หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 33 ตอนที่ 976 ฝูงงูบุก
เล่มที่ 33 ตอนที่ 976 ฝูงงูบุก
เมื่อเห็นเงาร่างนั้นหายไปท่ามกลางม่านราตรี บนใบหน้าของอวิ๋นซูจึงค่อยเผยสีหน้าเหนื่อยล้าออกมา นางยืนหยัดมานาน จนตอนนี้จึงค่อยเข้าสู่การหลับใหล ทว่านางก็ได้ค้นพบสิ่งใหม่เช่นกัน
ตั้งแต่ตนหลับยาวไปหลายวันครั้งที่แล้วก็ไม่เคยปรากฏอาการเช่นนี้อีกเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้สึกว่าร่างกายมีพลังขึ้นมากจนสัมผัสได้ชัดเจน จุดตันเถียนที่เดิมทีว่างเปล่าให้ความรู้สึกคล้ายถูกควักออกไป ทว่าภายหลัง ในทุกครั้งที่ทานยาจะค่อยๆ ถูกลมปราณอบอุ่นสายหนึ่งเติมเต็ม
นางไม่ได้บอกเฟิ่งหลิง เพราะนี่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่มากพอที่จะอธิบายได้ว่าเกิดจากอะไร หากมอบความหวังให้เขามากเกินไป อวิ๋นซูกลัวว่าภายภาคหน้าเขาจะไม่อาจทนรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เลวร้ายลงได้
ในเวลาเพียงชั่วพริบตา สตรีผู้เหนื่อยล้าก็ค่อยๆ หลับตาลง จมลงสู่ความฝันอันยาวนาน
ม่านราตรีอันมืดมิด ลานเรือนภายใต้แสงดาวสงบเงียบเป็นพิเศษ
พุ่มไม้มีเสียงแซ่กๆ ดังแว่วมา ในมุมหนึ่งมีสตรีสองนางนั่งย่อตัว ก้มหน้าซุบซิบอะไรบางอย่าง
“เจ้าดูชัดแล้วจริงหรือ? ตอนนี้ในห้องเหลือนางเพียงคนเดียวหรือ?”
หนานฟางเยี่ยนมองสาวใช้เบื้องหน้าด้วยท่าทีระมัดระวัง อีกฝ่ายผงกศีรษะ แต่กลับเอ่ยปากอย่างกังวล “คุณหนูจะทำเช่นนี้จริงหรือเจ้าคะ? วันนี้…มิใช่ว่ามอบบทเรียนให้แม่นางท่านนั้นไปแล้วหรือ”
“เจ้าไม่เห็นหรือว่านางแปลกประหลาดยิ่งนัก หนูมากมายเพียงนั้นนางถึงกับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ทั้งยังกล่าวว่าจะช่วยชีวิตพวกมันกลับมาอีก!” เมื่อคิดถึงภาพตอนนั้น หนานฟางเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกทั้งตัว แต่ผลเช่นนี้นางไม่ยอม
“ทั้งๆ ที่เปลี่ยนอาหารของนางให้น่าอนาถเพียงนั้นแล้ว ผลกลับกลายเป็นว่านางยังหน้าด้านอยู่ที่ตระกูลหนานของพวกเราต่อไป เดิมทีนางก็อาศัยความใจดีของพี่ใหญ่ คิดจะทำให้ตระกูลหนานเข้าไปอยู่ในความวุ่นวาย สตรีใจคอโหดเหี้ยมเช่นนี้ เจ้ายังจะพูดแทนนางอีกทำไม!”
หนานฟางเยี่ยนยื่นมือออกไปเคาะหน้าผากสาวใช้ผู้นั้นอย่างแรง
อีกฝ่ายเบะปากด้วยท่าทางอยุติธรรม ดวงตาหยุดอยู่บนถุงด้านหลังของตน แต่นางคิดว่าคราวนี้คุณหนูเล่นแรงเกินไป ไม่แน่ว่าอาจก่อเรื่องถึงชีวิตคนก็เป็นได้
“คุณหนูเจ้าคะ งูเหล่านี้….ไม่มีพิษใช่หรือไม่?”
