หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 953 คนดีสวรรค์คุ้มครอง
เล่มที่ 32 ตอนที่ 953 คนดีสวรรค์คุ้มครอง
ตงฟางซวี่มองสายตาจริงจังของคนเบื้องหน้าคล้ายต้องการมั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงละครตบตาหรือไม่ แต่หากเขารู้จักกับอวิ๋นซูจริงๆ เหตุใดแต่ละคำพูดจึงแฝงไปด้วยความดูแคลนนางเล่า?
“ตอนนี้แม่ทัพเฟิ่งยังไม่ได้สติ ลำบากท่านหมอเฉาแล้ว”
เขาเลี่ยงพูดเรื่องสำคัญกับนายท่านตระกูลสาขา ความหมายชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
หากหยุดเพียงเท่านี้จะดูปลอมเกินไปหรือไม่? นายท่านตระกูลสาขาตัดสินใจใช้ลักษณะของผู้โลภในเกียรติยศและชื่อเสียงมาแสดงให้ชัดเจนเสียหน่อย “หากแม่ทัพเฟิ่งได้สติขึ้นมา กระหม่อมจะมีเกียรติได้รับใช้ฝ่าบาทหรือไม่?”
“…” เขาอยากอยู่ในแคว้นเฉินเพียงนี้เชียวหรือ?
โทสะในใจของตงฟางซวี่ลึกล้ำยิ่งขึ้น มิได้เป็นเพราะนายท่านตระกูลสาขามีท่าทีโลภในชื่อเสียงเกียรติยศ แต่เป็นเพราะความหวังของเขาว่างเปล่าอีกครั้ง
“เจิ้นคิดได้ว่ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ วันหน้าค่อยมาเยี่ยมแม่ทัพเฟิ่งใหม่ ส่วนข้อเสนอของท่านหมอเฉา เจิ้นจะพิจารณา”
นายท่านตระกูลสาขารีบลุกขึ้นยืนคารวะแสดงความซาบซึ้งใจ “น้อมส่งฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเห็นเงาร่างนั้นเดินจากไป นายท่านตระกูลสาขาจึงแย้มยิ้มพลางเดินกลับไปนั่ง เตรียมอาหารมากมายเพียงนี้ ไม่กินก็น่าเสียดายเกินไปแล้ว! แม้จักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินจะมีความละเอียดรอบคอบ แต่อย่างไรก็ยังเยาว์เกินไป เผชิญหน้ากับจิ้งจอกเฒ่าเช่นเขา จะหาเบาะแสออกมาง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไร
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
จนกระทั่งนายท่านตระกูลสาขาออกจากสวนบุปผาด้วยความพึงพอใจ เดินกลับไปยังห้องของตนเอง พบว่าในห้องมีบุรุษสองคนรอเขาอยู่นานแล้ว
“ท่านหมอเฉา ฝ่าบาทสงสัยท่านหรือไม่?” เฟิ่งฉีรีบเดินเข้ามา ในตอนที่พวกเขารู้ว่าท่านหมอเฉาถูกตงฟางซวี่เรียกตัวไปทันทีที่ออกจากห้องเฟิ่งอวี่ ในใจก็เป็นกังวลมาโดยตลอด
“ย่อมต้องสงสัย แต่เมื่อครู่ข้าทำให้เขารำคาญจนหนีไปแล้ว” นายท่านตระกูลสาขาแย้มยิ้ม “ข้าแสดงให้ฝ่าบาทของพวกท่านเห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการอยู่ทำงานให้เขาที่แคว้นเฉิน แต่ดูแล้ววิชาแพทย์ของข้าคงไม่เข้าตาฝ่าบาทของพวกท่าน” น้ำเสียงหยอกล้อเช่นนี้ทำให้เฟิ่งฉีและเฟิ่งซีผ่อนคลายลงมาก
ไม่นานพวกเขาก็เข้าใจความหมายในคำพูดของนายท่านตระกูลสาขา ไม่เสียทีที่เป็นคนที่มีความเกี่ยวพันกับท่านหมอ ประสบการณ์การอ่านคนสมบูรณ์แบบยิ่งนัก
เฟิ่งฉีลังเลอยู่นาน สุดท้ายจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “ท่านหมอเฉา มิทราบว่า…พี่สามของพวกเรากับท่านหมอประจำพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง?”
