หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 952 ลองเชิงหลายครา
เล่มที่ 32 ตอนที่ 952 ลองเชิงหลายครา
ท่าทางเช่นนี้ของนายท่านตระกูลสาขาทำเอาทุกคนตกใจ เฟิ่งฉียื่นมือไปจับมือเขาไว้เป็นคนแรก ท่าทางเช่นนั้นช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
“นี่…ท่านเดินทางมาไกล เกรงว่าจะเหน็ดเหนื่อยแล้วกระมัง? มิสู้ไปโถงด้านหน้าทานอาหารว่างพักผ่อนเสียก่อนเป็นอย่างไร จะได้ไม่เหนื่อยจนมือสั่น หากฝังเข็มผิดจุดคงไม่ดี”
“ไม่ๆๆ คุณชายสี่โปรดวางใจ ข้าหยิบเข็มคล่องแคล่วราวหยิบตะเกียบ ไม่ฝังผิดจุดแน่นอน”
ยิ่งนายท่านตระกูลสาขากล่าวเช่นนี้ เฟิ่งฉีและเฟิ่งซียิ่งรู้สึกว่าเขามีความคิดแอบแฝง พลันนั้นจึงลากจูงอีกฝ่ายออกไปจากห้อง
คุณชายทั้งสองสบตากัน เดิมทีคิดจะถามฐานะของอีกฝ่ายให้ชัดเจนแต่ก็กลัวเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น หากเขาเป็นคนที่จักรพรรดิเซียวส่งมาย่อมไม่กล่าวความจริงกับพวกเขาแน่นอน บรรยากาศในห้องโถงใหญ่กระอักกระอ่วนเล็กน้อย นายท่านตระกูลสาขาไม่เข้าใจ เหตุใดพวกเขาจึงขวางการรักษาคุณชายใหญ่ของตน ประเดี๋ยวก่อน…
“อา! เลอะเลือนแล้ว เลอะเลือนแล้ว! ความจริง…ข้าน้อยได้รับการไหว้วานจากผู้อื่น ให้มารักษาคุณชายใหญ่โดยเฉพาะ”
ได้รับการไหว้วานจากผู้อื่น?! ดวงตาของเฟิ่งฉีเปล่งประกาย ในที่สุดก็ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์แล้วกระมัง?
พบว่านายท่านตระกูลสาขาหยิบจดหมายที่ถูกพับเป็นชั้นออกมาจากรองเท้า คุณชายทั้งสองสีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน เขาแย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ตอนแรกกังวลว่าคนของจวนชางติ้งโหวจะสงสัยฐานะของเขาจึงจำเป็นต้องให้องค์ชายใหญ่เขียนจดหมายให้เขา จากนั้นจึงซ่อนไว้ในรองเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหนือคาดอันใดจนเผยฐานะของตนไประหว่างทาง
เฟิ่งฉีรับจดหมายมาจากมือของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแข็งทื่อ เมื่อเปิดออกอ่าน ในดวงตาพลันปรากฏความยินดีอย่างบ้าคลั่ง! นี่เป็นลายมือของพี่สาม…
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“เสียมารยาทแล้ว! เสียมารยาทแล้ว! ที่แท้ก็เป็นท่านลุงเฉา”
ในจดหมายเฟิ่งหลิงมิได้กล่าวถึงฐานะของนายท่านตระกูลสาขาอย่างชัดเจน เพียงทำให้พวกเฟิ่งฉีเชื่อมั่นในคนผู้นี้เท่านั้น ปล่อยให้เขารักษาอาการบาดเจ็บของเฟิ่งอวี่ไปอย่างวางใจ หากไม่เห็นผลจะส่งคนมาอีกครั้ง
