Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 899 พี่น้องแตกหัก

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 30 ตอนที่ 899 พี่น้องแตกหัก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 30 ตอนที่ 899 พี่น้องแตกหัก

ภายในตำหนักพระชายารัชทายาท สตรีผู้สวมอาภรณ์สง่างามนางหนึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งไม้อย่างเชื่องช้า ท่าทีบนใบหน้าสงบนิ่งราวกับเขาเขียวอันหนักแน่น ไม่นำพาต่อสิ่งใด

“เสด็จแม่”

ตู้หย่วนซิ่วหันไปมอง พบเด็กชายกำลังวิ่งเหยาะๆ มาทางตนด้วยท่าทางยินดี บนใบหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนโยนเมตตา

“รัชทายาท ลืมคำพูดของแม่ไปแล้วหรือ? จะลุกจะยืนล้วนต้องมีมารยาท” แม้จะเป็นการสั่งสอนแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่

ตงฟางเนี่ยนแลบลิ้นออกมาอย่างน่ารัก “วันนี้ท่านราชครูชมเนี่ยนเอ๋อร์ กล่าวว่าเนี่ยนเอ๋อร์ท่องกลอนได้ มีพรสวรรค์!” เขาเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ตู้หย่วนซิ่วยื่นมือออกไปเช็ดรอยหมึกบนแก้มเขาเบาๆ “ไม่ต้องภูมิใจ ท่านราชครูเพียงชมไปตามปากเท่านั้น”

เด็กน้อยขมวดคิ้วโดยพลัน “เสด็จแม่มิเชื่อหรือ? เช่นนั้นเนี่ยนเอ๋อร์จะท่องให้ท่านฟัง…”

ขณะนี้เอง นางข้าหลวงนางหนึ่งวิ่งเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทีกระวนกระวาย “เหนียงเหนียงเพคะ ฝ่าบาททรง…” นางมองไปทางตงฟางเนี่ยนที่อยู่ด้านข้าง คุกเข่าลงคารวะครั้งหนึ่ง “บ่าวถวายพระพรรัชทายาทเพคะ”

ตู้หย่วนซิ่วเข้าใจได้โดยพลันว่าเกิดอะไรขึ้น “เนี่ยนเอ๋อร์ กลับไปทำการบ้านที่ห้องเถิด”

“แต่ว่าเสด็จแม่…” ตงฟางเนี่ยนพองแกมอย่างไม่พอใจ ตู้หย่วนซิ่วแย้มยิ้ม “คืนนี้แม่จะทำขนมที่เนี่ยนเอ๋อร์ชอบกินที่สุด ดีหรือไม่?”

เด็กน้อยดวงตาสว่างวาบในพริบตา “เนี่ยนเอ๋อร์เข้าใจแล้ว เนี่ยเอ๋อร์จะกลับไปทำการบ้าน!”

เมื่อเห็นเด็กน้อยเดินจากไปอย่างมีความสุข ท่าทีของตู้หย่วนซิ่วจึงค่อยๆ เคร่งขรึมลง นางข้าหลวงที่อยู่ข้างกายรีบเดินเข้ามา “วันนี้ฝ่าบาทไปตำหนักเนี่ยนซู ให้แม่นมกรอกยาจากดอกหงฮวาให้เหม่ยเหรินท่านนั้นเพคะ”

“เหม่ยเหรินท่านนั้นไม่ฟังคำอนุญาตของฝ่าบาทกระทำตามใจตนเองมิใช่หรือ เช่นนี้ย่อมมิอาจตำหนิผู้อื่น” แม้ตู้หย่วนซิ่วจะกล่าวเช่นนี้แต่ในใจกลับไร้รสชาติ ฝ่าบาททรงใช้คนที่มีหน้าตาเหมือนท่านหมอมาบรรเทาความคิดถึง แต่นางเข้าใจดี พวกนางไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทแม้แต่น้อย เมื่อต่อต้านหรือมีความเห็นแก่ตัวจะต้องพบกับจุดจบที่ถูกขับออกจากวังเป็นแน่

