หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 959 วางใจไม่ลง
เล่มที่ 32 ตอนที่ 959 วางใจไม่ลง
หลานหลิงเดินไปเปิดประตูหลังของจวนอัครมหาเสนาบดีโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ไม้ขัดกลอนประตูร่วงลงพื้นจนส่งเสียงดังก้อง ซือถูเจินที่อยู่ด้านหลังตื่นตะลึงจนมีท่าทีสับสนวุ่นวาย
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดบ่าวไพร่ในจวนโดยพลัน “โอหัง นังสารเลว ถึงกับกล้าคิดร้ายต่อประตูหลังของจวนอัครมหาเสนาบดีเชียวหรือ!”
สตรีท่าทางองอาจหัวเราะ “คุณหนูเช่นข้ามิใช่หญิงสารเลวอันใด แต่เป็นสหายของใต้เท้าของพวกเจ้า! ในเมื่อรอนานแล้วประตูยังไม่เปิด คุณหนูเช่นข้าจึงลงมือเปิดด้วยตัวเอง!” นางยื่นมือชี้ไปด้านหลัง ไม่นานบุรุษผู้ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
“อา! ใต้เท้า ท่านกลับมาแล้ว!”
บ่าวไพร่เปลี่ยนไปมีท่าทีนอบน้อมขึ้นมาโดยพลัน “แขกของใต้เท้า…ให้จัดห้องให้นางหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ ไล่นางออกไป!” ที่เขาไม่ชอบคนตระกูลหลานเพราะมีนิสัยเผด็จการไร้เหตุผลเหมือนกันหมด!
ไล่? หลานหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หรือท่านอัครมหาเสนาบดีลืมบุญคุณที่คุณหนูเช่นข้าพาท่านกลับมาแล้ว? อยู่ที่หอนางโลมทั้งคืน…”
“หุบปาก! เจ้า เจ้ายังไม่รีบกลับไปพักผ่อนอีก!” สีหน้าของซือถูเจินเปลี่ยนไปโดยพลัน เหล่าข้ารับใช้มองมาด้วยสายตาสงสัย เขาโบกมืออย่างกระอักกระอ่วน “เก็บกวาดห้องให้คุณหนูหลาน”
“ขอรับ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หลานหลิงยิ้มอย่างลำพองใจ ในดวงตาเจือไปด้วยประกายข่มขู่อันไร้ก้นบึ้ง ดูแล้วซือถูเจินก็มิใช่พวกเลวทรามต่ำช้าจนถึงขีดสุด มิเช่นนั้นเหตุใดจึงกลัวว่าตนจะพูดเรื่องที่เขาไปหอนางโลมออกไปเล่า
ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าตนเองนำความยุ่งยากเช่นไรมาสู่ตัว ทว่าสิ่งที่ซือถูเจินไม่เข้าใจก็คือ เขากับหลานอวิ๋นเป็นดั่งน้ำไม่ยุ่งไฟ เหตุใดน้องสาวของหลานอวิ๋นจึงวุ่นวายมากมายเช่นนี้? ในเมื่อถูกนางพบแล้ว หากจะอยู่ที่จวนอัครมหาเสนาบดีเพื่อข่มขู่ตน มิสู้ออกไปป่าวประกาศให้ทั่วเสียยังจะดีกว่า ดูเหมือนนาง…กำลังตามหาเบาะแสของหลานอวิ๋นอยู่หรือ?
นอกห้อง หลานหลิงคิดไม่ถึงว่าซือถูเจินจะเดินตามมาด้วย เขากันบ่าวไพร่ออกไปแล้วจึงเอ่ยปาก
“หากข้าบอกเบาะแสของหลานอวิ๋นให้เจ้าแล้ว เจ้าจะต้องไสหัวไปให้ใต้เท้าเช่นข้าทันที”
“พี่ใหญ่หายตัวไปนานแล้ว ท่านเพียงพูดมามั่วๆ คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?” หลานหลิงรู้ว่าบนโลกนี้ไม่มีของดีตกลงมาจากฟ้าเป็นแน่ ซือถูเจินคิดช่วยนางเป็นเรื่องเท็จ คิดไล่นางจึงจะเป็นเรื่องจริง
น้องสาวของหลานอวิ๋นดูแล้วก็มิใช่คนโง่ ซือถูเจินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ใต้เท้าเช่นข้าจะช่วยเจ้าตรวจสอบ หลังจากหาพบก็รีบไสหัวไปเสีย!”
สมควรตาย ทั้งๆ ที่เป็นจวนของตนเอง เหตุใดจึงต้องต่อรองกับนางด้วย?
