หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 945 เฟิ่งอวี่ติดกับ
เล่มที่ 32 ตอนที่ 945 เฟิ่งอวี่ติดกับ
กลางดึก ม้าเร็วหลายตัวพุ่งออกจากประตูเมืองที่เปิดออกเล็กน้อย มุ่งหน้าเข้าไปในป่าอันมืดมิดอย่างรวดเร็ว
การปรากฏตัวของพวกเขาดึงดูดความสนใจของคนในเงามืดไม่น้อย เงาร่างหลายร่างใช้วิชาตัวเบาไล่ตามไปอย่างไร้เสียง มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีแว่วมาตามสายลมหนาว
คนกลุ่มนี้รักษากระบวนทัพอันมีลักษณะพิเศษและเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วเท่ากัน ทั้งสองฝั่งซ้ายขวามีผู้คุ้มกันฝั่งละสามคน ด้านหน้าด้านหลังแบ่งเป็นฝั่งละสอง การแปรขบวนเช่นนี้เหมาะกับการปกป้องคนตรงกลาง ดังนั้นม้าเร็วตรงกลางจึงกลายเป็นเป้าหมายของบุคคลในเงามืดโดยพลัน
บุรุษบนหลังม้าตัวนั้นสวมชุดพรางตัว เห็นได้ชัดว่าต้องการพรางสายตาผู้พบเห็น พวกเขารออยู่ที่เมืองเลี่ยวมานานก็เพื่อโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ประทานให้เช่นนี้
“จักรพรรดิเซียวไปจากเมืองเลี่ยวจริงหรือ?!”
ภายในค่ายทหาร ดวงตาของเฟิ่งอวี่เปล่งประกาย การโจมตีเมืองเลี่ยวในคราวนี้แตกต่างจากการโจมตีเมืองทั้งสองก่อนหน้าชัดเจน เขาสืบพบมาว่าแม่ทัพจางในเมืองเลี่ยวรับมือไม่ง่ายเลย อีกทั้งคราวนี้จักรพรรดิเซียวก็มานั่งบัญชาการด้วยตนเอง กองทัพเมืองเลี่ยวป้องกันแน่นหนา ไม่เปิดโอกาสอันใดให้พวกเขาแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้บุรุษในอาภรณ์ชุดดำซึ่งเป็นลูกน้องของจักรพรรดิเซียวกลับมาจากชายแดนแคว้นเหลียน เฟิ่งอวี่จึงสั่งให้คนสร้างสถานการณ์ลวงตา ปล่อยให้บุรุษชุดดำเข้าไปในเมืองเลี่ยวอย่างราบรื่นเพื่อรายงานข้อมูลให้จักรพรรดิ ทั้งหมดก็เพื่อตอนนี้!
ทหารของจักรพรรดิเซียวเดินทางไปมาที่ชายแดนแคว้นเหลียนอยู่ตลอด คล้ายกำลังตามหาอะไรบางอย่าง ตอนนี้มีการเคลื่อนไหวแล้ว จักรพรรดิเซียวจะยอมพลาดได้อย่างไร ดังนั้นเฟิ่งอวี่จึงกล้าเดิมพัน ตอนนี้จักรพรรดิเซียวอยู่ในกลุ่มทหารเหล่านี้แล้ว!
“ข้าจะไปด้วยตัวเอง รีบสั่งให้คนเตรียมกองทัพซุ่มโจมตีให้พร้อม จับโจรต้องจับหัวหน้า คราวนี้พวกเราต้องจับจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้กลับมาเป็นๆ! เมื่อถึงตอนนั้น เมืองเลี่ยวย่อมตกอยู่ในกำมือพวกเรา!”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
บนร่างของเฟิ่งอวี่แผ่กลิ่นไอเย็นยะเยือกออกมา แม้ว่าตอนที่ตงฟางซวี่ออกคำสั่งโจมตีแคว้นอี้ก่อนหน้านี้ เขาจะเป็นหนึ่งในผู้คัดค้าน แต่ในเมื่อรับภารกิจมาแล้ว ย่อมจำเป็นต้องพยายามทำภารกิจให้สำเร็จ! เขาทำเช่นนี้มิใช่เพื่อสิ่งอื่นใด แต่เพื่อแคว้นเฉิน เพื่อตงฟางซวี่!