ตอนนี้นายท่านแต่ละคนของตระกูลใบไม้ตลอดจนครอบครัวของพวกเขาล้วนถูกเฟิ่งหลิงจัดไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยแต่ละแห่งเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่นายท่านตระกูลสาขาและครอบครัวของเขาอยู่ใกล้แคว้นเฉินมากที่สุด เฟิ่งหลิงได้รับจดหมายนกพิราบที่ใช้ชื่อชางติ้งโหวส่งมา ไม่คิดว่าด้านในกลับเป็นลายมือของเฟิ่งฉี
เดิมทีไม่ควรให้คนของตระกูลอวิ๋นเข้ามาพัวพัน แต่เฟิ่งหลิงไม่อาจนั่งมองเฉยๆ โดยไม่สนใจจริงๆ จึงไหว้วานอวิ๋นมู่ให้เลือกคนที่เหมาะสมมาคนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ยามที่นายท่านตระกูลสาขาอยู่ที่แคว้นอี้ เขาทำตัวเงียบๆ ดังนั้นต่อให้เขามาที่แคว้นเฉินก็ไม่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น
“คุณชายทั้งสองกังวลก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ ล้วนต้องตำหนิข้าที่เลอะเลือนลืมแสดงฐานะไปชั่วครู่ คุณชายทั้งสองโปรดวางใจ อาการบาดเจ็บของคุณชายใหญ่ข้าจะรักษาสุดความสามารถแน่นอน!” แม้วิชาแพทย์ของเขาจะเทียบอวิ๋นซูไม่ได้ แต่เขาเชื่อว่า หากเลือกหมอหลวงในแคว้นเฉินมามั่วๆ มาเทียบสักคนหนึ่ง ตนย่อมไม่แพ้แน่นอน
ไม่นานเรื่องที่จวนชางติ้งโหวมีแขกสูงศักดิ์มาหาก็แพร่ไปถึงหูตงฟางซวี่
แขก? ในใจของตงฟางซวี่เกิดความรู้สึกผิดปกติ กระทั่งหมอหลวงในวังก็ยังรับมือไม่ได้ แขกท่านนั้นจะมีวิธีการอันใดไปรักษาเฟิ่งอวี่ หรือจะกล่าวว่า…
เขายังจำได้ดี เหล่าหมอหลวงเคยกล่าวว่าใต้หล้านี้อาจมีเพียงอวิ๋นซูที่มีวิธีรักษาให้หาย ก่อนหน้านี้เขาสงสัยว่าเฟิ่งอวี่อาจติดต่อกับอวิ๋นซูมาโดยตลอด ตอนนี้เฟิ่งอวี่ลำบาก ไม่แน่ว่าอวิ๋นซูอาจจะ…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ตงฟางซวี่พลันลุกขึ้นยืน “เตรียมตัว ไปจวนชางติ้งโหว!”
เฟิ่งฉีและเฟิ่งซีเฝ้าอยู่ในห้อง มองดูนายท่านตระกูลสาขาปักเข็มไปบนร่างของเฟิ่งอวี่ทีละเข็มอย่างเงียบงัน
“อาการบาดเจ็บของคุณชายใหญ่ไม่เบาเลยทีเดียว นอกจากการรักษาด้วยอาหารแล้ว ยังต้องผสมผสานกับการฝังเข็มระบายเลือดลม อีกอย่างยังต้องใช้พลังภายในระบายจุดชีพจรตีบตันไปช้าๆ ต้องสิ้นเปลืองเวลายาวนานและต้องใช้แรงคงที่” การที่หมอหลวงในพระราชวังแห่งแคว้นเฉินรับมือไม่ได้เป็นเพราะพวกเขาสนใจแต่การรักษาอาการป่วยปกติ ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บด้านวรยุทธ์เช่นนี้มากนัก
แต่แคว้นอี้เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านการทหาร วิชาแพทย์ของพวกเขาย่อมให้ความสำคัญกับการรักษาอาการบาดเจ็บเช่นนี้ เพียงแค่จุดนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่หมอหลวงแคว้นเฉินจะเทียบได้แล้ว
“กล่าวเช่นนี้ เฟิ่งอวี่มีทางช่วยแล้วหรือ?”
ขณะนั้นเองเสียงลึกล้ำเสียงหนึ่งดังแว่วมา เฟิ่งฉีและเฟิ่งซีตื่นตะลึงในใจ เมื่อหันไปมองพบว่าตงฟางซวี่ยืนอยู่ตรงนั้น
“ถวายพระพรฝ่าบาท!”
