หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 34 ตอนที่ 1017 การตายของหวงฝู่เฉิน
เล่มที่ 34 ตอนที่ 1017 การตายของหวงฝู่เฉิน
ขณะนี้ซูฉินที่ถูกพาตัวไปได้สติกลับมา พบว่าตนถูกคนเบื้องหน้าพาเข้าไปในทางลับแห่งหนึ่ง เสียงฆ่าฟันข้างหูดังก้องชัดเจนยิ่ง
ซูฉินเงยหน้า คิดมองให้ชัดเจนว่าคนที่จับตนมาคือผู้ใด แผ่นหลังอันคุ้นเคยทำให้นางต้องขมวดคิ้ว หวงฝู่เฉิน?
“ปล่อยมือ!” ซูฉินตะโกน แต่บุรุษเบื้องหน้ากลับไม่แม้แต่จะหันมา
“ซูฉิน หากเจ้าไม่อยากตายอยู่ในมือของมือสังหารเหล่านั้นก็ตามข้ามา!”
“ปล่อยข้า! ข้าจะไม่ไปจากฝ่าบาทแน่!” ซูฉินมีสีหน้าเย็นชา ทว่าเรี่ยวแรงของบุรุษยังฝืนดึงนางไปไม่หยุด ราวกับหากปล่อยมือ นางจะหายตัวไปไม่เหลือร่องรอย
“ซูฉิน…” ยามนี้เอง เสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านหลัง
หวงฝู่เฉินได้ยินพลันหรี่ตา กัดฟันแค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง โคจรพลังภายในที่เท้า ดึงซูฉินวิ่งไปเร็วขึ้น
ซูฉินเห็นดังนั้นจึงซัดฝ่ามือไปยังบุรุษเบื้องหน้า แต่เขากลับหลบได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้เอง ในทางลับมีเสียงระเบิดดังขึ้น พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ซูฉินเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าพลันไร้สีเลือด ฝ่าบาท?! คงไม่ใช่ว่า…
ไม่ทันไรฝุ่นควันหนาแน่นพลันถาโถมเข้ามา ราวกับเป็นม่านหนาทึบ ครอบคลุมคนทั้งสองเอาไว้ตรงกลาง ผ่านไปนาน ในที่สุดฝุ่นควันเหล่านั้นก็สลายไปหลายส่วน ซูฉินมองไปด้านหลังด้วยความเคร่งเครียด จนกระทั่งเงาร่างในอาภรณ์สีเหลืองสว่างปรากฏตัวนางจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง
หวงฝู่เฉินเห็นภาพนี้แววตายิ่งเย็นยะเยือกมากขึ้น ถึงกับไม่ถูกระเบิดตายเชียวหรือ? ช่างดวงแข็งจริงๆ!
ซูฉินถือโอกาสนี้สะบัดมือหวงฝู่เฉินออก พริบตาเดียวก็ถอยไปอยู่ข้างพระวรกายจักรพรรดิเหลียน
หวงฝู่เฉินกัดฟัน สายตาคมกริบหาใดเปรียบ “จักรพรรดิเหลียน ไม่เจอกันนาน”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนทั้งสองที่เดิมทีมองกันด้วยความกังวลพลันเบนสายตาไปทางหวงฝู่เฉินด้วยความระมัดระวัง ท่าทีรักลึกซึ้งดั่งสามีภรรยาของพวกเขาทำให้หวงฝู่เฉินรู้สึกอิจฉาในใจ แววตามีเปลวเพลิงอันโหดเหี้ยมเต้นระริก แทบอดรนทนไม่ไหวอยากเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าให้วอดวาย “จักรพรรดิเหลียน ถึงเวลาชำระหนี้แค้นระหว่างพวกเราแล้ว”
ตอนนี้ทางถอยของทางลับถูกปิดไว้แล้ว ดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนหยุดอยู่บนแขนที่ขาดไปของหวงฝู่เฉิน แววตาลึกล้ำยิ่งขึ้น “หวงฝู่เฉิน คิดไม่ถึงว่าผ่านไปหลายปีแล้วเจ้าจะยังไม่ยอมแพ้”
มุมปากของบุรุษแขนเดียวยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ข้ามาวันนี้เพราะต้องการพาซูฉินไป แต่…เจ้าก็มาได้เวลาพอดี!”
จักรพรรดิเหลียนขมวดขนง ไม่พอพระทัยกับคำพูดของอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจึงมองไปยังกระบี่ในมืออีกครั้ง ในใจเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน ซูฉินที่รู้สึกได้ถึงความเดือดดาลระหว่างพวกเขารีบเอ่ยหยุด “ฝ่าบาท ทรงอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!”
