หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 951 ความหวัง
เล่มที่ 32 ตอนที่ 951 ความหวัง
ตงฟางซวี่เดินมาข้างเตียง มองไปยังบุรุษที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติ ในใจมีความรู้สึกหลากหลายผสมปนเป
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น ยังไม่ทันสัมผัสใบหน้าของเฟิ่งอวี่ก็ดึงมือกลับเสียก่อน
“เหตุใด…เจ้าจึงไม่ระวังตัวเพียงนี้? เป็นเพราะรีบร้อนเกินไปหรือ?” เพราะรีบร้อนที่จะประสบความสำเร็จจึงติดกับจักรพรรดิเซียวง่ายดายเพียงนี้ เฟิ่งอวี่เป็นคนระมัดระวังตัวมาโดยตลอด แต่คราวนี้กลับทำให้ตงฟางซวี่ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะความผิดพลาดของเขานำพาความเสียหายยากคาดเดามาสู่แคว้นเฉิน แต่ว่า…
ต่อให้เป็นเช่นนี้ ตงฟางซวี่ยังเห็นเขาเป็นพี่น้อง “เจิ้นจะต้องช่วยให้เจ้าได้สติกลับมาแน่! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าควรให้คำอธิบายกับเจิ้นเสียหน่อย?”
ภายในห้องหนังสือของชางติ้งโหว เฟิ่งฉียืนอยู่หน้าโต๊ะ ลังเลอยู่นานกว่าจะพลิกมือขึ้นยื่นไปทางลิ้นชัก
“น้องสี่ เจ้ามาทำอะไรที่นี่?!” เมื่อครู่เฟิ่งซีเห็นเฟิ่งฉีออกมากะทันหันจึงมาดูเสียหน่อย คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาที่นี่
“พี่รองเบาเสียงหน่อย!” เฟิ่งฉีรีบร้อนกล่าวเสียงเบา เขามองไปด้านหลังเฟิ่งซี หลังจากมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดจึงปิดประตูลง “ฝ่าบาทยังไม่เสด็จกลับวังหลวง อย่าให้เขาได้ยินบทสนทนาของพวกเรา!”
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ในใจเฟิ่งซีพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
“เจ้าอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม! พี่ใหญ่มีฐานะเป็นแม่ทัพแห่งแคว้นเฉิน จะช้าจะเร็วย่อมต้องเตรียมใจสละชีพ เจ้าอย่าได้ตำหนิผู้อื่น”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ทว่าบุรุษผู้นั้นกลับเดินมาหน้าโต๊ะ เริ่มค้นหาอะไรบางอย่างราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเฟิ่งซีก็มิปาน “ควรต้องอยู่ที่นี่สิ มิเช่นนั้นจะวางไว้ที่ใดได้อีก?”
ขณะนั้นเอง ด้านหลังมีเสียงดังแกรก บุรุษทั้งสองในห้องหนังสือพากันเงียบเสียง พบว่าบนกำแพงที่มีรูปภาพแขวนเอาไว้ปรากฏรอยแยกขึ้นรอยหนึ่ง
ทั้งสองสบตากันโดยพลัน ในใจเกิดเสียงดังสนั่น มีห้องลับอยู่!
เฟิ่งฉีมองไปยังของทุกอย่างที่ตนสัมผัสเมื่อครู่นี้ สายตามองสำรวจเชิงเทียน กำลังจะเคลื่อนไหวแต่กลับถูกเฟิ่งซีกดมือไว้ก่อน “น้องสี่ เกรงว่าด้านในคงเป็นความลับของท่านพ่อ อย่าเข้าไปเลย”
หากเป็นเมื่อก่อน เฟิ่งฉีคงไม่ประมาทเพียงนี้ ทว่าตอนนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของพี่ใหญ่ เขาลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงดึงเฟิ่งซีไปด้านข้าง เอ่ยกระซิบอย่างระมัดระวัง “บางทีข้าอาจตามหาท่านหมอได้ เมื่อถึงตอนนั้นพี่ใหญ่ก็มีทางช่วยแล้ว!”
อะไรนะ?! คำพูดนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ ในสมองของเฟิ่งซีพลันปรากฏความเป็นไปได้นับพันหมื่น หรือท่านพ่อติดต่อกับท่านหมอมาโดยตลอด?