จู่ๆ ตู้หย่วนซิ่วพลันรู้สึกว่าตอนนั้นตนให้กำเนิดตงฟางเนี่ยนออกมาได้นับว่าเป็นโชคดีของนางแล้วจริงๆ หากตอนนั้นฝ่าบาทมีจิตใจโหดเหี้ยมเด็ดเดี่ยวเช่นตอนนี้ เกรงว่าตนคงตกอยู่ในจุดจบที่ถูกขับออกจากวังเช่นกัน ตอนนี้นางเข้าใจคำพูดของฮองเฮาเมื่อยามนั้นแล้ว พระนางตรัสว่าท่านหมอจะทำร้ายฝ่าบาท ที่แท้หมายถึง…

ในฐานะที่เป็นจักรพรรดิ หากลุ่มหลงมัวเมามากเกินไปจะเดินไปอย่างสุดขั้วได้เพียงสองทาง ตงฟางซวี่โชคไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง เดินไปยังเส้นทางที่ย่ำแย่ที่สุด

ตู้หย่วนซิ่วเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ตอนนี้ฝ่าบาทเป็นเช่นนี้ แล้วท่านหมอเล่า? นางอยู่ที่ใด มีชีวิตอย่างไร? จะจำได้หรือไม่ว่าแคว้นเฉินมีบุรุษลุ่มหลงในรักเช่นนี้รอคอยนางมาตลอด รอจนกระทั่งบ้าคลั่ง

ขณะเดียวกัน ภายในห้องทรงอักษร ตงฟางซวี่ยืนรออยู่ด้วยความเย็นชาเต็มร่าง

นอกระเบียงทางเดิน บุรุษสองคนมองกันด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเจ้าจึง…”

เฟิ่งอวี่ขมวดคิ้ว มองไปยังหลิ่วอวิ๋นเฟิงที่มีท่าทีประหลาดใจเช่นเดียวกัน “ฝ่าบาททรงเรียกข้าและเจ้าเข้าวัง หรือว่า…ทรงทราบแล้ว?”

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราทำได้เพียงกล่าวเตือนเขาเท่านั้น”

บุรุษผู้นั้นยืนเอามือไพร่หลัง เบื้องหน้ามีภาพวาดที่ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจแตะต้องแขวนอยู่ สตรีในภาพเต็มไปด้วยความสุขไม่เคร่งครัดในประเพณี แม้มิใช่สาวงามที่โดดเด่นอันใด แต่บรรยากาศสันโดษเช่นนั้นดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ตงฟางซวี่มองไปยังดวงตาของนาง “ซูเอ๋อร์ เหตุใดทุกคนจึงขัดขวางมิให้ข้าพบเจ้า”

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าสองสายดังแว่วมา ตงฟางซวี่กลับมิได้หันไป

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

เฟิ่งอวี่และหลิ่วอวิ๋นเฟิงก้มหน้าเล็กน้อย เนิ่นนานผ่านไปบุรุษเบื้องหน้าจึงค่อยตอบกลับ “อวิ๋นเฟิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ซูเอ๋อร์อยู่ที่ใด?”

หลิ่วอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้ว “ฝ่าบาท ลูกน้องของกระหม่อมมิเคยหยุดตามหานาง”

“เช่นนั้นหากหาพบ เจ้าจะมากราบทูลเจิ้นหรือไม่?”

เฟิ่งอวี่มองไปทางหลิ่วอวิ๋นเฟิงโดยพลัน กลัวว่าเขาจะบุ่มบ่ามกล่าวคำพูดที่ไม่สมควรอันใดออกไป ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด ฝ่าบาทและพวกเขาห่างไกลกันยิ่งขึ้น เบื้องหน้ามีความสัมพันธ์ประหนึ่งพี่น้องแต่มิได้จริงใจเฉกเช่นตอนแรก ระหว่างพวกเขามีหลายเรื่องที่ปิดบังกัน หวาดระแวงกัน แต่เป็นเพราะเมื่อก่อนพวกเขาคือพี่น้อง ทำให้ตอนนี้พวกเขามิได้มีความสัมพันธ์เช่นจักรพรรดิและขุนนางทั่วไป

จริงดังคาด พบว่าสีหน้าของหลิ่วอวิ๋นเฟิงคล้ายกำลังอดกลั้น “หากหานางพบย่อมต้องกราบทูลฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นเหตุใดกองทัพของจักรพรรดิเซียวไปยังแคว้นเหลียนแล้ว พวกเจ้าทั้งสองกลับไม่มีผู้ใดมารายงานเจิ้นแม้เพียงคนเดียว?!”