ฝ่าบาท? การเคลื่อนไหวของนายท่านตระกูลสาขาชะงักไปชั่วครู่ กำลังคิดจะย่อตัวคารวะ แต่กลับถูกตงฟางซวี่หยุดไว้
“ท่านหมอไม่จำเป็นต้องมากพิธี ได้ยินว่า…ท่านหมอมีวิธีรักษาเฟิ่งอวี่หรือ? หากเป็นเช่นนี้จริงก็ดียิ่งนัก” เมื่อตงฟางซวี่เข้ามาก็ใช้สายตาอันแปลกประหลาดมองสำรวจบุรุษเบื้องหน้า
การมาของเขามิได้ทำให้เฟิ่งฉีและเฟิ่งซีรู้สึกแปลกใจมากนัก ทั้งสองสบตากัน เข้าใจกันโดยมิต้องเอ่ย
นายท่านตระกูลสาขาแย้มยิ้ม เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเยาว์วัย เขาย่อมมีท่าทีเคารพนอบน้อม
“เพียงแต่ไม่ทราบว่าท่านหมอเป็นคนจากที่ใด? หมอหลวงแคว้นเฉินของข้าล้วนรับมือไม่ได้ ทำให้รู้สึกผิดยิ่งนัก”
“กระหม่อมเป็นเพียงหมอพเนจร เคยได้รับบุญคุณจากชางติ้งโหว ตอนนี้ได้ยินว่าบุตรชายคนโตของท่านโหวได้รับความลำบาก พอดีกับที่กระหม่อมอยู่ใกล้แคว้นเฉินจึงเดินทางมาตรวจดูเสียหน่อยว่าจะใช้ความสามารถของตนได้หรือไม่”
หมอพเนจร? เมื่อเห็นการแต่งกายของอีกฝ่ายที่ดูมอมแมมเล็กน้อย ทั้งยังมีร่างอวบอ้วน ไม่เหมือนคนสูงศักดิ์อันใดจริงๆ
เขาเกี่ยวข้องกับอวิ๋นซูหรือไม่?
ตอนนี้เอง จู่ๆ เฟิ่งซีก็อุทานออกมา “ลุงเฉา พี่ใหญ่เขา…”
พบว่าบุรุษบนเตียงที่เดิมทีไม่มีปฏิกิริยาอันใดแม้แต่น้อยถึงกับขมวดคิ้ว หางคิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย ดูท่าทางไม่สบาย
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดตู้หย่วนฟางให้รีบมาทันที นางวิ่งเหยาะๆ เข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทีตื่นเต้น หยุดอยู่ข้างกายเฟิ่งอวี่ ส่งเสียงเรียกด้วยความรักลึกซึ้ง “ฟู่จวิน? ฟู่จวิน! ท่านตื่นเถิด ข้าคือหย่วนฟาง!”
“อืม ดูท่าทางการฝังเข็มให้ผลอยู่บ้าง รับรู้ถึงความเจ็บปวดเช่นนี้นับว่ามีหวังแล้ว”
นายท่านตระกูลสาขาแย้มยิ้มอย่างพอใจ ส่วนตงฟางซวี่ที่อยู่ด้านข้างยังคอยสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเขา
ทุกคนในห้องคล้ายมองเห็นความหวัง บรรยากาศผ่อนคลายกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย
ยามดึก ในขณะที่นายท่านตระกูลสาขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากพลางถอยออกมาจากในห้อง กลับมีองครักษ์ผู้หนึ่งเดินมาหา “ท่านหมอ ฝ่าบาทเรียกพบขอรับ”
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงขยับแขนเสื้อก่อนจะผงกศีรษะ
ที่ศาลาภายในสวนบุปผา บุรุษสูงศักดิ์ที่เปลี่ยนอาภรณ์มาเรียบร้อยแล้วจัดวางสุราอาหารรออยู่ที่นั่น ในยามที่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ตงฟางซวี่พลันลุกขึ้นยืน
“ลำบากท่านหมอเฉาแล้ว ไม่ทราบว่าอาการของเฟิ่งอวี่เป็นอย่างไรบ้าง?”
เขาเฝ้าอยู่ที่จวนชางติ้งโหวมาทั้งวัน เกรงว่าคงมิได้ง่ายดายเพียงแค่ต้องการสังเกตอาการบาดเจ็บของเฟิ่งอวี่เป็นแน่ นายท่านตระกูลสาขาเตรียมตัวมาก่อนแล้ว ทำเพียงแย้มยิ้มอย่างเรียบเฉย “แม่ทัพเฟิ่งยังไม่ได้สติ แต่ตอนนี้มีปฏิกิริยาบ้างแล้ว เชื่อว่าขอเพียงยืนหยัดรักษาต่อไป เวลาที่จะพื้นขึ้นมาย่อมอยู่ไม่ไกลแล้ว”
“วิชาแพทย์ของท่านหมอเฉาสูงส่งเพียงนี้ ทำให้ผู้คนนับถือจริงๆ ! เชิญนั่ง”
“กระหม่อมมิกล้า”
“ฮ่าๆๆๆ ท่านเป็นผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตของเฟิ่งอวี่ เช่นนั้นก็เป็นผู้มีพระคุณของเจิ้น ที่นี่คือจวนชางติ้งโหวมิใช่วังหลวง ท่านหมอเฉาไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดเพียงนี้”
นายท่านตระกูลสาขาย้อนคิด ก่อนหน้านี้องค์ชายใหญ่กล่าวเตือนในจดหมายแล้วว่าการเดินทางครั้งนี้จะต้องกระตุ้นจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งแคว้นเฉินแน่นอน เชื่อว่าเขาจะต้องเคลื่อนไหวแน่ ไม่จำเป็นต้องเผยข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างตนกับตระกูลอวิ๋น เขาขยับชายแขนเสื้อเล็กน้อยก่อนจะนั่งลง “ในเมื่อฝ่าบาทไม่คิดเล็กคิดน้อย เช่นนั้นกระหม่อมจะไม่เกรงใจแล้ว!”
ท่าทีเช่นนี้ของเขาไม่แตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
อยู่ในหมู่บ้านที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแห่งนั้นมานาน นายท่านตระกูลสาขารู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่าครอบครัวคนธรรมดาจะมีลักษณะการเคลื่อนไหวเช่นไร ท่าทีเช่นนี้ของเขาทำให้ดวงตาของตงฟางซวี่ปรากฏประกายแวววาว ไม่นานก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลง
“ไม่ทราบว่าท่านหมอเฉาเคยได้ยินเรื่องหมอประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉินหรือไม่?”
“หมอประจำพระองค์? อ้อ! สตรีผู้เป็นตำนานนั่นเอง! เคยได้ยิน ย่อมเคยได้ยินแน่นอน!”
ตงฟางซวี่แย้มยิ้ม แต่ความสงสัยที่มีต่อนายท่านตระกูลสาขากลับมิได้ลดลงเลย “เมื่อครู่เห็นวิธีการฝังเข็มของท่านหมอเฉาดูคล้ายหมอประจำพระองค์ของเจิ้นยิ่งนัก ไม่ทราบว่าพวกท่านสองคนมีอาจารย์คนเดียวกันหรือไม่”
“วิธีการฝังเข็ม? นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร หมอทุกคนย่อมมีวิธีการอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง สตรีจะอย่างไรก็เป็นสตรี…ฮ่าๆ ไม่ขอปิดบังฝ่าบาท กระหม่อมมีความเชื่อมั่นในวิชาแพทย์ของตนเองอยู่บ้าง หากเป็นไปได้อยากประลองกับท่านหมอผู้นั้นจริงๆ กระหม่อมไม่เชื่อว่าสตรีเพียงนางเดียวจะมีความสามารถยิ่งใหญ่อันใด!”
ในน้ำเสียงของเขาแสดงความดูแคลนสตรีชัดเจน นี่นับเป็นการสงสัยอวิ๋นซู ทำให้ในใจของตงฟางซวี่เกิดความรู้สึกไม่พอใจ
ไม่รู้ว่าคนผู้นี้จงใจหรือคิดว่าตนเองสูงส่งเพียงนั้นจริงๆ
“ก่อนหน้านี้ท่านหมอเฉากล่าวว่าตนเป็นหมอพเนจรไ ม่ทราบว่าเคยไปที่ใดมาบ้างหรือ?”
