หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 32 ตอนที่ 960 เลยตามเลย
เล่มที่ 32 ตอนที่ 960 เลยตามเลย
น้องสาวของแม่ทัพหลาน? ฮูหยินผู้เฒ่ามองใบหน้าองอาจของหลานหลิง ไม่มีลักษณะอ่อนแอดุจกิ่งหลิวเหมือนกับสตรีในห้องหอเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยความองอาจดุจแม่ทัพหญิง ผู้ที่เห็นสตรีนุ่มนวลมาจนคุ้นชินเช่นนางรู้สึกว่าแม่นางที่มีชีวิตชีวาเช่นนี้ทำให้นางชอบมากกว่า
หรือเพราะเหตุนี้เจินเอ๋อร์จึงไม่ยอมไปพบคุณหนูสูงศักดิ์เหล่านั้น?
บนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าปรากฏรอยยิ้มออกมา “ขอบคุณคุณหนูหลานมากจริงๆ ปกติเจินเอ๋อร์คงทำให้คุณหนูหลานกังวลใจมากกระมัง เด็กคนนั้นก็เป็นเช่นนี้ ยังไม่รู้ความ คุณหนูหลานต้องดูแลเขาให้มากเสียหน่อย”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา หลานหลิงพลันรับรู้ได้ว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง หรือฮูหยินผู้เฒ่าจะเข้าใจผิด?
“อา นี่…ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้เข้าใจผิด หลานหลิงและท่านอัครมหาเสนาบดีไม่มีอะไรต่อกัน…”
“ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ” ฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้ม ท่าทีเช่นนี้ทำให้หลานหลิงหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้จริงๆ นางไม่เข้าใจเลยชัดๆ คงคิดว่าตนเขินอายไปแล้วกระมัง!
กำลังคิดจะอธิบายต่อไป พ่อบ้านชราที่อยู่ด้านข้างกลับดึงนางไปด้านข้าง “คุณหนูหลาน ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนเราสุขภาพไม่ดี ตอนนี้ความปรารถนาหนึ่งเดียวของนางก็คือหวังให้นายท่านแต่งงานให้เร็วเสียหน่อย บ่าวรู้ว่าเป็นการรบกวนคุณหนู แต่ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าอาการย่ำแย่ลงทุกวัน บ่าวหวังว่าคุณหนูหลานจะปล่อยเรื่องเข้าใจผิดให้เข้าใจผิดต่อไป อย่างน้อย…ก็ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุขเสียหน่อย เมื่อดีขึ้นแล้วพวกเราค่อยๆ อธิบายก็ยังไม่สาย!”
“แต่ว่า…”
บนใบหน้าของพ่อบ้านชราเต็มไปด้วยความขอร้อง หลานหลิงคิดว่าทำเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก ยิ่งฮูหยินผู้เฒ่าคาดหวังเพียงนั้นยิ่งไม่ควรหลอกลวงนางถึงจะถูก มิเช่นนั้นหากวันหน้ารู้ความจริงขึ้นมา ตนคงรู้สึกผิด
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ฮูหยินผู้เฒ่า! เร็ว ท่านหมอ รีบมาดูหน่อยเถิด!”
ตอนนี้รอบเตียงเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย พ่อบ้านชราคุกเข่าให้หลานหลิง “คุณหนูหลาน ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารับเรื่องสะเทือนใจไม่ไหวแล้ว บุญคุณยิ่งใหญ่ของท่าน บ่าวจะไม่ลืมเป็นแน่…”
จะอย่างไรหลานหลิงก็เป็นคนใจอ่อน ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนอัครมหาเสนาบดีอายุมากแล้วทำให้นางคิดถึงท่านยายที่รักใคร่โปรดปรานนางมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้หญิงชราป่วยหนัก นางจะปฏิเสธอย่างโหดเหี้ยมเพียงนั้นได้อย่างไร “ข้า…ไม่รู้ว่าจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพอใจได้หรือไม่ แต่จะพยายามเต็มที่”
พ่อบ้านชรามีความยินดีเต็มหน้า “ขอบคุณคุณหนูหลานมากขอรับ!”
