หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 31 ตอนที่ 906 องค์ชายรองมาถึงแล้ว
เล่มที่ 31 ตอนที่ 906 องค์ชายรองมาถึงแล้ว
“น้องแปด เจ้าเป็นอะไรไป?” หวงฝู่หลินลุกขึ้นยืน ทว่าน้ำเสียงกลับมิได้เคร่งเครียดเท่าใดนัก
พบว่าผู้เยาว์ที่ทรุดอยู่บนโต๊ะหินมีท่าทางเจ็บปวดยิ่งนัก เขากำหมัดแน่น “เสด็จพี่สาม ท่าน ท่านเอาอะไรให้รุ่ยเอ๋อร์ดื่ม…”
ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดพา บุรุษชุดดำบนหลังคาพลันทะยานลงสู่ศาลา
“องค์ชายสามทำได้ดียิ่ง อีกไม่นานองค์ชายรองจะเสด็จมาที่นี่แล้ว”
หวงฝู่หลินตอบรับเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้มอบให้ข้าทำก็พอ เสด็จพี่รองออกจะหวาดระแวงเกินไปบ้าง ไม่เชื่อใจข้าหรือไร?”
“ฮ่าๆๆ ย่อมมิใช่เช่นนั้น องค์ชายแปดล่วงเกินองค์ชายรอง องค์ชายรองย่อมอยากมาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยพระองค์เอง” บุรุษชุดดำมิได้สังเกตเลยว่านิ้วมือของหวงฝู่รุ่ยกระตุกเล็กน้อย
ไม่นานเสียงฝีเท้ากระชั้นถี่ก็ดังแว่วมาจากบริเวณไม่ไกล ในดวงตาของหวงฝู่อวี้เจือประกายอดรนทนไม่ไหว เมื่อเห็นผู้เยาว์ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะไม่เคลื่อนไหวจึงหัวเราะออกมาได้ในที่สุด “ฮ่าๆๆ ทำได้ดี! ให้เดรัจฉานนี่รับรู้ถึงความร้ายกาจของพวกเราเสียหน่อย!”
หวงฝู่อวี้เดินเข้ามาในศาลา ยกเท้าถีบไปบนร่างของหวงฝู่รุ่ยอย่างโหดเหี้ยม ผู้เยาว์ตกกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง หวงฝู่หลินที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว รีบเข้าไปหยุดบุรุษผู้จมอยู่ในความยินดี “เสด็จพี่รอง เขาตายไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้กระมัง?”
เขาไม่สนใจใบหน้าที่ดูขาวซีดของอีกฝ่าย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ “เดรัจฉานน้อย รู้ถึงความร้ายกาจขององค์ชายเช่นข้าแล้วหรือไม่? ไม่ยอมเป็นองค์ชายไปดีๆ กลับรั้นอยากจะรนหาที่ตาย! ห้องทรงอักษรของเสด็จพ่อใช่สถานที่ที่เดรัจฉานเช่นเจ้าเข้าไปได้ตามใจหรือ?”
หวงฝู่อวี้ ยินดีจนแทบจะลอยได้ ความหงุดหงิดในหลายวันก่อนหน้านี้ถูกกวาดออกไปจนหมดสิ้น ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของเขาเสียดแทงนัยน์ตาหวงฝู่รุ่ยเป็นพิเศษ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเสด็จพี่รองจะต้องการชีวิตเขาเช่นนี้!
“สวนใสกระจ่างเป็นสถานที่ที่ดี นับว่าข้ามิได้ใจร้ายกับเจ้านัก เลือกสถานที่สะดวกสบายเช่นนี้มาจบชีวิตเจ้า เทียบกับน้องสี่แล้ว เจ้าดีกว่ามาก”
เมื่อกล่าวถึงหวงฝู่อี้ ดวงตาของหวงฝู่หลินพลันเกิดประกายแวววาว “เสด็จพี่รองหรือว่า…เสด็จพี่สี่ก็เป็นท่าน…”
“ทำไม มีอะไรต้องตกใจ เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมีความคิดอยากตายนานแล้ว ข้าเพียงช่วยเขาครั้งหนึ่ง สภาพเช่นนั้นมิใช่ว่าอยู่มิสู้ตายหรอกหรือ?” ขณะที่หวงฝู่อวี้กล่าวคำนี้ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีเพียงท่าทางยโสโอหังราวกับได้ช่วยชีวิตผู้อื่นก็มิปาน
เป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย! น้องสี่ถูกเสด็จพี่รองสังหารจริงๆ! ขณะนี้หวงฝู่หลินยิ่งมั่นใจว่าทางเลือกของตนมิได้ผิดพลาด หวงฝู่อวี้ไม่เห็นความสัมพันธ์พี่น้องอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เมื่อใดจะเวียนมาถึงคราวตนก็มิอาจทราบ
“องค์ชาย เขายังมีลมหายใจอยู่ จะให้…” บุรุษชุดดำที่อยู่ด้านข้างแผ่ไอสังหารออกมาจากดวงตา
“โยนเขาลงทะเลสาบเสีย แล้วก็…หาแพะรับบาปมาแล้วหรือไม่?”
