หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 892 มลายหายไป
เล่มที่ 30 ตอนที่ 892 มลายหายไป
ผู้อาวุโสทั้งสองสบตากัน จากนั้นจึงยิ้มอย่างบ้าคลั่งหาใดเปรียบ
“ท่านห้า ถึงตอนนี้แล้วยังคิดจะเล่นลูกไม้อันใดอีก? หากท่านส่งเทียบยาอายุวัฒนะออกมาดีๆ มิแน่ว่าอาจปล่อยให้ท่านมีศพสมบูรณ์!”
ยาอายุวัฒนะ? “พวกท่านกำลังพูดอะไร? ข้าเป็นใครกันแน่?”
ผู้อาวุโสสองเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หรือว่า…เขาจะสูญเสียความทรงจำจริงๆ ? เขาทดลองเดินไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว “ท่านคือผู้อาวุโสแห่งตระกูลอู่สายใน หลังจากขโมยยาอายุวัฒนะไปแล้วก็หนีมาจนถึงที่นี่ ตอนนี้คิดออกแล้วหรือไม่?”
“ยาอายุวัฒนะอันใดกัน บนโลกนี้จะมีของเช่นนั้นได้อย่างไร!”
บนโลกใบนี้ไม่มียาอายุวัฒนะ ในสมองคล้ายกับมีเสียงอันเยือกเย็นกล่าวประโยคนี้ดังขึ้น ดังก้องไปมาอยู่ในสมองของผู้เยาว์ไม่หยุด จะอย่างไรก็สลัดไม่ออก
ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นเข้ามา จู่ๆ ผู้เยาว์พลันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด กุมขมับของตนด้วยสภาพน่าสังเวชยิ่งนัก “ใครกัน?! เป็นใคร?! อา!”
ผู้อาวุโสทั้งสองท่านรีบถอยหลังไปสองก้าวด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
“คุณชาย ท่าน ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” สตรีเดินเข้ามาจากด้านข้างด้วยความร้อนรน ประคองผู้เยาว์ที่คุกเข่าลงไปดิ้นรนอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด อีกฝ่ายผลักนางออก “ไป! รีบไป!”
ดวงตาทั้งสองของเขาพลันหดเกร็ง ถึงกับพบว่ามือทั้งสองของตนเต็มไปด้วยสีแดง เลือด? เลือดมากมายเหลือเกิน…
เสียงทารกร้องดังแว่วมาจากในห้อง สตรีเฒ่าที่อยู่ด้านในรีบปิดปากทารกน้อยเอาไว้ “ฝูเป่า อย่าร้อง! อย่าร้อง!”
ได้ยินเสียงปังดังขึ้น หน้าต่างถูกพลังภายในอันแข็งแกร่งทำให้สั่นสะท้านจนเปิดออก พลังภายในสายหนึ่งดูดทารกที่อยู่ในอ้อมกอดของสตรีเฒ่าเข้ามา “อา! ฝูเป่า!”
ผู้อาวุโสสองใช้มือขวาจับทารกเพศชายที่อยู่ไม่สงบ จากนั้นจึงหัวเราะ “ทำไม ท่านห้าเก็บเด็กน่าอร่อยเช่นนี้ไว้ คิดจะกินยามฝึกฝนวรยุทธหรือ?”
กิน?!
สตรีที่อยู่ด้านข้างพลันหน้าเปลี่ยนสี มองท่าทีของผู้เยาว์ด้วยความยากจะเชื่อ
“เจ้า เจ้าพูดเหลวไหล!” อย่างไรก็ตามในใจของผู้เยาว์กลับมีความหวาดกลัวอันไร้ก้นบึ้งเอ่อล้นออกมา ในยามที่ตนทำคลอดให้เด็กทารก สมองกลับปรากฏภาพบางอย่าง หรือว่า… สิ่งที่พวกเขากล่าวล้วนเป็นความจริง? ตนเคยทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้จริงหรือ?
ผู้อาวุโสสองขมวดคิ้ว “ท่านจำอะไรไม่ได้จริงหรือ?”
หรือว่านี่จะเป็นผลข้างเคียงของยาอายุวัฒนะ ทำให้คนสูญเสียความทรงจำในอดีต?
“หึ ไม่ว่าเขาจะสูญเสียความทรงจำจริงหรือไม่ เขาก็ฆ่าผู้อาวุโสของพวกเราไปแล้วหลายคน มิอาจปล่อยเขาไปเช่นนี้ได้!”
ทารกที่อยู่ในมือร้องดังยิ่งขึ้น ผู้อาวุโสสองมองไปอย่างทนไม่ไหว “ร้องให้ตายไปเสีย!” จากนั้นจึงชูห่อผ้าขึ้นสูง คิดจะโยนไปบนพื้น
“อย่า!” สตรีพุ่งเข้าไปเบื้องหน้าโดยไม่แม้แต่จะคิด ใช้ตนเองเป็นเบาะรองทารกในยามที่ทารกถูกโยนลงบนพื้นได้พอดี ส่วนนางก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
อะไรกัน? “นังโง่ ถึงกับกล้าทำลายเรื่องดีๆ ของข้าเชียวหรือ!”
ในใจของผู้อาวุโสสองเกิดเป็นเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครที่เขาฆ่าไม่ได้ สตรีนางนี้ถึงกับไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา!
เขายื่นมือที่เต็มไปด้วยพิษรุนแรงออกไปเป็นกรงเล็บ โจมตีไปยังสตรีบนพื้น คิดไม่ถึงว่ากลับมีสายลมพัดมา ผู้เยาว์เข้ามาขวางการโจมตีอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้นั้นได้ทันเวลา “รีบหนีไป!”
“ท่านห้า? ท่าน ฮ่าๆๆ ช่างน่าขันเสียจริง ท่านห้ากลายเป็นคนใจดีตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำไม ท่านเปลี่ยนจากมารชั่วช้าเป็นคนปกติแล้วหรือ?”
ผู้เยาว์เงยหน้าขึ้นด้วยความเคียดแค้นชิงชัง “ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านกำลังพูดอะไร?! แต่ไม่อนุญาตให้ฆ่านาง!”
ร่างกายเคลื่อนไหวไปโดยธรรมชาติ ต่อให้ความทรงจำที่เต็มไปด้วยโลหิตก่อนหน้านี้จะอาบย้อมไปทั่วทั้งสมองดุจทะเลดาว แต่ในใจของผู้เยาว์กลับหวาดกลัวหาใดเปรียบ เขาไม่อยากให้อดีตของตนโหดเหี้ยมปานนั้น เขาชอบตัวเองในตอนนี้ เป็นตน…ที่ไร้ข้อผูกมัดเช่นนี้!
ความโดดเดี่ยวอันแปลกประหลาดทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก ทว่าเมื่อได้อยู่ในครอบครัวชาวบ้านอันเรียบง่าย เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงจิตใจอันสงบสุข ความสงบเช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน
“หึ ในเมื่อท่านดิ้นรนสุดชีวิตเพียงนั้น พวกเรา…ก็ยิ่งต้องการสังหาร!” ผู้อาวุโสสองส่งสายตาครั้งหนึ่ง บุรุษชุดดำที่อยู่ด้านหลังพลันทะยานตัวเข้ามา กรงเล็บพิษโจมตีไปยังแผ่นหลังของสตรีที่กำลังอุ้มทารกในมือวิ่งหนี
“ไม่! สะใภ้…”
สตรีเฒ่านางหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้าง ขวางอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้นั้นพอดี ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น ร่างกายของสตรีเฒ่าถูกฝ่ามือกระแทกอย่างรุนแรง ทั้งร่างปลิวกระเด็นออกไปก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างแรง มุมปากของนางกระอักเลือดออกมา จากนั้นจึงเบิกตากว้างมองไปยังบุรุษในอาภรณ์ชุดดำ ก่อนจะอึกอักแล้วลมหายใจขาดห้วงไป
“ไม่ ท่านยาย! ท่านยาย!”
“พวกเจ้า…พวกเจ้า…” เดิมทีผู้เยาว์อยากจะพูดว่าเหตุใดพวกเจ้าต้องสังหารผู้บริสุทธิ์ด้วย แต่เขาพบว่าตนถึงกับกล่าวคำใดไม่ออก การสังหารเช่นนี้ เขาถึงกับรู้สึกคุ้นเคยปานนั้น สำหรับเขาแล้วการสังหารผู้คนคล้ายกับเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก ทว่าเมื่อครู่นี้สตรีเฒ่าบนพื้นยังพูดคุยกับเขาด้วยรอยยิ้มและความเป็นมิตร ตอนนี้กลับกลายเป็นศพเย็นยะเยือกไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับความฝัน “รีบหนีไป! ยังมัวยืนทำอะไรอยู่?!”
สตรีน้ำตาไหลเต็มหน้า ผู้เยาว์ทะยานตัวเข้า มาใช้เท้าถีบไปบนร่างของบุรุษชุดดำ
“ยิ่งแก่ยิ่งน่าสนใจจริงๆ ท่านห้า ท่านทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาแล้ว!”
กรอบๆ ฝ่ามือของบุรุษทั้งสองส่งเสียงที่ทำให้ผู้คนต้องขนลุกออกมา “อายุเท่านี้แล้วยังคิดเล่นแสดงเป็นคนดีอันใดอีก ทำให้ข้าไม่สบอารมณ์จริงๆ!” ในเวลาเพียงชั่วพริบตา บุรุษชุดดำทั้งสองพลันพุ่งทะยานโจมตีไปยังผู้เยาว์
“คุณชาย ระวัง!”
ฮูหยินยืนอยู่นอกรั้ว หันกลับมามองอย่างไม่วางใจ แต่การตะโกนเรียกนี้ทำให้ผู้เยาว์เสียสมาธิ บริเวณหน้าอกถึงกับถูกฝ่ามือซัดใส่
“รีบไป ยังมัวตะลึงทำอะไรอยู่อีก?!”
“หึ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด คิดเล่นเป็นวีรบุรุษอันใดอีก!” ผู้อาวุโสทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะลงมือไว้ไมตรีแม้แต่น้อย อีกฝ่ายคือผู้อาวุโสห้าที่โหดเหี้ยมอำมหิต หากไม่ระวังพวกเขาอาจโชคร้ายได้
ผู้เยาว์ยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อของตนตามสัญชาตญาณ ยามนี้จึงพบว่าในแขนเสื้อของเขาว่างเปล่า! อาภรณ์ของเขา…อาภรณ์ตัวเก่าของเขาซ่อนยาพิษรุนแรงไว้มากมาย ทว่าตอนนี้ ผ้าหยาบบนร่างมิใช่อาภรณ์ของเขา!
“อั่ก!”
ถูกโจมตีลงไปอีกฝ่ามือหนึ่งโดยไร้ซึ่งความปราณี ผู้เยาว์กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว พลังภายในอันแข็งแกร่งระเบิดออกมา เส้นผมที่ถูกมัดอยู่ด้านหลังโบกสะบัดไปตามลม
สายตาของผู้อาวุโสสองเปล่งประกาย “เส้นผมของเขา…”
เส้นผมที่เดิมทีเป็นสีดำดุจทะเลลึก ยามนี้ถึงกับปรากฏสีขาวเงินออกมากลุ่มใหญ่
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ผู้เยาว์เองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของร่างกายตน จุดตันเถียนที่เดิมทีแฝงไปด้วยพลังภายใน ยามนี้กลับรั่วไหลออกมาด้านนอกช้าๆ ราวกับถังน้ำมันที่ถูกเจาะ มือทั้งสองถึงกับไร้เรี่ยวแรง มองไปยังฝ่ามืออันสั่นระริกของตน ในสมองปรากฏเสียงสตรีแปลกหน้าขึ้นอีกครั้ง บนโลกใบนี้ไม่มียาอายุวัฒนะ
“ยาอายุวัฒนะ…”
“ใช่! รีบส่งเทียบยามาเสีย!” ผู้อาวุโสทั้งสองเห็นท่าทางอีกฝ่ายคล้ายคิดออกจึงเผยสีหน้ายินดีออกมา
ผู้เยาว์มองไปยังเส้นผมสีเงินที่กระจายอยู่บริเวณบ่าของตน “ไม่มียาอายุวัฒนะ บนโลกใบนี้ไม่มียาอายุวัฒนะ…” เขาพูดพึมพำในปาก ในใจเกิดความรู้สึกโศกเศร้าอันไร้ก้นบึ้งถาโถมออกมา หางตาถึงกับมีน้ำตาโลหิตไหลออกมาสองสาย
“นี่ นี่ข้า…” เขามีจิตใจเช่นไรกันแน่? จู่ๆ ผู้เยาว์พลันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกราวกับความฝันอันสวยงามที่ยาวนานหลายปีกำลังพังทลายลงในยามนี้
เสียงร้องไห้ของทารกดังแว่วมาตามลม ผู้เยาว์มองไปยังทิศทางที่สตรีหนีไป ในใจเกิดความรู้สึกดีใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขา…คล้ายกับว่าเขาจะสังหารผู้คนไปมากมาย แต่คราวนี้…เป็นครั้งแรกที่เขาช่วยชีวิตคน ที่แท้ความรู้สึกที่ได้ช่วยชีวิตคนก็เป็นเช่นนี้เอง ทั้งๆ ที่ในสมองยังไม่มีความคิดใดแต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ
ทารกชายคนนั้น เป็นคนที่ตนดึงมาสู่โลกนี้กับมือ…
“ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ …” ผู้เยาว์ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ผู้อาวุโสคนหนึ่งส่งเสียงจิ๊จ๊ะในปาก กำลังคิดจะไล่ตามสตรีนางนั้นไป แต่กลับถูกผู้อาวุโสสองที่อยู่ข้างกายหยุดเอาไว้ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจผู้อื่น เขาดูแปลกประหลาดไปจริงๆ”
“จะแสร้งทำหรือไม่?”