ตอนนี้สถานการณ์ไม่เป็นผลดีกับพวกนาง นางไม่อยากให้เขาเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตราย
จักรพรรดิเหลียนหลุบดวงเนตรลง ทอดมองไปยังสตรีข้างกายอย่างลึกล้ำ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยสรวล เขาพึงพอใจมาก แต่วันนี้ในฐานะที่เป็นบุรุษ เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขาย่อมไม่ยอมถอยเป็นอันขาด สตรีที่ตนรักย่อมต้องปกป้องด้วยตัวเอง
เขาออกแรงกุมมือแน่น แววตาเปล่งประกาย “ฉินเอ๋อร์ ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว”
ในใจซูฉินถาโถมไปด้วยความอบอุ่น นางเข้าใจความหมายของบุรุษผู้นี้ดี แต่ว่า…
หวงฝู่เฉินเห็นความเด็ดเดี่ยวที่เปล่งประกายในดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียน กระบี่ที่อยู่ในมือพลันสั่นระริก เลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย “คราวนี้ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปแน่ วันนี้ ไม่ข้าก็เจ้าต้องตาย”
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรตรงไปที่เขา ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย “เจิ้นจะทำให้เจ้าสมปรารถนา”
หวงฝู่เฉินกัดฟัน มองไปยังซูฉินด้วยแววตาซับซ้อน จากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปยังด้านหนึ่งของทางลับ “เมื่อออกจากทางลับนี้ จะไปโผล่ที่ป่าหลังพระราชวัง พวกเราไปจบความแค้นหลายปีของพวกเรากันที่นั่นเถิด”
“ได้ เจิ้นจะสู้กับเจ้าจนถึงที่สุด!”
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงป่านอกทางลับ ภายใต้แสงจันทร์สีเงิน ทุกสิ่งทุกอย่างอาบย้อมจิตใจผู้คนจนพร่ามัว ลมเย็นพัดมา กิ่งไม้โบกสะบัดจนเกิดเสียงดัง ไม่นานก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง ทำให้ทุกคนรู้สึกเส้นประสาทขึงตึง
บนพื้นว่างเปล่า ระหว่างบุรุษทั้งสองฟุ้งกระจายไปด้วยไอสังหารอันเข้มข้น กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝัก แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้ ยืนอยู่เช่นนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน
หวงฝู่เฉินเม้มปาก ในใจคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเขามองไปยังสตรีข้างกายจักรพรรดิเหลียนอีกครั้ง แววตาพลันเกิดความแน่วแน่
ตอนนี้ซูฉินยืนอยู่หลังจักรพรรดิเหลียน ภายใต้แสงจันทร์ ความงามของนางคล้ายจะสยบจิตวิญญาณของผู้คน ทุกท่วงท่าการกระทำทำให้เขาต้องกลั้นหายใจ เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นศัตรูของบุรุษทั้งสอง คิ้วงามของนางพลันขมวดเบาๆ มองทุกสิ่งเบื้องหน้าอย่างเคร่งเครียด
แต่ตอนนี้นางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางจะอยู่ด้วยกันกับฝ่าบาท!
จักรพรรดิเหลียนทอดพระเนตรไปยังแขนที่ขาดด้วนของหวงฝู่เฉิน ยกพระหัตถ์ซ้ายไพล่หลังด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “เจ้าแขนขาดไปข้างหนึ่ง เช่นนั้นเจิ้นจะใช้มือเดียวสู้กับเจ้า!”
