หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 888 แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เล่มที่ 30 ตอนที่ 888 แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เช้าวันต่อมา ฟ้ายังไม่ทันสว่างบุรุษในห้องก็ถูกอาการเจ็บปวดบริเวณบาดแผลที่ไหล่ทำให้สะดุ้งตื่น หลานอวิ๋นมองไปยังหลังคาไม้สีเขียวบนศีรษะของตน รู้สึกราวกับว่าตนอยู่ในความฝัน
ด้านข้างมีเสียงลมหายใจอันสงบนิ่งดังแว่วมา เขาค่อยๆ เลื่อนสายตาไป สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยสีเงินนอนอยู่ข้างเขาอย่างสบายอารมณ์ หดตัวเป็นก้อนขนดูท่าทางอบอุ่นยิ่งนัก เขาลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยื่นมือไปลูบหูมันเบาๆ ความรู้สึกที่มือพิเศษอย่างบอกไม่ถูก
ด้านนอกมีเสียงเคลื่อนไหวดังแว่วมา หลานอวิ๋นได้ยินอย่างเฉียบคม แยกแยะได้ว่าเป็นเสียงฝีเท้าของสตรีนางหนึ่ง
แม่นางลึกลับผู้นั้นตื่นเช้าเพียงนี้เชียวหรือ?
ด้านนอก ซูฉินกำลังเตรียมตะกร้าไผ่ ประกายสีเงินสายหนึ่งพุ่งจากด้านนอกเข้ามาด้านใน ดวงตาของนางสว่างวาบ สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่เข้ามาพัวพันอยู่ข้างเท้านางแล้ว
คนผู้นั้นไปแล้วหรือ? เฝ้าอยู่ตีนเขาหลายวันเพียงนี้ ในที่สุดก็ยอมแพ้แล้วหรือ? ซูฉินถอนใจเบาๆ ยามนี้จึงค่อยพบว่าในปากของสุนัขจิ้งจอกคาบถุงผ้าแพรสีทองเอาไว้ถุงหนึ่ง
“นี่คืออะไร?” นางยื่นมือออกไป ในสมองพลันคิดไปถึงเรื่องที่หลานอวิ๋นถามเมื่อวานด้วยท่าทีเคร่งเครียดว่าเห็นของของเขาหรือไม่
ประตูค่อยๆ ถูกเปิดออก บุรุษบนเตียงเงยหน้าขึ้นโดยพลัน
“คุณชายตื่นแล้วหรือ?”
หลานอวิ๋นกำลังจะเอ่ยปาก แต่กลับสังเกตเห็นของในมืออีกฝ่ายเสียก่อน พลันนั้นจึงดีใจจนลุกขึ้นนั่ง “ถุงผ้าแพรของข้า!” อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวนี้กลับทำให้บาดแผลบนร่างเขาฉีกขาด ทำให้บุรุษที่กำลังอยู่ในอาการดีใจต้องกัดฟันสูดปากด้วยความเจ็บปวด
ซูฉินส่งถุงผ้าแพรที่ดูคล้ายจะว่างเปล่าไปให้ในมือหลานอวิ๋น จากนั้นจึงกล่าวกำชับขึ้นประโยคหนึ่ง“คุณชายโชคดีจริงๆ เป็นสุนัขจิ้งจอกเก็บได้จากด้านนอก พักผ่อนให้ดีเถิด ข้าจะไปที่ภูเขา ไม่นานจะกลับมาเปลี่ยนยาให้คุณชาย”
ไม่ง่ายเลยกว่าที่หลานอวิ๋นจะสงบลมหายใจลงได้ ยังไม่ทันมีปฏิกิริยาอันใดก็รีบเปิดถุงผ้าออกอย่างอดรนทนไม่ไหว มองดูเส้นผมที่ยังคงปลอดภัยไม่เสียหายด้านใน จากนั้นจึงยัดใส่อกเสื้ออย่างวางใจ ทอดถอนใจยาวๆ
ยามนี้เองประตูถูกเปิดออกเบาๆ บุรุษจึงค่อยได้สติกลับมา แย่แล้ว ลืมขอบคุณแม่นางผู้นั้นไปเลย ช่างเสียมารยาทจริงๆ!