ในเมื่อเปลี่ยนความคิดฝ่าบาทไม่ได้ สงครามคราวนี้มิอาจหลีกเลี่ยง เช่นนั้นทำได้เพียงพยายามนำชัยชนะกลับไป ไม่ปล่อยให้ชาวบ้านจมลงสู่เปลวไฟแห่งสงคราม
จู่ๆ เฟิ่งอวี่ก็คิดได้กระจ่างชัด หากต้องการชีวิตอันสงบสุข จำเป็นต้องจบสงครามอันวุ่นวายนี้ให้เร็วที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสร้างขึ้นจากแผนการร้ายและกลิ่นคาวเลือด ความมืดทั้งหมดก็เพื่อรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง
“เฟิ่งอวี่!” เงาร่างร่างหนึ่งเดินเข้ามาจากนอกกระโจม หลิ่วอวิ๋นเฟิงสวมใส่ชุดเกราะเดินเข้ามา มองไปยังบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า จึงเอ่ยปากอย่างหนักแน่น “ระวังตัวด้วย!”
ในความมืด ภายในป่าที่มีหญ้ารกทึบ เงาร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนที่ไปช้าๆ
ภายในป่าเงียบงันเป็นพิเศษ คนกลุ่มนั้นควบม้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็หยุดลง “ฝ่าบาทโปรดระวัง ดูเหมือนจะมีการซุ่มโจมตี!”
กองทัพพลันแปรเปลี่ยนรูปขบวน คุ้มครองบุรุษผู้นั้นไว้ตรงกลาง
ตอนนี้เอง สัญญาณถูกยิงขึ้นฟ้า สายลมพัดแซ่กๆ คละเคล้าไปด้วยไอสังหารรุนแรง ถาโถมเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ
“มีคนซุ่มโจมตี!” ไม่ทราบว่าผู้ใดตะโกนขึ้น แทบจะในขณะเดียวกัน มีเงาร่างหลายร่างพุ่งกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ ประกายดาบสีเงินฝ่าฟันไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น
ประกายสีเงินลุกโชน รอบด้านคละเคล้าไปด้วยเสียงเหล็กกระทบ ภายใต้แสงจันทร์การต่อสู้รุนแรงดุเดือดเริ่มขึ้น ทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างพอฟัดพอเหวี่ยง ทหารกลุ่มนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับสู้สูสีกับคนของเฟิ่งอวี่ที่มาลอบโจมตีได้จนยากจะแบ่งแยกแพ้ชนะ
มือสังหารยอดฝีมือแห่งแคว้นเฉินโจมตีอีกฝ่ายให้สูญเสียรูปขบวน ปกป้องเฟิ่งอวี่ให้เคลื่อนตัวเข้าไปยังใจกลาง ไม่นานบุรุษที่ถูกคุ้มครองผู้นั้นก็เผยตัวเบื้องหน้าเขา
“จักรพรรดิเซียว มิได้พบกันนาน คราวนี้พวกเรามาตัดสินแพ้ชนะกันเถิด!”
