หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 943 กว่าจะเข้าใจ
เล่มที่ 32 ตอนที่ 943 กว่าจะเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม หากจะให้นั่งรอเฉยๆ ก็มิใช่นิสัยของท่านมหาราชครู เขากลับอยากจะเห็นเสียจริง ซูฉินจะลงมือหรือไม่ จะลงมือโหดเหี้ยมกับตนที่เป็นบิดาหรือไม่!
“ดูท่าทางคงได้เวลาหงายไพ่กับฉินเอ๋อร์แล้ว ข้าให้เวลานางมากพอแล้ว” บนใบหน้าของท่านมหาราชครูปรากฏรอยยิ้มลึกล้ำแฝงความหมาย จากนั้นจึงส่งสัญญาณไปในอากาศ ไม่นานก็มีบุรุษชุดดำหลายคนปรากฏตัวเบื้องหน้าท่านมหาราชครู
การที่บิดาและบุตรตรีได้พบกันอีกครั้งในคราวนี้ทำให้ท่านมหาราชครูตัดสินใจได้แล้ว ผลลัพธ์คล้ายจะคาดเดาได้โดยไม่ต้องคิด อย่างไรก็ตามคราวนี้เขาไม่ปล่อยให้นางจากไปง่ายๆ เพียงนั้นแน่
เดิมทีคิดว่าไม่ได้พบกันนาน บุตรีอาจฟังเขาพูดดีๆ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คงทำได้เพียงบีบบังคับให้นางกลับไป!
แผนการของท่านมหาราชครูก็คือพาตัวซูฉินกลับไปยังตะกูลมหาราชครู เช่นนั้นเฟิ่งหลิงย่อมมิอาจไม่สนใจมารดาของตนเป็นแน่ เมื่อถึงตอนนั้นย่อมจำต้องฟังคำสั่งตน หากจักรพรรดิเหลียนชนะในการต่อสู้กับไท่ซ่างหวง สุดท้ายในมือตนมีซูฉินเป็นไพ่ตาย กระทั่งจักรพรรดิเหลียนก็ต้องยอมโดยดี
ท่านมหาราชครูไม่คิดว่าตนเห็นแก่ตัวหรือน่ารังเกียจ เขาทำเช่นนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลมหาราชครู เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องถูกผู้อื่นควบคุมไปตลอดกาล!
“เป็นทางนี้หรือ?”
ภายในป่าอันเงียบสงบฟุ้งกระจายไปด้วยหมอกหนาท่ามกลางม่านราตรี แม้แสงจันทร์สว่างไสว ทว่ากลับมิอาจสลายหมอกรอบตัวพวกเขาได้ ทำให้เส้นทางเบื้องหน้าถูกบดบังเอาไว้
“ใต้เท้า เป็นทางนี้ไม่ผิดแน่ขอรับ แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงให้ความรู้สึกบอกไม่ถูก” บุรุษชุดดำที่อยู่ข้างกายคอยกำจัดพืชหนามด้านหน้าไม่หยุด ทั้งๆ ที่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านคุ้นเคยเพียงนี้ ทว่าพวกเขาเดินนานแล้วกลับยังไม่เห็นเรือนพักอันคุ้นเคย
ขณะนั้นเอง ท่านมหาราชครูหยุดฝีเท้าลงโดยพลัน ในดวงตามีประกายพาดผ่าน ไม่นานก็เผยรอยยิ้มลึกล้ำออกมา
“ฮ่าๆๆๆ ไม่เสียทีที่เป็นลูกศิษย์ที่ข้าภาคภูมิใจ ถึงวันนี้แล้ว เพิ่งจะเจอค่ายกลที่ถูกจัดวางไว้ที่นี่!”