ในห้องมีสุนัขจิ้งจอกปรากฏขึ้นอีกตัวหนึ่ง หลานอวิ๋นชะงักไปชั่วครู่ พบว่าสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นร่างกายใหญ่โต มันกำลังจับจ้องมาที่ตน เขาอดไม่ได้ที่จะเหยียดกายขึ้นตรง สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยข้างกายส่งเสียงออกมาสองครั้ง มารดาสุนัขจิ้งจอกคล้ายเข้าใจจึงเบนศีรษะออกไป เดินเป็นวงกลมอยู่ด้านข้างแล้วยืดตัวขึ้น ก่อนจะหรี่ตาแล้วนอนลงพักผ่อน
ช่างเป็นสตรีแปลกประหลาดจริงๆ อาศัยอยู่ตัวคนเดียวภายในป่า ข้างกายยังเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพิเศษเช่นนี้เอาไว้อีก
หลานอวิ๋นไม่คิดสิ่งอื่นใดอีก ค่อยๆ นอนลง กลับไปใคร่ครวญว่าตนควรตามหาฮองเฮาพระองค์ก่อนต่อไปเช่นไร
ภายในป่า สตรีผู้สวมผ้าแพรปิดหน้ากำลังค้นหาสมุนไพรอยู่ในพุ่มหญ้า นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าฝั่งตรงข้าม ในใจคิดว่าในเมื่อหวงฝู่เฉินไปแล้วแสดงว่าเขามิได้ทำให้ฮูหยินอวิ๋นลำบากใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ตนก็วางใจได้ ตอนแรกจากมาโดยไม่ลาทำให้รู้สึกผิดกับอีกฝ่ายอยู่บ้างจริงๆ ตอนนี้ความยุ่งยากผ่านไปแล้ว ได้เวลากลับไปชดเชยให้ฮูหยินอวิ๋นแล้วกระมัง
จู่ๆ เสียงนกเสียงแมลงภายในป่าพลันเลือนหาย ดวงสายตาซูฉินพลันเปลี่ยนไป รีบยกตะกร้าไผ่บนพื้นขึ้นแล้วหมุนตัวเดินจากไป
ขณะเดียวกัน สุนัขจิ้งจอกทั้งสองตัวที่อยู่ในห้องพากันยืดคอมองออกไปด้านนอก ปากยังส่งเสียงขู่ออกมาไม่หยุด
หลานอวิ๋นรีบลุกขึ้นนั่ง “เป็นอะไรไป?”
ไม่รอให้เขามีปฏิกิริยากลับมา มารดาสุนัขจิ้งจอกก็พุ่งออกไปจากห้องก่อนแล้ว สุนัขจิ้งจอกน้อยที่อยู่ข้างกายกลับยังคงแยกเขี้ยวกางเล็บอยู่ข้างกายเขา ท่าทางคล้ายไม่สบายใจมาก จากนั้นจึงงับแขนเสื้อเขาอย่างฉลาดเฉลียว ลากไปด้านนอกคล้ายกับต้องการให้เขาตามไปยังสถานที่ใด
“แม่นางเห็นบุรุษที่ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งหรือไม่?”