พลังภายในอันแข็งแกร่งถูกใช้ออก ทั้งสองกระโจนลงจากหลังม้าทะยานขึ้นไปแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากลางอากาศเต็มกำลัง
มือสังหารแห่งแคว้นเฉินโผล่เข้ามาร่วมการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เดิมทีสถานการณ์ควรเอนเอียงไปยังทิศทางหนึ่ง แต่นึกไม่ถึงว่าทหารของแคว้นอี้กลุ่มนี้กลับแข็งแกร่งจนเหนือคาด
อีกฝ่ายหลบการโจมตีของเฟิ่งอวี่ไปอย่างหวาดเสียว คอยหาโอกาสโจมตีกลับ ไม่นานคนทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บในระดับเดียวกัน
ในสายลมคละเคล้าไปด้วยเสียงอาวุธกระทบกันตลอดจนเสียงอาวุธฟาดฟันผ่านเนื้อหนัง ทหารของแคว้นอี้กลุ่มนี้เชี่ยวชาญการใช้ยาพิษซึ่งเป็นการเพิ่มพลังการต่อสู้ของพวกเขานับเท่าทวี เฟิ่งอวี่รู้ดีว่าเวลาทำให้พวกเขาได้เปรียบ ไม่ว่าจักรพรรดิเซียวจะร้ายกาจเพียงใด สุดท้ายน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจ การจะจับตัวจักรพรรดิเซียวให้ได้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
“หากจักรพรรดิเซียวยอมถูกจับตัวดีๆ บางทีผลลัพธ์อาจไม่เลวร้ายที่สุด”
เฟิ่งอวี่กลับไปบนหลังม้า ยกยิ้มที่มุมปากให้บุรุษผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ท่ามกลางม่านราตรี อีกฝ่ายสวมผ้าปิดหน้าทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ทว่ารูปร่างเหมือนจักรพรรดิเซียวยิ่งนัก ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้น กระบี่ในมืออีกฝ่ายฟาดฟันจนเกิดประกายกระบี่อันเย็นยะเยือกในแนวโค้ง พริบตาเดียวก็โจมตีไปยังเฟิ่งอวี่
ไม่เสียทีที่เป็นจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ ฝีมือเช่นนี้คล้ายกับมือสังหารที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ แต่ละกระบวนท่าล้วนเปี่ยมไอสังหารรุนแรง อย่างไรก็ตามเฟิ่งอวี่มีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชน บางทีวรยุทธ์อาจเทียบอีกฝ่ายไม่ได้ แต่หากเป็นความสามารถและปฏิกิริยาย่อมไม่ด้อยกว่าแม้แต่ครึ่งส่วน
เดิมทีคิดว่าไม่นานจะสามารถจัดการคนกลุ่มนี้ได้ ไหนเลยจะรู้ว่าเวลาแต่ละชั่วขณะผ่านไป คนของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่รูปขบวนของจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้กลับไม่ด้อยลงแม้แต่น้อย ราวกับพวกเขาแปรขบวนเป็นค่ายกลที่มีพลังแข็งแกร่ง สามารถสกัดกั้นการโจมตีของพวกเฟิ่งอวี่ให้อยู่ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์ การต่อสู้ทำให้เปลืองแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้เองเงาร่างเงาเงาหนึ่งทะยานเข้ามาหาเฟิ่งอวี่โดยไม่คาดคิด
“ท่านแม่ทัพ! แย่แล้ว! ค่ายถูกลอบโจมตี!”
อะไรนะ?! ดวงตาของเฟิ่งอวี่เปล่งประกายวาบวาม มองไปยังบุรุษที่ถูกคุ้มครองผู้นั้นโดยไม่รู้ตัว อีกฝ่ายคล้ายจะสังเกตเห็นสายตาของเขา ทำเพียงมองกลับมา ในดวงตาเจือไปด้วยความลำพองใจอันเสียดแทงนัยน์ตา
ต่อให้ถูกลอบโจมตี ขอเพียงพวกเขาจับจักรพรรดิเซียวได้ ยังต้องกลัวว่าจะไม่ชนะศึกคราวนี้อีกหรือ?
“ลงมือเต็มที่ สังหารเสีย! ผู้ใดจับเป็นจักรพรรดิเซียวได้ เลื่อนขั้นสามขั้น!”
เสียงของเฟิ่งอวี่ดังก้องอยู่ในป่า ขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาข้างกายเพิ่มสูงยิ่งขึ้น
ตอนนี้เอง บุรุษที่อยู่ตรงกลางกลับทะยานตัวขึ้น หนีเข้าไปในป่าลึก
“คิดหนีหรือ?!” แววตาของเฟิ่งอวี่เย็นยะเยือก รีบตามไปทันที เขาพลิกตัวครั้งหนึ่งกระโจนลงเบื้องหน้าบุรุษผู้นั้น “เหตุใดจักรพรรดิเซียวต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากเช่นนี้ด้วย ทหารชั้นยอดของข้าถูกฝึกฝนมาเพื่อรับมือกับท่านโดยเฉพาะ!”
