หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 34 ตอนที่ 1011 ความเจ็บปวดของเขา
เล่มที่ 34 ตอนที่ 1011 ความเจ็บปวดของเขา
บนใบหน้าของชานกงกงประดับไปด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ “องค์ชายสาม โอกาสของพระองค์มาถึงแล้ว!”
อะไรนะ? หวงฝู่หลินเบนสายตาขึ้น สบกับดวงตาเปล่งประกายของชานกงกง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนออกมา “ความหมายของท่านกงกงคือ…”
อีกฝ่ายทอดถอนใจยาว “องค์ชายคงทราบดี ตอนนี้ไท่ซ่างหวงและฝ่าบาทมีเรื่องผิดใจกัน สาเหตุแต่เดิมของเรื่องนี้อยู่ที่พระชายาองค์ชายใหญ่ ไท่ซ่างหวงเพียงต้องการเชิญพระชายาไปเป็นแขกที่เรือนพัก ไหนเลยจะรู้ว่ากลับถูกเข้าใจผิดคิดว่าต้องการปั่นป่วนราชสำนัก ดังนั้นขอเพียงองค์ชายพาพระชายาองค์ชายใหญ่ไปอยู่เบื้องพระพักตร์ไท่ซ่างหวงได้ ไม่เพียงแต่จะยุติการต่อสู้ภายในได้ ทั้งยัง…ทำให้พระองค์มีตำแหน่งในพระทัยไท่ซ่างหวงอย่างมั่นคงอีกด้วย”
หวงฝู่หลินคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง แม้เขาไม่รู้ว่าเหตุใดพระอัยกาจึงดื้อรั้นต้องการพบพี่สะใภ้เพียงนี้ แต่ความหมายของชานกงกงก็คือ ขอเพียงพาพี่สะใภ้ไปพบพระอัยกาได้ เท่ากับว่าสงครามครั้งนี้พระอัยกาเป็นฝ่ายชนะ
บุรุษหนุ่มจมลงสู่ความเงียบงัน ชานกงกงแย้มยิ้มอย่างลึกล้ำ “มิใช่ว่าองค์ชายสามต้องการโอกาสในการแสดงความสามารถมาตลอดหรือ? ตอนนี้องค์ชายใหญ่อกตัญญูต่อไท่ซ่างหวงเพียงนี้ องค์ชายแปดก็ยังทรงพระเยาว์เกินไป วันหน้าเจ้าแห่งแผ่นดินจะเป็นผู้ใด เชื่อว่าในพระทัยขององค์ชายคงทราบดี”
ชานกงกงเดินไปด้านหลังหวงฝู่หลิน “ตอนนี้ไท่ซ่างหวงทรงประชวรหนัก มีเพียงพระชายาองค์ชายใหญ่ที่มีวิธีช่วย หากไท่ซ่างหวงเป็นอะไรไป ด้วยท่าทีที่ฝ่าบาทมีต่อองค์ชายใหญ่ เกรงว่าองค์ชายสามคงไม่มีโอกาสนั่งบนบัลลังก์มังกรไปตลอดกาล!”
ดูเหมือนว่าเบื้องหน้าหวงฝู่หลินจะไม่มีเส้นทางอื่นใดให้เลือกอีก ชานกงกงไม่ให้ทางเลือกเขาแม้แต่น้อย กำจัดความเป็นไปได้อื่นของเขาจนหมดสิ้น
“เรื่องราวมิอาจรั้งรอ หวังว่าองค์ชายสามจะลงมือให้เร็วเสียหน่อย อาการประชวรของไท่ซ่างหวงรอไม่ได้แล้ว”
หวงฝู่หลินรู้สึกว่าห่อยาในมือตนหนักอึ้งยิ่งนัก มองไปยังแผ่นหลังที่กำลังเดินจากไป อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดที่สุดกลับปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว คงมีเพียงหวงฝู่หลินที่รู้ว่าตนไม่อยากเผชิญหน้ากับเสด็จพี่ใหญ่
ไม่มีเหตุผล เป็นเพียงความเคารพยำเกรงตามธรรมชาติ
เสด็จพี่ใหญ่เป็นเพียงคนเดียวที่เขามองไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นเสด็จพี่รองก่อนหน้านี้หรือจะเป็นน้องแปดในตอนนี้ หวงฝู่หลินมักจะสังเกตเห็นเรื่องในใจของพวกเขาเสมอ แต่เสด็จพี่ใหญ่ไม่เหมือนกัน เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเสด็จพี่ใหญ่ทำให้เขารู้สึกว่าความคิดทั้งหมดของตนถูกเผยต่อสายตาอีกฝ่ายจนหมดสิ้น
ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่…
