หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 891 สิ่งดีในเรื่องร้าย
เล่มที่ 30 ตอนที่ 891 สิ่งดีในเรื่องร้าย
เสียงร้องของทารกคนหนึ่งดังก้องทั่วฟ้า สตรีนางนั้นมีเหงื่อท่วมเต็มร่างคล้ายกับถูกดึงพลังออกไปจนหมดสิ้น เพียงแต่ยามนี้เมื่อได้ยินเสียงร้องอันกระจ่างใส นางรู้สึกว่าต่อให้เจ็บปวดมากเพียงใดก็คุ้มค่า
“เป็นบุรุษ”
มือทั้งสองของผู้เยาว์อาบย้อมไปด้วยเลือด อุ้มเด็กทารกที่เพิ่งเกิดเข้ามาอย่างระมัดระวัง มือเล็กๆ ดูเหี่ยวย่น แขนขาทั้งสี่สะบัดไปมา ผู้เยาว์รู้สึกว่ามือของตนสั่นเล็กน้อย กลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นเช่นนี้ถึงกับทำให้เขารู้สึกโปรดปรานหาใดเปรียบ สายตาจับจ้องไปยังคอของทารกน้อย ราวกับโลหิตกำลังเรียกร้องให้เขารีบลิ้มลองชีวิตน้อยๆ อันสดใหม่
“คุณชาย? คุณชาย?” สตรีสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้เยาว์ ผ่านไปนานแล้วทว่าอีกฝ่ายกลับยังไม่ส่งบุตรมาให้ ในที่สุดเสียงนี้ก็เรียกผู้เยาว์กลับมาจากการใคร่ครวญ เขารู้สึกตื่นตะลึงในใจ รีบนำเด็กในมือส่งกลับไปให้สตรี
แปลกจริงๆ เหตุใดตนจึงมีความคิดเช่นนั้น…เหตุใดเขาจึงต้องการลิ้มลองเลือดอันสดใหม่ของทารกผู้นี้? ความคิดนี้จะแปลกเกินไปแล้ว! ลมหายใจของผู้เยาว์กระชั้นถี่เล็กน้อย เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองไปยังดวงตาของสตรีนางนั้นด้วยกลัวว่าความคิดสกปรกของตนจะถูกนางมองออก
“คราวนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าควรขอบคุณคุณชายเช่นไร” สตรีน้ำตาไหล นางยากจะจินตนาการจริงๆ ภายในภูเขาลึกเช่นนี้ หากมิได้พบผู้เยาว์ ตนและบุตรชายที่ยังไม่ได้เกิดมาดูโลกจะไปเยือนน้ำพุเหลืองด้วยกันหรือไม่
ผู้เยาว์แย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว เสียงลมหนาวหวีดหวิวอุณหภูมิลดต่ำ เสียงร้องของทารกฟังดูย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เขาลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถอดเสื้อสะอาดๆ ของตนไปห่อให้ทารกน้อยอย่างระมัดระวัง
สตรียังคงอ่อนแอ ขณะนี้มิอาจขยับได้แม้เพียงครึ่งส่วน ในภูเขามีเสียงร้องของสัตว์ป่าดังแว่วมาเป็นระยะ
“ยามค่ำคืนที่นี่จะมีสัตว์ป่าออกมา เช่นนี้จะดีไปได้อย่างไร?” ในใจของสตรีเต็มไปด้วยความกังวล กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นเช่นนี้จะดึงดูดสัตว์ป่าหิวโซเหล่านั้นออกมาได้
จู่ๆ ผู้เยาว์ก็เงยหน้าขึ้น ส่งสัญญาณให้สตรีอย่าได้ส่งเสียง รอบด้านพลันเงียบลงจริงๆ ไม่นานสายลมก็มีเสียงเรียกแว่วมา
“ฮูหยิน…ฮูหยิน…”
เสียงนี้?! สตรีดวงตาเปล่งประกาย “สามี! สามีมาหาข้าแล้ว!”
พบว่าบริเวณเนินเขาฝั่งตรงข้ามมีดวงไฟปรากฏหลายดวง บุรุษผู้หนึ่งส่งเสียงเรียกมาตามลม ด้านหลังของเขามีชาวบ้านหลายคนตามมา
“ข้า ข้าอยู่นี่…” เสียงของสตรีไม่ดังนัก แต่เสียงร้องไห้ของทารกในอกดังกระจ่างใสหาใดเปรียบ
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? มีเสียงเด็กร้อง!”
ชาวบ้านทั้งหลายพากันหยุดฝีเท้าลงโดยพลัน มองไปรอบด้านอย่างระมัดระวัง ภายในป่าแห่งนี้จะมีทารกได้อย่างไร? หรือว่า…จะเป็นภูตผีปีศาจอันใด?
ลมหนาวพัดมาระลอกหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านตกใจไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม “พี่ใหญ่เฉา ปะ ป่าแห่งนี้คงไม่มีผีกระมัง?”
“ผี? ยามปกติพวกเจ้าขึ้นเขามาล่าสัตว์เคยพบหรือไร?”
“อา!” ยามนี้เอง ชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังเขาพลันมีสีหน้าตื่นตกใจ พากันเบิกตากว้างมองไปยังทิศทางหนึ่ง
พี่ใหญ่เฉาชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงหัวเราะออกมา “พวกเจ้า…นับวันยิ่งแสดงเก่งแล้ว!”
เสียงฟุ่บดังขึ้น มือที่อาบย้อมไปด้วยเลือดข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของเขา บุรุษพลันร่างกายแข็งทื่อ หางตาเห็นเป็นโลหิตสายหนึ่งทำให้ตกใจจนขาอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น
ด้านหลังบุรุษร่างสูงใหญ่ปรากฏผู้เยาว์ผู้มีเลือดอาบย้อม บนใบหน้าของเขาเจือไปด้วยความบริสุทธิ์ “ทางนั้น…ฮูหยินเฉาอยู่ทางนั้น…”
ฮูหยินเฉา? ชาวบ้านพากันจับจ้องผู้เยาว์ มือที่ถือคบเพลิงสั่นเล็กน้อย อีกฝ่ายสะบัดแขนเสื้ออย่างรู้สึกไม่ดี “ฮูหยินเฉาเพิ่งจะคลอด ได้บุตรชายคนหนึ่ง”
ที่แท้…เลือดเหล่านั้นก็เป็นของฮูหยินเฉา! ทั้งยังมีเสียงร้องของทารกเมื่อครู่นี้ด้วย…
“ฮ่าๆ พี่ใหญ่เฉา ท่านกลัวผีใช่หรือไม่?”
พี่ใหญ่เฉาที่อยู่บนพื้นจึงค่อยได้สติกลับมา “ข้า ข้าเพียงไม่ระวังจึงลื่นล้มไปเท่านั้น! ฮูหยิน ฮูหยินอยู่ที่นั่นหรือ?”
ผู้เยาว์นำทุกคนไปบริเวณพุ่มไม้แห่งหนึ่ง แหวกหญ้าอันรกทึบบริเวณเอวออก เห็นสตรีอ่อนแรงกำลังนอนอยู่บนพื้นทั้งยังมีเด็กทารกที่อยู่ในอ้อมกอดของนางด้วย
“อา! ฮูหยิน เจ้า เจ้า…” บนใบหน้าของพี่ใหญ่เฉาปรากฏความยินดีออกมา วิ่งเข้าไปเป็นคนแรก บนหน้าผากของสตรีนางนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ “ฟู่จวิน เด็กคนนี้มีวาสนาดีดวงแข็งยิ่งนัก โชคดีที่พบผู้เยาว์ท่านนี้ หากมิใช่เพราะเขา ข้าและลูกคง…”
ทุกคนพากันมองไปทางผู้เยาว์อายุน้อย ในปากเอ่ยคำชื่นชมออกมา
“ผู้มีพระคุณ ไปเถิด ไปพักที่บ้านข้าสักหลายวันเถิด! บุญคุณที่ช่วยภรรยา ข้ามิอาจตอบแทน ผู้มีพระคุณโปรดรับการคารวะจากข้าครั้งหนึ่ง…” พี่ใหญ่เฉากำลังจะคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เยาว์ อีกฝ่ายรีบหยุดเขาไว้ “ไม่ๆๆ ลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
เมื่อเห็นครอบครัวของพวกเขาได้อยู่พร้อมหน้า บนใบหน้าของผู้เยาว์พลันเต็มไปด้วยความยินดี เพียงแต่ในใจกลับรู้สึกหดหู่อยู่หลายส่วน
ครอบครัวของเขาเล่า? เขามีครอบครัวหรือไม่? ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด จะตามหาตนด้วยท่าทีตื่นตระหนักเช่นพี่ใหญ่เฉาท่านนี้หรือไม่?
…
ภายในบ้านอันเรียบง่าย ยามเช้ามีเสียงหัวเราะดังแว่วมา
“มา ยิ้มเสียหน่อย! ฝูเป่า ยิ้มเสียหน่อย!”