บุรุษในอาภรณ์ชุดดำหลายคนล้อมสตรีในอาภรณ์สีขาวไว้ตรงกลาง มีกลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมากับสายลม
“ไม่เห็น” ซูฉินยืดตัวขึ้นตรง ไม่มีท่าทีลังเลใดๆ
สายตาของคนผู้หนึ่งหยุดอยู่บนตะกร้าไผ่ของนาง “สมุนไพรที่แม่นางเก็บคล้ายจะเป็นสมุนไพรป่าใช้รักษาพิษ”
ถูกพบแล้วหรือ? ซูฉินสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าบุรุษทั้งหลายสายตาเปลี่ยนไป นางรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่กลับสะดุดก้อนหินในพุ่มหญ้า
“อา!” เสียงอุทานดังขึ้น บุรุษชุดดำผู้หนึ่งที่เดิมทียืนอยู่ใต้ต้นไม้ตกลงสู่ความว่างเปล่า ตกลงไปท่ามกลางกองหญ้าอย่างไม่ทันตั้งตัว พยายามดิ้นรนขึ้นมา
ถึงกับมีการซุ่มโจมตีเชียวหรือ?! บุรุษชุดดำหลายคนคิดไม่ถึงว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น เมื่อได้สติกลับมา สตรีนางนั้นก็หมุนตัววิ่งหนีไปไกลแล้ว
“ตาม!”
มีเสียงอุทานดังขึ้นอีกครั้ง แขนทั้งสองของคนชุดดำผู้หนึ่งถูกกลไกพันธนาการเอาไว้กระทั่งล้มลงไปที่พื้นไม่อาจขยับเขยื้อน สหายข้างกายรีบเข้ามาคิดจะช่วยเขาปลดพันธนาการ คิดไม่ถึงว่าเชือกกลับรัดแน่นยากจะแก้ไข ใช้มีดเฉือนเชือกขาดไปไม่น้อยแต่ก็ยังไม่อาจตัดเชือกทั้งหมด เสียเวลาไม่น้อย
“ระวัง ที่นี่มีกลไกอยู่มาก!” สตรีนางนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ “จับเป็น!”
คนชุดดำโคจรพลังภายในไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้พวกเขาไม่เดินทางราบแต่กระโดดไปบนกิ่งไม้ คิดไม่ถึงว่าความคิดนี้ยังคงมิอาจช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงอันตรายจากกลไกได้ ยังคงมีสองคนถูกกับดักซุ่มโจมตีจนตกอยู่ในสภาพมิอาจเคลื่อนไหว
ฮองเฮาพระองค์ก่อนเป็นบุตรีคนโตของตระกูลมหาราชครู เชี่ยวชาญวิชาค่ายกลกลไก คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “นางอาจเป็นคนที่พวกเราตามหา!”
อะไรนะ? เมื่อทุกคนได้ยิน บรรยากาศทั้งร่างพลันเปลี่ยนไป มีคนทะยานตัวกระโดดมาเบื้องหน้าซูฉิน ล้อมสตรีนางนั้นเอาไว้
ประกายสีเงินสายหนึ่งส่องสว่าง ทุกคนยังไม่ทันเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้นคนชุดดำผู้นั้นก็ล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้นแล้ว พบว่ามีสุนัขจิ้งจอกสีขาวตัวใหญ่กัดเข้าไปที่ลำคอของเขาอย่างโหดเหี้ยมหาใดเปรียบ มันส่งเสียงขู่คำรามออกมา ถึงกับกระชากลำคอของเขาจนฉีกขาด! คนชุดดำที่อยู่บนพื้นดิ้นสองครั้งแล้วจึงไม่เคลื่อนไหวอีก การลงมือของสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นรวดเร็วเกินไป มันทะยานเข้าไปในพุ่มไม้รวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า ทำการโจมตีไปยังบุรุษอีกผู้หนึ่งอย่ารวดเร็ว เขี้ยวของมันแหลมคมยิ่งนัก ทุกการโจมตีล้วนต้องเข้าเป้า
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?! บุรุษชุดดำผู้เป็นหัวหน้ากัดฟัน “อย่าให้นางหนีไปได้!”
“แม่นาง!”
ขณะนั้นเอง ภายใต้การนำทางของสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย หลานอวิ๋นก็พบสตรีที่เดินมาเบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็ว
“ไป!” ซูฉินดวงตามืดครึ้มลง หลานอวิ๋นพบเงาร่างอันคุ้นเคยทั้งหลายได้โดยพลัน เป็นพวกมันหรือ?!
