หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 34 ตอนที่ 994 ความจริงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เล่มที่ 34 ตอนที่ 994 ความจริงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อดหลับอดนอนมาสองวัน หมอหลวงเหนื่อยล้าเต็มที่ แต่พวกเขาพบว่าผู้ติดโรคไม่เพียงแต่จะไม่ดีขึ้น กลับมีแนวโน้มหนักขึ้นด้วยซ้ำ สถานการณ์รับมือได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ในมุมหนึ่ง ผู้ชราคนหนึ่งจับมือหมอหลวงแน่น น้ำเสียงสั่นเครือราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่น “ใต้เท้า ข้า ข้าจะตายแล้วใช่หรือไม่?”
บนหน้าผากของหมอหลวงเต็มไปด้วยเหงื่อ ขมวดคิ้วแน่นกล่าวปลอบใจ “ไม่ ไม่หรอก ข้าจะพยายามเต็มที่!”
เพียงแต่คำพูดนี้ฟังมานานแล้ว ทำให้ผู้อื่นยากจะเชื่อจริงๆ ผู้ชราคนนั้นรู้สึกใจสลาย “แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว เหตุใดจึงไม่ดีขึ้น?”
สีหน้าของหมอหลวงย่ำแย่ยิ่งนัก เขาพบว่าคนไม่น้อยมองมาทางนี้ด้วยความคาดหวัง
อีกด้านหนึ่ง จู่ๆ บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งก็อ้วกเอายาที่หมอหลวงเพิ่งป้อนให้เขาออกมา อาภรณ์หรูหราบนร่างไม่เหลือสีสันดั้งเดิมอีกต่อไป ใบหน้าของเขาซูบเซียว อาการป่วยในหลายวันนี้ทำให้เขาทรมานจนร่างกายรับไม่ไหว บริเวณร่างกายที่มองเห็นด้วยตาเปล่ามีฝีขึ้นจนเต็ม
เขารู้สึกรับไม่ได้ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปยังหมอหลวง ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้า เจ้าให้ข้ากินอะไร?”
หมอหลวงร้อนรนยิ่งนัก เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงรีบเดินเข้ามา “คุณชายอย่าร้อนใจ ยานี้ขมไปบ้างจริงๆ แต่ยาดีมักมีรสขม ข้าจะรินให้คุณชายใหม่!”
บุรุษผู้นี้คือคุณชายตกยาก แต่ยังคงรักษานิสัยหยิ่งยโสเช่นเดิมเอาไว้
เขายกมือขึ้นมาปัดถ้วยยาที่หมอหลวงนำมาให้ ยาสีน้ำตาลหกเต็มพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “สารเลว เจ้ามิใช่หมอหลวงใช่หรือไม่? เดิมทีคุณชายเช่นข้าไม่ได้ติดโรคระบาด แต่เจ้ากลับกล่าวว่าข้าป่วย ไม่ให้ข้าเข้าเมือง! ตอนนี้ดียิ่งนัก ข้าถูกพวกเขาทำให้ติดโรคแล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้าตั้งใจทำร้ายคุณชายเช่นข้าให้ตาย! เจ้าตัวปลอม พวกเจ้าล้วนเป็นตัวปลอม! หากเป็นหมอหลวงเหตุใดผ่านมาหลายวันแล้วยังรักษาพวกเราไม่ได้อีก? เจ้าเป็นหมอหลวงตัวปลอมที่ด้านในส่งมาใช่หรือไม่? จุดประสงค์ของพวกเจ้าก็คือไม่ให้พวกเราเข้าเมืองใช่หรือไม่?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ผู้ป่วยรอบด้านพลันนั่งไม่ติดที่ คนไม่น้อยพากันตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “ใช่แล้ว เหตุใดนานเพียงนี้แล้วจึงไม่ดีขึ้นอีก? หมอหลวงมีความสามารถเพียงเท่านี้หรือ?”
“ใช่แล้ว! หรือพวกเขาจะเป็นตัวปลอมจริงๆ? พวกเราถูกหลอกอีกแล้วหรือ?”
“น่ารังเกียจยิ่งนัก! น่ารังเกียจจริงๆ! พวกเราจะเข้าเมือง พวกเราต้องการเข้าเมือง!”
ไม่ทันไรผู้ป่วยหลายคนก็พากันโกรธขึ้นมา ต้องการพังประตูเมืองเข้าไป
หมอหลวงทั้งหลายรีบขวางพวกเขาเอาไว้ ใช้คำพูดดีๆ กล่าวปลอบ “ทุกท่านโปรดสงบก่อนเถิด พวกท่านเป็นโรคระบาดมิใช่อาการป่วยธรรมดา พวกเรากำลังพยายามรักษาทุกท่านเต็มที่ ทุกท่านโปรดใจเย็นเสียหน่อย! ตอนนี้เข้าเมืองไม่ได้จริงๆ มิเช่นนั้นจะทำให้โรคระบาดแพร่กระจายในเมือง!”
