หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 33 ตอนที่ 988 วางทิฐิ
เล่มที่ 33 ตอนที่ 988 วางทิฐิ
หนานฟางเฟยจิตใจสับสนประหนึ่งมีเส้นด้ายพันรัด สายตาที่มองไปยังอวิ๋นซูเต็มไปด้วยความลังเลไม่มั่นคง ราวกับความเชื่อมั่นที่ตนยึดติดมานานถูกทำลายไปในพริบตา
อวิ๋นซูย่อมเข้าใจดี “อวิ๋นซูเข้าใจความรู้สึกของคุณชายหนานในตอนนี้ดี แต่ก็รู้ว่าความรู้สึกนี้ของคุณชายหนานมีให้คุณหนูกงซุนตัวจริง อวิ๋นซูมิใช่คนโลภ ย่อมไม่อาจรับความรู้สึกนี้ได้ ไม่อาจถ่วงอนาคตของคุณชายหนานอีก วันนี้อวิ๋นซูเลือกที่จะพูดความจริงออกมา ไม่ว่าตระกูลหนานจะเกลียดข้าก็ดี คุณชายหนานจะโทษข้าก็ช่าง อวิ๋นซูหวังว่าคุณชายหนานจะไม่พาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายที่เจียงหนาน”
อวิ๋นซูมองไปยังสีหน้าของหนานฟางเฟยในยามนี้ อีกฝ่ายคล้ายกับจมลงสู่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และสวรรค์ อวิ๋นซูรู้ว่าหากต้องการให้อีกฝ่ายรับเรื่องนี้ได้ทันทีคงเป็นเรื่องยาก
“คุณชายหนานเป็นคนดี ถึงเวลาต้องปล่อยวางอดีต ตามหาวาสนาที่แท้จริงของตนแล้ว อวิ๋นซูขอขอบคุณแทนคุณหนูกงซุนตัวจริงที่คุณชายหนานมีน้ำใจเช่นนี้ ขออวยพรให้คุณชายหนานพบผู้ที่เป็นความหมายของตนอย่างแท้จริงในเร็ววัน”
ริมฝีปากบางสั่นระริก หนานฟางเฟยก้มหน้าลง ดวงตาขุ่นมัวไม่ชัดเจน เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยเอ่ยปาก “ผู้แซ่หนาน มิใช่เพราะท่านเป็นคุณหนูกงซุน…จึงมีใจให้ท่าน…”
ใช่แล้ว ในใจของหนานฟางเฟยชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ว่าตนไม่ได้ชอบนางเพราะฐานะของอวิ๋นซูหรือเพราะการหมั้นหมายตั้งแต่ยังเด็กจึงทำให้ลืมนางไม่ได้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นนาง เขามักจะถูกความรู้สึกอันแปลกประหลาดเข้าพัวพัน ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องของนางจากปากผู้อื่น ตนมักอดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้า ความสุขุมเยือกเย็นและความฉลาดเฉลียวของนางทำให้เขาค่อยๆ สูญเสียหัวใจของตนให้นางโดยไม่รู้ตัว…
สิ่งที่เรียกว่าคู่หมั้นหมายเป็นเพียงโอกาสหนึ่งเท่านั้น หลังจากใจเย็นลง หนานฟางเฟยก็ยิ่งเข้าใจชัดเจน เขามั่นใจว่าคนที่ตนชอบคือนางคนนี้ วันนี้หลังจากได้รู้ความลับของนางแล้ว ในใจของหนานฟางเฟยกลับมิได้อับอายจนขุ่นเคือง คนที่เขาชอบก็คืออวิ๋นซูที่อยู่เบื้องหน้า ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น
ดวงตาของอวิ๋นซูสั่นไหวเล็กน้อย “คุณชายหนานเคยกล่าวกับคุณหนูหนานมิใช่หรือว่าวาสนาฟ้ากำหนด บางเรื่องไม่สามารถบีบบังคับ”
หนานฟางเฟยยิ้มขืน ไม่อาจปฏิเสธได้ “ใช่แล้ว เหตุผลนี้ผู้แซ่หนานเข้าใจมาตลอด ผู้แซ่หนานรู้ดีว่าเมื่อครู่นี้พระชายาหมายความว่าอย่างไร ผู้แซ่หนานเพียงรู้สึกเสียดาย เหตุใดข้าจึงไม่พบท่านให้เร็วกว่านี้?”