ไป๋ชิงหลินยังไม่ตายจริงๆ! ท่านมหาราชครูมองไปยังค่ายกลรอบๆ นี่คงเกี่ยวข้องกับชิงหลินอย่างมิอาจแยกแยะ ความสามารถของชิงหลินเพิ่มขึ้นไม่น้อยจริงๆ กระทั่งเขาที่เป็นอาจารย์ยังเกือบมองข้ามร่องรอยไป
ดูท่าทางฉินเอ๋อร์เมีการตรียมตัวมาก่อนแล้ว มิเช่นนั้นจะเพิ่งมาวางค่ายกลที่นี่หลังจากฟันแขนซ้ายของหวงฝู่เฉินขาดได้อย่างไร หรือต้องการถ่วงเวลา? เชื่อว่า…นางคงเคลื่อนไหวแล้วกระมัง
“ถึงแม้ค่ายกลนี้จะทำได้ไม่เลว แต่จะอย่างไร…ก็ยังเป็นลูกศิษย์ข้า” บนใบหน้าของท่านมหาราชครูเผยรอยยิ้มลึกล้ำ
เรือนพักในค่ำคืนนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เสียงนกเสียงแมลงยามค่ำคืนดังกระจ่างชัด ตามมาด้วยเสียงสายลมพัดใบไผ่ให้บรรยากาศสงบนิ่ง
เงาร่างหลายร่างปรากฏตัวนอกเรือนพัก นอกจากท่านมหาราชครูแล้ว บนร่างของคนอื่นๆ ล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่
ไม่นาน แสงสว่างของคบเพลิงก็ปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนพัก เสียงของท่านมหาราชครูดังเข้ามาจากด้านนอก
“ฉินเอ๋อร์ พ่อมาหาเจ้าแล้ว ออกมาเถิด”
เสียงนี้แฝงไปด้วยพลังภายใน ดังก้องอยู่ในเรือนพักจนเกิดเสียงก้องดังสะท้อนปะปนมากับสายลม ทว่าเนิ่นนานผ่านไป ในเรือนพักกลับไม่มีปฏิกิริยาใด
ท่านมหาราชครูหัวเราะเสียงเย็น เขาจัดวางคนไว้รอบๆ เรือนแห่งนี้แล้ว ในใจรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางให้หนีอีก ตอนนี้จะดิ้นรนเล่นลูกไม้อันใดได้?
“ฉินเอ๋อร์ พ่อคงทำได้เพียงเข้าไปจิบชาโดยมิได้รับเชิญแล้ว”
เขาโบกมือครั้งหนึ่ง บุรุษชุดดำข้างกายทะยานตัวหายไปในเรือน ดวงตาของชายชราเจือไปด้วยประกายราวกับควบคุมทุกอย่างไว้ในมือได้แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะเจ้าเล่ห์เพียงใดก็ไม่อาจหนีไปจากฝ่ามือของตนได้
ไม่นานก็มีบุรุษชุดดำกลับมา
“เรียนท่านมหาราชครู ในเรือนมีทางลับขอรับ!”
อะไรนะ?! ท่านมหาราชครูขมวดคิ้วโดยพลัน รีบเดินตามพวกเขาเข้าไปในห้องโถง
พบว่าโต๊ะไม้ถูกขยับไปด้านข้าง มีช่องมืดๆ มองไม่เห็นปลายทางปรากฏอยู่เบื้องหน้า แสงสว่างจากคบเพลิงสาดส่องไป พบขั้นบันไดธรรมดาๆ อยู่เบื้องหน้าท่านมหาราชครู
“คนเล่า? หนีไปหมดแล้วหรือ?!”
คนชุดดำทั้งหลายแข็งทื่อไปทั้งร่าง พากันก้มหน้าลง
ไหนเลยท่านมหาราชครูจะคิดว่าในเรือนพักเล็กๆ จะมีทางลับอยู่ด้วย กล่าวเช่นนี้ซูฉินคงวางแผนไว้นานแล้วจึงใช้ค่ายกลถ่วงเวลาพวกเขาหลังตัดแขนหวงฝู่เฉิน ตอนนี้ไม่รู้ว่านางหนีไปไกลเพียงใดแล้ว!
“ตามไป!”
เสียงของท่านมหาราชครูเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจปกปิดแม้แต่น้อย คนชุดดำทั้งหลายรีบทะยานตัวเข้าไปในทางลับ
ชายชราเดินไปเดินมาอยู่ในห้องโถงด้วยความหงุดหงิด ในสมองย้อนคิดไปถึงความผิดพลาดของตนในหลายวันมานี้ หากมีทางลับจริงๆ เหตุใดพวกเขาจึงรอนานเพียงนี้ค่อยหนีไป? บุตรีของเขา เขาย่อมเข้าใจดี ขณะที่เรือนพักถูกจับตามองไม่ควรมีผู้ใดหนีไปก่อนถึงจะถูก ซูฉินไม่สามารถพาคนมากมายฝ่าอันตรายไปด้วยกันได้แน่
ยิ่งคิด ท่านมหาราชครูก็ยิ่งรู้สึกคล้ายกับตนมองข้ามข้อมูลสำคัญบางอย่างไป
ภายในทางลับมีเสียงตะโกนดังแว่วมา “ท่านมหาราชครู ในนี้เป็นทางตันขอรับ!”
อะไรนะ?!
เสียงหนึ่งดังสนั่น ขณะเดียวกันนอกเรือนพักถึงกับเกิดระเบิดครั้งใหญ่ เปลวเพลิงนอกหน้าต่างสาดส่องจนสว่างไปครึ่งฟ้า พื้นสั่นไหวรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น?!”