“ยังต้องการแพะรับบาปอันใดอีก?!” ขณะนี้เอง ภายในสวนมีเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขึ้น หวงฝู่อวี้แข็งทื่อไปทั้งร่าง หันกลับไปด้วยความตื่นตะลึง ไม่ใช่กระมัง เสียงเช่นนี้…
บริเวณลานกว้างที่เดิมทีมืดมนอับแสงกลับสว่างไสวขึ้นมาโดยพลัน องครักษ์กลุ่มหนึ่งจุดคบเพลิงพุ่งทะยานเข้ามาจากด้านข้าง พริบตาเดียวก็ล้อมหวงฝู่อวี้ที่ทำอะไรไม่ถูกเอาไว้ตรงกลาง
บุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีเหลืองสว่างปรากฏตัวในทัศนะวิสัยของหวงฝู่อวี้พร้อมด้วยความเย็นยะเยือกอันไร้ก้นบึ้งที่แพร่ออกมาเต็มร่าง อีกฝ่ายพลันสองขาอ่อนแรง “สะ เสด็จพ่อ…”
“ดี! ดี! ดีจริงๆ! เจิ้นไม่เคยรู้เลยว่าตนเองมีโอรสใจคอโหดเหี้ยมเพียงนี้!” หากมิใช่ว่าวันนี้ได้ยินกับหูได้เห็นกับตา พระองค์คงไม่กล้าเชื่อว่าคุณธรรมน้ำใจของหวงฝู่อวี้จะล้มเหลวจนถึงระดับนี้! ดูท่าทางความใจอ่อนของพระองค์คงเป็นเรื่องผิดพลาด ผิดพลาดครั้งใหญ่!
บุรุษผู้นั้นคุกเข่าลง “เสด็จพ่อเข้าใจผิดแล้ว! โปรดฟังลูกอธิบายก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เสด็จพ่อคิด…เป็น เป็นน้องสาม! เป็นเขาต้องการวางยาพิษสังหารน้องแปด โชคดีที่ลูกมาทันเวลา เสด็จพ่อรีบสั่งให้หมอหลวงมาช่วยรักษาพิษให้เขาเถิด!”
หวงฝู่หลินดวงตามืดครึ้มลงโดยพลัน เขาคาดเดาได้นานแล้วว่าอีกฝ่ายจะผลักความผิดทั้งหมดมาอยู่บนร่างของตนเช่นนี้จึงมิได้แปลกใจมากนัก ทำเพียงยืนอยู่ที่เดิมอย่าเงียบงัน
“สมควรตาย! น้องสาม ยังไม่รีบคุกเข่ายอมรับผิดกับเสด็จพ่ออีก!” หวงฝู่อวี้กัดฟันแน่น ตอนนี้หวงฝู่หลินควรก้าวออกมารับผิดแทนตนถึงจะถูก มิใช่ว่าเขาเชี่ยวชาญเรื่องเช่นนี้เป็นที่สุดหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นที่ตนเก็บเขาไว้ข้างกายก็เพื่อป้องกันสถานการณ์เช่นนี้
หวงฝู่หลินสูดหายใจลึก จากนั้นจึงยกชายอาภรณ์คุกเข่าลง แต่กลับไม่กล่าวคำใดแม้เพียงประโยคเดียว
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรผ่านองค์ชายทั้งสองพระองค์ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น สุดท้ายจึงไปหยุดอยู่บนร่างของหวงฝู่หลิน จู่ๆ กลับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หรือว่ากระดาษแผ่นนั้นเป็นลูกสามส่งให้ตน?
“น้องสามลงมือโหดเหี้ยมกับพี่น้อง เป็นโทษหนักหนามิอาจอภัย เสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” หวงฝู่อวี้รีบชะล้างตนเองให้สะอาด คิดเพียงต้องการทำให้ความสงสัยที่เสด็จพ่อมีต่อตนหมดไป
อย่างไรก็ตาม เนิ่นนานผ่านไปเหนือศีรษะกลับมีสุรเสียงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นดังแว่วมา “อวี้เอ๋อร์ ตราประทับของเจิ้นใช้ได้สะดวกราบรื่นดีหรือไม่?”
หวงฝู่อวี้แข็งทื่อไปทั้งร่าง เสด็จพ่อทรงตรัสถึงเรื่องเก่าอีกแล้ว! ทั้งๆ ที่ตนรู้อยู่แล้ว…นี่หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าเสด็จพ่อไม่เชื่อตน?
