หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 34 ตอนที่ 1018 ความโหดเหี้ยมของเขา
เล่มที่ 34 ตอนที่ 1018 ความโหดเหี้ยมของเขา
บุรุษในอ้อมกอดไม่มีลมหายใจแล้ว เมื่อเห็นใบหน้าที่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม ในใจซูฉินพลันรู้สึกหนักอึ้ง
หางตาถูกความเปียกชื้นถาโถม น้ำตาล้ำค่าไหลมาตามใบหน้างาม หยดลงบนดวงหน้าหวงฝู่เฉิน
“ฉินเอ๋อร์…”
ในพระทัยจักรพรรดิเหลียนไร้ซึ่งรสชาติ บุรุษผู้นี้ต่อสู้กับเขามาชั่วชีวิต แต่การต่อสู้นี้ พระองค์กลับไม่รู้สึกถึงชัยชนะ
หวงฝู่เฉินสละชีวิตเพื่อสตรีที่ตนรัก ไม่ว่าในอดีตเขาจะทำความผิดพลาดอันใด แต่ตอนนี้ก็สลายหายไปดังเมฆหมอก จักรพรรดิเหลียนรู้สึกขอบคุณเขา ขอบคุณที่เขาเสียสละเพื่อซูฉินมากมายเพียงนี้ น่าเสียดาย เดิมทีความรักก็ไม่ควรมีคนที่สาม
เขารู้สึกขอบคุณที่สวรรค์เมตตาเขา ให้เขาได้รักและปกป้องซูฉินในชีวิตนี้ ทว่าในใจยังคงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง หากเมื่อปีนั้นซูฉินไม่เลือกตน ตนจะจมจ่ออยู่ในการดิ้นรนจนไม่อาจถอนตัวเช่นเดียวกับหวงฝู่เฉินหรือไม่?
“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากฝังเขาดีๆ เพคะ”
“อืม เจิ้นเข้าใจ”
ซูฉินใส่ใจความรู้สึกของจักรพรรดิเหลียน แต่นางไม่อยากให้หวงฝู่เฉินถูกจัดการลวกๆ เช่นนี้ แม้บุรุษผู้นี้จะทำความผิดมากมาย แต่สุดท้ายล้วนเป็นเพราะตนทำร้ายเขา
เดิมทีเขาเป็นนายน้อยตระกูลหวายหวัง มีอนาคตไร้ขีดจำกัด แต่เพราะตนจึงเลือกเดินบนเส้นทางอันดื้อรั้น ซูฉินรู้ดี ตนผิดต่อหวงฝู่เฉิน ผิดต่อบุตรีและภรรยาของเขา หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้ นางหวังจริงๆ ว่าปีนั้นตนจะคิดหาวิธีตัดรอนความรู้สึกของเขาได้อย่างสิ้นเชิง บางทีอาจไม่เกิดเรื่องโศกเศร้าพัวพันกันมากมายเช่นนี้
“ฝ่าบาท!” ตอนนี้เององครักษ์เงากลุ่มหนึ่งตามมาถึงแล้ว เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมลง
จักรพรรดิเหลียนสูดพระอัสสาสะลึก ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์แต่ละอย่างในหลายปีมานี้ พระองค์ก็อยากทำความปรารถนาสุดท้ายของหวงฝู่เฉินให้สำเร็จเช่นกัน
“ฉินเอ๋อร์ เจิ้นรู้จักสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นจะทำให้เขาได้พักผ่อนอย่างสงบ”
…
ในป่าทึบแห่งหนึ่งนอกเมืองหลวง บนเนินเขามีสายลมเย็นพัดคลอเคลียพื้นหญ้าเขียวขจีอันสงบเงียบ
ต้นกกผืนใหญ่เอนไหวไปตามลม ดอกผู่กงอิงปลิวฟุ้งเต็มฟ้ากลายเป็นบรรยากาศอบอุ่นสงบนิ่งราวแดนเซียน ในอากาศเจือไปด้วยกลิ่นหอมสดใหม่ของธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกหล้าคล้ายจะถูกปิดกั้นออกจากที่นี่
ป้ายหลุมศพหินไร้ชื่อแผ่นหนึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา บุรุษสตรีคู่หนึ่งยืนโอบกอดกันอยู่เบื้องหน้า ซูฉินวางดอกไม้ป่าที่เพิ่งเก็บมาเมื่อครู่ลงบนหลุมศพ
จักรพรรดิเหลียนสูดพระอัสสาสะลึก ภูเขาแห่งนี้สามารถมองเห็นพระราชวังทั้งหมดได้ชัดเจน ให้หวงฝู่เฉินที่อยู่อีกโลกหนึ่งได้มองดูซูฉินที่เขารักที่สุดในยามคะนึงหา หวังว่าสภาพแวดล้อมที่ไร้ซึ่งการแก่งแย่งชิงดีกับโลกภายนอกของที่นี่จะทำให้เขาที่อยู่ในอีกโลกหนึ่งจากไปอย่างสงบได้