ซือถูเจินสะบัดชายอาภรณ์หมุนตัวเดินจากไป กลับไปเปลี่ยนเป็นอาภรณ์สะอาดสะอ้าน เดิมทีคิดว่าเมามายแล้วจะไม่ต้องคิดอะไรไม่ต้องสนใจอะไร แต่กลับถูกสตรีนางนั้นทำเอาเสียเรื่อง
ตอนนี้คำพูดของไท่ซ่างหวงอัดแน่นอยู่เต็มหัว หากทั้งตระกูลของตนตายตกอยู่ภายใต้น้ำมือของฝ่าบาท เขาจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างแล้วนั่งอยู่ในตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี ทำตามพระบัญชาของฝ่าบาทต่อไปได้จริงหรือ? เดิมทีตัดสินใจเลือกทางเดินแน่วแน่แล้ว แต่ยามนี้กลับพบการเปลี่ยนแปลงขั้นพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ซือถูเจินรู้ว่าตนเป็นพวกมีแค้นต้องชำระ ไม่สามารถใช้ความดีตอบแทนความแค้นได้จริงๆ
ตอนนั้น…ต่อให้ฝ่าบาทไม่มีใจจะสนใจเรื่องของราชสำนัก แต่ครอบครัวของตนก็ไม่ควรกลายเป็นเครื่องสังเวย แม้เขาจะจำอะไรไม่ได้ แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ความรู้สึกนี้จะทำอย่างไรก็มิอาจหลุดพ้น
“เด็กๆ นำสุรานารีแดงชั้นดีมาสักหลายไห”
ข้ารับใช้ด้านนอกได้ยินคำสั่งก็รีบถอยออกไป ทว่าในใจกลับรู้สึกสงสัยยิ่งนัก หรือในจวนจะมีแขกสูงศักดิ์มาเยือน แต่ไหนแต่ไรนายท่านไม่เคยดื่มสุรา เหตุใดวันนี้กลับพาแม่นางผู้หนึ่งกลับมาด้วย ตอนนี้ยังคิดจะดื่มสุรานารีแดงอีก…
“แค่กๆ แค่กๆๆ…”
ในห้องของฮูหยินผู้เฒ่ามีเสียงไอรุนแรงดังแว่วมา สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ยินจึงรีบวิ่งเข้าไป
“ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?”
“นายท่านกลับมาแล้วหรือไม่?” เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าอ่อนแรง สาวใช้ผงกศีรษะเบาๆ “เพิ่งกลับมาคืนนี้เจ้าค่ะ”
บนใบหน้าของนางปรากฏความแปลกใจอยู่หลายส่วน ไม่นานก็สงบลง ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นออกไปทำธุระด้านนอก เมื่อกลับมาจะต้องมาดูนางในห้องเสียหน่อย แต่วันนี้นางสัมผัสได้ชัดเจนว่าซือถูเจินไม่ได้มาหา
“บางทีอาจมีเรื่องกังวลใจอันใดกระมัง” ปีนี้แคว้นเหลียนมีเรื่องราวมากมาย ในฐานะที่เป็นอัครมหาเสนาบดี ความกดดันของเด็กคนนั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
สาวใช้ลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปาก
“ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านพาสตรีนางหนึ่งกลับมาที่จวนด้วยเจ้าค่ะ”
อะไรนะ! สตรี! ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “สตรีเช่นไร?”
“เป็นแม่นางที่มีท่าทีองอาจห้าวหาญ ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรองเจ้าค่ะ”
บนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความยินดี แต่เมื่อคิดดูอีกครั้งกลับรู้สึกไม่ถูกต้อง นี่ไม่ใช่นิสัยของเจินเอ๋อร์ หากเป็นคนที่เขาต้องใจควรพามาให้ตนรู้จักก่อนถึงจะถูก จะไม่พากลับมาโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้เป็นแน่
สตรีบนเตียงใคร่ครวญอยู่นาน จะทำอย่างไรก็มิอาจสงบใจ นางรู้ว่าเวลาของตนเหลือไม่มากแล้ว สิ่งเดียวที่ปล่อยวางไม่ลงก็คือเด็กคนนั้นและการแต่งงานของเขา
“หากได้พบแม่นางคนนั้นเสียหน่อยคงดี…” แม้นางจะกล่าวเช่นนี้แต่ในใจกลับรู้ดี หากถึงเวลาซือถูเจินจะต้องพามาเองแน่นอน ด้วยร่างกายเช่นนี้ของตน จะทำให้แม่นางผู้นั้นรำคาญใจได้อย่างไร
ขณะเดียวกัน
ภายในสวนบุปผาฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นสุราอันเข้มข้น ซือถูเจินกันทุกคนออกไป ถือสุราไม่ห่างมือ ใช้ความเมามายมาผ่อนคลายความตึงเครียด ราวกับมีเพียงทำเช่นนี้เขาจึงจะคลายอารมณ์ได้บ้าง
ซือถูเจินมองฝ่ามือของตน ค่อยๆ กำขึ้นราวกับต้องการบดขยี้อะไรบางอย่าง มิสู้ติดตามไท่ซ่างหวงไปเสียเป็นอย่างไร แคว้นเหลียนจะเปลี่ยนไปอย่างไรเกี่ยวอันใดกับเขาเล่า ได้แก้แค้นก็พอแล้ว
“เหตุใดเจ้ามาร่ำสุราอีกแล้ว?!”