ตอนนี้หนานฟางเฟยรู้สึกซับซ้อนยิ่ง สตรีเบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็นหลิ่วอวิ๋นซูก็ดี จะเป็นกงซุนซูก็ดี ในใจของเขาล้วนเป็นตัวตนที่ไม่อาจมีผู้ใดมาแทนที่ กระจ่างชัดปานนั้น สลักลึกลงไปถึงกระดูก
อวิ๋นซูทอดถอนใจอีกครั้ง บางเรื่องพูดไปแล้ว นับเป็นการเหลือทางรอดให้อีกฝ่าย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อวิ๋นซูหวังว่าคุณชายหนานจะอยู่ที่นี่ จวนหนานตอนนี้ต้องการท่าน ไม่ว่าจะอย่างไรข้าและองค์ชายใหญ่ก็ไม่ยอมให้คุณชายหนานตามไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้เป็นอันขาด”
“พระชายาโปรดพิจารณาให้มากเถิด ฟางเฟยเพียงต้องการเป็นแรงให้ชาวบ้านเจียงหนานเท่านั้น” สายตาของหนานฟางเฟยเต็มไปด้วยความแน่วแน่ คำพูดสมเหตุสมผลคล้ายจะไม่สั่นคลอนจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อวิ๋นซูยิ่งหวังว่าคุณชายหนานจะอยู่ที่จวนหนาน รักษาการติดต่อกับพวกเราไว้ตลอด คอยดูแลเรื่องการส่งเสบียงให้พร้อมทุกเมื่อ เป็นโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดเบื้องหลังพวกเรา หากทำเช่นนี้จะดีต่อพวกเราและประชาชนชาวเจียงหนานที่สุด คุณชายหนานคงไม่อยากให้คนที่ใส่ใจท่านเป็นห่วงใช่หรือไม่”
หนานฟางเฟยกระจ่างแจ้งอยู่ในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รู้ความลับของอวิ๋นซูแล้ว เขารู้ว่าตนไม่มีเหตุผลใดที่จะติดตามอยู่ข้างกายนางอีก
เขายิ้มบางเบา องคาพยพอันหล่อเหลาปรากฏความจนใจ ก้มหน้าลงมองแขนเสื้อที่โบกสะบัดของตน ในใจรู้สึกสับสนซับซ้อน คล้ายกับสัตว์ตัวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นความสิ้นไร้หนทางของเขา จากนั้นจู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้องขอ
“พระชายา…โปรดดูแลตัวเองให้ดี! โปรดรับปากฟางเฟย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีชีวิตกลับมา ไม่ว่าจะเป็นที่เจียงหนานหรือจะเป็นการต่อสู้กับไท่ซ่างหวง ฟางเฟยจะพยายามดูแลจวนหนานสุดกำลัง กลายเป็นเจ้าบ้านตระกูลหนาน เมื่อถึงตอนนั้น ฟางเฟยยินดีเป็นพลังอยู่เบื้องหลังองค์ชายใหญ่ ทำงานให้องค์ชายใหญ่อย่างสุดความสามารถ!”
นี่ นับว่าเป็นการปกป้องนางอีกวิธีหนึ่ง
คำสัญญาที่มาอย่างกะทันหันของหนานฟางเฟยทำให้อวิ๋นซูรู้สึกเหนือคาด บนใบหน้าของนางปรากฏความเคร่งขรึมขึ้นมาก “อวิ๋นซูขอขอบคุณในน้ำใจอันกว้างใหญ่ลึกซึ้งของคุณชายหนาน”
หนานฟางเฟยแย้มยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก คำบางคำไม่จำเป็นต้องพูด
อีกด้านหนึ่ง นายท่านหนานรออยู่ในห้องหนังสือมาตลอด เขาไม่รู้ว่าอวิ๋นซูจะพูดอะไรกับหนานฟางเฟย แต่เขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้ต้องกักขังหนานฟางเฟยเขาก็จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายไปที่เจียงหนาน
จนกระทั่งในลานเรือนปรากฏเงาร่างเลือนลาง เสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังกระจ่างชัด ฝีเฝ้าไม่หนักแน่นมั่นคง สภาพเช่นนี้ทำให้นายท่านหนานรู้สึกเจ็บปวด
“ฟางเฟย…เจ้าจะไปเจียงหนานจริงหรือ?”
หนานฟางเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยตอบกลับอย่างเรียบเฉย “ลูกไม่อยากทำเรื่องที่จะทำให้พระชายาลำบากพระทัย”
เมื่อนายท่านหนานได้ยินดังนั้นพลันผ่อนคลายลง น้ำเสียงเจือความยินดีไม่น้อย “เช่นนี้ก็ดี เจ้าควรเข้าใจให้ดี ตอนนี้นางเป็นพระชายาองค์ชายใหญ่ที่สูงศักดิ์ ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าอีกแม้เพียงครึ่งส่วน เจ้าสมควรเข้าใจให้ชัดเจนเร็วๆ! เจ้า…”
“ไม่ ท่านพ่อ ลูกอยากเป็นพลังอยู่เบื้องหลังนาง!”
ใบหน้าของนายท่านหนานพลันแข็งเกร็ง “…นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
หนานฟางเฟยสูดหายใจลึก เงยหน้าขึ้น ในดวงตาปรากฏความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว “ท่านพ่อมอบตระกูลหนานให้ลูกเถิด ลูกเข้าใจดีแล้ว ท่านพ่อโปรดวางใจ ลูกจะไม่ดื้อรั้นหลงผิดอีก แต่อย่างน้อยลูกไม่อยากทำเรื่องที่ตัวเองจะเสียใจภายหลัง ลูกจะต้องทำให้ตระกูลหนานยิ่งใหญ่ จะรับผิดชอบภารกิจทั้งหมดให้ได้ ท่านพ่อเชื่อลูกสักครั้งได้หรือไม่?”
ในใจของนายท่านหนานเกิดความรู้สึกแปลกๆ เขารู้ดีว่าหนานฟางเฟยต้องการทำอะไร แต่เขายังอดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน “เฟยเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังพูดอะไร? เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้…”
“ลูกทราบดี!” หนานฟางเฟยมองไปยังบิดาของตน กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจไม่แปรเปลี่ยน เขายังหวังว่าบิดาจะเข้าใจตน และวันหน้า ไม่ว่าตนจะทำการเลือกเช่นไร เขาหวังว่าบิดาจะเชื่อมั่นตน!
หนานฟางเฟยที่เป็นเช่นนี้ นายท่านหนานเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เขารู้สึกราวกับมองเห็นเด็กน้อยที่จูงมือใหญ่ๆ ของตนมาโดยตลอดเติบโตขึ้นในที่สุด เขาเหมือนกับบุรุษที่แท้จริง คำสัญญานี้ทรงพลังยิ่ง บางทีตนอาจจะแก่ไปแล้วจริงๆ จึงไม่กล้าเสี่ยงอันตรายอันใด แต่ว่าวันหน้า จะอย่างไรตระกูลหนานก็ต้องมอบให้บุตรดูแล เขาไม่อาจเห็นตระกูลหนานในอีกหลายสิบปีต่อจากนี้ แต่อย่างน้อย ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ จะขอมอบประสบการณ์ทั้งหมดให้บุตรชายเพียงหนึ่งเดียว ดูท่าทางคงได้เวลาที่เขาต้องวางมือแล้ว…
“ได้ หวังว่าเจ้า…จะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง” ในที่สุดในท่านหนานก็ยอมรับคำ!
…
วันต่อมาทุกคนเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทาง นอกเคหาสน์ รถม้าธรรมดาคันหนึ่งจอดรออยู่ที่นั่นนานแล้ว
เดิมทีอวิ๋นซูคิดจะจากไปเงียบๆ ไม่นึกว่าเพราะเรื่องโรคระบาดทำให้ทุกคนในจวนมาส่งนางออกเดินทาง
พวกเขารู้สึกขอบคุณอวิ๋นมู่ ฮูหยินอวิ๋นและซูฉินที่ดูแลพวกเขาในหลายวันมานี้ ไม่กล้าลืมว่าชีวิตของตนเป็นแขกทั้งหลายช่วยกลับมาจนตัวเองไม่ได้หลับได้นอน!
หนานฟางเยี่ยนจับมืออวิ๋นซู รู้สึกอาลัยอาวรณ์ “พี่ซู ไม่อยู่อีกสักหลายวันจริงหรือ? เยี่ยนเอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านไป!”
อวิ๋นซูแย้มยิ้ม “หากวันหน้ามีโอกาสข้าจะกลับมาเยี่ยมเจ้า!”
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำพูดนี้เข้าหูหนานฟางเยี่ยนกลับดูคล้ายคำพูดสั่งเสีย ทำให้ในใจของนางยิ่งคิดตำหนินายท่านหนาน กระทั่งคิดว่าจะต้องเป็นบิดาของตนไล่พวกเขาไปแน่จึงได้รีบร้อนเพียงนี้!
“พี่ซู…อยู่อีกสักหลายวันเกิด…” หนานฟางเยี่ยนไม่ยอมปล่อยมือ กล่าวออดอ้อนไม่หยุด
ท่าทางเช่นนั้น อวิ๋นซูได้เห็นพลันต้องรู้สึกอบอุ่น นางตบหลังมือหนานฟางเยี่ยนเบาๆ “วันหน้าคุณหนูหนานจะต้องเชื่อฟังคำพูดของนายท่านหนานและคุณชายหนานให้ดี เข้าใจหรือไม่? อย่าได้ทำนิสัยดื้อรั้นให้ทุกคนเป็นห่วงอีก!”
