พวกเขา…มีความเกี่ยวพันกับคนในราชสำนักหรือ? ซูฉินคิดไปถึงเรื่องราวที่ฮูหยินอวิ๋นเปิดเผยก่อนหน้านี้ พวกนางถูกคนทำร้ายจึงจำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ตอนนี้พวกนางยังรู้จักกับแม่ทัพหลานอีกด้วย มิแน่ว่า… “ฮูหยินอวิ๋นเคยพบจักรพรรดิเหลียนหรือไม่?”
ซูฉินเอ่ยถามถึงคนผู้นี้อย่างอดรนทนไม่ไหว ต้องการทราบสถานการณ์ในปัจจุบันของเขา ชาวบ้านในหมู่บ้านใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่เคยพูดคุยกันถึงเรื่องในราชสำนักมาก่อน นี่เป็นสาเหตุที่เมื่อปีนั้นซูฉินเลือกอยู่ที่นี่ เนื่องจากนางกลัวว่าหากตนได้ยินว่าเขามีชีวิตย่ำแย่จะกลับไปโดยไม่สนใจอะไร หากเป็นเช่นนี้มิสู้ไม่รู้อะไรเลยเสียยังจะดีกว่า ให้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสวรรค์ หากมีวาสนาพวกเขาต้องได้กลับไปรวมตัวกันอีกครั้งเป็นแน่
ฮูหยินอวิ๋นส่ายหน้า แย้มยิ้มอย่างจนใจ “พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านเท่านั้น จะมีโอกาสพบจักรพรรดิเหลียนได้อย่างไร” เชื่อว่าแม่นางซูคงคิดว่าพวกเขาตระกูลอวิ๋นเป็นขุนนางสูงศักดิ์กระมัง?
ในดวงตาของซูฉินเจือไปด้วยความผิดหวังอยู่หลายส่วน จากนั้นสายตาจึงหยุดอยู่บนประตูห้องที่ปิดสนิทด้านหลังฮูหยินอวิ๋น เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยเอ่ยปาก “ลูกของข้าคงอายุเท่าเขาแล้วกระมัง”
ลูก? อะไรนะ! ฮูหยินอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “แม่นางซู ท่าน…”
นางคิดมาตลอดว่าแม่นางซูอายุยังน้อย คงมีสาเหตุบางอย่างทำให้ต้องแยกจากคนรัก แต่กลับไม่เคยคิดว่านางจะมีลูกของตนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น…ยังอายุเท่าแม่ทัพหลานอีกด้วย… “แม่นางซู โปรดอภัยที่ข้าละลาบละล้วง ปีนี้ท่าน…” เหตุใดดูแล้วมีท่าทางคล้ายคนอายุ 27-28 เท่านั้น
แม่นางซูยื่นมือออกไปด้วยท่าทีเขินอาย จับผมที่ระอยู่บนแก้มไปทัดหู “ความจริง ข้าอายุพอๆ กับฮูหยินอวิ๋น”
“…” หากมิใช่ว่ารู้จักแม่นางซูดี ฮูหยินอวิ๋นคงคิดว่านางกำลังล้อเล่นแล้ว! อายุพอๆ กับตนหรือ? นี่…นางยากจะเชื่อจริงๆ แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง คำพูดและการกระทำของแม่นางท่านนี้ไม่เหมือนสตรีอายุน้อยจริงๆ กลับให้ความรู้สึกสุขุมคล้ายผ่านโลกมามาก
“ฮูหยินอวิ๋นไม่เชื่อหรือ?”
ฮูหยินอวิ๋นจึงค่อยได้สติกลับมา “มิใช่ เพียงแค่…อิจฉาแม่นางซูที่มีใบหน้างดงามเช่นนี้” ล้วนกล่าวกันว่าสตรีแคว้นเหลียนงดงามประดุจนางเซียน ที่แท้ไม่ใช่เพียงเท่านี้ พวกนางยังรักษาความงามมิให้ไหลไปกับสายน้ำแห่งอายุได้อีกด้วย
ซูฉินแย้มยิ้ม “ฮูหยินอวิ๋นชมเกินไปแล้ว นี่เป็นเพราะธรรมชาติหล่อเลี้ยงผู้คน”
นี่จะถ่อมตัวเกินไปแล้ว! ฮูหยินอวิ๋นยังคงตกอยู่ในความตื่นตะลึง คิดอะไรไม่ออกอยู่นาน อย่างไรก็ตามไม่ทันไรนางก็คิดได้ กล่าวเช่นนี้แม่นางซูต้องแยกจากสามีและลูกของนางมาหลายปีแล้วหรือ? เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ หากมิใช่เรื่องคอขาดบาดตายคงไม่มีสตรีใดยินยอมไปจากครอบครัวตนแน่นอน
“พี่สะใภ้!” ในห้องมีเสียงเรียกดังแว่วมา ฮูหยินอวิ๋นและแม่นางซูรีบลุกขึ้นยืน แม่ทัพหลานได้สติแล้วหรือ?!
คนทั้งสองเดินเข้าไปในห้องพร้อมกัน นายท่านทั้งหลายถอยออกไป บุรุษบนเตียงหอบหายใจเล็กน้อย สติยังคงพร่าเลือนอยู่บ้าง
“แม่ทัพหลานรู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“พี่สะใภ้ กำจัดพิษในร่างของเขาได้แล้วขอรับ อาการบาดเจ็บเหล่านี้ไม่รุนแรง พักผ่อนสักหลายวันก็จะดีขึ้น”
“ลำบากนายท่านทั้งหลายแล้ว”
“นี่…ข้า ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” ทัศนวิสัยเบื้องหน้าค่อยๆ กระจ่างชัด หลานอวิ๋นจึงค่อยมองเห็นคนทั้งหลายที่อยู่ข้างกาย นั่นมิใช่ฮูหยินอวิ๋นหรือ?
“แม่ทัพหลานนอนลงก่อนเถิด ร่างกายของท่านยังมีบาดแผลอยู่ เป็นแม่นางซูพาท่านมา โชคดีที่มีนาง บาดแผลของท่านจึงได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว”
แม่นางซู? หลานอวิ๋นมองไปยังสตรีที่สวมผ้าแพรปิดหน้าข้างเตียง ยามนี้จึงค่อยคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ “มือสังหารเหล่านั้น…”
“กำจัดไปหมดแล้ว ท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องกังวล” ซูฉินย้อนคิดไปถึงมือสังหารที่เชี่ยวชาญการใช้พิษเหล่านั้น ความคิดหนึ่งถาโถมเข้ามา หรือว่าจะเป็นคนตระกูลอู่?
หลานอวิ๋นทอดถอนใจเบาๆ นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ด้านข้างรีบเอ่ยปาก “แม่ทัพหลาน พี่ใหญ่ยังไม่กลับมา ที่เมืองหลวงเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?” พวกเขาย่อมคิดไปว่าอวิ๋นมู่พบเจอความยากลำบากบางอย่าง ดังนั้นจึงไม่หลับไม่นอน ต้องการถามบุรุษที่เพิ่งได้สติผู้นี้ให้กระจ่างชัด
“มิใช่ นายท่านอวิ๋นปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่ในจวนแม่ทัพ”
“เช่นนั้นเหตุใดท่านแม่ทัพจึงกลับมาเพียงลำพัง?”
“ข้า…” หลานอวิ๋นยื่นมือไปคลำบริเวณอกเสื้อตามสัญชาตญาณ “ถุงผ้าแพรของข้าเล่า!”
ถุงผ้าแพร? ซูฉินพยายามเก็บซ่อนอารมณ์ของตน ยื่นมือออกไปส่งถุงผ้าแพรไปให้ “ท่านแม่ทัพหมายถึงสิ่งนี้หรือ?”