“ฝ่าบาท”
จักรพรรดิเหลียนได้สติกลับมา มองสบดวงตาจริงจังของซูฉิน
“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากจบเรื่องทั้งหมดนี้ให้เร็วเสียหน่อยเพคะ” มือที่อยู่ในแขนเสื้อของสตรีค่อยๆ กำขึ้น ทุกครั้งล้วนมีคนบริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนต้องสูญสิ้นชีวิตเพราะความทะเยอทะยานของไท่ซ่างหวง นางมิอาจอดกลั้นต่อทุกสิ่งทุกอย่างนี้ได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ
ผ่านไปหลายปี ซูฉินไม่เคยคิดอยากล้มบุรุษที่มีความทะเยอทะยานผู้นั้นมากเพียงนี้มาก่อน
ต่อต้านสวรรค์ เปลี่ยนชะตาชีวิต ยืนอยู่บนโครงกระดูกนับไม่ถ้วน ใช้พวกเขาเหล่านั้นมาเติมเต็มความทะเยอทะยานของตัวเอง มิใช่ว่าจะไม่ตอบโต้ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง
ในป่าแห่งหนึ่งนอกวังหลวง
“ล้มเหลวหรือ?” บุรุษผู้เป็นหัวหน้ามีสีหน้าไม่พอใจ
“ฮองเฮาหนีไปได้แล้วขอรับ! มีบุรุษผู้หนึ่งทำลายแผนการของพวกเรา!” ไท่ซ่างหวงทรงมีรับสั่งมาว่าหากพาตัวฮองเฮาออกจากวังหลวงไม่ได้ก็จัดการนางที่นี่เสีย! ผลกลับกลายเป็นว่าเกิดเรื่องเหนือคาดขึ้นเสียได้
“สมควรตาย!” บุรุษสบถออกมา จากนั้นจึงหมุนตัวไปกระโดดขึ้นรถม้า เลิกผ้าม่านออกดู พบว่า “อวิ๋นซู” ในรถม้ายังไม่ตื่น “ช่างเถิด อย่างน้อยพวกเราก็พาพระชายาองค์ชายใหญ่ออกมาได้ นับว่าทำผลงานชดเชยความผิดแล้ว”
บุรุษชุดดำส่งสายตาเป็นสัญญาณ ทุกคนจึงกระโดดขึ้นหลังม้า ควบม้าทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของป่าอย่างรวดเร็ว
ภายในเรือนกลางเขาอันเงียบสงบ ผู้อาวุโสตระกูลอู่สองคนคุกเข่าอยู่ในห้องด้วยท่าทีเคารพนอบน้อมหาใดเปรียบ ในมือถือถ้วยบรรจุโลหิตสดใหม่เอาไว้
ชานกงกงประคองถ้วยกระเบื้องเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง หลังฉากกั้นลม บุรุษหนุ่มหลับตาเล็กน้อยราวกำลังจมจ่อกับการใคร่ครวญ
“ไท่ซ่างหวง…” เสียงเปี่ยมความระมัดระวังดังขึ้น ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่ทำให้ความคิดกระจ่างชัด
ไท่ซ่างหวงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ปรายตามองถ้วยโลหิตในมือชานกงกงเล็กน้อย ลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงยื่นมือออกไปยกขึ้นดื่ม
“วันนี้พระองค์รู้สึกเช่นไรบ้าง?”
ผู้อาวุโสตระกูลอู่สายในกล่าวว่ายาอายุวัฒนะยังไม่เสถียร ดังนั้นจำเป็นต้องดื่มโลหิตเด็กทุกวันเพื่อคงฤทธิ์ยา
บุรุษเบื้องหน้ายื่นมือออกมา มองดูฝ่ามือของตน รู้สึกได้ว่ามันเปี่ยมไปด้วยพลังขึ้นเรื่อยๆ บนใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา “ไม่เลว เจิ้นรู้สึกราวได้ย้อนเวลากลับไปหลายสิบปี” กระทั่งทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็ยังชัดเจนหาใดเปรียบ คล้ายมีพลังอันไร้ขีดจำกัดทะลักออกมาจากจุดตันเถียน ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงชีวิตอีกครั้ง
“สถานการณ์ในวังเป็นอย่างไรบ้าง?”