หลังจากทุกคนวุ่นวายกันมาพักใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนอัครมหาเสนาบดีจึงค่อยมีอาการสงบลง หลานหลิงเดินมาข้างกายนาง “ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่? ต้องการให้หลิงเอ๋อร์ถ่ายทอดพลังภายในให้อีกหรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายศีรษะเล็กน้อย “เป็นเพียงอาการเก่าเท่านั้น มีคุณหนูหลานอยู่ข้างกาย ผู้ชราเช่นข้าก็รู้สึกดีมากแล้ว”
นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปตบหลังมือหลานหลิงเบาๆ สายตาเช่นนั้นราวกับกำลังมองลูกสะใภ้ในอนาคตของตนอย่างแท้จริง “เจินเอ๋อร์ยุ่งอยู่กับเรื่องราวของแว่นแคว้นทั้งวี่ทั้งวัน ข้าเป็นห่วงว่าชีวิตนี้เขาจะไม่ได้แต่งงาน ตอนนี้ได้พบคุณหนูหลาน นับว่าเติมเต็มความปรารถนาของผู้ชราเช่นข้าแล้ว”
ยิ่งนางกล่าวเช่นนี้ ความรู้สึกผิดในใจของหลานหลิงยิ่งลึกล้ำ
มารดาของตนป่วยติดเตียงเช่นนี้ซือถูเจินผู้นั้นกลับไม่รู้ว่าเอาตัวไปอยู่ที่ใดไม่ใช่กล่าวว่าเขาเป็นบุตรกตัญญูหรือ? ในใจของหลานหลิงก่นด่าบุรุษผู้นั้นไปนับพันนับหมื่นรอบแล้ว! หรือเขาไม่เคยได้ยินสำนวนที่ว่าต้นไม้อยากหยุดนิ่งแต่สายลมกลับไม่หยุดพัด บุตรกตัญญูอยากเลี้ยงดูบิดามารดา แต่ท่านกลับจากไปเสียแล้ว?
หลานหลิงคิดถึงบิดามารดาของตน อดไม่ได้ที่จะดวงตาแดงระเรื่อ ยื่นมือไปปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าทำตามใจปรารถนา
ท่าทางเช่นนี้ของนางทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกดีขึ้นหลายส่วน ช่างเป็นสตรีที่จิตใจดีงามจริงๆ ตลอดมาเจินเอ๋อร์และหลานอวิ๋นเป็นดั่งน้ำไม่ยุ่งไฟ แต่นางรู้ว่านั่นเป็นเพียงการกระทบกระทั่งกันของบุรุษหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีเท่านั้น ไม่ได้มีความแค้นลึกล้ำอันใดต่อกัน ตอนนี้เมื่อได้พบน้องสาวของแม่ทัพหลาน นับว่าเหมาะสมกับเจินเอ๋อร์จริงๆ
บางทีอาจเป็นวาสนาที่ฟ้ากำหนดมากระมัง ดังคำที่ว่าไม่ตบตีไม่รู้จักกัน และเป็นเพราะการกระทบกระทั่งกับแม่ทัพหลานจึงทำให้จวนอัครมหาเสนาบดีและจวนหลานเกี่ยวพันกันลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ตอนนี้เจินเอ๋อร์มีเรื่องสำคัญต้องทำกระมัง?”
