Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 34 ตอนที่ 992 ผู้ลี้ภัยก่อจลาจล

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 34 ตอนที่ 992 ผู้ลี้ภัยก่อจลาจล
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 34 ตอนที่ 992 ผู้ลี้ภัยก่อจลาจล

เมื่อเห็นสีหน้าระมัดระวังของอีกฝ่าย หลานอวิ๋นพลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับคาดเดาได้แล้วว่าเขาจะกล่าวเช่นนี้ น้ำเสียงเคร่งขรึมลง “เป็นคำสั่งของไท่ซ่างหวงหรือ?”

เจ้าเมืองจางเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา เขากัดฟันสีหน้าเคร่งเครียด “ข้ามีจุดอ่อนอยู่ในมือของไท่ซ่างหวง ไท่ซ่างหวงไม่เอาความเรื่องในอดีต เพียงสั่งให้ข้าต้องปิดประตูเมืองไม่ให้หมอหลวงที่ฝ่าบาทส่งมาเข้ามาได้ ให้ฝ่าบาทสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชน ข้าจำเป็นต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แสร้งทำเป็นไม่ได้รับจดหมายจากท่านอัครมหาเสนาบดี! หวังว่าแม่ทัพจะใจกว้าง ไม่พาลโกรธไปถึงผู้อื่น”

หลานอวิ๋นปรายตามองเขา ในดวงตาลึกล้ำเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เพราะเรื่องส่วนตัว เจ้าเมืองจางถึงกับไม่สนใจความปลอดภัยของประชาชนเชียวหรือ? ท่านเห็นสภาพน่าอนาถของผู้ประสบภัยนอกเมืองในวันนี้หรือไม่? ท่านทราบหรือไม่ว่ามีผู้คนมากน้อยเพียงใดต้องตายเพราะความเลอะเลือนของท่าน?”

“ข้ารู้สึกละอายใจ ข้ารู้สึกละอายใจจริงๆ!” เจ้าเมืองจางหลุบตาก้มหน้า ท่าทางรู้สึกผิดยิ่งนัก แต่ตอนนี้เขาก็จนมุมเช่นกัน

หลานอวิ๋นแค่นเสียงเบาๆ “บางทีนี่คงเป็นกรรมของท่านกระมัง ตอนนี้บุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าเมืองจางก็ติดโรคระบาดแล้ว ท่านคิดจะทำเช่นไร?”

เจ้าเมืองจางได้ยินดังนั้นจึงรีบยกชายอาภรณ์คุกเข่าลง โขกศีรษะแรงๆ “แม่ทัพหลาน ข้ารู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว แต่บุตรชายของข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ หวังว่าแม่ทัพหลานจะเมตตา ช่วยบุตรชายของข้าด้วย ช่วยเขาด้วยเถิด!”

“จะให้ข้าช่วยย่อมได้!” หลานอวิ๋นจ้องไปยังบุรุษที่กำลังขอร้องตนบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา “ท่านเจ้าเมืองก็สั่งให้เปิดประตูเมืองเสียตอนนี้ ให้ผู้ประสบภัยด้านนอกเข้ามา จากนั้นก็จัดเตรียมเรื่องต่างๆ ให้หมอหลวง แล้วไปรับผิดกับองค์ชายใหญ่ด้วยตัวเอง!”

“องค์ชายใหญ่?” เจ้าเมืองจางที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ “มิใช่ว่าองค์ชายใหญ่หายตัวไปแล้วหรือ?”

หลานอวิ๋นมองเขาด้วยสายตาดุจคมมีด “องค์ชายใหญ่กำลังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวบ้านในเขตโรคระบาด พระองค์ไม่ทำเหมือนไท่ซ่างหวงที่ทอดทิ้งประชาชนของตนเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียงพระชายาจึงจะสามารถช่วยชีวิตคุณชายของท่านได้!”

เจ้าเมืองจางกัดฟัน แววตาพลันมืดมน ในใจจมลงสู่ความสับสนอันไร้ที่สิ้นสุด ด้านหนึ่งคือไท่ซ่างหวง อีกด้านหนึ่งคือบุตรชายของตน แต้จะอย่างไรซื่อเจี๋ยก็เป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลจาง หากเขาไม่อยู่ ตนคงผิดต่อบรรพชนแล้ว ต่อให้รักษาตำแหน่งขุนนางไว้ได้ก็ไร้ความหมาย!

เจ้าเมืองจางราวกับตัดสินใจได้แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “ข้าสามารถเปิดประตูเมืองให้ผู้ประสบภัยเข้ามาได้ แต่เกรงว่าในหมู่พวกเขาจะมีผู้ติดโรคอยู่ สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้ผู้บริสุทธิ์ในเมืองตกอยู่ในอันตราย หวังว่าแม่ทัพหลานจะใคร่ครวญให้ดี!”

หลานอวิ๋นกรอกตา แม้เจ้าเมืองจางผู้นี้จะทำผิดพลาดนับพันนับหมื่น แต่คำพูดนี้กลับถูกต้อง เขายังใคร่ครวญถึงประชาชนในเมืองของตนอยู่ เห็นได้ว่ามิได้สูญเสียความดีไปทั้งหมด หลานอวิ๋นใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “เช่นนั้นให้คนส่งเสบียงไปให้ผู้ประสบภัยนอกเมืองในจำนวนที่จะอยู่ได้หลายวัน ให้พวกเขารอหมอหลวงอยู่นอกเมืองอย่างสงบ หลังจากตรวจร่างกายจนมั่นใจว่าไม่เป็นอะไรจึงค่อยเข้ามา ส่วนคนอื่นๆ ให้เข้ารับการรักษา ท่านเจ้าเมืองคิดเห็นอย่างไร?”

เจ้าเมืองจางใคร่ครวญครู่หนึ่ง สถานการณ์ในตอนนี้เกรงว่าจะมีเพียงทางนี้ให้เดินแล้ว!

“ได้! ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”

มองไปยังทิศทางที่บุรุษผู้นั้นเดินจากไปด้วยความเด็ดเดี่ยว หลานอวิ๋นพลันจมลงสู่ความเงียบ เจ้าเมืองจางเป็นเพียงหนึ่งในคนที่ถูกควบคุมเท่านั้น ไท่ซ่างหวงต้องการบีบบังคับให้ประชาชนบริสุทธิ์เหล่านี้ตกตายไปจริงๆ หรือ? นำแคว้นเหลียนมาเล่นในฝ่ามือเช่นนี้ หากปล่อยให้เขาได้กุมอำนาจอีกครั้งจริงๆ อนาคตของแคว้นเหลียนจะแปรเปลี่ยนไปเช่นไร

…

ตอนนี้ประชาชนนอกประตูเมืองได้รับความทรมานอย่างหนัก ความหิวและความหนาวทำให้พวกเขาควบคุมอารมณ์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ คนไม่น้อยพากันตะโกนด่าทอ “ให้พวกเราเข้าไป รีบให้พวกเราเข้าไปเสีย!”

แต่องครักษ์บนประตูเมืองทำเพียงมองด้วยสายตาเย็นชา ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

ไม่นานก็มีผู้ประสบภัยอีกกลุ่มหนึ่งเคลื่อนตัวมาทางนี้ ทว่าในยามที่พวกเขาเห็นกลุ่มคนที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวเบื้องหน้า ผู้ประสบภัยอดไม่ได้ที่จะสบตากัน

“เกิดอะไรขึ้น? มิใช่กล่าวว่าที่นี่จะรับพวกเราหรือ?”

“หึ ถูกบุรุษผู้นั้นหลอกจริงๆ ด้วย!” ชายวัยกลางคนผู้เต็มไปด้วยโทสะในกลุ่มหันกลับไปด้วยความเกลียดชัง ตะโกนขึ้นว่า “พวกเราถูกหลอกแล้ว! บุรุษผู้นั้นเป็นสุนัขรับใช้ของราชวงศ์ชัดๆ! เขาบอกให้พวกเรามาที่นี่ มิแน่ว่าอีกไม่นานอาจมีการสังหารหมู่พวกเราก็เป็นได้! ราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนเชื่อถือไม่ได้!”