ตงฟางซวี่หันมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังก้องอยู่ในห้องทรงอักษร ส่วนเฟิ่งอวี่และหลิ่วอวิ๋นเฟิงเตรียมใจมานานแล้ว เมื่อก่อนรัชทายาทอ่อนโยนดุจบัณฑิต ตอนนี้เมื่อได้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ได้รับการกราบกรานจากเหล่าขุนนาง ถึงกับกลายเป็นจักรพรรดิที่มิสามารถต่อต้านได้

“ทูลฝ่าบาท จักรพรรดิเซียวมีจิตใจทะเยอทะยาน เรื่องการบุกไปแคว้นเหลียนคราวนี้เป็นการกระทำของเขาเพียงผู้เดียว กระหม่อมไม่คิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องกราบทูลฝ่าบาทเป็นพิเศษ” เฟิ่งอวี่เอ่ยปากอย่างเรียบเฉย สิ่งที่เขาต่อต้านที่สุดก็คือการไปมาหาสู่ระหว่างตงฟางซวี่และจักรพรรดิเซียว จักรพรรดิเซียวเป็นจิ้งจอกเฒ่าตัวหนึ่ง เส้นทางตั้งแต่ยามที่เขาเป็นองค์ชายจนได้นั่งอยู่ในตำแหน่งจักรพรรดิแห่งแคว้นอี้ ความโหดเหี้ยมและวิธีการเหล่านั้นมิใช่อะไรที่ตงฟางซวี่ในยามนี้จะเทียบเคียงได้

“เจิ้นไม่เชื่อ พวกเจ้าเดาไม่ได้หรือว่าเขาไปทำอะไรที่นั่น” ตงฟางซวี่มองไปยังคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า ในดวงตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เจิ้นเชื่อใจพวกเจ้าเพียงนั้น คิดว่ามีเพียงพวกเจ้าจึงจะเข้าใจเจิ้น คิดไม่ถึงว่าพี่น้องของเจิ้นกลับเป็นเช่นเดียวกับขุนนางเหล่านั้น ต้องการแยกเจิ้นและสตรีที่รักออกจากกัน!”

สตรีที่รัก? แต่เขาเคยคิดหรือไม่ว่าอวิ๋นซูจะยินดีอยู่ข้างกายเขาหรือไม่

“มิทราบว่าฝ่าบาททรงทราบได้อย่างไรว่าตอนนี้จักรพรรดิเซียวเข้าไปที่แคว้นเหลียน?” ข่าวสารข้อมูลในราชสำนักสมควรถูกพวกเขาสองคนควบคุมจึงจะถูก

ตงฟางซวี่มีสีหน้าเคร่งขรึมลง “ขอเพียงเจิ้นต้องการทราบ ข้างกายเจิ้นย่อมไม่มีความลับ” ในยามที่เขากล่าวประโยคนี้ยังมองไปทางเฟิ่งอวี่อย่างลึกล้ำ

เขามิได้หยุดจับตามองจวนชางติ้งโหว เขามิอาจทนได้ เหตุใดพี่น้องของตนจึงมีเรื่องปิดบังเขา

“หรือฝ่าบาทคิดจะส่งทหารไปสืบให้ถึงที่สุด?”

“เจิ้นมีความคิดเช่นนี้พอดี” ตงฟางซวี่ไม่ปิดบังความคิดของตนแม้แต่น้อย เฟิ่งอวี่รีบเอ่ยปากด้วยความกังวล “ฝ่าบาทโปรดพิจารณาให้ดี มิแน่ว่าเรื่องนี้อาจเป็นแผนร้ายของจักรพรรดิเซียวก็เป็นได้ แคว้นเหลียนทั้งแข็งแกร่งและลึกลับ ตอนนี้ในแคว้นอี้ยังคงวุ่นวายแต่จักรพรรดิเซียวกลับไปล่วงเกินแคว้นเหลียน หากฝ่าบาทส่งทหารออกไปในยามนี้ แคว้นเหลียนต้องคิดว่าแคว้นเฉินและแคว้นอี้เป็นพันธมิตรกัน เมื่อถึงตอนนั้นจะต้องเกิดเป็นสงครามสามแคว้นแน่นอน”

ตงฟางซวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าไม่เชื่อใจแคว้นเฉินหรือไม่เชื่อใจเจิ้น?”

“กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้น…”

“ในเมื่อเจ้าไม่เต็มใจ เรื่องนี้ข้าจะมอบให้ผู้อื่นไปทำ” ตงฟางซวี่ก้มหน้าลง หยิบพู่กันขึ้นเริ่มเขียนราชโองการลงบนกระดาษ หลิ่วอวิ๋นเฟิงที่เงียบมาโดยตลอดกลับเอ่ยปากขึ้นในตอนนี้ “ในเมื่อฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยแล้ว กระหม่อมทั้งสองทูลลาก่อนพ่ะยะ่ค่ะ”

เขาดึงเฟิ่งอวี่คิดจะเดินจากไป แต่ตงฟางซวี่กลับเอ่ยปากหยุด “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังพูดอยู่กับผู้ใด?!”

เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา สายตาของตงฟางซวี่พลันเปล่งประกาย เดิมทีเขาไม่คิดใช้คำพูดเช่นนี้กล่าวกับพี่น้องของตน แต่กลับทนไม่ได้ไปชั่วขณะ หลิ่วอวิ๋นเฟิงมิควรยั่วยุขีดจำกัดของเขาจริงๆ

“กระหม่อมย่อมทราบ”

“อวิ๋นเฟิง เจ้า…” กระทั่งเฟิ่งอวี่ก็สัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่มิอาจปกปิดของหลิ่วอวิ๋นเฟิง จุดนี้ไม่เหมือนตัวเขาเลยจริงๆ

ดวงตาของตงฟางซวี่พลันเย็นยะเยือก หลิ่วอวิ๋นเฟิงกลับไม่หลบไม่ซ่อน มองไปที่เขาอย่างสงบนิ่งเช่นนั้น “ในเมื่อฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยแล้วย่อมไม่จำเป็นต้องหารือกับพวกกระหม่อมอีกต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความขุ่นเคืองระหว่างจักรพรรดิและขุนนาง”

“หยุด! เจ้ารู้หรือไม่ว่าอาศัยคำพูดเหล่านี้ของเจ้า เจิ้นสามารถลงโทษเจ้าได้!”

หลิ่วอวิ๋นเฟิงยืดอกขึ้นโดยพลัน “จักรพรรดิต้องการให้ขุนนางตาย ขุนนางไม่อาจไม่ตาย”

“เจ้า…” ตงฟางซวี่วางกระแทกพู่กันในมือลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปัง ตั้งแต่เขาเป็นจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินก็ไม่มีผู้ใดกล้าใช้ท่าทางและคำพูดเช่นนี้กับเขาอีก “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจิ้นจะไม่ทำอะไรเจ้า!”

บนใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นเฟิงปรากฏรอยยิ้มถากถางออกมา “ตำแหน่งขุนนางของกระหม่อมฝ่าบาทเป็นผู้ประทานให้ ฝ่าบาทต้องการเรียกกลับคืนยามใดย่อมได้ทั้งสิ้น ที่ผ่านมากระหม่อมถามใจตนเองล้วนไม่เคยทำสิ่งใดน่าละอาย ทั้งต่อฝ่าบาทและต่อตนเอง ยามนี้หากฝ่าบาทส่งทหารออกไปยังแคว้นเหลียน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร พวกขุนนางย่อมช่วยคลายกังวลให้ฝ่าบาท ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องห่วง”

ตงฟางซวี่สูดหายใจเย็นยะเยือก มือทั้งสองกำแน่นคล้ายอดกลั้นอะไรบางอย่าง “หรือว่า…เจ้าไม่อยากให้ซูเอ๋อร์กลับมา?”