เสียงไม่พอใจดังแว่วมาจากด้านข้างขัดความคิดของซือถูเจินโดยพลัน เขาเบนสายตาขึ้นพบมอง สตรีกำลังเดินก้าวเข้ามา
ดึกดื่นเพียงนี้ นางคิดเรื่องของหลานอวิ๋นจนยากจะข่มตานอน เดิมทีคิดจะเดินเล่นในจวนอัครมหาเสนาบดีเสียหน่อย ไม่นึกว่ากลิ่นสุราอันเข้มข้นจะดึงดูดตนมาที่นี่
“เจ้า…”
ยังไม่รอให้เขากล่าวอันใด หลานหลิงก็แย่งไหสุรามาจากมือของเขา “เรื่องยิ่งใหญ่อันใดกันที่ทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีผู้สง่างามกลายเป็นผีสุราเช่นนี้ได้?”
เมื่อนางเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขาก็พลันโกรธเกรี้ยวขึ้นมา! หลานหลิงจดจำได้ดี อัครมหาเสนาบดีผู้หยิ่งยโสที่ทำให้พี่ใหญ่ของตนโกรธจนต้องกระทืบเท้าผู้นั้นไม่ใช่คนเบื้องหน้าเช่นนี้!
ซือถูเจินคิดจะแย่งไหสุรากลับมาจากมือของนาง แต่ผู้เมามายไหนเลยจะมีเรี่ยวแรง กลับถูกหลานหลิงผลักออกไปจนล้มลงกับพื้นด้วยสภาพน่าอนาถ
“คืนข้ามา…อย่าได้ยุ่งวุ่นวายเรื่องผู้อื่น…”
หลานหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เป็นไข้ใจหรือไร? หรือมีปัญหาแว่นแคว้นอันใดที่แก้ไขไม่ได้? หากปล่อยให้พี่ชายข้าเห็นสภาพเช่นนี้ของเจ้าจะต้องหัวเราะจนฟันร่วงแน่นอน!”
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าค่อยๆ พร่ามัว คำพูดของหลานหลิงดังวิ้งอยู่ในหู ถูกนางผลักเช่นนี้ทำให้ความร้อนในกระเพาะพลุ่งพล่าน ฤทธิ์สุราคล้ายจะวิ่งแล่นไปทั่วร่างในพริบตา
นางหิ้วซือถูเจินขึ้นมาราวกับหิ้วลูกนกตัวหนึ่ง จากนั้นจึงโยนลงไปบนเตียงในห้อง
เดิมทีคิดจะก่นด่าบุรุษเบื้องหน้ายกใหญ่ ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อถึงเตียงเขาก็หลับตานอนหลับไปทันที
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ท่าน…จริงๆ เลย…ทำให้ผู้อื่นลำบากจริงๆ!”
หลานหลิงถอนใจอย่างอับจนหนทาง จากนั้นจึงถอยออกไปกำชับบ่าวไพร่ด้านนอก กระทั่งนางก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้ตนจะใจดีเพียงนี้ ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่พบความลำบากเพราะซือถูเจินไม่น้อย ทั้งๆ ที่มีโอกาสอันยอดเยี่ยมที่จะกู้หน้าให้พี่ใหญ่แล้ว แต่นางกลับยอมปล่อยไป
“ดูแลอัครมหาเสนาบดีของพวกเจ้าให้ดี” หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ สตรีผู้มีความโกรธเกรี้ยวเต็มร่างก็หายไปท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน
ยามกลางวันวันต่อมา บุรุษในห้องตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดศีรษะ
เหนือศีรษะคือผ้าม่านอันคุ้นเคย ซือถูเจินลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปยังทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า ลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
เหตุใดเขาจึงอยู่ที่นี่ได้? เขาจำได้ว่าตนดื่มสุราอยู่ที่สวนบุปผาด้านนอก
“เด็กๆ…”
พ่อบ้านที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา “นายท่าน ท่านตื่นแล้ว! เมื่อครู่ในวังส่งคนมาอีกแล้วขอรับ บ่าวทำตามคำสั่งของนายท่าน ให้พวกเขากลับไปแล้ว”
ตอนนี้ ขอเพียงกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับจักรพรรดิเหลียน ซือถูเจินจะเกิดความรู้สึกชิงชังขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา เมื่อคืนพวกเจ้าหามข้าเข้ามาหรือ?”