สตรีที่อุ้มเด็กอยู่ได้ยินดังนั้นพลันขมวดคิ้ว ในใจอดไม่ได้ที่จะลังเล แต่จะอย่างไรนางยังคงคิดว่าคุณชายท่านนั้นเป็นคนดี คงไม่ทำเรื่องเช่นนี้ออกมาแน่ จะต้องมีสาเหตุแน่นอน จะต้องใช่แน่ๆ!

นางอุ้มเด็กเดินไปเบื้องหน้า เอ่ยปากถามผู้ประสบภัยเหล่านั้นเสียงเบา “พี่สาว ที่นี่เข้าไปไม่ได้จริงหรือ?”

หญิงชรานางเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความปวดใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “พวกเรารอมาหลายวันแล้ว แต่จะอย่างไรพวกเขาก็ไม่ยอมเปิดประตู พวกเขาไม่ยอมให้พวกเราเข้าไป พวกเราจะต้องอดตาย พวกเราไร้ทางให้เดิน ไร้ทางให้เดินแล้ว…”

เสียงสิ้นหวังเช่นนี้ทำให้สตรีนางนั้นตื่นตะลึง นี่…เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?

ตอนนี้เอง บุรุษวัยกลางคนผู้เกรี้ยวกราดเมื่อครู่นี้พลันยกมือขึ้น เอ่ยเสียงดัง “ในเมื่อพวกเขาไม่เปิดประตู เช่นนั้นพวกเราก็บุกเข้าไป ถึงอย่างไรหากถอยก็ต้องตาย มิสู้ต่อสู้สุดกำลัง ยังดีกว่ารอความตายเปล่าๆ! ทุกคนตามข้ามา! พวกเราบุกเขาไปกันเถิด!”

เพียงพริบตาเดียว ผู้ประสบภัยที่อยู่ในอาการโศกเศร้าสภาพย่ำแย่พลันโกรธเกรี้ยวไปตามๆ กัน พวกเขาตะโกนเสียงดังราวกับใช้เรี่ยวแรงสุดท้าย “บุกเข้าไป บุกเข้าไป!”

เพียงพริบตาเดียว กลุ่มผู้ประสบภัยก็ก่อจลาจลขึ้นมา ทุกคนถาโถมไปยังประตูราวกับกลัวจะถูกทิ้ง เสียงตะโกนอันโกรธเกรี้ยวดังสนั่นฟ้า มีคนเหยียบไหล่ผู้อื่นปีนขึ้นไปบนกำแพงแกร่ง สถานการณ์สับสนวุ่นวายนัก ภาพนี้ทำให้องครักษ์ที่อยู่บนกำแพงมีแววตาตื่นตระหนก

“เร็วเข้า! รีบไปรายงานท่านเจ้าเมือง ผู้ประสบภัยก่อจลาจลแล้ว!” องครักษ์ผู้เป็นหัวหน้าตะโกน

ตอนนี้เอง รถม้าคันหนึ่งแล่นออกมาจากในเมือง เป็นหัวหน้าองครักษ์ผู้อยู่ข้างกายท่านเจ้าเมือง เขารีบวิ่งไปบนกำแพงเมือง มองลงไปยังผู้ประสบภัยที่อยู่ในอาการโกรธเกรี้ยว รีบโคจรพลังภายในส่งเสียงดังราวกับระฆังยามเย็น “ทุกท่านโปรดสงบก่อน! ท่านเจ้าเมืองมีคำสั่งลงมาแล้ว อีกสักครู่พวกเราจะส่งเสบียงที่กินได้หลายวันไปให้ ขอให้ทุกท่านรออยู่นอกเมืองชั่วคราว อีกไม่นานกลุ่มหมอหลวงจะมาถึง เมื่อถึงตอนนั้นทุกท่านจะได้รับการตรวจสอบตามลำดับ คนที่ร่างกายไม่มีปัญหาจะสามารถเข้าเมืองได้ หากพบผู้ป่วยจะส่งต่อให้หมอหลวงรักษา ทุกท่านโปรดให้ความร่วมมือ!”