ผู้อาวุโสสองส่ายหน้าเบาๆ “ตอนที่พวกเราตามสังหารเขา เจ้ามิสังเกตุหรือว่าเขาดูอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆ? ข้าคิดมาตลอดว่าสุดท้ายเขาจะมีสภาพเช่นไร”
มองไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์ในยามนี้ แต่กลับมีเส้นผมขาวเงิน ลางสังหรณ์ไม่ดีถาโถมออกมาจากหัวใจ
“หรือจะพาเขากลับไปก่อน ไปรับโทษจากไท่ซ่างหวง!”
ผู้อาวุโสทั้งสองสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่านี่อาจเป็นผลข้างเคียงของยาอายุวัฒนะ แต่ในหมู่พวกเขาไม่ว่าใครก็ไม่มีความกล้าพอที่จะนำการคาดเดานี้ไปบอกไท่ซ่างหวง จะอย่างไรเจ้านายท่านนั้นก็หลงใหลในความเป็นอมตะถึงเพียงนี้ หากพวกเขาไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะตกอยู่ในสภาพเช่นไร
อย่างไรเสียสุดท้ายจุดจบของผู้ทรยศก็มีเพียงความตาย ให้เขาบอกไท่ซ่างหวงเองกับปากเถิด ต่อให้ไท่ซ่างหวงทรงกริ้ว พวกเขาก็คงไม่ถูกลากเข้าไปพัวพันมากนัก
“ไป!”
ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดมา ในลานเรือนไม่มีเงาร่างของคนทั้งสามอีก เหลือไว้เพียงศพของหญิงชราที่นอนตายอย่างน่าอนาถบนพื้น
…
วันนี้ภายในเรือนบนเขา บรรยากาศเคร่งเครียดเป็นพิเศษ
“ทูลไท่ซ่างหวง พาตัวคนทรยศมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ เขาถูกพวกเราทำลายวรยุทธทั้งหมดแล้ว ตอนนี้เป็นเพียงคนไร้ค่าผู้หนึ่ง”
เสียงโอดโอยดังแว่วมา ผู้เยาว์ในสภาพอ่อนแอถูกโยนลงบนพื้นอย่างไร้ไมตรี
เส้นผมสีเงินกระจายเต็มพื้น เขาดิ้นรนอย่างน่าสังเวช ใบหน้าเยาว์วัยดูขาวซีดไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย เบื้องหลังฉากกั้นลมเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมีเสียงลึกล้ำดังมา
“ไม่พบกันนานทีเดียวผู้อาวุโสห้า”
ผู้เยาว์ขมวดคิ้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูคุ้นเคยอย่างชัดเจน แต่กลับคล้ายมีเส้นผมบดบังทำให้เขามองความจริงไม่ออก เมื่อก่อนเขาเคยมาที่นี่หรือ?
เมื่อเห็นผู้เยาว์ไม่ตอบ ผู้อาวุโสทั้งสองจึงรีบเอ่ยปากอธิบาย “ทูลไท่ซ่างหวง ดูเหมือนผู้อาวุโสห้าจะสูญเสียความทรงจำ”
“สูญเสียความทรงจำ?”
ทั้งสองรีบคุกเข่าลงโดยพลัน “หรืออาจเป็นแผนร้ายของผู้อาวุโสห้าก็เป็นได้ เขาดื้อดึงไม่ยอมรับว่ารู้จักพวกเราพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงหัวเราะดังแว่วออกมาจากหลังฉากกั้นลม “ในเมื่อเขาสูญเสียความทรงจำแล้ว เช่นนั้นก็ดี มิใช่ว่าตระกูลอู่สายในมีวิธีช่วยฟื้นความทรงจำหรือ? ในเมื่อพาคนมาแล้วก็ทำให้เขาเขียนเทียบยาอายุวัฒนะให้เจิ้นเสีย”
“บนโลกใบนี้…ไม่มียาอายุวัฒนะ…”
ผู้เยาว์เอ่ยปากอย่างอ่อนแรง ไท่ซ่างหวงขมวดคิ้ว บรรยากาศภายในเรือนแปรเปลี่ยนไปอึมครึมยิ่งขึ้น
ผู้อาวุโสทั้งสองรีบกลั้นใจ รอคอยพายุอันบ้าคลั่งที่กำลังจะมาถึง