“แม่นาง ท่านรีบไปเถิด พวกมันมอบให้ข้าจัดการเอง!”
เขาชักกระบี่ออกมาจากเอว บุรุษชุดดำผู้นั้นแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “แม่ทัพหลานตามติดเป็นวิญญาณจริงๆ ถึงกับฆ่าไม่ตายเช่นนี้เชียว!”
“หึ ประโยคนี้ข้าควรพูดถึงจะถูก!” หลานอวิ๋นจับกระบี่ในมือแน่น ไม่นานก็เข้าต่อสู้สังหารกับคนกลุ่มนั้น
แม่ทัพ? ซูฉินที่อยู่ด้านหน้าหันกลับมา มองไปยังบุรุษที่ดำดิ่งเข้าสู่การต่อสู้อันยากลำบากด้วยความแปลกใจ คิดไม่ถึงจริงๆ บุรุษคนนี้ยังอายุน้อย ถึงกับมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพเชียวหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนในราชสำนักด้วย!
จนกระทั่งซูฉินได้สติกลับมา บุรุษชุดดำผู้หนึ่งก็แทงกระบี่เฉียดไปยังหน้าอกของหลานอวิ๋นจนอกเสื้อฉีกขาด ถุงผ้าแพรสีทองที่เปื้อนเลือดพลันกระเด็นออกมาตกอยู่บนพื้นหญ้าไม่ไกลจากซูฉิน
หลานอวิ๋นดวงตาเปล่งประกาย กำลังคิดจะไปเก็บถุงผ้าแพรนั้นกลับมา แต่กลับถูกบุรุษชุดดำหลายคนเข้าพัวพัน
มีคนเห็นถุงผ้าแพรนั้นแล้ว กำลังคิดจะถือโอกาสที่คนอื่นกำลังสับสนวุ่นวายไปเก็บกลับมา คิดไม่ถึงว่ากลับมีประกายสีเงินส่องสว่าง สุนัขจิ้งจอกตัวนั้นถึงกับแย่งคาบถุงเงินเข้าปากไปก่อนเขาหนึ่งก้าว วิ่งไปข้างกายซูฉิน
“สมควรตาย!”
“จัดการเขาก่อน!” บุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้เป็นหัวหน้ารีบออกคำสั่ง ขอเพียงหลานอวิ๋นตาย จะรับมือสตรีนางนั้นมิได้เชียวหรือ?
“อาศัยพวกเจ้าเช่นนั้นหรือ?!” หลานอวิ๋นแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง อีกฝ่ายกลับตอบอย่างดูแคลน “เกินพอแล้ว!”
อย่างไรก็ตาม หลานอวิ๋นยังบาดเจ็บอยู่ อาวุธลับของคนชุดดำเหล่านี้ล้วนอาบไปด้วยยาพิษ สถานการณ์การต่อสู้ดุเดือดรุนแรง ไม่นานก็ตกเป็นรอง
ประกายสีเงินสายหนึ่งวาบผ่าน ธนูดอกหนึ่งถูกยิงพุ่งออกมาจากกลางป่าถูกหัวใจของบุรุษชุดดำคนหนึ่งเข้าพอดี จากนั้นพลันมีคนล้มลง คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าหลังต้นไม้ใหญ่ สตรีนางนั้นถือหน้าไม้อยู่ในมือ กำลังเล็งมาทางพวกเขา
“มองไปทางไหนของเจ้า!”