ผู้ประสบภัยพากันสงบลง แต่เหตุการณ์ในหลายวันมานี้ทำให้พวกเขาไม่กล้าเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายอย่าหมดใจ

“โกหก พวกเรามานานเพียงนี้แล้ว เหตุใดตอนนี้เพิ่งจะพูด พวกเจ้าไม่สนใจความเป็นความตายของพวกเรา พวกเจ้าจะต้องต้องหลอกพวกเราเป็นแน่!”

“ใช่! พวกเขาคิดจะปลอบใจพวกเราเท่านั้น แต่ละคนพูดได้ไพเราะยิ่งกว่าขับขานเสียอีก พวกเราตายไปมากมายเพียงนี้แล้ว พวกเจ้าเพิ่งจะมาพูดคำเหล่านี้หรือ? เห็นได้ชัดว่าเป็นคำลวง!”

“ใช่! ทุกคนอย่าไปเชื่อคำพูดเขา พวกเขาไม่ใช่คนดีสักคนเดียว!”

กลุ่มคนที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่นี้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง กระทั่งรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่นี้เสียอีก

หัวหน้าองครักษ์เห็นสถานการณ์ดังนั้นจึงรีบอธิบาย “ทุกท่านโปรดสงบ สงบลงก่อน! เรื่องมันไม่ใช่อย่างที่ทุกท่านคิด ก่อนหน้านี้ท่านเจ้าเมืองได้รับจดหมายลับกล่าวว่ามีสายลับปะปนเข้ามากับกลุ่มผู้ประสบภัย ดังนั้นจึงไม่กล้าเปิดประตูเมือง ตอนนี้อันตรายหายไปแล้ว ท่านเจ้าเมืองจึงมีคำสั่งให้ทุกท่านเข้าเมืองได้ มิได้ละเลยความเป็นความตายของทุกท่าน!”

“เหลวไหล พวกเราไม่เชื่อ! พวกเจ้าแต่ละคนคงอดรนทนไม่ไหวอยากให้พวกเราไปตายเสียเร็วๆ!”

ชาวบ้านได้รับความทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวง ยากจะเชื่อคำพูดของราชสำนักง่ายๆ อีก

ไม่ว่าหัวหน้าองครักษ์จะกล่าวโน้มน้าวน้ำด้วยคำพูดดีงามเช่นไร สถานการณ์การจลาจลยังคงดำเนินต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง

ในกลุ่มคน สตรีที่อุ้มเด็กเอาไว้มองไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำพูดของคุณชายท่านนั้น จู่ๆ นางก็เอ่ยเสียงดังขึ้นมา “ข้าเชื่อ! ข้าเชื่อคำพูดของนายท่านผู้นี้! ได้ ข้าจะรออยู่ด้านนอก โปรดมอบอาหารให้บุตรของข้ากินสักถ้วยเถิด! นานเพียงใดข้าก็ยินดีรอ!”

เพียงประโยคเดียว คล้ายกับก้อนหินที่ถูกโยนลงในทะเลสาบ สร้างขึ้นกระเพื่อมครั้งใหญ่!

ชาวบ้านรอบๆ มองมาที่นางด้วยความสงสัย คนไม่น้อยพากันเงียบลง สตรีผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ?

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?” บุรุษข้างกายผลักนางด้วยความโกรธเคือง ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ

สตรีกอดลูกของตนไว้แน่น แม้ในใจจะหวาดกลัวแต่ยังคงยืนหยัดในสัญชาตญาณของตน “ข้าย่อมรู้ตัวว่าข้าพูดอะไรอยู่ คิดว่าข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อหรือไร? คุณชายท่านนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง เป็นเขาที่ชี้แนะให้พวกเรามาที่เมืองนี้ เขาเคยกล่าวว่าฝ่าบาทมิได้ทอดทิ้งพวกเรา เขาสัญญาแล้ว! ตอนนี้ข้าไม่ขออะไรทั้งสิ้น เพียงต้องการให้ลูกของข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น ข้ายินดีเชื่ออีกครั้ง! ข้าเชื่อว่านี่คือความจริง!”