“กระหม่อมยังมีบุตรและภรรยาย่อมไม่ไปไกลนัก เคยไปหาประสบการณ์ที่แคว้นอี้มาบ้าง แต่เวลาส่วนใหญ่พเนจรอยู่ในพื้นที่ห่างไกล! อีกอย่าง ยิ่งเป็นสถานที่กันดาลก็ยิ่งมีอาการแปลกประหลาดมากมาย วิชาแพทย์ของกระหม่อมได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์การรักษาให้ชาวบ้านมานานหลายปี”
บุรุษเบื้องหน้าบรรยายประสบการณ์ของตนจนน้ำไหลไฟดับ แต่ตงฟางซวี่กลับมิได้เบาะแสที่ตนต้องการจึงเริ่มหมดความอดทน
“ฝ่าบาทคงไม่ทราบกระมัง ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านเกิดโรคระบาด กระหม่อมรักษาสุดความสามารถ…”
“พอแล้ว!”
ตงฟางซวี่อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหยุดอีกฝ่าย แต่อย่างไรก็ยังไม่ยอมแพ้ในเรื่องนี้ “ก่อนหน้านี้ท่านหมอผู้นั้นก็เคยระงับโรคระบาดที่ปะทุในแคว้นเฉิน ไม่ทราบว่าท่านหมอเฉาเคยได้ยินหรือไม่?”
“เคยได้ยินพ่ะย่ะค่ะ! ชื่อเสียงของหมอหลวงประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉินท่านนี้โด่งดังยิ่ง แต่กระหม่อมคิดว่าหากให้กระหม่อมไปเขตโรคระบาดจะต้องแก้ปัญหาให้ฝ่าบาทได้เร็วกว่าท่านหมอผู้นั้นเป็นแน่!” นายท่านตระกูลสาขาสังเกตเห็นว่าตงฟางซวี่หมดความอดทนแล้ว ในสมองปรากฏความคิดดีๆ ขึ้นมาอย่างหนึ่ง “ก่อนหน้านี้ชางติ้งโหวเคยเชิญกระหม่อมมารักษาที่เมืองหลวง กล่าวว่าด้วยความสามารถของกระหม่อมต้องได้รับพระราชทานรางวัลจากฝ่าบาทเป็นแน่ ตอนนี้กระหม่อมพบฝ่าบาทรู้สึกดั่งพบพานสหายเก่า ยามนั้นปฏิเสธการแนะนำจากท่านโหวไป ช่างน่าเสียดายจริงๆ!”
คำพูดนี้เต็มไปด้วยนัยยะ มีความหมายต้องการให้ตงฟางซวี่สนับสนุนเขา
หากเขาเกี่ยวข้องกับซูเอ๋อร์จริงๆ ย่อมไม่ควรกล่าวเรื่องอยู่ในแคว้นเฉินขึ้นมาด้วยตัวเองถึงจะถูก หรือเขาคิดจะใช้การรักษาเฟิ่งอวี่สร้างโอกาสคว้าเกียรติยศอันสูงศักดิ์?
“ท่านจะอยู่ในแคว้นเฉินจริงหรือ?”
ท่าทางของนายท่านตระกูลสาขาดูโอหังหาใดเปรียบ เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น “หากได้ทำงานให้ฝ่าบาทก็นับเป็นวาสนาของกระหม่อมแล้วจริงๆ! เชื่อว่าด้วยความสามารถของกระหม่อมจะต้องเหนือกว่าหมอประจำพระองค์แห่งแคว้นเฉินได้แน่ วันหน้าหากมีโรคยากรักษาอันใดก็สามารถเรียกใช้กระหม่อมได้! โปรดอภัยที่กระหม่อมพูดตามตรง ไม่ว่าวิชาแพทย์จะสูงส่งเพียงใดสุดท้ายก็เป็นเพียงสตรีนางเดียว อย่างไรย่อมมิอาจทำงานใหญ่ได้ หากเปลี่ยนเป็นกระหม่อม…”
จริงดังคาด นายท่านตระกูลสาขาประสบความสำเร็จ เห็นความโกรธเกรี้ยวในดวงตาตงฟางซวี่แล้ว