หวงฝู่หลินไม่เคยลังเลเพียงนี้มาก่อน ชานกงกงกล่าวว่านี่เป็นเพียงโอกาสเดียวของเขา หากกระทั่งเรื่องนี้ยังทำไม่ได้ เช่นนั้นจะสูญเสียการสนับสนุนจากพระอัยกาไปตลอดกาล…
ยามราตรี ภายในสวนบุปผาที่ไร้ซึ่งผู้คนฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นหอมของสุราอันเข้มข้น
บุรุษในศาลานั่งโดดเดี่ยวอยู่หน้าโต๊ะ บนพื้นมีไหสุราว่างเปล่าวางระเกะระกะอยู่มากโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าของเขาไม่ปรากฏร่องรอยความมัวเมา แต่ในใจกลับหนาวเหน็บหาใดเปรียบ
มองไปยังม้านั่งอันว่างเปล่า ฟังเสียงแมลงขับขาน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะฤทธิ์สุราหรือไม่ ทำให้เขาเกิดความโศกเศร้าที่ไม่ได้มีมานาน
คิดไปถึงภาพที่เหล่าพี่น้องร่วมจิบสุราด้วยกันในกาลก่อน ต่อให้ยามนั้นทุกคนจะมีความคิดซ่อนเร้นอยู่ในใจ แต่อย่างน้อยก็ไม่โดดเดี่ยวจนยากจะมองข้ามเช่นวันนี้
ฮ่าๆ เขาคิดถึงคนที่ไม่เคยเห็นเขาเป็นพี่น้องเหล่านั้นเชียวหรือ
ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นได้รับผลจากการกระทำของตัวเองหมดแล้ว หวงฝู่หลินก้มหน้าลงมองฝ่ามืออันว่างเปล่าของตน เช่นนั้นตอนนี้เล่า ตนได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือไม่? เมื่อใดผลกรรมจะหมุนเวียนมาถึงตัวเขา?
ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระอัยกาหลอกใช้เขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าต่อให้ได้แผ่นดินนี้มาเขาก็ต้องเป็นเหมือนเสด็จพ่อ เป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่ง จนกว่าจะสิ้นพระอัยกา
จะอย่างไรพระอัยกาก็ชรามากแล้ว ต่อให้เป็นหุ่นเชิด อย่างมากก็เป็นเพียงไม่กี่ปี เมื่อถึงตอนนั้นแคว้นเหลียนจะเป็นแผ่นดินของเขาอย่างแท้จริง แต่เพราะเหตุใดกันเล่า เหตุใดในใจกลับว่างเปล่าเพียงนี้ รู้สึกคล้ายกับตนเองมองข้ามอะไรบางอย่างไป
หวงฝู่หลินไม่เคยไม่มั่นใจในตนเองเช่นนี้มาก่อน และที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำเรื่องที่ตนไม่มั่นใจ
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพระอัยกา อยู่ต่อหน้าเสด็จพี่ใหญ่ หวงฝู่หลินกลับค่อยๆ สูญเสียตัวตน
สายเลือดหรือความสัมพันธ์ครอบครัวอันใดนั่นไม่มีอยู่ในครอบครัวราชวงศ์โดยสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดถึงคำถามไร้เดียงสาเช่นนั้น แต่ตอนนี้เขากลับคิดถึงใบหน้าของหวงฝู่รุ่ย
มืออดไม่ได้ที่จะสั่นระริก ตอนนี้เขาถึงกับอยากเจอเด็กคนนั้น
เพราะบนตัวพวกเขามีอะไรเหมือนกันมากมาย ถูกมองข้ามเช่นเดียวกัน ได้รับความโศกเศร้าในชีวิตเช่นเดียวกัน กระทั่งอีกฝ่ายยังลำบากกว่าตนด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้หวงฝู่หลินไม่พอใจก็คือ เหตุใดเขายังเผชิญหน้ากับเสด็จพี่เหล่านี้ได้อย่างร่าเริงปานนั้น?
ทั้งๆ ที่ทุกคนเพียงต้องการหลอกใช้ความโง่งมของเขาเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของตนเองเท่านั้น ในใจของเขาไม่มีความเกลียดชังเลยหรือไร? เขาเชื่อว่าในครอบครัวราชวงศ์ยังมีความสัมพันธ์พี่น้องอยู่จริงหรือ?