“นี่…เป็นแม่นางหลานพานายท่านกลับมาส่งที่ห้องขอรับ”
หลานหลิง?! ซือถูเจินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว สตรีนางนั้นจะทำอะไรกันแน่? เขารู้สึกหงุดหงิดใจ หลังจากบอกให้คนเตรียมน้ำ ก็มีบุรุษชุดดำผู้หนึ่งปรากฎตัวในห้อง
“ไปตรวจสอบว่าตอนนี้หลานอวิ๋นอยู่ที่ใด”
“ขอรับ”
รีบให้สตรีมากเรื่องผู้นั้นออกไปให้เร็วเสียหน่อยจะดีกว่า ตอนนี้ซือถูเจินไม่มีกะจิตกะใจไปพัวพันกับนาง
“เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่าพักผ่อนได้ดีหรือไม่?”
“ตอบนายท่าน เมื่อวานฮูหยินผู้เฒ่าหลับทั้งวัน เมื่อตื่นมาก็ถามว่านายท่านกลับมาแล้วหรือไม่”
ซือถูเจินทำเพียงตอบรับอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงให้คนเบื้องหน้าถอยออกไป
ตอนนี้เขาไม่อยากปรากฏตัวต่อหน้ามารดาของตน เนื่องจากบนโลกใบนี้ไม่มีผู้ใดเข้าใจตนยิ่งกว่านางอีกแล้ว เพียงมองครั้งเดียวหรือเอ่ยปากพูดเล็กน้อยท่านแม่ก็คงคาดเดาเรื่องราวได้ ด้วยนิสัยของท่านแม่จะต้องโน้มน้าวเขาเป็นแน่
ไม่ เขาไม่คิดฟังคำโน้มน้าวของผู้ใด
ดวงตาของบุรุษพลันเปลี่ยนไป จากนั้นจึงผลักประตูเดินออกไปก้าวใหญ่
ในห้องของฮูหยินผู้เฒ่ามีเสียงไอรุนแรงดังแว่วมา “แย่แล้ว! ฮูหยินผู้เฒ่าไอเป็นเลือด! เด็กๆ รีบตามหมอ!”
เสียงอันตื่นตระหนกดึงดูดคนในจวนไม่น้อย หลานหลิงเห็นเงาร่างร้อนรนเหล่านั้นจึงเดินมาถึงนอกเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านใน
“นายท่าน นายท่านไม่อยู่ที่จวนหรือ!”
“จะทำเช่นไรดี? รีบส่งคนไปตามหาเร็ว!”
หลานหลิงเดินเข้ามาในห้อง พบว่ามีคนยืนล้อมเตียงอยู่มากมาย ผู้เป็นหมอส่ายศีรษะอย่างอับจนหนทาง ด้วยสุขภาพของฮูหยินผู้เฒ่าในตอนนี้ การกินยากลับจะกลายเป็นภาระต่อร่างกาย ทำได้เพียงฟังลิขิตสวรรค์แล้ว
“ท่านหมอ ท่านดู เหมือนฮูหยินผู้เฒ่าหายใจไม่ไหวแล้ว!”
“นี่…”
“ให้ข้าดูหน่อย!” ตอนนี้เอง เสียงกระจ่างใสเสียงหนึ่งดังขึ้น ทุกคนเห็นสตรีองอาจห้าวหาญผู้หนึ่งเดินมาข้างเตียง นางมองสีหน้าเขียวคล้ำของฮูหยินผู้เฒ่า รีบยื่นมือออกไปดันหลังของอีกฝ่ายขึ้นมาเบาๆ
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลไปตามฝ่ามือของนาง แผ่ขยายไปยังร่างกายของฮูหยินผู้เฒ่าอย่างเชื่องช้า ลมหายใจที่ถูกปิดกั้นก็ค่อยๆ คลายลง
ลมหายใจของฮูหยินผู้เฒ่าผ่อนคลายลงจนเริ่มกลับเป็นปกติ นางลืมตาขึ้น เมื่อเห็นสตรีแปลกหน้าจึงเอ่ยปากถามอย่างอ่อนแรง “แม่นางคือ…”
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าคือน้องสาวของแม่ทัพหลานอวิ๋น หลานหลิง”