“เสด็จพ่อ ลูก…”
“พ่อให้โอกาสเจ้าไปครั้งหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ พ่อเสียใจยิ่งนัก!”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา หวงฝู่อวี้พลันเงยหน้าขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เสด็จพ่อลูกอธิบายได้! น้องสาม เจ้ายังไม่รีบมารับความผิดอีก!” เขากัดฟันพลางหันไป หวงฝู่หลินทำเพียงมองเขาอย่างเรียบเฉย สุดท้ายจึงโขกศีรษะให้จักรพรรดิเหลียนอย่างแรง “เสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วย”
“เสด็จพ่อ น้องสามยอมรับผิดแล้ว!” หวงฝู่อวี้มีความยินดีเต็มหน้า “ยามปกติลูกคิดว่าน้องสามเป็นคนเคร่งขรึมจริงจัง ไม่นึกว่าเขาจะมีใจคอโหดเหี้ยมเพียงนี้! เรื่องขนส่งเกลือก่อนหน้านี้เป็นความผิดของลูก แต่คราวนี้ไม่เกี่ยวกับลูกจริงๆ เสด็จพ่อโปรดพิจารณาด้วย!”
เพี้ยะ!
เสียงหนึ่งดังสนั่น ทำให้สวนใสกระจ่างเงียบงันในพริบตา
รอยฝ่ามือสีแดงที่ปรากฏบนใบหน้าข้างหนึ่งของหวงฝู่อวี้ ดูชัดเจนเป็นพิเศษ ทุกคนรู้สึกสั่นสะท้านในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นจักรพรรดิเหลียนมีท่าทีโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งใจ
“เจิ้นก็ไม่คิดว่าเจ้าจะใจคอโหดเหี้ยมเพียงนี้เช่นกัน”
“ไม่ ไม่ใช่…”
“เมื่อครู่เจิ้นได้ยินชัดเจนแล้ว ดูท่าทางเจ้าคงอดรนทนไม่ไหว อยากนั่งบนตำแหน่งของเจิ้นจนตัวสั่น ถึงกับปล่อยให้อำนาจและความริษยาบดบังดวงตาทั้งสอง กระทั่งพี่น้องก็ยังไม่ละเว้น! หากยังปล่อยเจ้าไปอีก เจิ้นจะมีหน้าไปพบบรรพบุรุษได้อย่างไร!”
ความหวาดกลัวในใจของหวงฝู่อวี้แผ่ขยาย เขายื่นมืออันสั่นเทาออกไปจับชายฉลองพระองค์ของจักรพรรดิเหลียน “เสด็จพ่อ ไม่ มิใช่ลูกจริงๆ…”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังไม่ตระหนักอีกหรือ!? เด็กๆ องค์ชายรองจิตใจโหดเหี้ยม ทำร้ายพี่น้องของตน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้ปลดออกจากตำแหน่งองค์ชายกลายเป็นสามัญชน ส่งไปที่ชายแดน ห้ามเหยียบเข้ามาในเมืองหลวงแม้เพียงครึ่งก้าว!”
“อะไรนะ? เสด็จพ่อ ท่านจะทิ้งลูกไม่ได้ ฟังลูกอธิบายก่อน…”
“เจิ้นไม่ต้องการชีวิตเจ้า จงหาที่สงบๆ คิดให้ดีว่าชีวิตนี้ของเจ้าทำอะไรลงไปกันแน่” จักรพรรดิเหลียนไม่มองเขาอีกแม้เพียงสายตา โบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังพลันเดินเข้ามาคุมตัวหวงฝู่อวี้
“ไม่เสด็จพ่อ! ลูกไปไม่ได้! ทั้งๆ ที่ลูกเป็นองค์ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุด เหตุใดเสด็จพ่อไม่ยอมมองลูก? ท่านจะต้องเสียใจ! เสด็จพ่อ ท่านจะต้องเสียใจ!”
ไม่นานบุรุษก็ถูกลากออกไป จากนั้นคนชุดดำก็ถูกจับกุมเช่นกัน
“ลากตัวเขาออกไป ทำให้เขาบอกเรื่องที่เคยทำให้องค์ชายรองออกมาให้หมด”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
จักรพรรดิเหลียนมีพระพักตร์เคร่งขรึมลง หวงฝู่รุ่ยที่เมื่อครู่ยังคงนอนอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด ยามนี้กลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ใช่แล้ว เขามิได้ถูกพิษ เนื่องจากในตำราทหารที่หวงฝู่หลินมอบให้เขาเขียนอักษรไว้แถวหนึ่ง ความว่า ในสุรามีพิษ ให้เขาแกล้งทำเป็นถูกพิษเพื่อหลอกลวงผู้จับตามอง
“เสด็จพ่อ…”
บนใบหน้าของหวงฝู่หลินเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด หากมิใช่เพราะเขา เสด็จพี่รองคงไม่ตกลงสู่จุดจบเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขา
จักรพรรดิเหลียนพยักพระพักตร์เล็กน้อย จากนั้นจึงทอดพระเนตรไปยังหวงฝู่หลินที่เงียบมาโดยตลอด
“เหตุใดคราวนี้เจ้าจึงไม่ทำตามคำสั่งของอวี้เอ๋อร์? เจิ้นต้องการฟังความจริง” พระองค์อยากรู้ว่าลูกสามมีความคิดเช่นไรกันแน่
หวงฝู่หลินสูดหายใจลึก เสด็จพ่อคาดเดาเรื่องราวได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมอง “ลูกไม่อยากลงมือกับน้องแปด”
“อ้อ?”
“หลังจากน้องสี่ตาย ลูกก็สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเสด็จพี่รองมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ ส่วนน้องแปดอายุยังน้อย ลูกคิดว่าเขาไม่ควรมีจุดจบเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่กล้าคล้อยตามการตัดสินใจของเสด็จพี่รองอย่างไร้เหตุผล ลูกเลอะเลือนไปชั่วขณะ ช่วยเสด็จพี่รองกระทำเรื่องชั่วช้ามากมาย เสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ลูกสามมีจิตใจลึกล้ำยิ่งกว่าที่พระองค์คาดเดาจริงๆ จักรพรรดิเหลียนกำลังใคร่ครวญว่าควรมอบโทษทัณฑ์เช่นไรจึงจะทำให้หวงฝู่หลินจดจำไปชั่วชีวิต ทว่าผู้เยาว์ที่อยู่ด้านข้างกลับคุกเข่าลง
“เสด็จพ่อโปรดอภัยให้เสร็จพี่สามด้วยเถิด หากมิใช่เพราะเสด็จพี่สามช่วยเหลือ เกรงว่าว่าลูกคงถูกพิษตายไปจริงๆ แล้ว!”
จักรพรรดิเหลียนเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย “รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าผู้ใดเป็นคนนัดเจ้ามาที่สวนใสกระจ่าง?”
“ลูกจำได้ เพียงแต่เสด็จพี่สามถูกบีบบังคับจึงสิ้นไร้หนทางเช่นกัน เรื่องราวผิดถูกมากมาย หากจดจำเพียงสิ่งไม่ดีของผู้อื่น สุดท้ายผู้ที่จะถูกทำร้ายก็คือตนเอง ดังนั้นลูกจึงคิดจดจำเพียงเรื่องดีๆ ที่ผู้อื่นกระทำต่อลูก!”
จักรพรรดิเหลียนคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหวงฝู่รุ่ยที่ยังเยาว์จะกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมา หากคิดเพียงเรื่องไม่ดีของผู้อื่นจะเป็นการเพิ่มความเกลียดชังในใจของตนจนดวงตาทั้งสองถูกบดบังเหมือนกับหวงฝู่อวี้ ความใจกว้างของเด็กคนนี้หาได้ยากจริงๆ
หวงฝู่หลินที่อยู่ด้านข้างดวงตาเปล่งประกาย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในการคาดเดาของเขา
“ในเมื่อรุ่ยเอ๋อร์ขอร้องแทนเจ้า พ่อจะยอมเมตตาสักครั้ง ขอเพียงเจ้าสารภาพทุกเรื่องที่เจ้ารู้ออกมา สร้างผลงานชดเชยความผิด วันหน้ารักษาตนเองให้สงบปลอดภัย เจิ้นจะยอมลืมความผิดที่เจ้ากระทำไปเสีย”
หวงฝู่หลินมีสีหน้าเคร่งขรึมลง จากนั้นจึงโขกศีรษะด้วยความซาบซึ้งใจ “ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตา”
“รุ่ยเอ๋อร์ ต้องการเรียกหมอหลวงมาจับชีพจรให้เจ้าหรือไม่?”
หวงฝู่รุ่ยส่ายหน้า แม้ความเจ็บปวดบนร่างที่ถูกหวงฝู่อวี้ถีบตกพื้นยังคงหลงเหลืออยู่ แต่หากเทียบกับความเจ็บปวดในใจย่อมไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง “โชคดีที่เสด็จพี่สามกล่าวเตือนลูกจึงมิได้ดื่มเหล้าพิษลงไป ขอบพระทัยเสด็จพี่สามที่เป็นห่วง”
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังหวงฝู่หลินอย่างลึกล้ำ จากนั้นจึงตรัสทิ้งไว้ประโยคหนึ่ง “เจิ้นไม่อยากสูญเสียพวกเจ้าไปอีกแม้เพียงคนเดียว วันหน้าจะต้องใคร่ครวญความผิดพลาดของตนให้ดี ประพฤติตัวเองให้ดี”