เมื่อเห็นดวงตาเปี่ยมความหวังที่หวงฝู่รุ่ยใช้มองตน หวงฝู่หลินยิ่งรู้สึกรับไม่ได้
เขากล่าวในใจไม่หยุดว่าอย่าได้ใช้สายตาเช่นนี้ อย่าได้คาดหวังอันใดกับตน ตนก็ไม่แตกต่างอะไรจากเสด็จพี่คนอื่นๆ ไม่อาจปฏิบัติต่อเขาอย่างจริงใจ
ทว่าตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบที่เขาเริ่มฟังน้องแปดคนนี้กล่าวถึงเรื่องแผ่นดินอย่างตั้งอกตั้งใจ ถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว บางครั้งที่เห็นของน่าสนใจยังคิดนำไปให้เขา
ทั้งๆ ที่ทั้งสองเหมือนกันเพียงนี้ แต่กลับเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่างกัน
หวงฝู่หลินไม่อยากยอมรับว่าตนอีกอิจฉาหวงฝู่รุ่ยจริงๆ อิจฉาที่เขาเปิดใจยอมรับความอยุติธรรมที่ได้พบทั้งหมด อิจฉาที่เขาเป็นลูกรักของสวรรค์ได้รับความเอ็นดูจากเสด็จพี่ใหญ่ นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่ง
เสียงเคร้งดังขึ้น หวงฝู่หลินโยนจอกสุราไปด้านข้างจนแตกกระจายเต็มพื้น
แต่การระบายอารมณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้หวงฝู่หลินรังเกียจตนเองลึกล้ำยิ่งขึ้น เขา เขาก็อยากเป็นเหมือนน้องแปด อยากมีพี่น้องที่เชื่อมั่นในกันและกัน…
“ฮ่ะๆ”
เสียงหัวเราะอันโศกเศร้าดังมาจากปากของบุรุษผู้โดดเดี่ยว เขาดื่มมากไปแล้วกระมัง? ทั้งๆ ที่หลายปีมานี้เขาอดกลั้นความอัปยศ อาศัยความเจ้าเล่ห์เพทุบายอยู่ท่ามกลางเหล่าองค์ชายมาได้ตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว แต่กลับเกิดความคิดไร้เดียงสาเช่นนี้หรือ?
หวงฝู่หลินเงยหน้ามองไปยังดวงจันทราบนท้องฟ้าห่างไกล จู่ๆ พลันรู้สึกว่ามันเป็นดั่งจักรพรรดิแห่งแผ่นดิน
ที่สูงหนาวเพียงนั้น มันคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวแล้วหรือ? ต่อให้ใต้ดวงตาจะเป็นแผ่นดินทั้งหมด เป็นแคว้นเหลียนทั้งหมด แล้วมันดีใจหรือ? มันสามารถสาดแสงลงมาบนแผ่นดินทั้งผืน แต่กลับเห็นได้ชัดว่าว่างเปล่าเพียงนี้ จะมีคนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของมันหรือ?
เกรงว่าสุดท้ายสิ่งที่ได้รับคงมีเพียงคำประจบประแจงไร้ความจริงใจและคำพูดซ่อนเร้นของคนอื่นกระมัง?
หวงฝู่หลินขมวดคิ้ว ร่างกายโซเซ ไม่ทันไรพลันรู้สึกว่าเบื้องหน้าพลิกตลบ กระทั่งล้มลงไปบนพื้นอันหนาวเหน็บ
“เสด็จพี่สาม? เสด็จพี่สาม?”
ข้างหูมีเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมา สติรับรู้ของหวงฝู่หลินค่อยๆ กระจ่างชัด ใบหน้าเยาว์วัยสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตาอันพร่าเลือน “น้องแปด? เจ้า เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
ใบหน้าของหวงฝู่รุ่ยเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เมื่อครู่เขาแยกกับเสด็จพี่ใหญ่แล้วจึงเดินมายังตำหนักของเสด็จพี่สามโดยไม่รู้ตัว คิดไม่ถึงว่ากลับเห็นอีกฝ่ายสลบอยู่บนพื้น ไม่สิ ควรจะกล่าวว่าเมาจนหลับไปแล้ว รอบด้านเต็มไปด้วยไหสุราว่างเปล่า ท่าทางเช่นนี้ทำให้เขากังวลยิ่งนัก
“เสด็จพี่มีเรื่องใดในใจหรือ? เหตุใดจึงต้องดื่มสุรามากเพียงนี้”
เรื่องในใจ?
หวงฝู่หลินหัวเราะเบาๆ พยายามลุกขึ้นนั่ง “เจ้าคิดว่าเจ้าถามเช่นนี้แล้วผู้อื่นจะบอกความลับกับเจ้าหรือ?”