ดวงตาของหลานหลิงเปล่งประกาย แย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เจ้าค่ะ ท่านอัครมหาเสนาบดีออกไปทำธุระ ไม่นานก็จะกลับ ฮูหยินผู้เฒ่านอนสักครู่เถิด หลิงเอ๋อร์จะอยู่เป็นเพื่อน”
นางให้คนนำน้ำอุ่นเข้ามา ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดด้วยตนเอง ค่อยๆ เช็ดแขนให้ฮูหยินผู้เฒ่า การเช็ดตัวเบาๆ เช่นนี้กลับให้ผลอย่างดีเยี่ยม ฮูหยินผู้เฒ่าที่นอนหลับไม่สนิทมาหลายวันถึงกับค่อยๆ เข้าสู่ห้วงฝัน
“ซือถูเจินเล่า?!” เมื่อออกมาจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่า บนร่างของหลานหลิงพลันเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว
ซือถูเจินตัวดี ทิ้งมารดาที่ป่วยหนักของตนไว้โดยไม่สนใจเช่นนี้ แล้วตัวเองไปอยู่ที่ใดกัน? ต่อให้ตอนนี้มีเรื่องสำคัญใดอยู่ในมือก็ควรกลับมาเสียหน่อยถึงจะถูก มิเช่นนั้นเขาจะต้องเสียใจแน่นอน!
“ซือถูเจิน ไสหัวออกมาให้ข้าเสีย!” ทันทีที่นางก้าวเข้าสู่ประตูห้องของซือถูเจินพลันพบว่าด้านในว่างเปล่า
ในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง หรือว่า…
ขณะนี้เอง ในห้องที่ดีที่สุดของหอนางโลมฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นสุราอันเข้มข้น บนพื้นมีอาภรณ์หลากสีสันของสตรีร่วงหล่นอยู่เต็มห้อง คละเคล้าไปด้วยกลิ่นแป้งผัดอันเสียดแทงจมูก ราวกับอากาศเต็มไปด้วยสีชมพูที่มอมเมาผู้คน
“นายท่าน ดื่มอีกจอกนะเจ้าคะ”
“ได้ ได้…”
แขนเรียวบางขาวนวลทั้งหลายเกาะเกี่ยวอยู่บนไหล่ของซือถูเจิน รอยยิ้มงดงามประจบประแจงแนบติดใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษ แม่นางเหล่านี้สวมเพียงเอี๊ยมต่างสีสัน เป็นทิวทัศน์หอมหวลงดงามยิ่ง บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นคล้ายคุณชายเสเพลที่เที่ยวเชยชมบุปผามานานหลายปี อาภรณ์บนร่างหลุดลุ่ย สายตาลุ่มหลง แต่กลับไม่มีผู้ใดมองออกว่าในรอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความเสแสร้งและสับสนเพียงใด
“แม่นาง ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ!”
ด้านนอกมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น พบว่าชั่วขณะนั้นประตูไม้ที่ปิดสนิทถึงกับถูกถีบให้เปิดออก สตรีผู้มีผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยก้าวย่างเข้ามาพร้อมด้วยโทสะที่อัดแน่นเต็มดวงตา เมื่อเห็นสภาพซือถูเจินในยามนี้ เพลิงแห่งโทสะพลันล้นท่วมไปทั้งสมองราวกับน้ำหลาก
“ซือถูเจิน เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ!”
“กรี้ด!” สตรีผู้มีบรรยากาศน่ากลัวทำให้แม่นางทั้งหลายตกใจจนหน้าถอดสี คิดว่าเป็นฮูหยินของคุณชายท่านนี้มาหาเรื่องถึงที่
หลานหลิงปรายตามองสตรีเหล่านั้นด้วยความเกลียดชัง “สวมอาภรณ์แล้วไสหัวออกไปให้คุณหนูเช่นข้าเสีย หากไม่อยากตายก็ทำตาม!”
แม่นางเหล่านั้นพากันถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว เก็บอาภรณ์ขึ้นจากพื้นด้วยความร้อนรนแล้วรีบออกไปทันที ตอนนี้นอกห้องมีคนรวมตัวกันอยู่มาก แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าเดินเข้ามา
เมื่อครู่แม่เล้าทราบฐานะของสตรีที่มาก่อเรื่องท่านนี้แล้ว เป็นน้องสาวของแม่ทัพหลาน พวกนางล่วงเกินไม่ได้!
ทว่าซือถูเจินทำราวกับไม่เห็นคนเบื้องหน้า หยิบกาสุราด้านข้างขึ้นมากรอกใส่ปาก ดวงตาขุ่นมัวทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง
เรี่ยวแรงสายหนึ่งดึงคอเสื้อบริเวณหน้าอกเขาขึ้นมา ได้ยินเสียงดังเพี๊ยะ หลานหลิงถึงกับตบลงไปบนใบหน้าซือถูเจินอย่างแรง
ความเจ็บปวดอันแสบร้อนทำให้ซือถูเจินผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีเกิดโทสะขึ้นมา “สารเลว! เจ้าคิดว่าใต้เท้าเช่นข้าไม่กล้าแตะต้องเจ้าจริงหรือ?!”
“ผู้ที่สารเลวก็คือเจ้า! มารดาของตัวเองป่วยหนักติดเตียง แต่เจ้ากลับลุ่มหลงมัวเมาในสุรนารีทั้งคืน! เสียทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าคิดถึงแต่เจ้ามาโดยตลอด!”
อะไรนะ? ซือถูเจินดวงตาเปล่งประกาย “ท่านแม่เป็นอะไร?”
หลานหลิงปรายตามองด้วยความดูแคลน “ตอนนี้เพิ่งรู้จักเคร่งเครียดขึ้นมาหรือไร? หากมิใช่ว่าคุณหนูเช่นข้าไปทันเวลา เกรงว่าเจ้ากลับไปคงต้องเสียใจกับการกระทำนี้ไปชั่วชีวิตแล้ว!”
“พูดมาให้ชัดเจน ท่านแม่เป็นอะไร?”
บนใบหน้าของซือถูเจินเต็มไปด้วยความร้อนใจ หลานหลิงลอบจิ๊ปาก หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เหตุใดต้องทำตั้งแต่แรกเล่า? แต่เมื่อเห็นสภาพของเขา ยังนับว่าพอมีทางเยียวยา
“รีบกลับไปเถิด สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงเท่านี้ จะอย่างไรฮูหยินผู้เฒ่าก็…อายุมากแล้ว”
บุรุษรีบลุกขึ้นยืน ไหนเลยจะรู้ว่าฤทธิ์สุราทั่วร่างจะตีขึ้นมากะทันหันจนเขาขาอ่อนล้มกลิ้งลงกับพื้น ดีที่มือคู่หนึ่งดึงเขาไว้ได้ทันเวลา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านอัครมหาเสนาบดีผู้สง่างามจะมีวันนี้ด้วย”
ในน้ำเสียงของหลานหลิงเจือไปด้วยความเสียดาย ซือถูเจินกัดฟันแน่น ใช่แล้ว คิดไม่ถึงว่าตนจะมีวันนี้ด้วย
“จับแน่นๆ!”
อะไรนะ? ซือถูเจินยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใด รู้สึกเพียงว่ามีคนโอบเอวของเขา จู่ๆ ร่างกายพลันเบาหวิว นางพาตนกระโดดออกไปนอกหน้าต่าง เสียงอุทานดังแว่วมาจากถนนเป็นระลอก พวกเขาทะยานผ่านหลังคาหายไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
จวนอัครมหาเสนาบดีอยู่ใกล้เพียงเบื้องหน้า หลานหลิงปล่อยมือ โยนบุรุษผู้ทำตัวเป็นภาระลงพื้น
แม้ยามฝันซือถูเจินก็คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่เขาถูกสตรีผู้หนึ่งปฏิบัติอย่างหยาบคายเพียงนี้ด้วย! จนใจที่ตอนนี้ทั้งร่างเขาไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงใช้สายตาโกรธเกรี้ยวมองกลับไป
“อา ใต้เท้า ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
ข้ารับใช้ที่ผ่านทางมาเห็นภาพนี้เข้าพอดี ซือถูเจินแสร้งไอสองครั้ง จากนั้นจึงถูกคนประคองขึ้นมา
“ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“โชคดีที่มีคุณหนูหลาน ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าหลับไปแล้วขอรับ”
ซือถูเจินมองไปยังหลานหลิงที่อยู่ด้านข้างด้วยสายตาแปลกไป ดูท่าทางคงเกิดเรื่องที่เขาคิดไม่ถึงเป็นแน่ ความแค้นนี้ถือว่าระงับไว้ชั่วคราวแล้วกัน
“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าคิดจะเอาสภาพเช่นนี้ไปพบฮูหยินผู้เฒ่าหรือไร?”
หลานหลิงเห็นซือถูเจินคิดจะเดินไปจึงรีบเอ่ยปากเตือน “ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นสุราเช่นนี้ เจ้าอยากให้อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าทรุดหนักขึ้นหรือ?”
บุรุษชะงักเล็กน้อย จากนั้นจึงหมุนตัวไปด้วยท่าทางแข็งขืน “เปลี่ยนอาภรณ์”
“ข้าเจ้าไปอาบน้ำเถิด บนร่างนอกจากกลิ่นสุรายังมีกลิ่นแป้งผัดอีกด้วย…”
“…ไปเตรียมน้ำ”
ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านข้างรู้สึกสงสัย บนร่างของนายท่านมีกลิ่นแป้งผัดหรือ?
ซือถูเจินจัดการตนเองให้เรียบร้อยอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงไปยังห้องของฮูหยินผู้เฒ่า
เมื่อเห็นสตรีเฒ่าหลับลึกอยู่บนเตียง ดวงตาของเขาพลันเต็มไปด้วยความตำหนิตนเอง ตอนนี้เขาจิตใจสับสนวุ่นวาย ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำเช่นไรดี ทำให้มารดาผิดหวังแล้ว เขาไม่ได้เข้มแข็งเช่นที่นางคิด
“เจินเอ๋อร์ กลับมาแล้วหรือ?”
สตรีบนเตียงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ซือถูเจินเดินเข้ามา “ท่านแม่ ท่านรู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่?”
“ดีขึ้นมากแล้ว โชคดีที่มีคุณหนูหลาน เจ้านี่นะ เหตุใดเพิ่งพานางมาพบแม่เล่า?”
“…” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดูเหมือนท่านแม่จะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป
เดิมทีคิดจะเอ่ยปากอธิบาย แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับแย้มยิ้ม “แม่ว่าคุณหนูหลานไม่เลวเลย ทั้งตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เข้มแข็งกว่าคุณหนูสูงศักดิ์เหล่านั้นจริงๆ ข้างกายเจ้าขาดแคลนสตรีเช่นนี้ ยิ่งเห็นแม่ก็ยิ่งชอบ แม่ทัพหลานอวิ๋นเป็นบุคคลผู้มีความสามารถที่ไม่อาจขาดไปได้ วันหน้าพวกเจ้าก็ต้องสามัคคีกัน อย่าได้ก่อเรื่องอีก รอให้เป็นครอบครัวเดียวกันเสียก่อน…”
“ท่านแม่…ลูกยังไม่ได้ใคร่ครวญไปไกลเพียงนั้น” เขาพูดได้หรือว่าหลานหลิงหน้าด้านไร้ยางอายเข้ามาอยู่ด้วยตัวเอง? ตนจะถูกใจสตรีเถื่อนหยาบคายเช่นนั้นได้อย่างไร
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน? ตอนนี้แม่นางก็มาอยู่ด้วยแล้ว เจ้าควรแสดงความรับผิดชอบถึงจะถูก เกรงว่า…แม่คงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้นานนัก หากมีนางคอยดูแลอยู่ข้างกายเจ้า แม่ก็วางใจ”
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ ซือถูเจินพลันสูดหายใจลึก “ไม่ ท่านแน่จะต้องมีอายุยืนนานนับร้อยปี!” นางเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของเขาแล้ว