เฟิ่งซีถอยออกไปอย่างเงียบงัน เขารู้ว่าตอนนี้ยังไม่อาจผ่อนคลายความระมัดระวังลงได้จึงออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอกเพื่อมิให้ผู้อื่นพบความผิดปกติของพวกเขา
นายท่านตระกูลสาขาอ้าปาก เกือบหลุดคำเรียกองค์ชายใหญ่ออกไปแล้ว เขาคิดอย่างละเอียดครู่หนึ่ง คิดว่าระมัดระวังไว้ก่อนจะเป็นการดี “คุณชายสามและท่านหมอประจำพระองค์สบายดี คุณชายสี่ไม่จำเป็นต้องกังวล ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาแต่งงานกันแล้ว”
“จริงหรือ?!”
บนใบหน้าของเฟิ่งฉีเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ายังคงมีความผิดหวังอยู่จางๆ วันมงคลอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เขากลับไม่อาจเห็นด้วยตาตนเอง ช่างน่าเสียดาย
“เช่นนั้นพี่สามเคยกล่าวหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อใด?” นี่เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด เขาไม่อยากคิดว่าจะไม่ได้พบกับพี่สามที่เขาเคารพไปชั่วชีวิต
“นี่…ข้าไม่เคยได้ยินคุณชายสามกล่าวเรื่องนี้มาก่อน” นายท่านตระกูลสาขาไม่กล้าตอบตามใจ “แต่คุณชายสามจดจำพี่น้องจวนชางติ้งโหวได้เสมอ มิเช่นนั้นคงไม่ให้ข้าเสี่ยงอันตรายปรากฏตัวเป็นแน่”
เฟิ่งฉีก้มหน้าลงเล็กน้อย ในใจรู้สึกจนใจและรู้สึกผิด
“ข้ารู้ว่านำความยุ่งยากมาให้พี่สามอีกแล้ว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ยังต้องให้เขาสิ้นเปลืองความคิดเพราะเรื่องของพี่ใหญ่อีก” ก่อนหน้านี้เขาส่งจดหมายไปให้ชางติ้งโหวที่อยู่ไกลถึงชายแดนทางเหนือเพื่อขอความเห็น แต่ท่านพ่อไม่ได้รับปากเรื่องผลลัพธ์
หากต้องให้บุตรชายคนหนึ่งตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเพื่อบุตรชายอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เหมาะสมนัก รอให้ท่านโหวกลับมาก่อน เฟิ่งฉีเตรียมใจถูกเขาตำหนิไว้แล้ว
ขณะนั้นเอง เสียงกระวนกระวายเสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอก
“ท่านหมอเฉา! ท่านหมอเฉา!”
“พี่สะใภ้ใหญ่ นี่ท่าน…” เฟิ่งซีเห็นสตรีวิ่งเข้ามาจึงรีบเข้าไปประคองนางด้วยท่าทีเป็นห่วง
ดวงตาของตู้หย่วนฟางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “สามีข้า เขา…”
…
ในตอนที่ทุกคนมาถึง หมอหลวงหลายคนที่เฝ้าอยู่ในห้องกำลังยุ่งจนมือเป็นระวิง แม้จะทำความสะอาดไปแล้วกว่าครึ่ง แต่บนพื้นก็ยังมีรอยเลือดอยู่กองหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงได้กระอักเลือด?”
ในยามที่นายท่านตระกูลสาขาปรากฏตัว หมอหลวงทั้งหลายพลันหน้าเปลี่ยนสี ต้องทราบว่าฝ่าบาทมีคำสั่งมาแล้ว หากทำให้แม่ทัพเฟิ่งฟื้นคืนสติไม่ได้ พวกเขาก็ต้องหัวหลุดจากบ่า! เมื่อหมอบ้านป่าที่ปรากฏตัวออกมากะทันหันผู้นี้ยื่นมือเข้ายุ่ง อาการของแม่ทัพเฟิ่งก็ย่ำแย่ลงทันที!
“ท่านหมอเฉา ท่านให้แม่ทัพเฟิ่งกินยาอะไรกันแน่? เหตุใดก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่ ตอนนี้กลับถูกพิษแล้ว?”
ถูกพิษ? บนใบหน้าของนายท่านตระกูลสาขาเต็มไปด้วยความสงสัย “นี่จะเป็นไปได้อย่างไร เทียบยานั้นข้าทดสอบมาหลายครั้งแล้ว!”
เขาผลักหมอหลวงที่ขวางทางอยู่ เดินมาข้างเตียง ยื่นมือออกไปจับชีพจรให้เฟิ่งอวี่ คิ้วพลันขมวดมุ่น สถานการณ์อันตรายยิ่ง!
“คุณชายทั้งสอง คนผู้นี้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน ไม่แน่ว่าอาจเป็นสายลับที่แคว้นศัตรูส่งมาเพื่อวางแผนร้ายใส่แม่ทัพเฟิ่งก็เป็นได้! ก่อนหน้านี้เขาดื่มยาที่พวกเราหมอหลวงออกเทียบให้ ชีพจรของแม่ทัพเฟิ่งยังสงบนิ่ง แต่ตอนนี้จู่ๆ ก็มีอาการถูกพิษปรากฏชัดเจน เห็นได้ว่าคนผู้นี้แอบลงมือ!” หมอหลวงตำหนินายท่านตระกูลสาขาด้วยความโกรธเกรี้ยว “คุณชายทั้งสองรีบลากตัวคนผู้นี้ออกไปเสีย มิเช่นนั้นชีวิตของแม่ทัพเฟิ่งจะเป็นอันตราย!”
“เหลวไหล เทียบยาแย่ๆ ที่พวกท่านออกมีประโยชน์อันใด?”
นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ข้างเตียงรู้สึกหนวกหูยิ่งนักจึงกล่าวออกมาโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“เจ้า เจ้า…” ถึงกับกล่าวว่าเทียบยาที่พวกเขาพัฒนาออกมาอย่างยากลำบากเป็นเทียบแย่ๆ เชียวหรือ! “มีเหตุผลเช่นนี้ที่ไหนกัน ในฐานะที่เป็นสายลับจะโอหังเกินไปหรือไม่! เด็กๆ รีบลากสายลับผู้นี้ออกไปเสีย!”
“หุบปาก!” นายท่านตระกูลสาขาตะโกนเสียงเย็น เขาหยิบเทียบยาที่ตนเขียนออกมาตรวจสอบอีกครั้ง “เทียบยาของข้าไม่ทำให้ถูกพิษแน่…เทียบยาของพวกเจ้าเล่า?!”
“หึ!” หมอหลวงทั้งหลายไม่เต็มใจร่วมมือ แต่เฟิ่งฉีไหนเลยจะสนใจเพียงนั้น รีบสั่งให้คนที่ห้องยานำเทียบยาของหมอหลวงมาให้
“ประเดี๋ยวก่อน สมุนไพรตัวสุดท้ายใส่เพิ่มเข้าไปตั้งแต่เมื่อใด?”
นายท่านตระกูลสาขาหยิบเทียบยาทั้งสองมาเปรียบเทียบ มองเบาะแสออกโดยพลัน
“หมายความว่าอย่างไร? นี่เป็นเทียบยาดั้งเดิม!” หมอหลวงคิดว่าเขาต้องการผลักความรับผิดชอบจึงโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น
แต่เด็กรับใช้ที่ถูกส่งไปห้องยาเมื่อครู่นี้ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “หมอหลวงจาง สมุนไพรตัวสุดท้ายมิใช่ว่าท่านใส่เพิ่มไปทีหลังหรือขอรับ?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา หมอหลวงจางพลันชะงักไป สบตากับหมอหลวงหลายคน “นี่…นี่…” เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนที่เฟิ่งอวี่กินยาหนที่สามยังไม่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงหารือกันเพิ่มตัวยาเข้าไป ทั้งยังเขียนเพิ่มลงไปหลังจากนายท่านตระกูลสาขาอ่านผ่านตาแล้วจริงๆ
“หรือว่า…จะเกี่ยวข้องกับตัวยาตัวสุดท้าย?” จะมีเรื่องบังเอิญเพียงนี้จริงหรือ? ในน้ำเสียงของหมอหลวงเจือไปด้วยความร้อนตัวอยู่หลายส่วน
“นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว พอดีว่าตัวยาตัวสุดท้ายให้ผลขัดกับหนึ่งในตัวยาของข้า!” บนใบหน้าของนายท่านตระกูลสาขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม “ตอนนี้ร่างกายของแม่ทัพเฟิ่งอ่อนแอเพียงนี้ แม้พิษที่เกิดจากยาข่มกันจะมิได้มากมาย แต่อวัยวะภายในของเขารับไม่ไหวจริงๆ เพียงพอที่จะเอาชีวิตแม่ทัพเฟิ่งได้แล้ว!”
นี่…หมอหลวงหลายท่านพลันหน้าเปลี่ยนสี เพียงเพราะความสะเพร่าทำให้กลายเป็นปัญหาใหญ่เชียวหรือ ไม่รู้ว่าชะตาของแม่ทัพเฟิ่งไม่ดีหรือชะตาของพวกเขาไม่ดีกันแน่
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ใช่เวลามาสืบหาความผิด ข้าจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่งกลับไป ให้ฮูหยินของข้าส่งสมุนไพรมาให้ หวังว่า…จะทันการ” ตระกูลอวิ๋นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นมานาน มิใช่ว่าไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด สิ่งที่พวกเขาได้รับก็คือพืชพรรณที่แคว้นอี้และแคว้นเฉินไม่มี ซึ่งสามารถนำมาทำยาได้ ทั้งยังมีผลดีจนน่าประหลาดใจ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ตงฟางซวี่ที่กำลังกลับถึงวังได้ยินข่าวนี้จึงเปลี่ยนทางกลับมาอีกครั้ง ในตอนที่เขาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหนักอึ้ง พบว่าหมอหลวงหลายคนยืนอยู่ด้านข้างราวกับเด็กกระทำความผิด ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไรแม้แต่ประโยคเดียว
เขากวาดตามองพวกเขาอย่างเย็นชา จากนั้นจึงเดินมาข้างกายนายท่านตระกูลสาขา “เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“จะผ่านคืนนี้ไปได้หรือไม่ก็ยังไม่ทราบ”
“ไม่! ต้องช่วยเขาให้รอด! เฟิ่งอวี่ ยืนหยัดไว้ เจิ้นสั่งให้เจ้ายืนหยัดต่อไป!”
ประมาณสองชั่วยามต่อมา สตรีชาวบ้านแต่งกายธรรมดานางหนึ่งพลันปรากฏตัวในห้อง “ฟู่จวิน นี่คือสมุนไพรที่ท่านต้องการ”
“ลำบากฮูหยินแล้ว”
สายตาของตงฟางซวี่หยุดอยู่บนร่างของสตรีแปลกหน้า เขามีความรู้สึกเฉียบแหลม สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง สตรีนางนี้แม้จะสวมใส่อาภรณ์ธรรมดา แต่มือทั้งสองกลับขาวนวลเป็นพิเศษ ไม่เหมือนมือที่ครอบครัวธรรมดาจะมี เขามีปฏิกิริยาขึ้นมาโดยพลัน หมอเฉาผู้นี้เก็บซ่อนตัวตนได้ดียิ่งนัก บางทีตนอาจหาข้อมูลที่ต้องการจากฮูหยินของเขาก็เป็นได้!
ตงฟางซวี่ถอยออกไปเงียบๆ กำชับองครักษ์เงาของตน “ติดตามสตรีนางนั้นไป หากมีข่าวใดให้รีบมารายงาน”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
“นี่คือสมุนไพรอันใดไม่เคยเห็นมาก่อน” หมอหลวงหลายคนวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบา ตอนนี้อาการของแม่ทัพเฟิ่งอันตรายเพียงนี้ พวกเขาสงสัยจริงๆ ว่านายท่านตระกูลสาขาจะมีวิธีใดมาช่วยเหลือ
“พวกเจ้ายอมไม่เคยเห็นแน่นอน! มิเช่นนั้นคงไม่ทำความผิดพลาดเช่นนี้ออกมาแน่”
นายท่านตระกูลสาขาที่อยู่ด้านข้างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เมื่อกล่าวจบ หมอหลวงทั้งหลายพลันหน้าเปลี่ยนสี พากันเงียบลงทันที
ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งคืน แต่สำหรับตู้หย่วนฟางและทุกคนในจวนชางติ้งโหวกลับคล้ายหนึ่งชาติภพ
ฟ้าเริ่มสาง นิ้วของบุรุษบนเตียงขยับเล็กน้อย การเคลื่อนไหวเล็กๆ ทำให้ตู้หย่วนฟางที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตลอดตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณ
“ฟู่จวิน?”
บุรุษสีหน้าขาวซีดค่อยๆ ลืมตา เหนือศีรษะคือผ้าม่านอันคุ้นเคย มือของเขาถูกมือเล็กๆ อันเย็นเยียบกุมแน่น
“ท่านหมอเฉา! สามีข้าฟื้นแล้ว! เขาได้สติแล้ว!” เสียงอุทานด้วยความยินดีดังไปทั่วทั้งจวนชางติ้งโหว ไม่นานในห้องก็มีคนมารวมตัวอยู่เต็มห้อง
“คนดีสวรรค์คุ้มครอง คนดีสวรรค์คุ้มครอง! คิดไม่ถึงว่าเมื่อผ่านความทรมานจากเมื่อคืนมาได้จะทำให้แม่ทัพเฟิ่งสติแจ่มชัด น่ายินดี ช่างน่ายินดี!” ใบหน้าเหนื่อยล้าของนายท่านตระกูลสาขาเต็มไปด้วยความดีใจ ขณะนั้นหมอหลวงทุกคนเพิ่งจะยอมรับทั้งกายใจอย่างแท้จริง
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าค่อยๆ แจ่มชัด ใบหน้างดงามซีดเซียวสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตา เฟิ่งอวี่คิดว่าตนฝันไป
“หย่วนฟาง…นี่ข้า…ตายแล้วหรือ?”