คุณชายท่านนั้นได้ยินจึงตะโกนขึ้นอย่างดุร้าย “แพร่ระบาดก็แพร่ไปเถิด อย่างมากก็ตายไปด้วยกัน ถึงอย่างไรคุณชายเช่นข้าก็ไม่ยอมตายอยู่ที่นี่แน่! พวกเจ้าหลีกทางให้ข้า วันนี้ข้าจะเข้าเมืองให้ได้!”
“ทุกท่าน! ไม่ได้! ไม่ได้!”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับการสกัดกั้นของหมอหลวงทั้งหลาย ชาวบ้านที่ถูกความเจ็บป่วยทรมานกลับสูญเสียสตินึกคิดไปแล้วโดยสิ้นเชิง พากันมุ่งหน้าไปรวมตัวกันบริเวณประตูเมืองราวกับกลัวว่าตนเองจะถูกทิ้ง สถานการณ์ไม่อาจควบคุม
ตอนนี้เอง จู่ๆ ในกลุ่มคนพลันมีเสียงอุทานออกมา “หมอหลวงหลี่! อา นี่ นี่มัน…”
พบว่าหมอหลวงผู้หนึ่งร่างกายโซเซก่อนจะล้มทิ่มไปกับพื้น หมอหลวงคนอื่นๆ ได้ยินจึงรีบตามมา เมื่อสัมผัสร่างกายของเขาพบว่าตัวร้อนยิ่ง เมื่อจับชีพจร ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี บนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ!
หมอหลวงหลี่ถึงกับติดเชื้อแล้ว!
ในขณะเดียวกันผู้ป่วยรอบด้านยิ่งคล้ายกับถูกกระตุ้นอารมณ์ “ดู! กระทั่งหมอหลวงยังติดโรค นี่มิใช่เรื่องน่าขันหรือไร? ตัวเองยังรักษาไม่ได้ จะรักษาพวกเราได้หรือ? พวกเราถูกหลอกแล้ว! พวกเขาไม่ใช่หมอหลวง! ไม่ได้ พวกเราจะเข้าเมือง พวกเราจะเข้าเมือง!”
คุณชายตกยากผู้นั้นตะโกนออกมาพลางพุ่งเข้าไป ถึงกับใช้หมัดทุบลงไปบนร่างของหมอหลวงคนหนึ่ง “หมอต้มตุ๋น! ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตาย!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวพลันกระตุ้นความโกรธและความหวาดกลัวที่อยู่ในใจของทุกคนตลอดหลายวันมานี้ขึ้นมา เหล่าหมอหลวงผู้น่าสงสารถูกกดลงกับพื้น เสียงร้องโอดครวญดังไปทั่ว
ขณะนั้นเอง ขบวนรถม้าที่อยู่ไกลออกไปแล่นใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายเบื้องหน้าทำให้เฟิ่งหลิงหยุดรถม้าลง ทุกคนยื่นหน้าออกมามอง ภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หยุดมือ!” บุรุษผู้นั้นยืนอยู่บนรถม้า ส่งเสียงไปยังกลุ่มคนที่กำลังสับสนวุ่นวาย
เพียงไม่นานรถม้าก็เแล่นเข้าสู่กลุ่มคน ทุกคนที่อยู่ในความบ้าคลั่งเห็นรถม้าแปลกตาจึงพากันสงบลง
สายตาดุดันของเฟิ่งหลิงหยุดมองบนร่างของหมอหลวงหลายคนที่ถูกตีจนใบหน้าเขียวช้ำ ดวงตาลึกล้ำปรากฏความโศกเศร้า หมอหลวงผู้สง่างามกลับถูกปฏิบัติเช่นนี้เสียได้ เดินทางมาไกล ผ่านภูเขาแม่น้ำหลายสายเพื่อมารักษาประชาชน แต่กลับมีจุดจบเช่นนี้หรือ?
“อา องค์…องค์ชาย?!”
“เกิดอะไรขึ้น?” บรรยากาศทั้งร่างของบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนไป เขาสะบัดชายอาภรณ์ลงจากรถม้า น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกทำให้ผู้คนรู้สึกทั้งหวาดกลัวและเคารพ
คุณชายเมื่อครู่เห็นบุรุษผู้นี้มีลักษณะไม่ธรรมดา ในใจพลันสั่นไหว จะอย่างไรเขาก็เห็นโลกมามาก เพียงมองก็ดูออกว่าบุรุษเบื้องหน้าเป็นผู้สูงศักดิ์ร่ำรวย
ความเย่อหยิ่งจองหองแต่เดิมลดน้อยลงโดยพลัน ทว่าบนใบหน้ากลับมิแปรเปลี่ยน “พวกต้มตุ๋นพวกนี้กล้าปลอมเป็นหมอหลวง พวกเขาคิดจะเอาชีวิตพวกเรา หลอกลวงพวกเราไม่ยอมให้พวกเราเข้าเมือง เห็นได้ชัดว่าพวกนี้ร่วมมือกับเจ้าเมืองจางที่อยู่ด้านใน ดังนั้นจึงไม่สนใจความเป็นความตายของพวกเรา!”