เขาน่าหัวเราะมากจริงๆ ถึงกับเชื่อผู้อื่นง่ายๆ เพียงนี้ ตอนนี้ยังมอบความเห็นใจของตนให้ผู้อื่นง่ายๆ อีก สุดท้ายผู้ที่จะถูกทำร้ายก็คือตัวเอง
หวงฝู่รุ่ยชะงักไปเล็กน้อย เงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่ว่าเสด็จพี่จะพูดหรือไม่ รุ่ยเอ๋อร์จะอยู่ฟังที่นี่”
“เจ้าไปเสีย!” ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ๆ บุรุษบนพื้นกลับผลักผู้เยาว์ออก ความโกรธเกรี้ยวในใจไร้ซึ่งที่ระบาย
“ข้าไม่ต้องการความเห็นใจจากเจ้า! เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแน่แล้วหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้ ในมือข้ายังมีไพ่ตายอยู่! ผู้ใดก็ไม่อาจแย่งชิงกับข้าได้ หลายปี ข้ารอมาหลายปีเพียงนี้ ในที่สุด…”
ในสวนบุปผาจมลงสู่ความเงียบงัน หวงฝู่รุ่ยมองบุรุษที่เดินสะเปะสะปะอยู่เบื้องหน้าเช่นนั้น
“เหตุใดเจ้าจึงไม่พูดเล่า? กลัวหรือ? หากข้านั่งในตำแหน่งนั้น เรื่องแรกที่ข้าจะทำก็คือสังหารเจ้าเสีย!” คำพูดนี้คล้ายจงใจพูดให้หวงฝู่รุ่ยฟัง เขาหวังจะได้เห็นความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของผู้เยาว์ ทำให้อีกฝ่ายเกลียดชังตน คิดทำร้ายตนเสีย! อย่ายุ่งวุ่นวายกับตนให้มากอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ บางทีตนอาจโหดเหี้ยมพอจะสู้ตัดสินกับเขาได้
“เสด็จพี่ ท่านไม่ใช่คนเช่นนั้น”
อะไรนะ?
“หุบปาก! เจ้าคิดว่าเจ้าเข้าใจข้ามากหรือไร? เจ้าไม่รู้หรือ ข้าเข้าใกล้เจ้าเพราะอยากได้ข้อมูลของเสด็จพี่ใหญ่จากปากเจ้าเท่านั้น ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นน้องชาย เพียงหลอกใช้ประโยชน์จากเจ้า หลอกใช้คนโง่งมอย่างเจ้าเท่านั้น เข้าใจแล้วหรือไม่?”
“รุ่ยเอ๋อร์ไม่เข้าใจ รุ่ยเอ๋อร์รู้แค่ว่าเสด็จพี่สามเจ็บปวดมาก”
เจ็บปวด…เขาหยิ่งยโสเพียงนี้ คิดว่าเข้าใจความเจ็บปวดของตนเชียวหรือ?
ไม่ เขาไม่เคยรู้สึกยินดีเพียงนี้มาก่อน เขากำลังจะทำความฝันชั่วชีวิตของตนสำเร็จ จะเหยียบทุกคนไว้ใต้เท้า ให้พวกเขายอมรับตน! ไม่มีใครกล้าดูถูกอีก!
“น้องแปด คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเจ้าเล่ห์เพียงนี้ เจ้าก็รู้จักโจมจิตใจผู้อื่นแล้วหรือ? แต่น่าเสียดายที่เจ้าคิดผิด เจ็บปวดเช่นนั้นหรือ? ฮ่าๆ ข้าเพียงสงสารเจ้าเท่านั้น จะอย่างไรเจ้าก็เป็นสุนัขรับใช้ของข้ามานาน จะอย่างไรก็ต้องเห็นใจอยู่บ้าง”
ใช่แล้ว เขาเห็นหวงฝู่รุ่ยเป็นเพียงสุนัขรับใช้ ใช้เขาเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ จนกระทั่งไม่มีค่าให้ใช้งานค่อยเหยียบย่ำ! ก็เหมือนกับเมื่อก่อนที่ตนเป็นสุนัขรับใช้ของหวงฝู่อวี้
“รุ่ยเอ๋อร์ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ได้ยินเพียงว่าเสด็จพี่สามพอจะชอบรุ่ยเอ๋อร์อยู่บ้าง”
หวงฝู่รุ่ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ไม่ถูกคำพูดเมื่อครู่ทำให้เสียใจแม้แต่น้อย
ดวงตาของเขาคล้ายจะมองผู้คนทะลุปรุโปร่ง ทำให้หวงฝู่หลินอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน