หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 949 ผลจากสิ่งที่หว่านเอาไว้
เล่มที่ 32 ตอนที่ 949 ผลจากสิ่งที่หว่านเอาไว้
บนกำแพงสูง หลิ่วอวิ๋นเฟิงมองไปยังกองทัพที่กำลังวุ่นวายด้านหน้าด้วยความสงสัย
“ท่านแม่ทัพ กองทัพแคว้นอี้เป็นอะไรไป? เหตุใดจึงได้ฆ่ากันเองขึ้นมา” สถานการณ์เช่นนี้พวกเขาเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
“นี่เป็นโอกาสดีที่หาได้ยากยิ่ง หรือบางทีอาจเป็นแผนของพวกเขา!” หลิ่วอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้ว สายตาหยุดอยู่บนร่างของจางฉี พบว่าแม่ทัพแห่งแคว้นอี้ถูกทหารหลายนายล้อมอยู่ ทว่าพวกเขาสวมชุดเกราะและหมวกเกราะทำให้มองใบหน้าไม่ชัดเจน
กำลังเล่นลูกไม้อะไรอยู่กันแน่? จักรพรรดิเซียวจงใจแสดงละครเช่นนี้เพื่อให้พวกเขาลดความระมัดระวังลงหรือ?
“โอหัง! อย่าได้เสียมารยาท!” บริเวณเกี้ยวที่อยู่ตรงกลาง ทหารหลายนายเห็นบุรุษผู้หนึ่งกระโดดขึ้นเกี้ยวจึงรีบตะโกนออกมา
ประกายสีเงินส่องสว่าง โลหิตสีแดงสาดกระเซ็นไปรอบด้าน เฟิ่งซีตัดเส้นเลือดบริเวณลำคอของพวกเขาอย่างรวดเร็ว สายลมพัดเข้ามาพาให้ผ้าม่านเกี้ยวปลิวไสว บุรุษด้านในเริ่มขยับ
“จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้? ข้ากลับอยากจะเห็นเสียจริง เจ้าจะมีความสามารถเพียงใด!” เสียงแคว่กดังขึ้น เฟิ่งซีใช้กระบี่ตัดผ้าม่าน แม้บุรุษด้านในจะมีรูปร่างเหมือนจักรพรรดิเซียว แต่ใบหน้ากลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เป็นอย่างที่คาดเดาจริงๆ! ถึงกับให้ตัวปลอมมานั่งบัญชาการสงครามแทนจักรพรรดิเซียว เกรงว่าแม้ในยามฝันแม่ทัพแคว้นอี้ก็คงคิดไม่ถึงว่าตนจะมาทำลายแผนการของพวกเขากระมัง!
บุรุษในเกี้ยวพบว่าฐานะของตนถูกเปิดเผยแล้วจึงรีบออกมาจากที่นั่ง “ผู้ใด?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ในเวลาเพียงชั่วพริบตา เฟิ่งซียกกระบี่ในมือขึ้นแทงไปยังหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ได้ยินเสียงเคร้ง บุรุษสกัดการโจมตีของเขาไว้ได้ เพียงแต่ไม่นึกว่าชั่วขณะต่อมาเฟิ่งซีกลับยกเท้าขึ้นถีบลงบนหน้าอกของเขาอย่างแม่นยำ ใช้พลังภายในเต็มสิบส่วน
เกิดเสียงอึกอัก บุรุษถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
ในชั่วขณะนั้นเอง เฟิ่งซียื่นมือออกไปสกัดจุดชีพจรบนร่างของอีกฝ่าย ฉีกผ้าม่านมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งของบุรุษเอาไว้แล้วพาเขาออกไปจากเกี้ยว
ทหารหลายนายที่คอยปกป้องเขาอยู่นอกเกี้ยวดวงตาแวววาว คุณชายรองทำสำเร็จแล้ว!
จากนั้นไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดทหารแห่งแคว้นอี้จึงพากันหวาดกลัวขึ้นมา “ฝ่าบาท! ทหาร มีมือสังหาร!”