เฟิ่งหลิงกวาดตามอง สายตาดุดันราวคมมีดทิ่มแทงไปบนร่างกายของคุณชายท่านนั้น “พวกเขาคือหมอหลวงจากในวังจริงๆ”
ทว่าเมื่อเฟิ่งหลิงเอ่ยปากกลับไปกระตุ้นความสงสัยของทุกคน “เจ้าคือผู้ใด? เจ้าบอกว่าใช่ก็ใช่หรือ? หรือว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกับพวกเขา?”
“ใช่แล้ว หากเป็นหมอหลวงเหตุใดจึงติดโรคได้? น่าขัน!”
“ใช่! พวกเราไม่เชื่อ!”
ขณะนั้นเอง สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมา ดวงตาของนางกระจ่างใส สายตาหยุดมองลงบนร่างของหมอหลวงผู้มีสภาพน่าอนาถทั้งหลาย ดวงตาสงบนิ่งดุจทะเลสาบคล้ายกับมีระลอกคลื่นความเจ็บปวดไหลผ่าน แววตาแปรเปลี่ยนไปโดยพลัน
“หมอหลวงทั้งหลายดูแลพวกท่านจนอดหลับอดนอนมานาน หากมีหมอหลวงติดโรค มิใช่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีใจต้องการรักษาพวกท่านอย่างแท้จริงจนละเลยการดูแลสุขภาพของตนหรือไร? หมอหลวงก็เป็นคนธรรมดา ต้องผ่านการเกิดแก่เจ็บตายเช่นกัน พวกเขาไม่ใช่เทพเซียน พวกท่านปฏิบัติกับผู้เสียสละเช่นนี้หรือ? พวกเขาต้องเสี่ยงอันตรายที่จะติดโรคเพื่อมารักษาพวกท่าน ต้องเดินทางผ่านอุปสรรคนานัปการ แต่กลับได้รับการตอบแทนเป็นการลงมือทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้หรือ?”
ยามนี้เสียงของนางเย็นยะเยือกยิ่งนัก ทั้งยังกล่าวจนทุกคนไม่อาจโต้แย้ง ทั้งๆ ที่อายุยังน้อย แต่บนร่างกับแผ่บารมีที่ทำให้ผู้คนยากจะมองข้าม
ขณะเดียวกันในมุมหนึ่ง สตรีอุ้มลูกก่อนหน้านี้ก้าวออกมาด้วยใบหน้ายินดี “เป็น เป็นพวกเขา! เป็นพวกเขาที่ชี้แนะให้พวกเรามาที่เมืองนี้ พวกเขาเป็นคนดี!”
“คนดี? คุณชายเช่นข้ากลับเห็นว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!” ขณะนี้คุณชายท่านนั้นกลับรู้สึกราวกับตนเองถูกดูแคลน เขาคิดว่าใบหน้าของตนอับแสง ตนจะถูกสตรีต่ำต้อยนางหนึ่งตำหนิได้อย่างไร?
“เจ้ากล่าวว่าพวกเขาเป็นหมอหลวง เช่นนั้นมีข้อพิสูจน์หรือไม่?”
“ใช่…ใช่แล้ว! พวกเจ้ามีข้อพิสูจน์อันใด!” คนบางคนกลัวเพียงใต้หล้าไม่วุ่น ถึงกับผสมโรงขึ้นมา
ขณะนี้เอง มีเสียงดังก้องดังมาจากบนกำแพง ทำให้ทุกคนใจสั่น
“องค์ชาย พระชายา! ในที่สุดพวกท่านก็มาแล้ว…”
อะไรนะ? องค์ชายกับพระชายา? ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี ถึงกับเผยท่าทางยากจะเชื่อออกมา!
บุรุษยโสเมื่อครู่นี้ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็เอ่ยปากขึ้น “หลอกลวงผู้ใดกัน? องค์ชายกับพระชายา มิใช่ว่าควรอยู่ในวังหรือไร? อีกอย่างที่นี่คือเขตโรคระบาด พวกเขาจะมาได้อย่างไร?”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบุรุษผู้นั้นจะกล่าวราวกับเป็นเรื่องจริง แต่ขณะเดียวกันหมอหลวงผู้มีสภาพน่าอนาถทั้งหลายพลันลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล เดินเข้ามาพากันคุกเข่าลงต่อหน้าเฟิ่งหลิงและอวิ๋นซู “ถวายพระพรองค์ชาย พระชายา!”