เขารู้สึกอดรนทนไม่ไหว อยากให้คนเหล่านั้นเห็นสภาพของตนในตอนนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าจะเห็นความสิ้นหวังในดวงตาของพวกเขาหรือไม่?
ไม่ทราบว่ามีคนมากน้อยเพียงใดรอให้ตนสิ้นชีพ แต่จะอย่างไรคงคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายตนจะได้ยาอายุวัฒนะมาครอง
มียาเช่นนี้อยู่ เขาต้องการมีชีวิตอยู่นานเพียงใดย่อมได้ทั้งสิ้น เช่นนั้นจะมีเรื่องอะไรล้มเขาได้อีกเล่า? แคว้นเหลียนจะยิ่งใหญ่รุ่งเรืองอยู่ในมือเขา เขาวางแผนมานานหลายปี จัดการเรื่องต่างๆ มานานหลายปี เวลาจะทำให้คนที่ต่อต้านเขาเหล่านั้นได้เห็นความสามารถของตน
“ทูลไท่ซ่างหวง พวกเขาอยู่ระหว่างเดินทางกลับ เชื่อว่าอีกไม่นาน…คงได้พบพระชายาองค์ชายใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บนใบหน้าชานกงกงประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกกังวล ไม่รู้ว่าพระชายาองค์ชายใหญ่จะวินิจฉัยสภาพของไท่ซ่างหวงในตอนนี้ได้หรือไม่ ชานกงกงรู้สึกว่ายาอายุวัฒนะคงมิได้ง่ายดายเช่นนี้
คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เอง ด้านนอกกลับมีเสียงรายงานดังแว่วมา
“ทูลไท่ซ่างหวง คนของพวกเรามาถึงตีนเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงนี้ดังเข้าหูไท่ซ่างหวง ดวงตาของบุรุษผู้นั้นเปล่งประกาย “กล่าวเช่นนี้ เด็กคนนั้นมาแล้วหรือ?”
เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ชานกงกงรีบเดินเข้ามา “ไป พาเด็กคนนั้นมาพบเจิ้น”
“บ่าวน้อมรับพระบัญชา”
รถม้าค่อยๆ หยุดลงบริเวณตีนเขา แสงสว่างสายหนึ่งสาดส่องเข้ามาในรถม้าอันมืดมิด
บุรุษอาภรณ์ดำผู้หนึ่งทะยานตัวขึ้นมา หยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ โบกไปมาบริเวณจมูกของสตรีนางนั้น กลิ่นหอมสดชื่นทำให้นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาทั้งสองของสตรีหดเกร็ง บุรุษอาภรณ์ดำหลายคนเผยรอยยิ้มขบขันออกมาโดยพลัน
“พระชายา ตื่นแล้วหรือ?”
ใบหน้าสุขุมปรากฏความสงสัยขึ้นหลายส่วน นางรู้ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้ต้องแสร้งทำเป็นตื่นตะลึงจึงจะไม่เผยร่องรอยใดให้ผู้อื่นสงสัย
“พระชายาไม่ต้องกังวล ไท่ซ่างหวงเพียงอยากเชิญท่านมาเป็นแขกสักหลายวัน จะไม่ทำร้ายพระชายาแน่นอน”
สตรีนางนั้นไม่ได้กล่าวคำใด ทำเพียงเอี้ยวตัวหลบการสัมผัสของบุรุษผู้นั้น ทำให้เกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นระลอกหนึ่ง
“พระชายา พวกเราไม่มีใจทำร้ายท่านหรอก แต่หากพระชายาไม่ยอมร่วมมือ อีกสักครู่อย่ามาตำหนิที่กระหม่อมไร้ไมตรี”
ในดวงตาของสตรีมีประกายสั่นไหว ก้าวลงจากรถม้า รักษาระยะห่างจากคนเหล่านี้ช่วงหนึ่ง
ท่าทีเช่นนี้ทำให้ทุกคนคิดว่านางระมัดระวังตัวจึงไม่พูดอะไร ทำเพียงเดินตามไปอย่างสงบ เพียงแต่ไม่ได้สังเกตเลยว่าทุกการก้าวเดินของนางเต็มไปด้วยพลัง บนพื้นถึงกับมีรอยเท้าหลงเหลือ สายตากวาดมองเก็บทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านเอาไว้ในดวงตา
ในมุมมืด ลมเย็นกระรอกหนึ่งพัดมา เงาร่างหลายร่างทะยานพริ้วไหว
“พระชายา เชิญด้านใน”
ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมา ชานกงกงเก็บท่าทีของตน เมื่อเห็นสตรีสุขุมผู้นั้นถูกพาเข้ามาจึงสงบใจลงได้หลายส่วน
ดวงตาของสตรีหยุดอยู่บนฉากกั้นลม เงาร่างอันลางเลือนให้ความรู้สึกลึกลับ
ไท่ซ่างหวง…
ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าในดวงตาของนางถึงกับมีประกายบางอย่างไหลผ่าน ค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อ รอเพียงโอกาสมาถึง
“หลานสะใภ้ ไม่เจอกันนาน”
เสียงที่เต็มไปด้วยพลังดังขึ้น ดวงตาของสตรีเต็มไปด้วยความแปลกใจ นี่…เสียงนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงที่บุรุษหนุ่มควรจะมี! หรือเขาจะไม่ใช่ไท่ซ่างหวง?