ภายในลาน สตรีที่กำลังตากแดดมีผ้าห่มคลุมตัว บุรุษร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างกายนาง ในอ้อมกอดอุ้มทารกในห่อผ้าอย่างระมัดระวัง ใช้นิ้วหยอกล้อเด็กไม่หยุด
“ฮูหยิน เขากำลังมองข้า! เขากำลังมองข้า!” บนใบหน้าของบุรุษเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่เหมาะกับอายุ ราวกับกลายเป็นเด็กไร้เดียงสาไปแล้วก็มิปาน
“ฟู่จวินจริงๆ เลย!” สตรีปิดปากหัวเราะอย่างมีความสุข ด้านข้างมีสตรีเฒ่านางหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีเคร่งเครียด “สะใภ้ อยู่เดือนอย่าได้ถูกลม รีบกลับเข้าห้องไปเถิด!”
“เจ้าค่ะ! ท่านแม่!”
“เอ๋? ผู้มีพระคุณตื่นแล้วหรือ?” ตอนนี้เอง บุรุษสังเกตเห็นผู้เยาว์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง รีบอุ้มเด็กทารกเข้าไป “ฮ่าๆ ครอบครัวชาวบ้านเรียบง่าย ไม่มีอะไรดีๆ มาต้อนรับ มารดาของข้าเตรียมอาหารเช้าให้ผู้มีพระคุณแล้ว หากมิรังเกียจเชิญผู้มีพระคุณทานอาหารให้อิ่มหนำเถิด!”
ผู้เยาว์จึงค่อยได้สติกลับมา เขาแย้มยิ้มเล็กน้อย “อืม”
“ดูท่าทางคุณชายเป็นคนมีการศึกษาจริงๆ ไม่ทราบว่ามาจากด้านนอกเพื่อมาเยี่ยมญาติหรือ? หรือหลงทางมาถึงหมู่บ้าน?”
บนโต๊ะไม้มีอาหารจากผักป่าหลากหลายชนิดวางเรียงจนเต็ม ทั้งยังมีหมั่นโถวลูกใหญ่ที่ยังคงร้อน
ผู้เยาว์คิดว่าความรู้สึกเช่นนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ทั้งๆ ที่ควรเป็นมื้ออาหารเช้าอันเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยรสชาติของความอบอุ่น เขาค่อยๆ หยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดกินไปลูกหนึ่ง รสชาติหวานๆ แพร่กระจายไปเต็มปาก
หลงทาง? “ข้า…หลงทาง” อีกทั้งเขายังลืมไปแล้วว่าตนเป็นใครกันแน่
พี่ใหญ่เฉาเผยท่าทีเป็นห่วง จากนั้นจึงหัวเราะออกมาเสียงดัง “คุณชายโปรดวางใจ ข้าคุ้นเคยกับป่าเขาผืนนี้ยิ่งนัก ระยะนี้เชิญคุณชายพักอย่างสงบเถิด ต้องการไปเมื่อใดล้วนได้ทั้งสิ้น เมื่อถึงตอนนั้นข้าและชาวบ้านทั้งหลายจะนำทางให้คุณชายไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยเอง!”
ไป? เขาเองก็ไม่รู้ว่าตนควรจะไปที่ใด ผู้เยาว์ก้มหน้ากิน จู่ๆ พี่ใหญ่เฉาก็หัวเราะ “คุณชายฝูเป่ากำลังมองท่านอยู่!”
เขาจับมือเล็กๆ ของทารกน้อยโบกมือให้ผู้เยาว์ ดวงตากลมโตสุกใสจับจ้องไปที่ผู้เยาว์ที่กำลังถือหมั่นโถวอยู่ในมือ ไม่นานก็เผยรอยยิ้มอันเบิกบานออกมา พี่ใหญ่เฉาหัวเราะ “ฝูเป่าจำได้หรือไม่? นี่คือพี่ชายใหญ่ที่ช่วยฝูเป่า! คุณชายอยากอุ้มเขาหรือไม่?”
ผู้เยาว์ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงวางหมั่นโถวในมือลง พี่ใหญ่เฉาส่งทารกมาให้
ร่างกายนุ่มนิ่มถูกวางลงในอ้อมกอด ท่าทีของผู้เยาว์ดูนิ่งงัน ทารกกลับยื่นมือออกไปจับเส้นผมของเขา จากนั้นจึงเล่นอย่างเบิกบาน ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ครอบครัวคุณชายมีน้องชายน้องสาวหรือไม่? ดูท่าทางแล้วเชี่ยวชาญยิ่งนัก!”
น้องชายน้องสาว? ผู้เยาว์สงสัยว่าเหตุใดตนจึงอุ้มทารกได้อย่างเชี่ยวชาญเพียงนี้ หรือจะเป็นดังที่เขากล่าวจริงๆ ครอบครัวของตนก็มีน้องชายน้องสาวที่ยังเด็กหรือ?
ใบหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ท่าทางน่ารักน่าชัง ผู้เยาว์ล้วนเห็นอยู่ในสายตา ใบหน้าขาวซีดค่อยๆ เผยความยินดีออกมา ความรู้สึกนี้ช่างแปลกใหม่ยิ่งนัก แต่เขากลับมิได้รังเกียจ กระทั่งรู้สึกโหยหาด้วยซ้ำ ตนจะมีโอกาสได้กลับไปรวมตัวกับครอบครัวหรือไม่?
“ฮูหยิน ข้าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์! จะหาเนื้อสัตว์มาบำรุงร่างกายฮูหยินเสียหน่อย!”
“ฟู่จวิน รีบไปรีบกลับเล่า”
ผู้เยาว์นั่งอยู่ด้านข้าง ทารกในมือคล้ายไม่ยอมไปจากอ้อมกอดของเขา เดิมทีสตรีเฒ่าคิดจะอุ้มหลานของตน ไหนเลยจะรู้ว่าเพียงสัมผัสเขาก็ร้องไห้ออกมา จึงสิ้นไร้หนทางจำต้องวางลง
“คิกๆ ฝูเป่ารู้ความ รู้จักผู้มีพระคุณด้วย เมื่อคืนคุณชายหลับสบายหรือไม่?” ในดวงตาของสตรีเต็มไปด้วยความใส่ใจ ผู้เยาว์เงยหน้าขึ้นผงกศีรษะเล็กน้อย ย้อนคิดไปถึงเมื่อวาน เขารู้สึกว่าตนไม่เคยหลับสบายถึงเพียงนี้มาก่อน ยามค่ำคืนก็ไม่ฝัน ตั้งแต่ตนได้สติกลับมาจากกลางป่าก็ถูกล่าสังหารไม่หยุด จะมีค่ำคืนอันสงบเช่นตอนนี้ได้อย่างไร
“เช่นนั้นข้าก็วางใจ ยังเป็นห่วงว่าคุณชายจะไม่คุ้นชินเสียอีก จะอย่างไรก็เป็นบ้านชนบท เตียงแข็ง ไม่ทราบว่าคุณชายเป็นคนจากที่ใดหรือ?” นางเห็นว่าอาภรณ์ที่ผู้เยาว์สวมใส่มีคุณภาพไม่เลว ควรจะเป็นคุณชายจากครอบครัวมั่งคั่ง
บนใบหน้าของผู้เยาว์แข็งทื่อ “ข้า…ข้าจำไม่ได้แล้ว…”
จำไม่ได้แล้ว? สตรีขมวดคิ้วโดยพลัน หรือว่าคุณชายจะสูญเสียความทรงจำ? “ไม่เป็นไร คุณชายมีบุญคุณช่วยชีวิตพวกเราสองแม่ลูก นับว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว คุณชายสามารถอยู่ได้อย่างสบายใจ รอให้คิดออกก่อน ต้องการไปค่อยไป”
“ได้หรือ?” เขารู้สึกว่าความเรียบง่ายเช่นนี้ราวกับเป็นความฝันก็มิปาน เขาสามารถใช้ชีวิตสงบสุขเช่นนี้ได้หรือ?
บนใบหน้าของสตรีเผยรอยยิ้มจริงใจออกมา “ย่อมได้แน่นอน…”
ตอนนี้เอง มีชาวบ้านหลายคนวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน “แย่แล้ว! แย่แล้ว! พี่ใหญ่เฉาได้รับบาดเจ็บ! สะใภ้เฉารีบหนีไป! รีบหนีไป! อ้าก!” พบว่ามีประกายสีเงินส่องสว่าง ชาวบ้านหลายคนล้มลงไปเบื้องหน้า ที่หลังพวกเขามีอาวุธลับปักอยู่หลายชิ้น โลหิตสีดำไหลออกมา
เสียงกรีดร้องดังขึ้นระลอกหนึ่ง จากนั้นในสายลมมีเสียงหัวเราะอันแหบแห้งที่ฟังดูกระหายเลือดดังขึ้น ผู้เยาว์ได้ยินเสียงเหล่านี้โดยพลัน
“เร็ว รีบพาเด็กเข้าไป!”
อย่างไรก็ตามไม่ทันเสียแล้ว พบว่ามีบุรุษในอาภรณ์สีดำสองคนปรากฏตัวออกมาบริเวณลานเรือน ในดวงตาของพวกเขามีประกายส่องสว่าง “ผู้อาวุโสห้า ในที่สุดก็หาพบแล้ว หลบเก่งจริงๆ!”
“คุณชาย คุณชายรีบหนีไปด้วยกันเถิด!” สีหน้าของสตรีขาวซีด แต่ผู้เยาว์กลับเดินก้าวไปเบื้องหน้า “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดไม่ยอมปล่อยข้าไป!”