หลานอวิ๋นแค่นเสียงเย็น เตรียมจะฟาดฟันกระบี่ไปยังคนผู้นั้นเมื่อเห็นช่องโหว่ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับรับมือได้ทัน ยิงอาวุธลับออกมาจากแขนเสื้อไปถูกไหล่ของหลานอวิ๋น พลันมีความรู้สึกชาแพร่ออกมา
มีพิษอีกแล้ว! น่ารังเกียจ
ในตอนที่บุรุษชุดดำคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง รอบด้านพลันมีเสียงสุนัขจิ้งจอกดังขึ้น
ภายในป่าถึงกับมีสุนัขจิ้งจอกหลายตัวปรากฏออกมา จับจ้องมาทางพวกเขาเขม็ง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่สุนัขจิ้งจอกข้างกายซูฉิน ถึงกับ…เรียกสหายมาช่วยเชียวหรือ! สถานการณ์เช่นนี้นับว่าเขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
สุนัขจิ้งจอกทั้งหลายพุ่งออกมาโจมตีคนชุดดำคล้ายได้รับคำสั่งก็มิปาน ไม่ว่าพิษของพวกเขาจะร้ายกาจเพียงใดก็ไร้ผล เทียบไม่ได้กับความรวดเร็วของเขี้ยวเล็บเหล่านี้ พวกมันไม่มีช่องโหว่ ตัวหนึ่งล้มลงไปไม่นานก็มีอีกตัวหนึ่งโถมเข้ามา ในเวลาเพียงชั่วพริบตาคนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ตอนนี้เองซูฉินถือโอกาสที่กำลังสับสนวุ่นวายลากหลานอวิ๋นกลับมา ริมฝีปากของบุรุษผู้นี้ขาวซีด การรับรู้เริ่มหายไป
เขาถูกพิษอีกแล้ว! คราวนี้ซูฉินพบว่าด้วยวิชาแพทย์เพียงผิวเผินของตนไม่สามารถช่วยชีวิตเขาได้เลย!
…
เรือนเล็กๆ กลางป่า ฮูหยินอวิ๋นยืนอยู่ข้างรั้วไม้ นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ข้างกายมองไปเบื้องหน้าด้วยความกังวล
“แปลกจริงๆ เหตุใดวันนี้จึงมีเสียงสัตว์ป่าร้องมากมายเพียงนี้? พี่สะใภ้รีบเข้าไปในห้องเถิด ฟ้ายังสว่างอยู่ อาจมีสัตว์ป่าออกมาล่าเหยื่อก็เป็นได้”
ขณะนี้เอง พุ่มไม้ข้างกายพลันส่งเสียงแซกๆ ออกมา นายท่านตระกูลสาขาตกใจ รีบดึงฮูหยินอวิ๋นไปคุ้มครองไว้ด้านหลัง เป็นไปไม่ได้กระมัง? พูดถึงก็มาเลยหรือ!
“ฮูหยิน!”
เสียงนี้?! ฮูหยินอวิ๋นดวงตาเปล่งประกาย นางรีบดันนายท่านตระกูลสาขาเบื้องหน้าออกไป พบว่ามีสตรีนางหนึ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ข้างกายของนางยังประคองบุรุษที่มีเลือดโทรมกายไว้ผู้หนึ่ง
“แม่นางซู?! นี่คือ…”
“เร็ว ฮูหยินโปรดช่วยเขาด้วย เด็กคนนี้ถูกพิษรุนแรง!”
เด็ก? นายท่านตระกูลสาขาชะงักไป แม่นางอายุน้อยท่านนี้ถึงกับเรียกบุรุษคนนั้นว่าเด็ก…แค่กๆ ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง?
“รีบประคองเขาเข้าไปด้านใน!”
ภายในห้อง ผ้าที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตถูกกองอยู่ด้านข้าง นายท่านตระกูลอวิ๋นทั้งหลายพากันมารวมตัว พยายามรักษาบุรุษที่จมลงสู่การสลบไสลอย่างลึกล้ำเต็มที่ ส่วนซูฉินยืนอยู่ข้างหน้าต่าง รออย่างสงบ ในมือของนางกำถุงผ้าแพรนั้นไว้แน่น ด้านในบรรจุผมของนางเอาไว้
รอมานานหลายปีเพียงนี้ ในที่สุดก็ปรากฏผลแล้วหรือ? เด็กคนนั้นจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้!
Venus36
ในที่สุดก็กลับมาอีกครั้ง