ทุกคนรู้ดีว่าจักรพรรดิเซียวใช้วิธีการโหดเหี้ยมฝึกฝนทหารอย่างเข้มงวด ดังนั้นเฟิ่งอวี่จึงฝึกทหารมือสังหารกลุ่มนี้อย่างโหดร้ายยิ่งกว่า ใช้ตาต่อตาฟันต่อฟัน คิดว่าตนต้องไม่แพ้แน่นอน
บุรุษผู้นั้นกระโจนลงพื้น ถึงกับไม่มีความคิดจะหนีเอาตัวรอดอีกต่อไป
ตอนนี้แหละ! ดวงตาของเฟิ่งอวี่สว่างวาบ กุมกระบี่ในมือ โจมตีไปยังบุรุษผู้นั้น ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เสียงเนื้อถูกแทงทะลุดังขึ้น กระบี่แทงเข้าไปในหน้าอกของคนผู้นั้นโดยตรง
เฟิ่งอวี่ยินดีอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหลังจากนั้นกลับรู้สึกสงสัย เหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่หลบ?
ตอนนี้เอง บุรุษที่อยู่ไม่ไกลกลับเผยประกายเจ้าเล่ห์ในดวงตาออกมาให้เห็น เฟิ่งอวี่รีบยื่นมือออกไปดึงผ้าปิดหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า พบว่ากลับกลายเป็นใบหน้าไม่คุ้นเคย
“เจ้าไม่ใช่จักรพรรดิเซียว?!”
เมื่อกล่าวจบเฟิ่งอวี่จึงค่อยรู้ตัวว่าตนเองติดกับแล้ว เขาคิดจะดึงกระบี่ออกจากร่างของอีกฝ่าย แต่กลับไม่อาจขยับได้แม้แต่น้อย ราวกับมีพลังที่มิอาจต่อต้านสกัดกั้นเอาไว้ ทำให้เขาและอาวุธถูกพันธนาการเข้าด้วยกัน
“ท่านแม่ทัพระวัง!”
ในกระบวนทัพมีเสียงตะโกนดังแว่วมา ดวงตาของเฟิ่งอวี่เปล่งประกาย อะไรกัน?!
ได้ยินเสียงดังสนั่น บุรุษที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นจักรพรรดิเซียวถึงกับร่างกายระเบิดออก พลังอันรุนแรงอัดกระแทกเฟิ่งอวี่จนกระเด็นออกไปในพริบตา
ตู้มๆๆ…ในป่ามีเสียงดังสนั่นฟ้าแว่วมาเป็นะลอก ทหารแห่งแคว้นอี้กลุ่มนี้ถึงกับพากันระเบิดตัวตาย ทหารแห่งแคว้นเฉินที่ล้อมพวกเขาเอาไว้รับมือไม่ทันจึงถูกระเบิดตายไปอย่างน่าอนาถ หลังจากกลุ่มควันจางหาย บนพื้นเต็มไปด้วยเศษซากร่างกายให้เห็นทุกที่ เสียงร้องโอดครวญอันเจ็บปวดดังแว่วมาเป็นระยะ
กองทหารแห่งแคว้นอี้กลุ่มนี้ถึงกับมลายสิ้น ไร้ซึ่งซากศพ ส่วนกลุ่มมือสังหารที่อยู่ด้านนอกล้วนอยู่ในอาการตกตะลึง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ท่านแม่ทัพ?! ท่านแม่ทัพ!”
เสียงร้องเรียกดังก้องอยู่ในป่า ทุกคนรีบตามหาเฟิ่งอวี่ที่ถูกแรงระเบิดของจักรพรรดิเซียวตัวปลอมจนกระเด็นออกไปเมื่อครู่นี้
จมูกได้กลิ่นกำมะถันเข้มข้น ใต้เท้าเต็มไปด้วยเศษซากร่างกายดูเละเทะ ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก แม่ทัพเฟิ่งเป็นแม่ทัพคนสำคัญที่เป็นผู้นำทัพของพวกเขาในคราวนี้ หากเขาเป็นอะไรไปเพราะการลอบโจมตี เช่นนั้นขวัญกำลังใจของกองทัพแห่งแคว้นเฉินจะต้องถูกสั่นคลอนอย่างหนักเป็นแน่!
“ท่านแม่ทัพอยู่ทางนี้!”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ทุกคนรีบวิ่งไปยังทิศทางนั้น
พบบุรุษผู้หนึ่งนอนล้มอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลอันน่าตกใจ ชุดเกราะบนร่างพังทลายไปทั้งหมด ใบหน้าเละเละเต็มไปด้วยเลือด มีเพียงหมวกเกราะที่แสดงให้เห็นฐานะของเขา
…
“เฮ้อ…” ภายในจวนชางติ้งโหว ตู้หย่วนฟางมองไปยังนิ้วมือที่ถูกเข็มถิ่มของตน ในใจนางเกิดความรู้สึกวูบโหวง ลางสังหรณ์ไม่ดีแผ่ขยายอยู่ในใจ
“พี่สะใภ้ใหญ่!”
เฟิ่งฉีเดินเข้ามา สีหน้าของเขาทำให้ตู้หย่วนฟางต้องขมวดคิ้ว
“น้องสี่ เกิดอะไรขึ้น? มีข่าวจากชายแดนแล้วหรือ?”
เฟิ่งฉีรีบเดินมาข้างกายตู้หย่วนฟาง “พี่สะใภ้ พี่ใหญ่เขา…”
ขณะเดียวกันภายในพระราชวังแห่งแคว้นเฉิน ในท้องพระโรงจมลงสู่บรรยากาศอันเงียบสงัด
“ทูลฝ่าบาท แม่ทัพเฟิ่งสลบไสลไม่ได้สติ ตอนนี้แม่ทัพหลิ่วนำทหารถอยร่นมาที่เมืองฉาน ทัพใหญ่แคว้นอี้อยู่นอกเมืองฉานแล้ว อาจโจมตีได้ทุกเมื่อ!” มีข่าวส่งมาจากชายแดนแล้ว สีหน้าของขุนนางทุกคนล้วนย่ำแย่
ผลการต่อสู้สองครั้งแรกทำให้ทั่วทั้งแคว้นเฉินเต็มไปด้วยความยินดี ไหนเลยจะรู้ว่าครั้งนี้กลับประหนึ่งฟ้าผ่ากลางใจ ทำให้พวกเขายากจะรับไหว
เดิมทีคิดว่าแคว้นเฉินมีความหวังที่จะเอาชนะแคว้นอี้ได้ ไม่นึกว่าพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวกลับทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาก่อนหน้านี้ถูกแย่งกลับคืน
สีหน้าของตงฟางซวี่อึมครึมยิ่ง ขุนนางทุกคนใช้สายตาหนักอึ้งมองไปที่เขา
“ฝ่าบาท โปรดออกคำสั่งให้แม่ทัพหลิ่วนำทหารกลับแคว้นด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงหลากหลายดังประสาน ตงฟางซวี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างเย็นชา “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้ายังกลัวตายเช่นนี้อีกหรือ?”
“ฝ่าบาท! กองทัพของพวกเราเสียหายรุนแรง ไม่อาจทำสงครามกับแคว้นอี้ต่อไปได้แล้วจริงๆ! ยิ่งไปกว่านั้นแม่ทัพเฟิ่งเป็นตายก็ยังไม่ทราบ ขวัญกำลังใจทหารถูกกระทบอย่างหนัก!”
ชางติ้งโหวมีท่าทีหนักอึ้ง มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น แสดงความในใจของเขาออกมาจนสิ้น
ตงฟางซวี่ค่อยๆ หลับตาลง เสียงอันอึมครึมดังขึ้น “ยังมีแม่ทัพหลิ่วอยู่ เจิ้นเชื่อมั่นในตัวเขา…”