การต่อสู้ครั้งนี้ บุรุษทั้งสองล้วนเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี จักรพรรดิเหลียนต้องการชนะอย่างสง่าผ่าเผย เขาต้องการให้คนเบื้องหน้ารู้ว่าซูฉินเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
หวงฝู่เฉินเห็นการกระทำนี้ของจักรพรรดิเหลียนดวงตาพลันหรี่เล็ก รู้สึกไม่พอใจยิ่ง แต่เขาไม่ได้พูดอะไร จู่ๆ พลันเกิดสายลมพัดกระหน่ำ เขาทะยานตัวครั้งหนึ่ง กระบี่ในมือฉลัดเฉวียนคล้ายงูสีเงินที่เผยเขี้ยวออกมาท่ามกลางม่านราตรี
จักรพรรดิเหลียนตวัดกระบี่โจมตีไปทางเขา กระบวนท่าแม่นยำและโหดเหี้ยม แต่การต่อสู้ด้วยมือเดียวทำให้เขาเปลืองแรงอยู่บ้าง หวงฝู่เฉินพบจุดอ่อนนี้ของเขาจึงเล็งหาโอกาสอย่างแม่นยำ เสือกแทงกระบี่ไปทางซ้ายของอีกฝ่ายในมุมที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ป้องกันไม่ทัน
จักรพรรดิเหลียนหลบการโจมตีกะทันหันนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด ไม่นานก็เริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้มือเดียว และไม่นานก็พัฒนาเพลงกระบี่ไปถึงระดับยอดเยี่ยมได้ในที่สุด
การปะทะกันของทั้งสองราวกับฟ้าแลบยามฝนพรำ แต่ละกระบวนแต่ละท่าสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของบุรุษภายใต้แสงจันทรา ทำให้ผู้พบเห็นใจสั่น
ซูฉินจ้องมองคนทั้งสองโดยไม่ละสายตา ทุกครั้งที่เกิดการโจมตีทำให้นางต้องกลั้นหายใจ ความหวาดกลัวจากส่วนลึกของหัวใจค่อยๆ แผ่ขยาย แต่นางเชื่อมั่นในบุรุษที่ตนรักอย่างลึกซึ้ง
หลังจากสู้กันไประยะหนึ่ง จักรพรรดิเหลียนเป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อบีบให้หวงฝู่เฉินถอยไปได้ก็รีบออกกระบวนท่าสังหาร ใช้กระบี่ในมือแทงเข้าไปถูกหน้าอกของอีกฝ่าย
ภายใต้ม่านราตรี เงาร่างของคนทั้งสองหยุดนิ่ง มุมปากหวงฝู่เฉินมีเลือดไหลออกมา แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ…
“ฝ่าบาท!” บนใบหน้างามเพริศรายของซูฉินเผยรอยยิ้มชื่นชมออกมาจางๆ
ดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนจับจ้องไปยังบุรุษเบื้องหน้า มือที่จับกระบี่ออกแรงเล็กน้อย ดึงกระบี่ออกจากอกอีกฝ่าย
ร่างกายของหวงฝู่เฉินเซถอยหลังไปหลายก้าวอย่างมิอาจควบคุม สุดท้ายจึงใช้กระบี่ค้ำยันร่างกาย คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ดวงตามืดครึ้มเต็มไปด้วยประกายเจ็บปวด เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ภาพคนทั้งสองเบื้องหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่กลมเกลียวทำให้ดวงตาของเขาขุ่นมัว เขา…แพ้แล้ว…เขาถึงกับพ่ายแพ้…
“ซู…ฉิน…
“หวงฝู่เฉิน ท่านไปเสียเถิด ในเมื่อสวรรค์ยังต้องการให้ท่านแพ้ ท่านก็อย่าดื้อดึงอีกเลย!” ซูฉินมองไปยังบุรุษผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเห็นใจ แต่ในคำพูดยังคงแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ขอบคุณความรู้สึกที่ท่านมีต่อข้าในหลายปีมานี้ แต่น่าเสียดาย ในใจข้ามีเพียงฝ่าบาทผู้เดียว”
หวงฝู่เฉินกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง จากนั้นจึงกัดฟันแน่น ตอนนี้เขาจะพูดอะไรได้อีกเล่า?
เขามองนางอย่างสงบ ดวงตาดำขลับเจือแววขุ่นมัว ในแววตาเย็นยะเยือกมีประกายดำมืด ทันใดนั้นแววตาพลันเปลี่ยนไป ถึงกับยกกระบี่พุ่งเข้าใส่ซูฉิน
จักรพรรดิเหลียนตื่นตะลึง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รีบตะโกนเสียงดัง “หยุดนะ!”
คิดไม่ถึงว่ายามนี้หวงฝู่เฉินกลับดึงซูฉินเข้ามาในอ้อมกอด ทันใดนั้นมีกระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุร่างกายของเขา เมื่อทั้งสองล้มลงกับพื้น จักรพรรดิเหลียนจึงค่อยพบว่าด้านหลังซูฉินมีบุรุษอาภรณ์ดำอยู่ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ หวงฝู่เฉินถึงกับใช้ร่างกายของตนป้องกันการโจมตีของคนผู้นั้น
ยามนี้บุรุษอาภรณ์ดำก็ตกใจเช่นกัน แต่ไม่นานก็ได้สติกลับมา ดึงดาบสั้นออกจากเอว แทงไปยังซูฉินอีกครั้ง
จักรพรรดิเหลียนใจสั่น ทะยานตัวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มาอยู่ข้างกายซูฉิน ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เขาใช้ตัวเองบดบังการโจมตีของคนผู้นั้นไว้ ขณะเดียวกันก็โจมตีตอบโต้ ซัดฝ่ามือไปยังใบหน้าบุรุษชุดดำ พลังรุนแรงจนทำให้กระดูกใบหน้าของคนผู้นั้นแหลกเหลว
บุรุษชุดดำกรีดร้องพลางถอยหลังไปหลายก้าว ทว่าตอนนี้เอง กระบี่ในมือจักรพรรดิเหลียนถูกตวัดไปที่ลำคอของเขาอีกครั้ง โลหิตแดงพลันสาดกระจาย…
ซูฉินที่อยู่ด้านข้างมองบุรุษที่ล้มลงกับพื้นด้วยความสั่นสะท้าน ดวงตาเปียกชื้น “หวงฝู่เฉิน ท่าน…”
มุมปากของหวงฝู่เฉินมีเลือดไหลออกมา ท่าทางเจ็บปวดยิ่ง แต่เมื่อมองซูฉิน ใบหน้ากลับเผยความยินดีออกมาหลายส่วน “ข้าเคยพูดแล้วว่าความรักที่ข้ามีต่อเจ้า…ย่อมไม่แพ้จักรพรรดิเหลียนเป็นอันขาด…”
คำพูดยังไม่ทันจบ โลหิตในปากของบุรุษก็ทะลักออกมาอีกครั้ง
“หวงฝู่เฉิน!” ซูฉินรีบยื่นมือออกไปประคองเขาไว้ กระบี่เมื่อครู่นี้ของจักรพรรดิเหลียนหลีกเลี่ยงจุดสำคัญของเขา แต่กระบี่นี้ของบุรุษชุดดำแทงทะลุใจของเขา…
ความรู้สึกยามเมื่อเผชิญหน้าความตายคล้ายดั่งฝันร้าย ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะดิ้นรนหลีกหนี แต่จะอย่างไรก็มิอาจหนีพ้น
หวงฝู่เฉินไม่อยากตายไปเช่นนี้ แต่ความดื้อรั้นในส่วนลึกของหัวใจกลับทำให้เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ซูฉิน บางทีหากข้าตายไป ในใจเจ้าอาจจำข้าได้ตลอดชีวิต จะไม่มีจักรพรรดิเหลียนเพียงผู้เดียวอีกต่อไป ข้ารู้ เข้าใจเจ้าดี”
ซูฉินไม่กล่าวคำใด นางส่ายหน้าไม่ยอมรับ ชั่วขณะนี้นางไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอะไร
อีกด้านหนึ่ง หลังจากจักรพรรดิเหลียนมั่นใจแล้วว่าบริเวณรอบๆ ปลอดภัยก็เดินมาเบื้องหน้าพวกเขา มองไปยังหวงฝู่เฉินที่จมอยู่ท่ามกลางกองเลือด ในใจมีความรู้สึกนับร้อยผสมปนเป เพื่อฉินเอ๋อร์…เขาถึงกับยอมตายเพื่อนาง ไม่ว่าจะอย่างไร ไม่ว่าอดีตจะเคยเป็นอย่างไร ตอนนี้จักรพรรดิเหลียนก็รู้สึกขอบคุณเขา!
หวงฝู่เฉินมองจักรพรรดิเหลียนด้วยรอยยิ้ม ทัศนวิสัยเริ่มพร่าเลือน “ครั้งนี้เป็นข้าปกป้องนาง แต่ภายภาคหน้า…หากเจ้าทำให้นางได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่…”
ในดวงเนตรของจักรพรรดิเหลียนเกิดประกายสั่นไหว เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยตอบ “เจิ้นจะไม่ให้เจ้ามีโอกาสเช่นนั้นแน่!”
หวงฝู่เฉินหัวเราะ เพียงแต่เสียงหัวเราะนี้กลับฟังดูเจ็บปวดและสิ้นไร้หนทางปานนั้น ไม่นานก็กระอักเลือดออกมาอย่างมิอาจอดลั้น โลหิตกระเด็นไปเปื้อนอาภรณ์ขาวของซูฉินและสายตาของตน…
ภายใต้แสงจันทร์รางเลือน หวงฝู่เฉินอยู่ในอ้อมกอดของซูฉิน พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดมองใบหน้างดงามของนาง ย้อนคิดไปถึงตอนที่เห็นนางครั้งแรก ตอนนั้นนางงดงามมากจริงๆ ท่ามกลางหมู่มวลบุปผา นางเป็นดั่งเซียนสวรรค์ทำให้เขามองจนเหม่อลอย เขายังจำท่าทางที่นางหลุบตาแย้มยิ้มได้ดี ในยามนั้นบุปผานับร้อยก็มิอาจงามเทียบนาง…
เขารู้ว่าตั้งแต่ชั่วขณะนั้น ชีวิตของตนก็มิอาจขาดนางได้อีก ตอนนี้ ในที่สุด หัวใจนางก็มีมุมของเขาแล้ว
บุรุษยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก คิดจะสัมผัสสตรีที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมอีกครั้ง แต่สุดท้ายมือกลับตกลงอย่างไร้พลัง ดวงตาค่อยๆ ปิดลง…