บุรุษชุดดำหลายคนที่ติดตามอยู่ข้างกายรีบปกป้องท่านมหาราชครูไว้ตรงกลาง ทว่าข้างหูกลับยังคงมีเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง เหนือศีรษะมีต้นไผ่ร่วงตกลงมาไม่น้อย
“ใต้เท้า ที่นี่จะถล่มแล้ว!”
“ไป!”
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเปลวเพลิงถึงกับแพร่กระจายไปรอบด้าน คานไม้ที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟตกลงมาจากเหนือศีรษะ รอบด้านถูกหมอกและฝุ่นควันอันเข้มข้นปกคลุม บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด เสียงคล้ายบางอย่างแตกหักดังขึ้นจากใต้เท้า ข้างกายมีเสียงกรีดร้องของบุรุษชุดดำหลายคนดังขึ้น
พวกเขาถึงกับถูกเปลวเพลิงและระเบิดเหล่านี้กลืนไปจนสิ้น พริบตาเดียวก็หายไปในพื้นที่ถล่ม
เสียงโครมครามดังขึ้น บุรุษชุดดำสองคนร่วมแรงกันพังกำแพงพาท่านมหาราชครูออกไป ในเวลาสั้นๆ เพียงชั่วพริบตา ทั่วทั้งเรือนพักพลันถูกทำลายไปกับเปลวเพลิงที่สาดส่องทั่วฟ้า ฝุ่นควันตลบคลุ้ง
ท่านมหาราชครูมองความสับสนวุ่นวายเบื้องหน้า เสียงบางอย่างดังขึ้นในสมองจนพาลให้สับสน
“เร็ว รีบไปหา! ในเมื่อพวกเขาไม่ได้หนีไป เช่นนั้นจะต้องอยู่ใกล้ๆ เป็นแน่!”
ช่างเป็นแผนชั่วร้ายจริงๆ! คิดไม่ถึงว่าฉินเอ๋อร์จะกล้าวางแผนใส่ตนเช่นนี้! ถึงกับสร้างทางลับปลอมขึ้นมาทำให้พวกเขาคิดว่าทุกคนในเรือนพักหนีไปแล้วจนลดการระมัดระวังตัวลง ในตอนนี้จึงใช้กลไกทำให้เรือนพักจมอยู่ในกองเพลิง เห็นได้ชัดว่านาง…ต้องการเผาตนให้มอดไหม้ไปด้วย!
“ดี! ดี! ช่างเป็นบุตรีที่ดีจริงๆ!”
เสียงของท่านมหาราชครูเจือไปด้วยความสั่นสะท้าน โทสะที่อัดแน่นเต็มปอดไร้ทางระบาย ทอดมองไปยังเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ ไม่ทราบว่าซูฉินสร้างแผนการนี้มานานเพียงใด ตนเกือบตายด้วยมือของบุตรีแล้ว!
“ใต้เท้า ไม่พบศพหรือคนมีชีวิตเลยขอรับ!” คำรายงานของบุรุษชุดดำละเอียดชัดเจนเช่นนี้ ความหมายก็คือคนในเรือนพักหนีไปจนหมดแล้ว!
“นี่หมายความว่าอย่างไร? มิใช่ว่าผู้ชราให้พวกเจ้าจับตาดูเรือนพักแห่งนี้อยู่ตลอดหรือ? ตอนนี้เพิ่งมากล่าวว่าคนหายไปแล้ว?!” เสียงของท่านมหาราชครูเจือไปด้วยรอยยิ้มอันตราย บุรุษชุดดำสบตากันด้วยความสงสัย
“วันนี้พวกเขายังอยู่จริงๆ ขอรับ ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ตอนที่ฮองเฮาโจมตีนายน้อยหวายหวังพวกเราก็ยังจับตาดูอยู่ในความมืด เพราะกลัวว่าคนในเรือนพักจะหนีไปจึงมิได้ลงมือช่วยเหลือ” คนชุดดำทั้งหลายล้วนจำภารกิจของตนได้ขึ้นใจ ข้างกายของนายน้อยหวายหวังย่อมไม่ขาดแคลนยอดฝีมือ พวกเขาเพียงจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเรือนแห่งนี้ก็พอแล้ว
“เช่นนั้นคนเล่า? อยู่ต้องเห็นคนตายต้องเห็นศพ หาต่อไป!”
ท่านมหาราชครูไม่อยากได้ยินคำพูดไร้สาระเหล่านี้ สิ่งที่เขาต้องการก็คือผลลัพธ์!