“วางใจเถิด คุณหนูเช่นข้ายังไม่โหดเหี้ยมเพียงนั้น ขอเพียงทำให้นางตกใจจนหนีไปได้ ทำให้นางไม่กล้าอยู่ที่ตระกูลหนานของพวกเราอีกก็พอ!” หนานฟางเยี่ยนกล่าวจบก็มองไปรอบด้าน เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดจึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ก้มตัวเดินไปใต้หน้าต่าง
นางค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมองไปด้านใน พบว่าสตรีบนเตียงนอนอย่างสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าหลับไปแล้ว
ดรุณีน้อยผู้งดงามมีประกายแวววาวพาดผ่านดวงตา จากนั้นจึงผลักถุงกระสอบไปบนธรณีหน้าต่าง แกะเชือกด้านบนออก จากนั้นจึงวิ่งหนีไปราวกับด้านหลังมีวิญญาณชั่วร้ายอันใดตามอยู่ก็มิปาน
เมื่อมองให้ดีพบว่าถุงกระสอบถุงนั้นกำลังเคลื่อนไหว
ลำตัวสีแดงโผล่ออกมา หัวหลากสีสันปีนขึ้นไปบนตามหน้าต่าง
ฟ่อๆๆๆ!
งูที่ถูกมัดรวมอยู่ด้วยกันถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ถาโถมออกมาจากถุงกระสอบตัวแล้วตัวเล่า เลื้อยเข้าไปในห้อง
ภาพเช่นนี้ทำให้ดรุณีน้อยทั้งสองที่อยู่ด้านนอกอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ จนกระทั่งถุงกระสอบค่อยๆ หดลง หนานฟางเยี่ยนจึงผ่อนลมหายใจ
นางอดไม่ได้ที่จะมองไปด้วยรอยยิ้ม อีกไม่นานจะมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นแล้ว!
เดิมทีคิดว่าอีกไม่นานในห้องจะมีเสียงกรีดร้องอันน่าอนาถดังแว่วมา ไหนเลยจะรู้ว่าผ่านไปนานแล้วกลับยังคงเงียบสงบ
หากไม่ใช่ว่านางเห็นงูเหล่านั้นเข้าไปในห้องด้วยตนเอง นางคงคิดว่าตนล้มเหลวอีกแล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือสตรีนางนั้นไม่กลัวกระทั่งงู?
หนานฟางเยี่ยนเดินเข้าไปด้วยความสงสัย รักษาระยะห่างอยู่ช่วงหนึ่ง ยื่นคอมองเข้าไปในห้อง คิดไม่ถึงว่าเมื่อมองไปกลับทำให้นางตกใจจนอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปหลายก้าว
ในห้องมีงูตัวเล็กหลากสีสันเลื้อยไปมาเต็มพื้น พวกมันดูชอบสภาพแวดล้อมเช่นนี้ยิ่งนัก พากันขดตัวยืดคอ แลบลิ้นของพวกมันไปในอากาศ ส่วนบนเตียง ร่างของสตรีที่นอนหลับสนิทถึงกับมีงูหลายตัวเลื้อยอยู่ พวกมันเลื้อยอยู่บนที่นอนของสตรีนางนั้นอย่างสบายอารมณ์หาใดเปรียบ คล้ายจะพัวพันไปบนหน้าของอวิ๋นซูด้วย
“อา! คุณหนู คะ คงไม่ใช่ว่าแม่นางผู้นั้นถูกกัดตายไปแล้วกระมัง?” หากเป็นคนปกติไหนเลยจะนอนหลับในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ สาวใช้เห็นอวิ๋นซูไม่ขยับเขยื้อนพลันตกใจจนหน้าถอดสี
“กล่าวเหลวไหลอันใด? นาง นางเพียงหลับลึกเกินไปจนไม่เห็นงูเหล่านี้เท่านั้น!” แต่กระทั่งตัวหนานฟางเยี่ยนเองก็ยังไม่เชื่อคำพูดนี้ของตนนัก
นางมองไปยังทิศทางของอวิ๋นซูอีกครั้งด้วยความร้อนตัว ต่อให้หลับฝันหวานเพียงใด แต่ยามเมื่องูเหล่านั้นเลื้อยไปบนแก้มก็ควรตื่นขึ้นมาถึงจะถูก!
ตอนนี้สตรีใจกล้าอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย รู้ว่าตนเองทำผิดใหญ่หลวง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความฝืนทน “เร็ว รีบไปตามบุรุษผู้นั้นมา ไม่แน่ว่า…อาจมีทางช่วย!”
สาวใช้เข้าใจความหมายในคำพูดของหนานฟางเยี่ยนโดยพลัน รีบหมุนตัววิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้าไปทางเรือนของหลานอวิ๋น
หนานฟางเยี่ยนกัดริมฝีปากแน่น พึมพำกับตนเองในใจไม่หยุด
จะตำหนินางไม่ได้ นางไม่ได้ตั้งใจ นางเพียงต้องการสร้างความลำบากเพื่อไล่อีกฝ่ายออกไปจากตระกูลหนานเท่านั้น ไม่ได้คิดจะฆ่าคน!