“ใช่แล้ว! ดีเหลือเกิน หากทำมันหายไป ไม่รู้จริงๆ ว่าจะอธิบายกับองค์ชายใหญ่เช่นไร”
องค์ชายใหญ่? ซูฉินร่างกายแข็งทื่อ ทุกคนพูดจาคนละประโยค ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของสตรีผู้นี้
“ขอบคุณฮูหยินอวิ๋นและนายท่านทั้งหลายมากขอรับ เรื่องนี้ ข้าได้รับคำสั่งจากองค์ชายให้มาทำธุระบางอย่าง เกรงว่าคงไม่อาจอยู่นานได้”
ฮูหยินอวิ๋นรีบหยุดเขาไว้ “อาการบาดเจ็บของท่านแม่ทัพไม่เบาเลย พักรักษาบาดแผลให้หายดีก่อนค่อยไปทำงานก็ยังไม่สาย หากองค์ชายใหญ่อยู่ที่นี่ย่อมไม่ยอมให้แม่ทัพหลานทำเช่นนี้เป็นแน่”
จริงดังคาด เพียงขยับเล็กน้อยก็ทำให้บาดแผลบนร่างของหลานอวิ๋นฉีกขาด เขาถอนใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกจนใจ ตนถึงกับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เกือบเอาชีวิตไปทิ้งน้ำพุเหลืองแล้ว! คนของไท่ซ่างหวงคงไม่ยอมจบง่ายๆ เป็นแน่ หากพวกเขาหาฮองเฮาพระองค์ก่อนพบก่อนตน เช่นนั้นตนจะมีหน้ากลับไปพบองค์ชายใหญ่ได้อย่างไร?
“แต่หากปล่อยให้คนตระกูลอู่หาที่นี่พบ เกรงว่าจะนำความลำบากมาให้ฮูหยินอวิ๋น”
คนตระกูลอู่? นายท่านทั้งหลายเผยสีหน้าหนักอึ้งออกมา อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานพวกเขาก็ยิ้มเงียบๆ “หากพบจริงๆ ไม่ทราบว่าผู้ใดจะลำบาก”
ในฐานะที่เป็นคนตระกูลอวิ๋น พวกเขาย่อมอยากทดสอบตระกูลอู่ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นยอดฝีมือการใช้พิษดูเสียหน่อยว่าใครจะเป็นผู้ชนะกันแน่ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่คิดว่าตนจะแพ้ ตระกูลอวิ๋นสืบต่อกันมานาน ไม่ใช่อะไรที่คนทรยศเมื่อหลายร้อยปีก่อนจะเทียบได้
เงาร่างเงาหนึ่งถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ ฮูหยินอวิ๋นเห็นอยู่ในสายตาแต่กลับมิได้คิดอะไรมาก ในห้องมีเสียงดังแว่วมาก่อนจะเลือนหายไปตามสายลม สตรีงดงามหยาดเยิ้มยืนอยู่ในป่าเพียงลำพัง ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย
รอมานานหลายปีเพียงนี้ ลูกของนาง…มาหานางแล้ว
เขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แม้ในยามฝันนางยังคิดถึงวันเช่นนี้ ทว่าวันนี้นางกลับรู้สึกราวกับมิใช่ความจริง
นางใช้ชีวิตอยู่ในภูเขาลูกนี้มานานหลายปี ต้นหญ้าทุกต้นต้นไม้ทุกต้นของที่นี่ล้วนสลักลึกลงไปในความทรงจำของนาง เบาะแสที่ทิ้งไว้เมื่อปีนั้น พวกเขาสองพ่อลูกถึงกับคาดเดาคำตอบของปริศนาได้จริงๆ ซูฉินรู้สึกเต็มไปด้วยความสุขจนมิอาจบรรยาย
คราวนี้ต่อให้ไท่ซ่างหวงจะใช้วิธีการอันใดออกมา นางจะไม่ยอมถอยเป็นแน่! บุตรชายของนางเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว นางไม่มีอะไรต้องห่วงอีก ชีวิตนี้หากเขาเอาไปได้ก็มาเอาไปเถิด! บุญคุณความแค้นในหลายปีมานี้ ถึงเวลาชำระแล้ว!