ความจริง เมื่อครู่ตอนที่เขาอยู่นอกห้อง เขาเห็นสีหน้าย่ำแย่ของหมอหลวงทั้งหลาย หากกระทั่งพวกเขาก็ยังไม่สามารถรับมือกับอาการบาดเจ็บของพี่ใหญ่ได้ เช่นนั้นคงขึ้นอยู่กับลิขิตสวรรค์จริงๆ แล้ว เพียงแต่หากหาท่านหมอพบ พี่ใหญ่ยังพอมีโอกาส
เฟิ่งซีเข้าใจได้โดยพลันว่าตนได้ยินเรื่องสำคัญระดับใด รีบมองไปยังเฟิ่งฉีด้วยสายตาลึกล้ำแฝงความหมาย
ตอนนี้ฝ่าบาทยังอยู่ในเรือน จะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
“ข้าจะรออยู่ที่นี่ เจ้ารีบไปรีบกลับเถิด”
เฟิ่งฉีพยักหน้าหนักๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นเมื่อหากลไกพบจึงทะยานตัวเข้าไปในห้องลับ
บุรุษด้านนอกใคร่ครวญนับพันหมื่น หากกระทั่งน้องสี่ยังรู้เรื่องนี้ เช่นนั้นพี่ใหญ่..ทว่าตอนนี้ฝ่าบาทถูกปิดหูปิดตา เห็นได้ว่าเกี่ยวข้องกับผลดีและผลเสีย เพื่อตามหาท่านหมอ ฝ่าบาททุ่มเทพลังทั้งหมด หากเขารู้ว่าที่แท้จวนชางติ้งโหวติดต่อกับท่านหมอมาโดยตลอด เกรงว่า…คงถูกตราหน้าเป็นกบฏ
เฟิ่งซีเดินไปข้างหน้าต่าง สังเกตการเคลื่อนไหวด้านนอกอย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าตอนที่ตนไม่อยู่ในจวนโหวเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่และฝ่าบาทจึงแปรเปลี่ยนไปมีสภาพเช่นนี้ ทว่ามีจุดหนึ่งที่เขามั่นใจ มีบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปเงียบๆ
“หาเจอแล้ว!”
เสียงยินดีของเฟิ่งฉีดังมาจากด้านใน ดวงตาของบุรุษผู้นั้นเต็มไปด้วยความหวัง หลังจากปิดห้องลับแล้วจึงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ
ไม่นานบุรุษทั้งสองก็ออกไปจากห้องหนังสือราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ภายในห้อง
“ฝ่าบาท พระวรกายสำคัญกว่า ที่นี่มีพวกหม่อมฉันเฝ้าอยู่ ไม่กล้าให้ฝ่าบาทกังวลใจเพียงนี้จริงๆ เพคะ” ฮูหยินชางติ้งโหวกล่าวข้างกายตงฟางซวี่ จักรพรรดิคือจักรพรรดิ ขุนนางคือขุนนาง จวนชางติ้งโหวไม่กล้าทำเรื่อข้ามขอบเขตเช่นนี้จริงๆ
“ไม่ คืนนี้เจิ้นจะเฝ้าเขา”
ท่าทีของตงฟางซวี่ยังคงเรียบเฉย เขาคิดว่านี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำเพื่อเฟิ่งอวี่ได้ หรือบางทีอาจทำเพื่อคลายความรู้สึกผิดในใจของตนกระมัง
เขาหันไปมองตู้หย่วนฟางพี่ยืนอยู่ด้านหลังตนมาโดยตลอด สายตาหยุดลงบนหน้าท้องที่ยื่นนูนออกมาเล็กน้อยของนาง เอ่ยปากอย่างกังวล “เจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถิด ที่นี่มีเจิ้นอยู่”
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ พระวรกายของฝ่าบาทสำคัญกว่า”
ตู้หย่วนฟางไหนเลยจะยอมไปจากเฟิ่งอวี่แม้เพียงครึ่งก้าว อย่างไรก็ตาม นางมองไปยังบุรุษเบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะคิดถึงพี่สาวของตนที่จมอยู่ในวังหลวง ฝ่าบาทดูไม่เหมือนคนไร้หัวใจ เหตุใดจึงเย็นชากับพี่สาวเพียงนั้น นี่มิใช่เรื่องที่นางคาดเดาได้ เพียงแต่ตู้หย่วนฟางคิดว่าตู้หย่วนซิ่วและตงฟางซวี่ควรมีวาสนาอันงดงามถึงจะถูก
สรุปแล้วสวรรค์ผูกวาสนาให้พวกเขาผิดหรือเป็นเพียงเรื่องน่าขบขันในชีวิตมนุษย์กันแน่
“ฝ่าบาท พวกกระหม่อมพัฒนาเทียบยาที่ไม่ทำลายอวัยวะภายในของแม่ทัพเฟิ่งมากที่สุดออกมาได้เทียบหนึ่ง เพียงแต่ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรยังคงต้องรอดูพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงทั้งหลายหารือกันนาน ในที่สุดก็เขียนเทียบยาที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดออกมาเทียบหนึ่ง
“รีบไปต้มมา!”
