หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 33 ตอนที่ 986 ช่วงเวลาอันอบอุ่น
เล่มที่ 33 ตอนที่ 986 ช่วงเวลาอันอบอุ่น
ในอากาศมีกลิ่นหอมจางๆ โชยมา การเคลื่อนไหวของบุรุษชะงักไป
ดวงตาลึกล้ำดำขลับดุจหมึกทอดมองไปบนฉากกั้นลมอันงดงาม ในดวงตาของเฟิ่งหลิงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่ยามใดที่ตนกลายเป็นคนพึงพอใจง่ายเช่นนี้ ต่อให้ทำได้เพียงมองเงาร่างของนางอยู่เงียบๆ ก็รู้สึกหวงแหนแล้ว เพราะว่า…นางเป็นสตรีที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองบนโลกใบนี้
อดไม่ได้ที่จะย้อนไปคิดไปถึงทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาถึงกับหยุดยืนอยู่หน้าฉากกั้นลมนั้นเนิ่นนาน
สุดท้ายยามเมื่อได้สติกลับมาก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่กำลังจะทำอะไร
ตอนนี้เอง เฟิ่งหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติในห้อง ดูเหมือนตั้งแต่เมื่อครู่นี้ สตรีหลังฉากกั้นจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด กระทั่งเสียงน้ำก็ไม่มี เดิมทีสุขภาพของนางก็ย่ำแย่อยู่แล้ว หรือว่า…
เฟิ่งหลิงรู้สึกหนักอึ้ง ไม่คิดอะไรมาก รีบเดินเข้าไปใกล้ด้วยความเคร่งเครียด “ซูเอ๋อร์!”
ท่ามกลางไอน้ำที่พวยพุ่ง สตรีที่กำลังหลับตาหันมามองด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นเฟิ่งหลิงมีสีหน้าเคร่งเครียดจึงยิ้มขออภัย “ขอโทษด้วย ข้าเพียงอยากหลับตาพักผ่อนชั่วครู่ ทำให้ท่านตกใจแล้ว”
ตอนนี้เฟิ่งหลิงจึงค่อยรู้ตัวว่าตนเคร่งเครียดเกินไป กระดูกไหปลาร้าอันงดงามสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตา ทำให้ดวงตาของเขาหดเกร็ง ลำคอแห้งผาก “ไม่ เป็นข้าตกใจเกินไป…”
เพิ่งจะกล่าวจบ เขาก็สังเกตเห็นผ้าขนหนูสีขาวที่ร่วงอยู่บนพื้นตั้งแต่ยามใดก็มิอาจทราบ เขาก้มตัวลงเก็บ ดวงตาลึกล้ำเกิดประกายบางอย่าง เสียงแหบพร่าดังไปทางอวิ๋นซู “ซูเอ๋อร์ ข้าช่วยถูหลังให้เจ้าดีหรือไม่?”
น้ำเสียงเจือไปด้วยความระมัดระวัง มิได้เขินอายเช่นที่คู่สามีภรรยาสมควรมีแม้แต่น้อย
อวิ๋นซูเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลงตอบรับอย่างเรียบเฉย ขยับตัวเล็กน้อยเอนซบกำแพง
เฟิ่งหลิงม้วนแขนเสื้อ องคาพยพอันหล่อเหลาราวสวรรค์สรรสร้างเจือไปด้วยท่าทีบริสุทธิ์หาใดเปรียบ ใช้ผ้าขนหนูอ่อนนุ่มในมือถูผิวนางเบาๆ การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างระมัดระวังราวกับอีกฝ่ายเป็นหยกล้ำค่า ในดวงตาเต็มไปด้วยความรักความหวงแหนอันไร้ก้นบึ้ง
สตรีในน้ำหลุบตาลง แต่มุมปากกับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเปี่ยมความสุข รับสัมผัสอ่อนโยนจากเขาไปเงียบๆ ถึงแม้จะแต่งงานกันแล้ว แต่นางรู้ว่าตนผิดต่อบุรุษผู้นั้นจริงๆ เขาคล้อยตามนางทุกเรื่อง ทำทุกอย่างอย่างพิถีพิถัน หัวใจของทั้งสองรวมเป็นหนึ่งนานแล้ว เขาเป็นบุรุษที่นางยอมรับ ความสนิทสนมเช่นนี้ทำให้บนใบหน้าของนางปรากฏร่องรอยสีชมพู