แต่ไม่ว่าบุรุษชุดดำจะค้นหากี่ครั้งก็ยังไม่เห็นคนของตระกูลอวิ๋นแม้แต่ผู้เดียว
“ความหมายของพวกเจ้าก็คือ คนมากมายเพียงนั้นติดปีกบินหายไปต่อหน้าต่อตาพวกเจ้าหรือไร?” ท่านมหาราชครูไม่เคยสงสัยเฉกเช่นตอนนี้เลยว่าตนกำลังเลี้ยงเศษสวะไร้ประโยชน์อยู่หรือไม่! พวกเขาเป็นยอดฝีมือในตระกูลมหาราชครูจริงๆ หรือ? หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าคงกลายเป็นจุดด่างพร้อยที่ไม่อาจล้างเช็ดของตระกูลมหาราชครูไปตลอดกาล!
คนชุดดำไม่อยากเชื่อว่าพวกตนจะทำเรื่องผิดพลาดเช่นนี้ออกมาได้ อีกฝ่ายใช้วิธีการใดกันแน่จึงทำให้พวกตนสับสนและหนีไปได้?
ตอนนี้เอง มีคนอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง “ชาวบ้านเหล่านั้น!”
ชาวบ้าน?!
“ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือชาวบ้านช่วยพวกฮองเฮาหนี! ระยะนี้มิใช่ว่ามีกลุ่มชาวบ้านมาตรวจรักษาบ่อยๆ หรือ?”
ประโยคเดียวถึงกับปลุกให้พวกเขาตื่นจากความฝัน ท่านมหาราชครูเข้าใจได้โดยพลัน เกรงว่าคนในเรือนพักคงปะปนไปกับชาวบ้านเหล่านั้น แยกย้ายกันหนีไปในขณะที่ถูกพวกเขาจับตามอง! แต่เพิ่งคิดได้ตอนนี้จะมีประโยชน์อันใด? ไม่รู้ว่าพวกเขาหนีไปถึงที่ใดแล้ว!
“เช่นนั้นฉินเอ๋อร์เล่า? นางจะไปซ่อนตัวที่ใดได้?”
บุรุษชุดดำย้อนคิดไปถึงภาพการต่อสู้ของซูฉินและหวงฝู่เฉินในวันนี้ “ท่านมหาราชครู เกรงว่าฮองเฮาคงไปจากที่นี่นานแล้ว! วันนี้ผู้น้อยเห็นว่าวรยุทธ์ของฮองเฮาแข็งแกร่งยิ่งนัก ทั้งยังให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป ดูท่าทางคนที่ตัดแขนทำร้ายนายน้อยหวายหวังจะมิใช่ฮองเฮา”
ในดวงตาของท่านมหาราชครูเกิดประกายอันตราย เขามองไปยังคนชุดดำเบื้องหน้าที่เอ่ยวิเคราะห์ออกมา มุมปากยกยิ้มเย็นชา
“ในเมื่อเจ้าฉลาดเพียงนี้ เหตุใดเพิ่งมาบอกผู้ชรา?!”
“ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิตด้วย! ผู้น้อยผิดไปแล้ว!”
บุรุษชุดดำรีบคุกเข่าลง เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของท่านมหาราชครู หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์แต่ละอย่างที่ปรากฏในตอนนี้ เขาจะคิดได้อย่างไรว่าฮองเฮาเป็นตัวปลอม!
ท่านมหาราชครูสูดหายใจลึก เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาสืบสาวเอาความ จะบอกกับหวงฝู่เฉินเช่นไรว่าซูฉินหนีไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ทำร้ายเขาก็เป็นคนอื่น
ในฐานะที่เป็นบิดาถึงกับตกลงไปในกับดักที่บุตรีเตรียมไว้ ท่านมหาราชครูจะอนุญาตให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
“จำไว้ อย่าบอกความจริงกับคนของตระกูลหวายหวังเด็ดขาด บอกไปว่าเมื่อพวกเรามาถึง เรือนพักก็ถูกไฟไหม้ไปแล้ว ส่วนฮองเฮาไม่รู้ว่าไปที่ใด เป็นตายไม่แน่ชัด”
“ขอรับ ผู้น้อยเข้าใจแล้ว!”
หากว่าคนในเรือนพักถูกส่งตัวออกไปตั้งแต่แรกเริ่มเล่า ท่านมหาราชครูไม่มั่นใจแล้วว่าตอนนี้พวกเขากลับไปอยู่ข้างกายจักรพรรดิเหลียนแล้วหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตนคงเสียโอกาสใหญ่ไปแล้ว! เพราะความใจอ่อนเพียงชั่วครู่ ทำให้ความพยายามของเขาต้องเสียเปล่า
“ฉินเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะหนีไปจากการควบคุมของพ่อได้หรือ?” ท่านมหาราชครูเงยหน้าขึ้นมองแสงจันทร์นวลผ่อง ดวงตาลึกล้ำหนักอึ้ง