หนานฟางเยี่ยนเช็ดน้ำตา นางรู้ว่าครั้งนี้อวิ๋นซูไปทำการใหญ่ที่เจียงหนาน ถึงแม้ตนจะอาลัยอาวรณ์ แต่ในที่สุดนางก็ไม่อยากให้อวิ๋นซูลำบากใจ
ตอนนี้หนานฟางเฟยมิได้ปรากฏตัว อวิ๋นซูมองไปรอบด้านแต่ไม่เห็นเงาร่างของบุรุษผู้นั้น ถอนใจออกมาเบาๆ บางทีสำหรับคุณชายหนาน การไม่พบกันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ไม่นึกว่าเพิ่งจะคิดจบกลับมีเงาร่างร่างหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน หนานฟางเฟยหอบหายใจ ส่งของในมือไปให้
อวิ๋นซูไม่เข้าใจนัก ทว่าเมื่อดูให้ละเอียดพบว่าด้านในคือห่อสิ่วโอวพันปี หนานฟางเฟยบังเอิญได้ยินซูฉินและฮูหยินอวิ๋นคุยกันจึงรู้ว่าของสิ่งนี้ช่วยพระชายาได้มาก
“คุณชายหนานหมายความว่าอย่างไร? ของล้ำค่าเช่นนี้อวิ๋นซูมิอาจรับ”
“ผู้แซ่หนานไม่ขอสิ่งอื่นใด เพียงขอให้พระชายามอบโอกาสให้ผู้แซ่หนานสักครั้ง โปรดให้ผู้แซ่หนานทำอะไรเพื่อพระชายาในฐานะสหายด้วยเถิด” น้ำเสียงของเขาจริงจัง ราวกับว่าหากอวิ๋นซูปฏิเสธ จะเป็นการทำร้ายความรู้สึกเขาเงียบๆ
เมื่อเห็นดวงตาคาดหวังของบุรุษ อวิ๋นซูจึงทำได้เพียงยิ้มตอบ “เช่นนั้น…ข้าขอบคุณในน้ำใจของคุณชายหนานมาก”
หนานฟางเฟยผ่อนคลายลง องคาพยพอันหล่อเหลาดูกระตือรือร้นขึ้นมาก ไม่ว่าจะอย่างไร อย่างน้อยตอนนี้นางก็ยอมรับตนเป็นสหายแล้ว วันหน้าเมื่ออยู่ข้างกายนาง นับว่าตนมีฐานะเช่นนี้!
เขาหมุนตัวเดินไปหาเฟิ่งหลิง บุรุษหล่อเหลาผู้มีบรรยากาศไม่ธรรมดาเบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกนับถือจริงๆ จนกระทั่งตอนนี้หนานฟางเฟยจึงค่อยรู้ว่าตนเองและเฟิ่งหลิงแตกต่างกัน
“หวังว่าองค์ชายจะดูแลพระชายาให้ดี!” เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาจากใจ “ผู้แซ่หนานอิจฉาในวาสนาขององค์ชายใหญ่จริงๆ ที่ได้พบนางก่อน!”
ดวงตาลึกล้ำของเฟิ่งหลิงจับจ้องไปบนร่างของสตรีสุขุมงดงามดังดอกกล้วยไม้ ริมฝีปากบางขยับเล็กน้อย “ข้าเองก็คิดเช่นนี้”
บุรุษทั้งสองสบตากันทั้งรอยยิ้ม มีความหมายลึกล้ำแฝงอยู่ในคำพูด มีเพียงพวกเขาที่เข้าใจกัน
ขบวนเดินทางเดินขึ้นรถม้า ออกเดินทางไปจากเคหาสน์อันหรูหราแห่งนี้ เบื้องหลังรถม้า ท่าทางของทุกคนในตระกูลหนานปรากฏความอาลัยอาวรณ์ชัดเจน
นี่คือแขกที่พักอยู่ในเคหาสน์นานที่สุด และช่วยให้พวกเขาผ่านด่านอันตรายในครั้งนี้ไปได้
นายท่านหนานเดินมาเบื้องหน้าหนานฟางเฟย สายตาที่มองไปทางรถม้าเจือแววลึกล้ำ “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นพลังให้องค์ชายใหญ่ เช่นนั้นเริ่มตั้งแต่เรื่องที่เจียงนานครั้งนี้ ทำให้พ่อเห็นความสามารถของเจ้าเสียหน่อย”