“หมอหลวงทั้งหลายรีบลุกขึ้นเถิด!” เฟิ่งหลิงกล่าวเสียงเรียบ ทุกคนที่อยู่บนรถม้าพากันลงจากรถ
ชาวบ้านที่เดิมทีเอะอะโวยวายพากันมองอย่างนิ่งงัน ล้วนเผยท่าทางตื่นตะลึงออกมา คนเบื้องหน้าเหล่านี้แต่ละคนมีบรรยากาศสูงส่งมิสามัญ ไม่เหมือนคนทั่วไปจริงๆ หรือจะเป็นองค์ชายและพระชายาจริงๆ?
ขณะนั้นเอง ประตูพลันเมืองเปิดออก หลานอวิ๋นขี่ม้าเร็วมาเบื้องหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีชัดเจน “องค์ชายใหญ่! พระชายา! ข้าแม่ทัพรออยู่นานแล้ว!”
สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความยากจะเชื่อ องค์ชายและพระชายาผู้สูงศักดิ์ถึงกับมาปรากฏตัวในเขตโรคระบาดจริงๆ!
สตรีในมุมหนึ่งถึงกับริมฝีปากสั่นเครือ นางไม่เคยคิดเลยว่าคุณชายท่านนั้นจะมีฐานะสูงส่งเพียงนี้…
อวิ๋นซูเดินไปข้างกายหมอหลวงที่หมดสติไปผู้นั้น ย่อตัวลงจับชีพจรให้เขาด้วยตัวเอง ยังดี อาการยังไม่ร้ายแรง
“ลำบากใต้เท้าทุกท่านแล้ว ขณะที่รักษาชาวบ้านเหล่านี้อย่าได้ละเลยสุขภาพของตนเองเป็นอันขาด โรคระบาดไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หากกระทั่งพวกท่านก็ยังป่วยแล้วผู้ใดจะช่วยเหลือชาวบ้านเล่า?”
“พระชายา…” หมอหลวงทั้งหลายเอ่ยเสียงเบา รู้สึกว่าความกดดันที่สะสมในใจมาหลายวันถูกกำจัดออกไปได้ในที่สุด “พระชายาเสด็จมาได้เวลาพอดี พวกกระหม่อมไร้ความสามารถ!”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิตนเองของทุกคน อวิ๋นซูกลับยื่นมือไปหยุดการคารวะของพวกเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจ “ไม่! อวิ๋นซูรู้ว่าทุกท่านพยายามเต็มที่แล้ว ต่อไปข้าจะร่วมมือกับใต้เท้าทุกท่าน จะต้องเอาชนะภัยพิบัติครั้งนี้ไปให้ได้”
คำพูดของนางคล้ายกับมีอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น ทำให้จิตใจอันสิ้นหวังของทุกคนเกิดความหวังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทุกคนยินดีหาใดเปรียบ
ขณะนี้รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบงัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านที่ก่อเรื่องเมื่อครู่นี้ต่างสบตากัน ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ในเมื่อเป็นองค์ชายและพระชายา เช่นนั้นเมื่อครู่พวกเขาไร้มารยาทปานนั้น เกรงว่าคงยากจะพ้นโทษตาย!
ผู้ประสบภัยพากันก้มหน้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กล่าวเสียงดังและยโสโอหังที่สุดเมื่อครู่นี้ แทบอยากหารูบนพื้นมุดเข้าไปยิ่งนัก!
หลานอวิ๋นเข้าใจดี ไม่ว่าผู้ใด หากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้คงยากจะรักษาความใจเย็นเอาไว้ได้ หลายวันมานี้ชาวบ้านได้รับความลำบากมากมาย ความกดดันในใจย่อมมิอาจแก้ไขได้ง่ายๆ
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ “คราวนี้องค์ชายใหญ่เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อมาเยี่ยมเยียนประชาชนผู้ได้รับความลำบาก เพราะพระองค์ทราบดีว่าทุกคนทุกข์ยากจึงเสด็จมาเป็นพิเศษ ฝ่าบาทไม่ได้ทอดทิ้งพวกเรา! องค์ชายและพระชายาจะร่วมกันช่วยให้พวกเราผ่านความยากลำบากนี้ไปได้ ขอให้ทุกท่านอย่าร้อนใจไป!”
ไม่มีอะไรจะโน้มน้าวใจทุกคนได้ดียิ่งกว่าการกระทำอันจริงใจอีกแล้ว กระทั่งราชวงศ์ผู้สูงส่งก็ยังมาร่วมผจญความลำบากกับพวกเขา ความจริงใจเช่นนี้ยังต้องสงสัยอีกหรือ?