สตรีนางนั้นผลักคนข้างกายเพื่อเปิดทาง เดินลงไปนั่งพิงกำแพงเมือง สายตาแน่วแน่เช่นนั้นสั่นคลอนจิตใจของผู้ประสบภัยคนอื่นๆ เดิมทีทุกคนกำหมัดชูมือสูง ทว่ายามนี้พากันลดมือลง ใคร่ครวญว่าควรเดิมพันดีหรือไม่

ในหมู่พวกเขา ผู้ใดบ้างไม่มีครอบครัวไม่มีบุตรหลาน ผู้ใดบ้างไม่อยากคิดมีชีวิตต่อไป? การบุกพังประตูเมืองเป็นเพียงการกระทำที่สิ้นไร้หนทาง แต่หากว่ามีความหวังจริงๆ…

บุรุษวัยกลางคนที่อยู่ในอาการโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่นี้ค่อยๆ สงบลง เขาขมวดคิ้วด้วยความลังเล ย้อนนึกไปถึงคุณชายก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายดูไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้กลับแตกต่างจากคำพูดของคุณชายมากนัก ความจริงนี้ทำให้เขายากจะรับไหว

ทุกคนลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมีคนนั่งลงข้างกายสตรีผู้นั้น ความจริงไม่ว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวเช่นไร แต่นั่นก็เพราะหวังให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น!

หัวหน้าองครักษ์บนกำแพงเมืองมองไปพบว่านี่เป็นโอกาสดี! เขารีบออกคำสั่งให้คนขนย้ายเสบียงออกไป

ทหารพากันขนเสบียง ใช้เชือกผูกแล้วหย่อนลงมาจากกำแพงเมืองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นเสบียงสำหรับหลายวันจริงๆ

เพื่อป้องกันให้รอบด้าน การเคลื่อนไหวของหัวหน้าองครักษ์จึงระมัดระวังยิ่งนัก แต่สิ่งที่อยู่นอกเหนือการคาดหมายก็คือผู้ประสบภัยที่ทนหิวมานานเหล่านี้ถึงกับไม่ได้แย่งชิงกัน ทำเพียงอยู่ที่เดิมอย่างอดทนและสงบ รอให้ถึงการแบ่งสรรของตนเอง

ท่าทีเช่นนี้ทำให้เหล่าทหารที่เดิมทีเคร่งเครียดรู้สึกวางใจลงมาก ตอนนี้เอง ในที่สุดประตูก็ค่อยๆ เปิดออก

ไม่นานผ้าห่ม น้ำและผักผลไม้ก็ถูกส่งออกมาต่อเนื่อง ผู้ประสบภัยเห็นว่าคำสัญญาของเจ้าเมืองเป็นจริงจึงสงบใจลงมาก แม้ตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้เข้าเมือง แต่จะดีจะร้ายก็ยังอิ่มอุ่น ดังนั้นรอต่อไปจะเป็นอะไรเล่า?

มุมหนึ่ง ชายวัยกลางคนเดินผ่านคนมากมายมานั่งลงข้างกายสตรีนางนั้น เอ่ยปากคล้ายครุ่นคิดบางอย่าง “พี่สาวท่านนี้ เหตุใดจึงเชื่อมั่นบุรุษแปลกหน้าเพียงนั้น? รู้ได้อย่างไรว่าคำพูดของคนผู้นั้นคือความจริง?”

เขาเพียงไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีนางนี้จึงเลือกที่จะเชื่อคนแปลกหน้าผู้หนึ่งในสถานการณ์นั้น!

สตรีลูบเด็กที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดเบาๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณชายท่านนั้นให้อาหารคำแรกกับบุตรของข้า เพียงแค่จุดนี้ข้าก็ยินดีเชื่อเขาแล้ว!”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 34 ตอนที่ 992 ผู้ลี้ภัยก่อจลาจล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
novelpdfdfw0
เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว
05/06/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.