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงนี้ราวกับก้อนหินใหญ่ที่ถูกโยนลงทะเลสาบ ทหารแห่งแคว้นอี้พากันมองบุรุษที่ถูกคุมตัวและลากออกมาจากเกี้ยวตรงกลาง ผู้ใดก็ไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมา
“พวกมันเป็นสายลับ! ไม่ใช่คนแคว้นอี้ของพวกเรา!”
จางฉีตะโกน พยายามสกัดกั้นการโจมตีของศัตรูเอาไว้ ทว่าเฟิ่งซีกลับพาบุรุษผู้นั้นกระโจนไปบนรถศึกด้านข้าง “คนแคว้นอี้จงฟัง จักรพรรดิเซียวของพวกเจ้าอยู่ในมือข้าแล้ว รีบวางอาวุธยอมแพ้เสีย มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เขาหัวหลุดจากบ่า!”
พวกหลิ่วอวิ๋นเฟิงที่อยู่บนกำแพงเมืองเห็นสถานการณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลันจึงเบิกตากว้างอย่างยากจะเชื่อ
จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ถูกจับกุมเช่นนี้หรือ?!
“ฝ่าบาท! เร็ว รีบช่วยฝ่าบาท!”
“ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หยุดมือเดี๋ยวนี้! อย่าทำร้ายฝ่าบาทของพวกเราเป็นอันขาด!”
ทหารแห่งแคว้นอี้ถูกภาพเบื้องหน้าทำเอาตกใจจนรับมือไม่ทัน ไหนเลยจะมีใจโจมตีประตูเมืองอีก กระทั่งทหารบนบันไดตีเมืองก็แข็งชะงักไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว
จางฉีเข้าใจแผนการของคนเหล่านี้ได้โดยพลัน หรือแผนของแม่ทัพแห่งแคว้นเฉินก็คือคิดจะจับกุมฝ่าบาท บีบให้พวกเขายอมแพ้โดยไม่สู้?
“ไม่จริง ทหารทุกนายจงฟังข้าแม่ทัพให้ดี คนในมือพวกมันไม่ใช่ฝ่าบาท! ฝ่าบาทเสด็จไปอย่างปลอดภัยแล้ว!”
ขณะนี้บนร่างของจางฉีเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าจะอย่างไรเขาก็เป็นแม่ทัพผู้ดุร้ายแห่งแคว้นอี้ คนที่เฟิ่งซีพามามิอาจกดดันเขาได้จนถึงที่สุด แต่จุดประสงค์ของเฟิ่งซีบรรลุแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ น่าขัน จักรพรรดิเซียวผู้สูงศักดิ์ถึงกับขี้ขลาดกลัวตายเช่นนี้เชียวหรือ! หรือจะกล่าวว่ากระทั่งชีวิตของจักรพรรดิตัวเองพวกเจ้าก็ไม่ต้องการแล้ว?!”
นอกจากจางฉีและรองแม่ทัพหลายคนก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเซียวอี้เชินออกจากเมืองไปนานแล้ว ทุกคนรู้เพียงว่าจักรพรรดิของพวกเขาสั่งการอยู่ในเกี้ยว และตอนนี้ตกอยู่ในมือของศัตรูแล้ว!
“เชื่อข้า! นั่นไม่ใช่ฝ่าบาท!” จางฉีตะโกน แต่กลับพบว่าสายตาของเหล่าทหารเต็มไปด้วยความคลางแคลง ในใจของเขาพลันตื่นตะลึงครั้งใหญ่ รีบมองไปยังบุรุษที่อยู่บนรถศึก สายตาของเฟิ่งซีเปล่งประกายสนุกสนาน
คิดจะชี้แจงตอนนี้ดูจะสายเกินไปแล้ว! ทหารทั้งหมื่นนายมีผู้ใดกล้าเสี่ยงอันตรายนี้บ้าง ผู้ใดจะกล้าทิ้งชีวิตของจักรพรรดิตนโดยไม่สนใจ?
“น่าขำจริงๆ แม่ทัพผู้สง่างามถึงกับกล้าให้คนปลอมตัวเป็นจักรพรรดิเซียวเชียวหรือ? ต่อให้เจ้ามีความกล้ามากกว่านี้นับสิบเท่าก็คงไม่ทำเรื่องผิดใหญ่หลวงเช่นนี้เป็นแน่! ทำไม หรือเจ้าคิดจะจับกุมจักรพรรดิควบคุมองค์ชาย?” ความหมายของเฟิ่งซีก็คือ จางฉีทำเช่นนี้คงคิดจะใช้จักรพรรดิตัวปลอมมาบงการใต้หล้า นับเป็นกบฏ!
คนไม่น้อยพากันมองไปยังจางฉี หากฝ่าบาทในตอนนี้เป็นตัวปลอมจริงๆ เช่นนั้นแม่ทัพจางทำเช่นนี้นับเป็นความผิดใหญ่หลวงจริงๆ!
การศึกไม่เคยหน่ายกลอุบาย ตอนนี้แผนการถูกเฟิ่งซีทำลายแล้ว ถึงกับเปลี่ยนเขาจนกลายเป็นกบฏ! ไหนเลยจางฉีจะคิดว่าตนจะทุ่มหินใส่เท้าตนเองเช่นนี้! ความจริงการให้คนปลอมตัวเป็นฝ่าบาทนับว่าไม่เหมาะสมจริงๆ แต่เขาทำเพื่อให้แคว้นอี้ได้รับชัยชนะจากสงคราม ไม่มีความเห็นแก่ตัวแม้แต่น้อย! ทว่าทหารทุกคนจะต้องไม่คิดเช่นนี้แน่ ตอนนี้ถูกมือสังหารผู้นั้นสั่นคลอนหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นแผนการของอีกฝ่าย!
เฟิ่งซีมองท่าทางอึกอักไร้ซึ่งคำพูดของจางฉี ตะโกนเสียงดัง “หากไม่อยากให้จักรพรรดิของพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บก็รีบวางอาวุธ ถอยทัพไปเสีย!”
“ท่านแม่ทัพ จักรพรรดิเซียวถูกจับตัวแล้วจริงๆ!” บนกำแพง เมื่อทุกคนเห็นท่าทางหวาดกลัวของทหารเหล่านั้น รองแม่ทัพและหลิ่วอวิ๋นเฟิงจึงตัดความเป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นแผนร้ายของแคว้นอี้ทิ้งไป
“โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว! ตอนนี้แหละ!” เขาชูมือขึ้นสูง ทันใดนั้นเสียงกลองดังสนั่นทั่วฟ้า ประตูที่เดิมทีปิดสนิทค่อยๆ เปิดออก จากนั้นพลันเกิดเสียงตะโกนเสียดหู ตามมาด้วยกองทัพอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นเฉิน พริบตาเดียวก็ฆ่าทหารแคว้นอี้ที่อยู่นอกประตูจนรับมือไม่ทัน
จักรพรรดิเซียวถูกจับตัวแล้ว นี่เป็นการโจมตีที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของทหารแห่งแคว้นอี้จริงๆ กองทัพใหญ่ที่เดิมทีบุกโจมตีอย่างดุดันถึงกับถูกแคว้นเฉินกดดันไว้ได้ ทหารแคว้นเฉินเกิดขวัญกำลังใจเพิ่มพูน ใช้หนึ่งต้านสาม สถานการณ์พลิกผันโดยพลัน
“อย่าได้ตื่นตระหนก! อย่าได้ตื่นตระหนก! นั่นไม่ใช่ฝ่าบาท! ฝ่าบาทเสด็จจากไปอย่างปลอดภัยแล้ว!” ทว่าในยามนี้ ไม่ว่าจางฉีจะอธิบายเช่นไรก็ยากจะดึงสถานการณ์กลับมาได้ เสียงของเขาถูกเสียงฆ่าฟันกลบจนสิ้น อีกทั้งตอนนี้ยังต้องคอยสกัดกั้นการโจมตีจากคนของเฟิ่งซีไปด้วย พริบตาเดียวบนร่างก็ถูกกระบี่ฟันเข้าไปหลายครั้ง
“ช่วยฝ่าบาท! ช่วยฝ่าบาท!”
มีทหารคิดจะเข้าไปช่วยจักรพรรดิเซียวตัวปลอมออกมาจากเฟิ่งซี คิดไม่ถึงว่ากระบี่ในมือของบุรุษผู้นั้นจะเปลี่ยนทิศ ลำคอของจักรพรรดิเซียวตัวปลอมถึงกับมีเลือดพุ่งออกมาเล็กน้อย ภาพนี้ทำให้ทหารทุกนายไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่ามอีก
พริบตาเดียว กองทัพแคว้นอี้ที่ล้อมประตูเมืองเอาไว้ก็ถูกโจมตีจนถอยร่นออกไปร้อยหมี่ ทั้งยังถอยร่นลงไปเรื่อยๆ
“ท่านแม่ทัพ! สถานการณ์ไม่ดี พวกเรารีบถอยเถิด!” รองแม่ทัพที่ถูกพัวพันอยู่ด้านข้างทั้งบาดเจ็บและเหนื่อยล้า เสียงตะโกนของเขาลอดผ่านความวุ่นวายรอบด้านตรงเข้าหูจางฉี
สถานการณ์ตอนนี้ยากจะเปลี่ยนแปลงแล้ว ทว่าจางฉีรู้สึกไม่ยินยอมจริงๆ ชัยชนะเพียงเอื้อมมือกลับถูกสายลับที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาเหล่านี้ทำลายจนสิ้น! ก่อนหน้านี้จักรพรรดิเซียวมอบหมายทุกอย่างให้เขา แต่กลับต้องทลายลงในมือของเขา!
“ท่านแม่ทัพ รีบไปเถิด!”
เพียงพริบตาเดียวจางฉีก็ถูกกองทัพแคว้นอี้ถาโถมเข้ามาล้อมเอาไว้ รองแม่ทัพรู้ดีว่าหากตอนนี้กระทั่งแม่ทัพคนสำคัญก็ยังถูกแคว้นเฉินจับกุมตัว เช่นนั้นคงไม่มีโอกาสพลิกแพ้เป็นชนะจริงๆ แล้ว เขาโคจรพลังภายในเป็นครั้งสุดท้าย ทะยานตัวขึ้น กระโจนลงข้างกายจางฉี “ท่านแม่ทัพ ท่านไปก่อน!”
เขาออกแรงที่แขนสุดกำลังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน จับจางฉีที่กำลังจะปฏิเสธโยนออกไป
“ไม่ เจ้า…” ทว่าชั่วขณะต่อมากลับได้ยินเสียงอาวุธแทงทะลุร่างกายชัดเจน รองแม่ทัพมีท่าทีเปลี่ยนไป มองไปยังจางฉีที่ถูกตนโยนเข้าไปในวงล้อมของกองทัพแคว้นอี้ มุมปากเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
“ท่านแม่ทัพรีบไปเถิด อย่าสนใจข้า!”
โลหิตสายหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้า ชั่วขณะต่อมารองแม่ทัพที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั่วทั้งร่างพลันล้มลงท่ามกลางกลุ่มคน ไม่เห็นเงาร่างอีกต่อไป
จางฉีมองภาพเบื้องหน้าอย่างยากจะเชื่อ เพื่อช่วยเขา รองแม่ทัพถึงกับ…
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ท่านแม่ทัพรีบไปเถิด อย่าปล่อยให้การเสียสละของรองแม่ทัพต้องเสียเปล่า!”
“คุ้มครองท่านแม่ทัพ ถอยทัพ! ถอยทัพ!”
ทหารหลายนายพากันดึงจางฉีหนีไปด้านหลัง ศึกสงครามเพียงครั้งเดียวถึงกับเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายเพียงนี้ ในตอนที่กองทหารแคว้นอี้หายไปท่ามกลางฝุ่นทรายที่ฟุ้งกระจายทั่วฟ้า ทหารแคว้นเฉินพลันรู้สึกราวได้พบรุ่งอรุณแห่งเกิดใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้เตรียมสู้ตายแล้ว คิดไม่ถึงว่าตอนนี้พวกเขาจะเห็นความหวังอีกครั้ง
เฟิ่งซีถอดหมวกเกราะออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา แม่ทัพคนสำคัญอย่างหลิ่วอวิ๋นเฟิงเดินลงมาจากกำแพงเมือง
“คุณชายรองเฟิ่ง?!” เขาคิดไม่ถึงว่าทหารที่สวมเกราะของแคว้นอี้เหล่านี้จะเป็นคนของจวนชางติ้งโหว “ฝ่าบาทส่งพวกเจ้ามาช่วยหรือ?!”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงจำได้แม่น ตอนแรกตงฟางซวี่เชิญเฟิ่งซีเข้ามาเป็นแม่ทัพ แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ
ทหารไม่น้อยมองไปยังเฟิ่งซีด้วยดวงตาเปล่งประกายแห่งความหวัง พวกเขายืนหยัดมาตลอดก็เพื่อรอกำลังเสริม จึงกัดฟันใช้พลังจนหยดสุดท้ายยืนหยัดมาจนถึงตอนนี้ได้
อย่างไรก็ตาม เฟิ่งซีรู้ดีว่าคำตอบของตนสำคัญมากเพียงใด เขาทำเพียงโยนตัวปลอมผู้นั้นออกไป “แม่ทัพหลิ่ว คุยกันด้านในเถิด”
ผ้าขาดๆ ที่ปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่งถูกสายลมพัดปลิว ทุกคนเห็นจักรพรรดิเซียวกลายเป็นบุรุษไม่คุ้นเคย พากันตื่นตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ในห้องอันเงียบสงบฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นยาอันเข้มข้น บุรุษบนเตียงยังคงสลบไสลไม่ได้สติ ใบหน้าที่เดิมที่หล่อเหลาถูกเผาไหม้ไปกว่าครึ่ง
“พี่ใหญ่!” เฟิ่งซีเดินมาข้างเตียง มองไปยังบุรุษที่ยังคงไม่รู้ตัวด้วยความปวดใจ “หมอทหารว่าอย่างไรบ้าง?”
“เฟิ่งอวี่ถูกแผนร้ายของจักรพรรดิเซียว สามารถปกป้องชีวิตไว้ได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว แม้แต่หมอทหารก็ไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด” หรือบางทีอาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
มือของเฟิ่งซีสั่นระริก ดวงตาถูกปกคลุมไปด้วยความขุ่นมัว
“ทัพใหญ่แคว้นอี้โจมตีเมืองชายแดนทางเหนือกะทันหัน ฝ่าบาทสั่งให้บิดาของข้านำกำลังไปช่วยทางนั้น”
ดวงตาของหลิ่วอวิ๋นเฟิงเปล่งประกาย เข้าใจความหมายในคำพูดของอีกฝ่ายได้โดยพลัน ที่แท้กำลังเสริมที่พวกเขารอคอยอย่างยากลำบากกลับมิได้ปรากฏตัว แต่ไปยังชายแดนทางเหนือแล้ว! หากวันนี้เฟิ่งซีไม่ได้ตามมา มิแน่ว่าตอนนี้เมืองคงถูกโจมตีจนสูญเสียใหญ่หลวง เมื่อถึงตอนนั้น เขา เฟิ่งอวี่ ตลอดจนทหารหมื่นนาย ไม่รู้ว่าจะมีจุดจบอันน่าเศร้าเช่นใด