“นางเป็นน้องสาวของกระหม่อม กระหม่อมย่อมอยากตามหานางกลับมา แต่เมื่อเทียบกับน้องสาวแล้ว ฝ่าบาทสำคัญยิ่งกว่า!” น้ำเสียงของหลิ่วอวิ๋นเฟิงเจือไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่ลังเลแม้แต่น้อย หากให้เขาเลือกระหว่างอวิ๋นซูและตงฟางซวี่ เขาย่อมเลือกตงฟางซวี่

“เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยเจิ้นเสีย!” ตงฟางซวี่ตบลงไปบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง กล่าวว่าตนสำคัญยิ่งกว่าอันใดกัน พวกเขาไม่เคยพยายามตามหาอวิ๋นซูแทนตน กระทั่งยังมีเรื่องสำคัญปิดบังตัวตนด้วยซ้ำ! แม้ตอนนี้ตนจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ แต่ผ่านไปนานเพียงนี้แล้ว หากมีร่องรอยอันใดพวกเขาย่อมปิดไม่มิด

เมื่อเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของตงฟางซวี่ หลิ่วอวิ๋นเฟิงกลับมิสั่นคลอนแม้แต่น้อย “กระหม่อมช่วยฝ่าบาทมาโดยตลอด!” พวกเขาพบว่าหากคำกล่าวเตือนไร้ประโยชน์ คงทำได้เพียงเคลื่อนไหวด้วยตนเองแล้ว

ทั้งสามสบตากันเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดยอมถอยให้ผู้ใด

เนิ่นนานผ่านไปตงฟางซวี่จึงเบนสายตาออกแล้วหันหลังไป “พวกเราสามคนคือพี่น้องกัน ทว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจิ้นไม่อยากเห็นเรื่องเช่นวันนี้อีก ถอยไปเถิด”

“…กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเดินออกมาจากห้องทรงอักษร บรรยากาศบนร่างของหลิ่วอวิ๋นเฟิงเต็มไปด้วยความกดดัน เฟิ่งอวี่ทอดถอนใจ เขาอดทนมานานเพียงนี้ วันนี้กลับระเบิดออกมาจนได้

“ซูเอ๋อร์อยู่ที่แคว้นเหลียนจริงหรือ?” จู่ๆ หลิ่วอวิ๋นเฟิงก็เอ่ยปากขึ้น เฟิ่งอวี่ดวงตาสว่างวาบ มองไปยังทิศทางอื่น “จักรพรรดิเซียวเป็นคนบ้า เชื่อได้หรือไร?”

หลิ่วอวิ๋นเฟิงค่อยๆ หยุดฝีเท้าลง “หากว่า…รัชทายาทหาตัวซูเอ๋อร์กลับมาได้จริงๆ ข้าอาจจะ…สังหารนางด้วยมือตัวเอง”

“…อวิ๋นเฟิง เจ้า…” บนใบหน้าของเฟิ่งอวี่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง เขาพบว่าบนใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นเฟิงเต็มไปด้วยความปวดใจ

“หนึ่งปีมานี้เจ้าเองก็เห็นแล้ว เพื่อซูเอ๋อร์ฝ่าบาทจึงกลายเป็นเช่นนี้ ล้วนกล่าวกันว่านารีเป็นเหตุ หากนางนำภัยพิบัติมาสู่แคว้นเฉินจริงๆ เช่นนั้นในฐานะที่เป็นพี่ชาย ข้าเองก็จำเป็นต้องลงมือ…โหดเหี้ยม” เขารู้ว่านี่ไม่ยุติธรรมต่ออวิ๋นซู แต่หลิ่วอวิ๋นเฟิงคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ ซูเอ๋อร์นาง…มิได้มีความรักเช่นสตรีบุรุษกับฝ่าบาท หากฝ่าบาทบีบบังคับนาง กักขังนางอยู่ข้างกาย สถานการณ์จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น พวกเขาสองคนก็จะลำบากเช่นกัน “ข้าทำใจตัดขาดความสัมพันธ์พี่น้องให้ขาดสะบั้นแล้ว ต่อให้ฝ่าบาทจะสังหารข้าก็ตาม”

เสียงตุบดังขึ้น เฟิ่งอวี่ตบลงบนไหล่ของเขาอย่างหนักแน่น “ไม่ จะปล่อยให้ฝ่าบาทหาท่านหมอเจอไม่ได้เป็นอันขาด เรื่องที่เจ้ากังวลเหล่านั้นจะต้องไม่เกิดขึ้น”

มีน้องสามอยู่ จะปล่อยให้ฝ่าบาทพาตัวอวิ๋นซูกลับมาได้อย่างไร

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 30 ตอนที่ 899 พี่น้องแตกหัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
20/06/2026
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.