เสียงหัวเราะดังแว่วมา “ทำไม หลานสะใภ้แปลกใจหรือ? เสียงของเจิ้นหนุ่มขึ้นมากใช่หรือไม่?”
ในคำพูดของไท่ซ่างหวงเต็มไปด้วยความลำพองใจ เขาอดรนทนไม่ไหว แทบอยากให้คนทั้งใต้หล้ารู้ว่าเขากลายเป็นคนแรกที่มีชีวิตอมตะ และเกรงว่าจะเป็นคนสุดท้ายด้วยเช่นกัน
เขาส่งสายตาเป็นสัญญาณ พลันมีคนเดินเข้ามาย้ายฉากกั้นลมออกไปมุมหนึ่ง
ร่างของบุรุษหนุ่มท่าทางสูงส่งพลันปรากฏเบื้องหน้านาง
ใบหน้านั้นคล้ายคลึงกับจักรพรรดิเหลียนอยู่หลายส่วน ทำให้สตรีเบื้องหน้าสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มองภาพตรงหน้าอย่างยากจะเชื่อ
นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น?
ไท่ซ่างหวงคล้ายพึงพอใจในท่าทางของนางเป็นอย่างยิ่ง เผยรอยยิ้มลึกลับออกมา
“หลานสะใภ้ตกใจหรือ? ต่อให้เจ้าไม่ยอมมอบเทียบยาอายุวัฒนะออกมา เจิ้นก็มีวิธีทำให้ได้มา”
ยาอายุวัฒนะ?! ในดวงตาของสตรีเต็มไปด้วยความสั่นสะท้าน นางกำลังฟังอะไรอยู่? บนโลกใบนี้มียาอายุวัฒนะอยู่จริงหรือ? แต่…
ต่อให้นางไม่เชื่อว่ามีของเช่นนี้อยู่ แต่จะอธิบายอย่างไรเล่า? บุรุษเบื้องหน้าคือไท่ซ่างหวงจริงหรือ?
เมื่อเห็นสตรีเบื้องหน้าเริ่มมองไปรอบๆ ราวกำลังหาอะไรบางอย่าง ไท่ซ่างหวงก็ยิ้มออกมา “หลานสะใภ้ไม่เชื่อหรือว่าเจิ้นได้ยาอายุวัฒนะมาแล้ว?”
ในดวงตาของชานกงกงเกิดประกายบางอย่าง “ฝ่าบาท มิสู้ให้พระชายาจับชีพจรให้ท่านเป็นอย่างไร ให้นางได้รู้ว่า ใต้หล้านี้ ไม่มีเรื่องใดที่ฝ่าบาททำไม่ได้”
เขาคิดว่าหากตนพูดเรื่องที่สงสัยเรื่องยาอายุวัฒนะออกไปตรงๆ ไท่ซ่างหวงคงไม่พอพระทัย
ไม่มีผู้ใดสังเกตเลยว่าดวงตาของสตรีเบื้องหน้ามีประกายไหลผ่าน ชานกงกงถึงกับปล่อยให้ตนเข้าใกล้ไท่ซ่างหวงง่ายๆ เช่นนี้เชียวหรือ? แสดงว่าโอกาสกำลังจะมาถึงแล้วใช่หรือไม่…
บุรุษหนุ่มสูงศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงยื่นมือออกไปถลกแขนเสื้อขึ้น “หลานสะใภ้ เจิ้นรอเจ้าอยู่”