หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 31 ตอนที่ 902 ได้เวลาเก็บแห
เล่มที่ 31 ตอนที่ 902 ได้เวลาเก็บแห
เซียวอี้เชินดวงตาเปล่งประกาย ทะยานตัวมารับถุงกระสอบในมือของอีกฝ่ายแล้ววางลงอย่างอดรนทนไม่ไหว เขาสูดหายใจลึก คลายถุงกระสอบออกช้าๆ ใบหน้าอันคุ้นเคยที่กำลังหลับลึกปรากฏอยู่เบื้องหน้าตน
บุรุษรูปงามเผยรอยยิ้มลึกล้ำออกมาบนใบหน้า เร่ร่อนไปมา สุดท้ายมิใช่ว่านางกลับมาข้างกายตนแล้วหรือ คราวนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยมือนางง่ายๆ อีกเป็นแน่
“เดินทางกลับแคว้นทันที!”
เซียวอี้เชินอุ้มสตรีบนพื้นขึ้น กระโดดเข้าไปในรถม้า จู่ๆ เขากลับคิดถึงอะไรบางอย่าง จับจ้องใบหน้านั้นเขม็ง
ที่นี่คือแคว้นเหลียน จะปล่อยให้เขาลงมือสำเร็จง่ายเพียงนั้นจริงหรือ? เมื่อคิดถึงตรงนี้ เซียวอี้เชินจึงยื่นมือออกไป เริ่มคลำบริเวณลำคอของสตรี ไม่มีหน้ากากหนังมนุษย์ ไม่มีร่องรอยการปลอมแปลงใบหน้า นี่คือใบหน้าดั้งเดิมของนางจริงๆ ในที่สุดเขาก็วางใจ บุรุษร่างสูงใหญ่หยุดมองชุดแต่งงานสีแดงอันเสียดแทงนัยน์ตา
“คิดจะแต่งให้ผู้อื่นหรือ? เจ้าถึงกับกล้าแต่งจริงๆ!” จู่ๆ เขาพลันจับคางของสตรีนางนั้น บดขยี้ริมฝีปากของนางอย่างเผด็จการ ราวกับต้องการลงโทษนางอย่างหยาบคาย จนกระทั่งบริเวณริมฝีปากเกิดโลหิตสายหนึ่งจึงค่อยหยุด
จักรพรรดิเซียวยืดตัวขึ้น มองไปยังริมฝีปากแดงที่ถูกตนทำลายด้วยความพึงพอใจ ราวกับได้ระบายความโกรธเกรี้ยวที่มีในหลายวันนี้ออกไป ค่อยๆ ใช้นิ้วโป้งเช็ดรอยเลือดให้อีกฝ่าย เขาคิดไว้แล้วว่าสมควรใช้วิธีการอันใดมากักขังนาง ทำให้นางเสียใจที่ตัดสินใจโง่งมเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาคิดกระทั่งว่าจะทำให้นางเกลียดชังตนอย่างลึกล้ำ ดีกว่าไม่การที่นางไม่สนใจใยดีตนเช่นตอนนี้มาก
เมื่อนางกลายเป็นฮองเฮาของตนอีกครั้ง เขาไม่เชื่อว่าองค์ชายแห่งแคว้นเหลียนผู้นั้นจะไม่รังเกียจจริงๆ
กลางดึก ขณะที่กองทัพทั้งหมดถอยไปแล้ว บุรุษที่อยู่ในสภาพเมามายเล็กน้อยจึงค่อยลืมตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตากระจ่างใสหาใดเปรียบ
“องค์ชาย คนถูกพาตัวไปแล้ว ส่วนพระชายาพักอยู่ในป่าชั่วคราวพ่ย่ะค่ะ”
ขณะนี้เฟิ่งหลิงถอดชุดแต่งงานบนร่างของตนออกเรียบร้อยแล้ว ด้านในถึงกับเป็นอาภรณ์สีดำ “เรื่องราวมิอาจรั้งรอ เตรียมม้าทันที! จำไว้ จะต้องช่วยนางออกมาให้ได้!”
“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ภายในห้องทรงอักษร ข้างหน้าต่างมีบุรุษผู้หนึ่งยืนเอามือไพล่หลัง จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรมองไปยังดวงจันทร์นวลกระจ่างในค่ำคืนนี้ พระพักตร์เจือไปด้วยความเย็นชาที่แตกต่างไปจากยามปกติ
ขันที่ใหญ่เดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทีกระวนกระวาย “ฝ่าบาท มีเรื่องสำคัญมารายงานพ่ะย่ะค่ะ!”
“เข้ามา”
“ฝ่าบาท แย่แล้ว พระชายาองค์ชายใหญ่หายไปแล้ว!” บนใบหน้าของขันทีใหญ่เต็มไปด้วยสีหน้าตกตะลึง ทว่าจักรพรรดิเหลียนกลับไม่แปลกใจมากนัก พระองค์โบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง “สั่งลงไป ปิดเมืองทั้งหมด ป้องกันเต็มที่! จะต้องพาตัวพระชายาองค์ชายใหญ่กลับมาให้ได้!”
ขันทีใหญ่รับพระบัญชาแล้วจึงจากไปอย่างร้อนรน ไม่นานทั่วทางพระราชวังก็จมลงสู่สถานการณ์คับขัน
มุมพระโอษฐ์ของจักรพรรดิเหลียนยกขึ้นเป็นรอยสรวลอันแปลกประหลาด ไม่ทราบว่ายามที่ไท่ซ่างหวงรู้ว่านั่นเป็นตัวแทนของกงซุนซูจะเผยท่าทีเช่นไรออกมา สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้
รถม้าคันหนึ่งแล่นอยู่ในป่าด้วยความรวดเร็ว บุรุษในอาภรณ์ชุดดำควบม้าไล่ตามไป
เสียงฝีเท้าม้ากระชั้นถี่ทำให้อวิ๋นซูเลิกผ้าม่านออกดู เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลางดงาม ใจที่หนักอึ้งพลันผ่อนคลายลงได้ในที่สุด เฟิ่งหลิงทะยานตัวลงจากหลังม้าขึ้นไปนั่งข้างกายอวิ๋นซูอย่างมั่นคง ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้ม เข้าใจกันโดยมิต้องเอ่ยคำใด
“สตรีนางนั้น…”
เฟิ่งหลิงยื่นมือออกไปกุมมือเล็กๆ ของนางแน่น “วางใจเถิด นางจะไม่เป็นไร”
อีกด้านหนึ่ง ภายในเรือนพักกลางภูเขาลึก “ทูลไท่ซ่างหวง พาคนมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงหนักๆ ดังแว่วมา สตรีผู้สวมอาภรณ์สีแดงทั้งร่างถูกโยนลงพื้นอย่างไร้มารยาท นางเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง มองไปยังฉากกั้นลมเบื้องหน้า เงาร่างอันเลือนลางมองไม่เห็นใบหน้า นี่คือไท่ซ่างหวงที่ควบคุมแคว้นเหลียนทั้งแคว้นมาโดยตลอดเช่นนั้นหรือ?
“คุณหนูกงซุน พวกเราพบหน้ากันอีกครั้งแล้ว”
ขณะนี้เอง มีบุรุษในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังนาง ดวงตาเต็มไปด้วยประกายที่ทำให้ผู้คนต้องตัวสั่น
“เดิมทีเจิ้นมิอยากให้เรื่องพัฒนามาถึงขั้นนี้ ก่อนหน้านี้เจิ้นมอบโอกาสให้คุณหนูกงซุนสองครั้งสองคราแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกของเจ้าเอง หากตอนนี้เปลี่ยนใจ เจิ้นย่อมคืนวันอันมงคลนี้ให้เจ้าได้”
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมา สตรีบนพื้นถึงกับเผยรอยยิ้มดูแคลนออกมา บุรุษชุดดำทั้งสองที่อยู่ด้านหลังตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “สุราคารวะไม่ดื่มจะดื่มสุราลงทัณฑ์!” กล่าวจบก็ดึงนางขึ้นจากพื้น สับสันมือไปยังสตรีนางนั้นจนสลบ
ภายในคุกใต้ดินอันมืดมิดฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นเนื้อเน่าอันเข้มข้น ทั้งยังมีไอร้อนถาโถมเข้าสู่ใบหน้า
เสียงซ่าดังขึ้น น้ำเย็นถูกสาดลงไปบนร่างของสตรีที่ถูกขึงอยู่บนแท่นเหล็ก นางพลันได้สติกลับมา
“ตื่นแล้วหรือ? เชื่อว่าคุณหนูกงซุนคงมิอยากพบกับการต้อนรับเช่นนี้กระมัง? ทั้งๆ ที่สามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งพระชายาองค์ชายใหญ่ได้อย่างสงบสุขแท้ๆ แต่กลับตั้งตัวเป็นศัตรูกับไท่ซ่างหวง คุ้มค่าหรือไม่เล่า?”
ผู้อาวุโสแย้มยิ้มโหดเหี้ยม บนมือของเขาถืออุปกรณ์ทรมานแต่ละชนิดขึ้นมาราวกับกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมองไม่เห็น เหล็กนาบชิ้นหนึ่งถูกนำไปเผาอยู่ในเตาไฟจนปรากฏสีแดงและส่งไอร้อนออกมา สตรีนางนั้นหอบหายใจเล็กน้อย แต่กลับกัดฟันมิยอมเอ่ยแม้แต่คำเดียว
“ตอนนี้ขอเพียงคุณหนูกงซุนบอกเทียบยาอายุวัฒนะออกมาและหลอมยาให้พวกเราอีกครั้ง ไท่ซ่างหวงย่อมเห็นคุณหนูเป็นแขก มิจำเป็นต้องรับความลำบากเช่นนี้”
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ ในดวงตาของสตรีกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในที่สุดท่าทางเช่นนี้ก็ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองโกรธเกรี้ยว “กล่าววาจาไร้สาระกับนางให้น้อยหน่อย ให้นางสัมผัสความเจ็บปวดเสียก่อน อีกสักครู่ย่อมเชื่อฟังเอง”
เมื่อกล่าวจบ เหล็กนาบอันร้อนผะผ่าวก็ประทับลงไปบนไหล่ของสตรีนางนั้น มีเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังแว่วมาโดยพลัน ตามมาด้วยกลิ่นเนื้อถูกเผาไหม้ที่ตลบอบอวล
ผิวหนังที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมปรากฏสู่ภายนอก อาภรณ์รอบด้านยังมีประกายไฟเกิดขึ้นเล็กน้อย ผู้อาวุโสทั้งสองหัวเราะด้วยความลำพองใจ “เป็นอย่างไรสาวน้อย เจ้าคิดว่าไม่พูดแล้วจะมีชีวิตรอดออกไปได้หรือ?”
สตรีบนแท่นเหล็กดิ้นอย่างแรง เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงมาบนใบหน้า นางกัดริมฝีปากแน่น ทนรับความเจ็บปวดราวกับมิใช่คนเช่นนี้ต่อไป
คิดไม่ถึงว่านังเด็กนี่จะหยิ่งยโสถึงเพียงนี้! ผู้อาวุโสทั้งสองสบตากัน ดูท่าทางคงเจ็บปวดไม่พอกระมัง ไม่มีผู้ใดที่ตกอยู่ในมือพวกเขาแล้วไม่เชื่อฟัง
เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังแว่วมาอีกครั้ง คละเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของผู้อาวุโส
“ยังไม่ได้พูดอีก! ถือโอกาสที่ตอนนี้ยังดูเป็นผู้เป็นคนอยู่บ้างพูดออกมาเสีย อย่ารอให้ถึงยามที่ทนไม่ไหวแล้วค่อยพูด มิเช่นนั้นสภาพคงน่าอนาถจนมิอาจทนมอง กระทั่งองค์ชายใหญ่ก็คงจำเจ้าไม่ได้!”
“ประเดี๋ยวก่อน นี่ไม่ค่อยถูกต้อง!” ตอนนี้เอง ผู้อาวุโสคนหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปฉีกแขนเสื้อของสตรีนางนั้น เหนือจุดชีพจรสำคัญบนแขนถึงกับปรากฏเส้นสีแดงอันเสียดแทงนัยน์ตา
“อะไรกัน?! นี่ นี่มัน…”
“นางเป็นตัวปลอม!” ผู้อาวุโสกัดฟัน หุ่นเชิดที่พวกเขาสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ส่งไปอยู่ข้างกายจักรพรรดิเซียวแล้ว คิดไม่ถึงว่าที่พวกเขาแย่งชิงมาได้จะเป็นตัวปลอมที่ใช้วิธีเดียวกันสร้างขึ้นมา! ผู้ที่รู้จักใช้กลยุทธ์เท็จแทนจริงมิได้มีเพียงตระกูลอู่สายในเท่านั้น พวกเขาติดกับอีกครั้งแล้ว!
“นี่จะทำเช่นไรดี หากไท่ซ่างหวงทรงทราบ พวกเราคง…”
“ไม่ คนที่จักรพรรดิเหลียนเตรียมไว้ในวังหลวงพากลับมาคือนาง พวกเราพบว่านางเป็นตัวปลอม ไม่เพียงแต่จะไม่ผิดกลับมีผลงานด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก!”
เพียงไม่นาน ข่าวนี้ก็แพร่ไปถึงหูไท่ซ่างหวง ในยามที่สตรีอ่อนแอผู้นั้นถูกโยนลงบนพื้นต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง ทุกคนพากันหลุบตาไม่กล้ามองไปยังบุรุษที่อยู่หลังฉากกั้นลม
ตัวปลอม? “เป็นผู้ใดส่งมาให้เจิ้น มอบคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมาเสีย” หลังฉากกั้นลมมีเสียงเปี่ยมอันตรายดังขึ้น
ชานกงกงรีบคุกเข่าลงด้วยความร้อนรน เขาปรนนิบัติอยู่ข้างกายไท่ซ่างหวงมานานหลายปี ย่อมรู้ว่ายามนี้อีกฝ่ายกำลังจมอยู่ในความโกรธเกรี้ยวอันไร้ก้นบึ้ง หากไม่ระมัดระวัง ทุกคนที่นี่อาจหัวหลุดจากบ่าก็เป็นได้ “ทูลไท่ซ่างหวง นี่…มิน่าเป็นไปได้กระมัง? องครักษ์ในวังหลวงเห็นคุณหนูกงซุนเข้าไปในห้องหอแล้วก็มิได้ออกมาอีก พวกเขาทำงานอยู่ในวังมาหลายปีเพียงนี้ ไม่เคยผิดพลาดมาก่อน”
ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้างร้อนตัวขึ้นมาแล้ว “ชานกงกง พวกเรามิได้ดูผิดเป็นแน่ นางมิใช่คุณหนูกงซุน แต่เป็นตัวปลอมที่กินยาปลอมแปลงใบหน้าเข้าไป ร่องรอยที่ปรากฏบนแขนของนางเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด!”
เพียงไม่นานก็มีบุรุษชุดดำสองคนปรากฏตัวภายในห้อง “ทูลไท่ซ่างหวง วันนี้ในเมืองหลวงมีการปิดเมืองป้องกันแน่นหนา ในวังมีข่าวแว่วมาว่าพระชายาองค์ชายใหญ่หายตัวไป ชาวบ้านทั้งเมืองต่างกำลังตามหา ตอนนี้ในเมืองหลวงคนในมิอาจออกคนนอกมิอาจเข้า”
ดูท่าทางกงซุนซูหายตัวไปคงจะเป็นเรื่องจริง มิเช่นนั้นเหตุใดจึงระดมผู้คนมากมายเช่นนี้
“ตอนนี้องค์ชายใหญ่อยู่ในวังหรือไม่?”
“…” บุรุษชุดดำดวงตาเปล่งประกาย ได้ยินเสียงเพล้งดังขึ้น หลังฉากกั้นลมมีเสียงถ้วยชาแตกดังแว่วมา ทุกคนรีบคุกเข่าก้มตัวรอคลื่นลมอันบ้าคลั่งที่กำลังจะมาถึงอย่าเงียบงัน
“พวกเขาอยู่ที่ใด?!” นี่เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของไท่ซ่างหวงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นนี้
ทุกคนมองไปยังสตรีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสบนพื้น คิดไม่ถึงว่านางกลับเงยหน้าขึ้น ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
“โอหัง! ถึงกับกล้าเสียมารยาทต่อไท่ซ่างหวงเชียวหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นไหมนุษย์ [1]?”
อย่างไรก็ตาม บุรุษหลังฉากกั้นลมกลับส่งสัญญาณมือให้พวกเขาหยุด “ไม่เสียทีที่เป็นโอรสของเจิ้น รู้จักวิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง หากพ่ายแพ้ง่ายดายเพียงนั้นมิใช่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อปีนั้นเจิ้นมีสายตาคับแคบหรือ? ไล่ตามไป ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกก็ต้องจับพวกเขามาให้เจิ้นให้ได้!”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากมิทำให้พวกเขารู้ว่าการต่อต้านตนต้องแลกด้วยสิ่งใด แผ่นดินแคว้นเหลียนคงต้องเปลี่ยนเจ้าของจริงๆ ทว่าต้องให้ตนเห็นด้วยก่อนถึงจะถูก
“ได้ยินว่าจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินก็ตามหาคนผู้หนึ่งหรือ? รีบสั่งคนให้แพร่ข่าวออกไป กล่าวว่าคนอยู่ในมือของจักรพรรดิเซียวแล้ว วางแผนไว้นานเพียงนี้ ได้เวลาเก็บแหแล้ว”
ทุกคนถอยออกไปอย่างระมัดระวัง ผู้อาวุโสทั้งสองลากสตรีนางนั้นออกไปอย่างไร้ไมตรี โยนนางไว้ด้านข้าง “เอาหัวใจและตับของนางมาทำยาเป็นอย่างไร?”
“ผู้อาวุโสทั้งสอง สตรีนางนี้มอบให้ผู้น้อยจัดการเถิด ล่วงเกินไท่ซ่างหวงมีจุดจบเพียงอย่างเดียว” บุรุษในอาภรณ์ชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวข้างกายผู้อาวุโส พวกเขาสบตากัน รีบยิ้มอย่างจนใจ “ลำบากแล้ว อย่างไรเสียก็ไม่ขาดแคลนหัวใจมนุษย์”
จนกระทั่งคนทั้งสองจากไป บุรุษชุดดำผู้นั้นจึงส่งสายตาเป็นสัญญาณให้สตรีบนพื้น อีกฝ่ายดวงตาเปล่งประกาย หรือว่าบุรุษผู้นี้เป็นคนที่องค์ชายใหญ่เตรียมไว้รับตนกลับไป?
ภายในป่าที่ไร้ซึ่งผู้คน บุรุษชุดดำยัดห่อสัมภาระให้สตรี “รักษาตัวด้วย!”
“ช้าก่อน! พวกองค์ชายใหญ่เขา…ไปจากเมืองหลวงอย่างปลอดภัยหรือไม่?”
บุรุษชุดดำพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาของสตรีเปียกชื้น “เช่นนี้ก็ดีแล้ว เช่นนี้ก็ดีแล้ว” เดิมทีนางคิดใช้ชีวิตแสดงถึงความซื่อสัตย์ของตน คิดไม่ถึงว่าองค์ชายจะไม่ยอมให้มีผู้ใดเสียสละจริงๆ “จะต้องคุ้มครององค์ชายใหญ่และพระชายาให้ดี จะต้องคุ้มครองให้ดี”
“วางใจเถิด ภารกิจของเจ้าสำเร็จแล้ว ไปใช้ชีวิตของตนเองเถิด”
หลังจากกล่าวประโยคนี้จบพลันมีลมเย็นพัดมา เบื้องหน้าไม่มีเงาร่างของบุรุษชุดดำผู้นั้นอยู่อีก
————————————
คำอธิบายเพิ่มเติม
[1] ไหมนุษย์ เป็นการลงโทษที่โหดเหี้ยมอย่างหนึ่งของจีนยุคโบราณ กระทำโดยการตัดแขน ตัดขา ตัดลิ้น ควักลูกตา แล้วยัดลงในไห แช่อยู่ในยาและของเสียตัวเองจนตาย