ไอน้ำบางเบาพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ท่ามกลางไอน้ำที่ห้อมล้อม ผิวขาวนวลเนียนของสตรีดูงดงามยิ่งขึ้น แผ่นหลังละเอียดงดงามราวกับหยกมันแพะชั้นยอด หยดน้ำกระจ่างใสกลิ้งไหลอยู่บนบ่า ผสมผสานไปกับไอร้อนอบอุ่นจนเกิดเป็นรอยสีแดงจางๆ ดูเปล่งประกายงดงาม
ทันใดนั้นสตรีขยับเล็กน้อย ทำให้น้ำเกิดคลื่นกระเพื่อมจนส่งเสียงดังกระฉอก
ผ้าขนหนูอุ่นร้อนเช็ดแผ่นหลังนางอย่ากลับมาระวัง ไล่ไปตามไหล่ หลัง คอ…
จู่ๆ ดวงตาลึกล้ำของบุรุษด้านหลังพลันเกิดประกายแปลกใจ การเคลื่อนไหวในมือก็หยุดตาม ก่อนหน้านี้บริเวณลำคอปรากฏผิวเหี่ยวย่นอยู่หลายที่ แต่ตอนนี้เมื่อดูแล้วถึงกับจางหายไปไม่น้อย
“ซูเอ๋อร์ ช่วงนี้เจ้ารู้สึกว่าอาการป่วยดีขึ้นหรือไม่?” เสียงของเฟิ่งหลิงทุ่มต่ำ แต่กลับเต็มไปด้วยความยินดี
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นอย่างแปลกใจ มองไปตามสายตาของเฟิ่งหลิง พบว่าผิวของนางฟื้นคืนสู่ความอ่อนนุ่มเยาว์วัยตั้งแต่เมื่อใดก็มิอาจทราบ ระยะนี้นางยุ่งอยู่กับการดูแลหนานฟางเยี่ยน ไม่เคยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตน คิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อย มองไปยังเรียวขาเล็กๆ ของตน มองหาจุดที่มีผิวเหี่ยวย่นปรากฏก่อนหน้านี้ ไม่ผิดจากที่คาด ตอนนี้นางไม่พบร่องรอยใดแล้ว
“นี่…”
ในใจของคนทั้งสองเกิดความคิดเช่นเดียวกัน มิใช่ว่าพิษของนาง…
ไม่นานอวิ๋นมู่ที่ได้ยินข่าวดีนี้ก็รีบพาฮูหยินอวิ๋นและซูฉินมาหา
ในห้องฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศตื่นเต้น ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถควบคุมความคาดหวังในใจ
หลังจากอวิ๋นมู่จับชีพจรให้อวิ๋นซู พบว่าชีพจรของนางในตอนนี้อ่อนแอเล็กน้อย ส่วนใหญ่คงเกิดจากการเหนื่อยล้าติดต่อกันหลายวัน แต่ไม่ได้แย่เช่นที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งเดียวก็คือผิวเหี่ยวย่นของนางกลายเป็นผิวงดงามอ่อนเยาว์อีกครั้ง หรือจะเป็นดั่งที่พวกเขาคิดจริงๆ พิษในร่างของอวิ๋นซูถูกกำจัดออกไปทีละน้อย?
“ท่านพ่อ พิษของซูเอ๋อร์ถูกจำกัดได้แล้วหรือ?” เฟิ่งหลิงเห็นอวิ๋นมู่ขมวดคิ้วอยู่ตลอดจึงรีบเอ่ยปากถาม
อวิ๋นมู่เงียบไป แม้แต่เขาก็ไม่อาจให้คำตอบที่ถูกต้องได้
ตอนนี้เอง ซูฉินคล้ายจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางเดินมาด้านหลังอวิ๋นซูเงียบๆ จับเส้นผมบริเวณลำคอของนางขึ้นดู พบว่าเส้นผมสีขาวที่เสียดแทงนัยน์ตาปรากฏร่องรอยสีดำขึ้นมาแล้ว
ฮูหยินอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างเคียงกันก็พบการเปลี่ยนแปลงนี้ สตรีทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้ม “ดูท่าทางพิษของซูเอ๋อร์จะถูกขับออกแล้วจริงๆ!”
ดวงตาของฮูหยินอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะแดงก่ำ พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ไม่มีเรื่องใดที่ทำให้นางดีใจไปมากกว่าเรื่องนี้แล้วจริงๆ
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนไปเปี่ยมสุขและผ่อนคลาย ก้อนหินใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจทุกคนมาหลายวันราวกับถูกยกออกไป
อวิ๋นมู่เอ่ยกำชับ “แม้ตอนนี้พิษจะถูกกำจัดออกไปแล้ว แต่พวกเรายังไม่สามารถลำพองใจได้! สุขภาพของซูเอ๋อร์ยังอ่อนแอ จะต้องบำรุงรักษาให้ดีถึงจะถูก อีกสักครู่ข้าจะไปดูเทียบยาเสียหน่อย เกรงว่าต้องเปลี่ยนเทียบยาที่ใช้ในหลายวันมานี้แล้ว!”
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงทำให้ในใจของอวิ๋นซูถูกปกคลุมไปด้วยความอบอุ่น “ลำบากท่านพ่อท่านแม่แล้ว!”
ระยะนี้รบกวนพวกเขามากจริงๆ!
จากนั้นจึงมองไปทางซูฉิน “ทำให้เสด็จแม่เป็นห่วงแล้ว!”
หลายวันมานี้พวกเขายุ่งอยู่กับการดูแลผู้ป่วยในเคหาสน์ตระกูลหนาน ทั้งยังต้องคอยมาเยี่ยมเยียนนางอยู่บ่อยๆ เหนื่อยกว่าอวิ๋นซูมากจริงๆ
ทั้งสามได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ อวิ๋นมู่มองไปยังเฟิ่งหลิงที่อยู่ด้านข้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “เกรงว่าผู้ที่เป็นห่วงที่สุดคงเป็นองค์ชายใหญ่แล้ว” บุรุษผู้นี้เอาใจบุตรีของพวกเขาทุกอย่าง อวิ๋นมู่ล้วนเห็นอยู่ในสายตา ยิ่งเชื่อมั่นว่าคราวนี้พวกเขาดูคนไม่ผิด
ดวงตาของอวิ๋นซูเกิดประกายอ่อนโยน บนแก้มซูบผอมปรากฏรอยสีชมพูจางๆ
มุมปากของเฟิ่งหลิงยกขึ้นเล็กน้อย มองไปยังอวิ๋นซูด้วยสายตาอบอุ่น อนาคตอันงดงามและสดใสกำลังกวักมือเรียกเขาอีกครั้ง เมื่อคิดว่าพิษของอวิ๋นซูถูกกำจัดแล้ว เขาพลันรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสชดเชยที่สวรรค์มอบให้ เขาจะต้องปกป้องพระชายาของตนให้ดี ไม่ให้นางถูกทำร้ายอีก
ขณะเดียวกัน คล้ายว่าโชคชะตาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากตรงนี้ ข้ารับใช้และสาวใช้ที่ติดโรคระบาดในตระกูลหนานอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ทำให้ทุกคนรู้สึกดีใจหาใดเปรียบ
วันนี้หนานฟางเยี่ยนมาปรากฏตัวที่ประตูห้องของอวิ๋นซู ฝีบนใบหน้าเริ่มแห้งและหลุดลอกแล้ว ดูดีกว่าก่อนหน้านี้มาก นางถือโอกาสที่ไม่มีใครสังเกตเห็นวิ่งมาที่ห้องเพื่อมาหาอวิ๋นซูที่ไม่ได้ปรากฏตัวหลายวัน
เมื่อเข้ามาในห้องนางก็รีบเดินไปจับมืออวิ๋นซูแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “พี่ซู พวกเขาบอกว่าท่านไม่สบาย ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
“ต้องขอบคุณความดีของคุณหนูหนาน ดีขึ้นมากแล้ว!”
ระยะนี้อวิ๋นซูรู้สึกว่าร่างกายของตนฟื้นฟูขึ้นไม่น้อยเลยจริงๆ ยามหลับก็ไม่นานเพียงนั้นแล้ว และไม่เหนื่อยง่ายจนหมดสติไปโดยไม่รู้ตัวอีก นางรู้ว่าชีวิตของตนยังไม่สิ้นสุด
หนานฟางเยี่ยนได้ยินดังนั้นจึงเผยรอยยิ้มยินดีออกมา “ดียิ่งนัก เดิมทีระยะนี้ข้าอยากมาเยี่ยมพี่ซู แต่พี่ใหญ่บอกว่าจะเป็นการรบกวน กล่าวว่าไม่อนุญาตอะไรนั่น หึ แย่จริงๆ!”
ท่าทางซุกซนของนางทำให้อวิ๋นซูเผยรอยยิ้มออกมา ดรุณีน้อยคลายปมในใจไปได้แล้ว ทำให้ดูน่ารักขึ้นมาก เพียงแต่…
อวิ๋นซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดายและอาลัยอาวรณ์ “ระยะนี้โชคดีที่ตระกูลหนานคอยดูแล เพียงแต่ถึงเวลาที่พวกเราต้องออกเดินทางแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ ทำให้หนานฟางเยี่ยนที่เดิมทียังดีอกดีใจเคร่งเครียดขึ้นมาโดยพลัน “เหตุใดจึงไม่อยู่ต่ออีกสักหลายวันเล่า? มิใช่ว่า… สุขภาพของพี่ซูยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่หรือ?”
ตอนนี้หนานฟางเยี่ยนพลันเกิดความคิดอย่างหนึ่ง พี่ซูจะต้องรู้ความคิดของท่านพ่อเป็นแน่ คิดว่าท่านพ่อไม่ชอบให้พวกเขาอยู่ที่จวนตระกูลหนาน ดังนั้นจึงตัดสินใจจะจากไป
“คุณหนูหนานคงรู้เรื่องที่เจียงหนานเกิดโรคระบาดแล้วกระมัง? ตอนนี้เจียงหนานอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือเหมือนคุณหนูหนานอยู่อีกมากรอพวกเราอยู่ พี่ซูหวังเพียงว่าจะได้พยายามช่วยพวกเขาเต็มที่ ทำให้พวกเขารอดพ้นจากความลำบากได้มากขึ้น”
“แต่ว่า…” หนานฟางเยี่ยนได้ยินก็ยิ่งรู้สึกกังวล ตอนนี้ที่เจียงหนานน่าหวาดกลัวเพียงนั้น พวกพี่ซูไม่กลัวอันตรายหรือ?
นางอดไม่ได้ที่จะจับแขนอวิ๋นซูไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความร้องขอ “พี่ซูอย่าไปเลยได้หรือไม่? เยี่ยนเอ๋อร์ได้ยินมาว่าฝ่าบาทส่งหมอหลวงไปแล้ว ที่นั่นอันตรายมากจริงๆ!”
อวิ๋นซูลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นหนานฟางเยี่ยนเป็นห่วงนางเพียงนี้ ในใจพลันเต็มไปด้วยความอบอุ่น เอ่ยกำชับเสียงเบา “คุณหนูหนานต้องดูแลตัวเองให้ดี จำไว้ว่าต้องใช้ยาเกล็ดหิมะนั้น เชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องกลับไปงดงามเช่นเดิมได้แน่”
“พี่ซู…เยี่ยนเอ๋อร์ทราบแล้ว” หนานฟางเยี่ยนสูดจมูก ถูกความโศกเศร้าของการจากลาทำให้รู้สึกดำดิ่ง ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม “พี่ซูรู้หรือไม่ว่าหลานอวิ๋นอยู่ที่ใด?”
กล่าวจบ นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่ควรถาม สีหน้าจึงดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
อวิ๋นซูสังเกตเห็นท่าทีเช่นนี้ของนาง หรือระหว่างพวกเขาจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น? “แม่ทัพหลานเดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์ที่เจียงหนานก่อนแล้ว อีกไม่นานพวกเราจะไปรวมตัวกับเขา”
หนานฟางเยี่ยนหัวใจกระตุก แม้ก่อนหน้านี้หลานอวิ๋นจะกล่าวแล้ว แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ ทั้งๆ ที่ยังมีคำพูดมากมายต้องการพูดกับเขา แต่ตอนนี้…
ใบหน้างดงามมืดครึ้มลงหลายส่วน ในดวงตาเกิดประกายปวดร้าวมิจางหาย
อวิ๋นซูเห็นท่าทางเช่นนี้ของนางอยู่ในสายตา “คุณหนูหนานมีเรื่องในใจหรือ? หากมีสิ่งใดต้องการบอกแม่ทัพหลานก็ให้พี่ชูช่วยบอกต่อได้”
ดวงตาของหนานฟางเยี่ยนปรากฏความลังเล จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าไร้การแต่งแต้มของอวิ๋นซู “พี่ซู…”
ดวงตากระจ่างใสคู่นั้นราวกับมอบพลังให้นางเอ่ยปากต่อไปได้ หนานฟางเยี่ยนสูดหายใจลึก “เช่นนั้น…หากพี่ซูพบหลานอวิ๋น ฝากบอกเขาด้วยว่า ว่าเยี่ยนเอ๋อร์ชอบเขา หากเขาเปลี่ยนใจ เยี่ยนเอ๋อร์ยินดีรอเขาอยู่ที่นี่!”