กลางดึก ขณะที่ทุกคนในห้องกำลังเฝ้าเฟิ่งอวี่และรอดูผลลัพธ์ของยา เฟิ่งซีกลับไปยังเรือนพักของเฟิ่งฉีเพียงลำพัง
“น้องสี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เฟิ่งฉีเขียนจดหมายเรียบร้อยแล้ว “อีกครู่ข้าจะให้คนนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ท่านพ่อ ขอเพียงเขายอมรับ…ไม่สิ ต่อให้เขาไม่ยอมข้าก็จะทำ”
“ท่านหมอ…ตอนนี้นางอยู่ที่แคว้นเหลียนจริงๆ หรือ?”
เฟิ่งซียังคงไม่ลืมสตรีที่สุขุมเยือกเย็นทว่าฉลาดเฉลียวผู้นั้น ตั้งแต่ตนออกไปจากแคว้นเฉิน ไม่ว่าจะไปที่ใดล้วนได้ยินคนข้างกายวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่านหมอประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉินและจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งแคว้นเฉินผู้ลุ่มหลงนารีทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีผู้เดียว ชื่อของนางกลับขจรขจายไปทั่วทุกแคว้น
เฟิ่งฉีมิได้ตอบ นับเป็นการยอมรับแล้ว
“เรื่องพี่สาม…พี่รองรู้มากเพียงใด?” เฟิ่งฉีหลุบตาลง เมื่อกล่าวถึงเฟิ่งหลิง เขายังคงมีความรู้สึกคิดถึงอย่างเข้มข้น ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่สามของเขาอยู่ที่ใด พบเจออันตรายอันใดหรือไม่? อยู่กับท่านหมอมีความสุขมากหรือไม่?
ดวงตาเฟิ่งซีเปล่งประกาย ความจริงเรื่องน้องสามคนนี้ เฟิ่งซีรู้มาตลอดว่าฐานะของเขาไม่ธรรมดา ตั้งแต่เล็กจนโตท่านพ่อมักจะปกป้องน้องสามเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งก่อนหน้านี้ที่เขาพอจะมองเบาะแสออกบ้าง เฟิ่งซีเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ก็เพื่อปกป้องน้องสาม ปกป้องจวนชางติ้งโหวให้เก็บความลับนี้ไว้ได้อย่างสงบเงียบ
“หรือว่าน้องสามจะเป็นคนแคว้นเหลียน?”
คนฉลาดเช่นพี่รอง เฟิ่งฉีพยักหน้าเล็กน้อย เขาก็เข้าใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
“กล่าวเช่นนี้ แสดงว่าน้องสามอยู่ด้วยกันกับท่านหมอแล้วกระมัง” เมื่อมั่นใจเช่นนี้ ในใจของเฟิ่งซีพลันสบายใจไม่น้อย ความจริงคงมีเพียงคนอย่างน้องสามที่จะยืนข้างกายท่านหมอได้
เมื่อเห็นท่าทีเบิกบานของเขา เฟิ่งฉีกลับรู้สึกสงสัย “พี่รองไม่เป็นห่วงหรือ?”
“เป็นห่วง?” เฟิ่งซี มองสีหน้าของอีกฝ่าย ดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยความลังเลเช่นนั้นทำให้เฟิ่งซีรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขารู้ว่าตั้งแต่เล็ก น้องสี่คนนี้คอยตามติดข้างกายน้องสามมาโดยตลอด ทว่าความสัมพันธ์พี่น้องยังคงคละเคล้าไปด้วยความอิจฉาอันเข้มข้น กระทั่งบางครั้งเขายังรู้สึกว่าเฟิ่งฉีแอบเลียนแบบลักษณะของเฟิ่งหลิงด้วยซ้ำ
“ไม่ว่าน้องสามจะมีฐานะเช่นไร เขาก็เป็นพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกันกับพวกเราตั้งแต่เล็ก ในจุดนี้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลง พี่รองเชื่อมั่นในตัวเขา และเชื่อมั่นในตัวพวกเรา”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เฟิ่งซีมีความรู้สึกเฉียบคมระดับใด ไม่นานก็สังเกตเห็นความรู้สึกหดหู่ในใจเฟิ่งฉีจึงยื่นมือออกไปตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ
บุรุษเบื้องหน้าแย้มยิ้มขมขื่น “ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ก็เคยกล่าวเช่นนี้กับข้า”
ดูแล้ว สุดท้ายยังเป็นตนที่ไม่เชื่อมั่นมากพอ ความจริงเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่สามจะส่งข่าวกลับมาบอกตนว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของเขาเป็นอย่างไร แม้เฟิ่งฉีจะรู้ว่านี่จะเป็นเรื่องอันตรายมากก็ตาม
“ขอเพียงบอกพี่สาม เชื่อว่าเขาต้องไม่ยอมนั่งมองเฉยๆ โดยไม่ช่วยเหลือแน่นอน สรุปก็คือ ข้าไม่เชื่อใจฝ่าบาท”
ในที่สุดจดหมายก็ถูกส่งออกไปอย่างราบรื่น คืนนี้ผ่านไปอย่างสงบ ทว่าตอนเช้าตงฟางซวี่กลับถูกงานราชการลากกลับไปยังวังหลวง
หมอหลวงดูแลอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน แต่บุรุษบนเตียงยังคงไม่มีปฏิกิริยาอันใด จนกระทั่งสองวันผ่านไป บุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งก็มาเยือนจวนชางติ้งโหว
“กระดูกหลายแห่งบนร่างแม่ทัพเฟิ่งแตกละเอียดไปแล้ว หากต้องการผสานใหม่จะต้องใช้เวลานาน” บุรุษผู้นั้นตรวจร่างกายเฟิ่งอวี่เสร็จก็กล่าวเช่นนี้ออกมา เขาไม่เหมือนหมอคนอื่นที่มารักษาก่อนหน้านี้ คนเหล่านั้นเอาแต่กล่าวว่าไม่มีทางรักษา บางทีวันหน้าเฟิ่งอวี่อาจใช้ชีวิตที่ได้แต่นอนอยู่บนเตียง ยิ่งไปกว่านั้นยังเลี่ยงการกล่าวถึงปัญหาสำคัญ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาไม่มั่นใจในการรักษาบาดแผลให้เฟิ่งอวี่
“ท่านมีวิธีหรือ? ไม่ว่าจะนานเพียงใดพวกเราก็จะรอ!” ผ่านไปหลายวัน ในที่สุดตู้หย่วนฟางก็มองเห็นความหวังแล้ว
นายท่านตระกูลสาขามองสตรีตั้งครรภ์เบื้องหน้าตน ท่าทีเคร่งครึมจริงจังพลันอ่อนลงไม่น้อย สำหรับสตรีอ่อนแอเช่นนี้ เขายากจะแสดงท่าทีดุดันจริงๆ
“วิธีย่อมมี แต่มิอาจรับประกันว่าจะได้ผลแน่นอน วันหน้าฮูหยินท่านนี้ต้องใส่ใจให้มาก”
ตู้หย่วนฟางและฮูหยินชางติ้งโหวสบตากันด้วยความยินดี “ดีเหลือเกิน! ขอบคุณท่านมาก! ขอเพียงทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะมีความลำบากอันใดพวกเราย่อมไม่กลัว”
อย่างไรก็ตาม เฟิ่งซีที่อยู่ด้านข้างกลับรู้สึกสงสัย เขาเดินมาข้างกายเฟิ่งฉี กระซิบเสียงเบา “น้องสี่ นี่คือคนที่พี่สามส่งมาหรือ?”
“…ข้าไม่ได้รับจดหมายตอบกลับของพี่สาม”
อะไรนะ?! เฟิ่งซีพลันตื่นตะลึง “ไม่มั่นใจในฐานะของเขา เหตุใดจึงปล่อยให้เขาเข้ามาในจวนเล่า? หากว่า…” หากเป็นคนที่จักรพรรดิเซียวส่งมาเอาชีวิตพี่ใหญ่จะทำเช่นไร?
หลังจากนายท่านตระกูลสาขาออกเทียบยาแล้วก็หยิบห่อของสะอาดสะอ้านออกมาจากแขนเสื้อ เมื่อเปิดออกดู ด้านในเป็นเข็มเงินเล็กใหญ่หลายขนาด พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงในพริบตา
คิดไม่ถึงว่าเขาจะดึงเข็มเงินที่ยาวและใหญ่ที่สุดออกมา กำลังจะปักลงไปบนร่างของเฟิ่งอวี่
“ช้าก่อน!”