สายตาของนางหยุดอยู่บนถุงกระสอบบริเวณธรณีหน้าต่าง รีบยื่นมือไปดึงกลับมา หาสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อซ่อนเอาไว้ จากนั้นจึงหลบอยู่ในพุ่มไม้มุมหนึ่ง ขาทั้งสองไม่ได้ที่จะสั่นระริก
ตอนนี้เฟิ่งหลิงกำลังปรึกษาเรื่องบางอย่างอยู่ในห้องหลานอวิ๋น
“ผู้ใด?!” บุรุษทั้งสองที่อยู่ในห้องสีหน้าเปลี่ยนไป พากันมองออกไปนอกหน้าต่าง พบเงาร่างลับๆ ล่อๆ วิ่งหนีไปท่ามกลางสายตาของพวกเขา คิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาด้วย?!
เฟิ่งหลิงสะบัดชายอาภรณ์ไล่ตามไป ส่วนหลานอวิ๋นกลับอยู่ที่เดิมเพื่อป้องกันกลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ
ภายใต้แสงจันทร์ เฟิ่งหลิงเห็นว่าเงาร่างที่หนีอยู่เบื้องหน้าคือสตรีผู้หนึ่ง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มือเท้าของอีกฝ่ายเชื่องช้าเพียงนี้ ไม่เหมือนกับคนมีวรยุทธ์ ยิ่งไปกว่านั้นดูท่าทีของนางคล้ายต้องการพาเขาไปที่ใดที่หนึ่ง
จริงดังคาด เงาร่างนั้นเข้าไปในเรือนที่อวิ๋นซูพักอยู่ เฟิ่งหลิงปรากฏตัวบนระเบียงทางเดินด้วยความสงสัย มองไปรอบด้านอย่างระมัดระวังครู่หนึ่ง ตอนนี้เองมีเสียงแปลกประหลาดดังแว่วมาตามลม เขาพลันรู้สึกตื่นตะลึง รีบผลักประตูมองเข้าไปในห้อง
เมื่อมองไปถึงกับทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็นยะเยือก
งูตัวเล็กเต็มพื้นกำลังเลื้อยไปมาอย่างเกียจคร้าน บนโต๊ะบนเก้าอี้สามารถเห็นเงาร่างแวววาวเหล่านั้นได้ทุกที่ ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นสาบอันเข้มข้น ส่วนซูเอ๋อร์ของเขากำลังนอนอยู่บนเตียง บนร่างยังมีงูตัวเล็กๆ หลายตัวเลื้อยพันอยู่อย่างไร้ยางอาย!
เฟิ่งหลิงในตอนนี้ไหนเลยจะสนใจสิ่งอื่น เขารีบชักกระบี่บริเวณเอวออกมา มีประกายสีเงินส่องสว่างในห้อง งูขาดๆ นับไม่ถ้วนปลิวกระเด็นออกมาจากด้านใน หนานฟางเยี่ยนที่อยู่ในมุมมองจนตกตะลึง นางไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ทั้งโหดเหี้ยมและน่ากลัว นางคล้ายจะสัมผัสได้ถึงไอสังหารและความโกรธเกรี้ยวที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษในห้อง!
เฟิ่งหลิงสังหารงูเดินเข้ามาตลอดทาง เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงหน้าเตียง เมื่อเห็นใบหน้าสงบนิ่งของอวิ๋นซูตลอดจนหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย ยามนี้จึงค่อยสงบอารมณ์ของตนได้
เมื่อนางหลับแล้ว ต่อให้ฝนตกฟ้าผ่าก็ไม่สะดุ้งตื่น ตอนนี้เฟิ่งหลิงถึงกับรู้สึกขอบคุณอาการหลับลึกของอวิ๋นซูเป็นอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นเขาไม่อยากคิดจริงๆ ว่างูมากมายเพียงนี้นางคนเดียวจะรับมือเช่นไร?
เขาใช้กระบี่ปัดงูที่อยู่บนผ้าห่มออกไปอย่างแม่นยำ เฟิ่งหลิงสำรวจบริเวณแขนขาและลำคอของอวิ๋นซูเป็นสิ่งแรก ดวงตาของเขาพลันส่องประกายเย็นยะเยือก
บนแขนขาวนวลเนียนถึงกับปรากฏรอยถูกกัด บริเวณรอยฟันเล็กๆ มีเลือดไหลออกมา ยังดีที่เลือดเป็นสีแดง
“เกิดอะไรขึ้น?” หลานอวิ๋นเห็นว่านานเพียงนี้แล้วเฟิ่งหลิงยังไม่กลับจึงตามมาดู คิดไม่ถึงว่ากลับเห็นภาพน่าหวาดกลัวเพียงนี้
บนระเบียงทางเดิมเต็มไปด้วยร่างของงูไม่สมประกอบ บางตัวถึงกับยังดิ้นอยู่บนพื้น รอยเลือดย้อมเต็มทุกที่ ในห้อง บุรุษผู้นั้นกำลังกอดสตรีที่สลบไสลไม่ได้สติ ในดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“พระชายาถูกงูพิษกัดหรือ?!”
หลานอวิ๋นทะยานตัวเข้าไปในห้องด้วยความเคร่งเครียด ใช้เท้าบดขยี้งูที่ยังมีชีวิต
“โชคดี…งูเหล่านี้ไม่มีพิษ” เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว จะทำอย่างไรก็มิอาจสงบใจลงได้ เขาฉีกผ้ามาพันแผลที่แขนให้อวิ๋นซู จากนั้นจึงมองห้องนี้อีกครั้ง เกรงว่าเหตุการณ์นี้คงไม่ใช่อุบัติเหตุ
“เหตุใดจึงมีงูมากมายเพียงนี้? แม้จะกล่าวว่าที่นี่อยู่กลางภูเขา แต่ว่า…เหตุใดจึงมีงูแค่ที่ห้องพระชายา!” หลานอวิ๋นมีท่าทีเหลือเชื่อ มองไปยังท่าทีเงียบงันของเฟิ่งหลิง “องค์ชาย หลายวันนี้…เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่?”
สีหน้าของบุรุษรูปงามดูหนักอึ้ง เล่าเรื่องเหตุการณ์ผิดปกติในสองวันมานี้ให้อีกฝ่ายฟัง
หลานอวิ๋นพลันรู้สึกตื่นตะลึง “กระหม่อมว่าแล้วเชียว เหตุใดตระกูลหนานจึงเตรียมอาหารที่น่าสังเวชเพียงนั้นได้! ทำไมองค์ชายเพิ่งพูดขึ้นมาตอนนี้เล่า? ด้วยสุขภาพของพระชายาในตอนนี้ หากไม่บำรุงให้ดีคงไม่ไหว!” ตัวเขา นายท่านและฮูหยินตระกูลอวิ๋น รวมไปถึงฮองเฮาต่างได้รับอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ไม่มีเหตุผลที่จะกันองค์ชายใหญ่และพระชายาออกไป ผู้อยู่เบื้องหลังคิดเล่นลูกไม้อันใดกันแน่
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าอันร้อนรนวิ่งไป หลานอวิ๋นดวงตาสว่างวาบ รีบสะบัดชายอาภรณ์ทะยานตัวไล่ตามไป
“จะหนีไปที่ใด?!”
บุรุษคว้าไหล่ของคนผู้นั้น ได้ยินเสียงร้องโอดครวญดังขึ้น หนานฟางเยี่ยนล้มลงบนพื้นในสภาพน่าอนาถ เสียงนี้ทำให้หลานอวิ๋นมีท่าทีตื่นตะลึง
“คุณหนูหนาน? เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่?” หรือว่าคนที่แอบฟังอยู่นอกหน้าต่างเมื่อครู่นี้คือนาง?
ในดวงตาของหนานฟางเยี่ยนเต็มไปด้วยความร้อนตัว แต่นางรู้ว่าตอนนี้ไม่อาจยอมรับเป็นอันขาด
“คุณหนูเช่นข้าออกมาชมจันทร์ ที่นี่คือเคหาสน์ตระกูลหนาน มีที่ใดบ้างที่ข้าไปไม่ได้?”
“คุณหนูหนานทำตัวลับๆ ล่อๆ หรือท่านทราบว่าเมื่อครู่นี้ ฝูงงูที่อยู่ในเรือนเป็นมาอย่างไร?” หลานอวิ๋นจับจ้องไปยังทุกการเปลี่ยนแปลงของดรุณีน้อย จริงดังคาด อีกฝ่ายร่างกายหดเกร็ง “ฝูงงูอันใด? คุณหนูเช่นข้าไม่เห็นฝูงงูอันใด เจ้าฝันไปหรือไม่? ถึงอย่างไรเคหาสน์หลังนี้ก็ตั้งอยู่กลางเขา เห็นงูเป็นเรื่องปกติมากมิใช่หรือ?”
ทั้งๆ ที่รู้ว่านางกำลังโกหก แต่หลานอวิ๋นเข้าใจดีว่าเด็กคนนี้ดื้อดึงเพียงใด
“เหตุใดคุณหนูหนานจึงทำเช่นนั้น?”
“เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใด คิดจะใส่ร้ายคุณหนูเช่นข้าหรือ?!”