หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1021 โลกแห่งความฝัน
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1021 โลกแห่งความฝัน
เขาหลุบตาลงปิดซ่อนความสั่นไหวในดวงตาเอาไว้ มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนยื่นไปหยิบถ้วยชาข้างมือขึ้นมา เมื่อเบนสายตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าดวงตากลับคืนสู่ความปกติราวกับไม่เคยเกิดความไม่พอใจอันใดขึ้น
เพียงแต่ผู้เยาว์เบื้องหน้ายังคงหวาดกลัวสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองตนเป็นอย่างยิ่ง
เซียวอี้เชินยิ้มออกมาเล็กน้อย รู้สึกว่าตนเองในวันนี้ดูย่ำแย่ยิ่งนัก ไม่ทราบว่าจิตใจกระฉับกระเฉงเปี่ยมไปด้วยพลังก่อนหน้านี้หายไปตั้งแต่เมื่อใด สิ่งที่เหลืออยู่ล้วนน่าขบขันปานนั้น
เขามองมืออีกข้างหนึ่งที่กำแน่นมาโดยตลอดของตน ในใจสั่นไหว ราวกับจมจ่อลงสู่การใคร่ครวญอีกครั้ง…
ตอนนี้เอง มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่เขา ปลายนิ้วที่ออกแรงกระชับเล็กน้อยมีความอบอุ่นแพร่ออกมา
ดวงตาดำขลับทั้งสองหดเกร็ง เงยหน้าขึ้นโดยพลัน เห็นชาวนาผู้นั้นมีรอยยิ้มประดับใบหน้า “คุณชายไม่จำเป็นต้องร้อนใจ ทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่ผิดพลาดกันทั้งนั้น ขอเพียงสำนึกผิดอย่างจริงใจ สวรรค์จะต้องเปิดทางให้แน่นอน!”
ลำคอรู้สึกแห้งผาก ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจู่ๆ เขาจึงคิดอยากถามว่าหากความผิดของเขาเป็นความผิดใหญ่ที่ไม่อาจย้อนคืนได้เล่า? จะได้รับการอภัยหรือไม่? หากเขาสำนึกผิดจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับสู่จุดเริ่มต้นหรือไม่?
แต่ความทรงจำที่ไหลเวียนเหล่านั้นทำให้เขาต้องกลืนคำพูดที่ติดอยู่ที่ปากกลับลงไป ไม่…ดูเหมือนสวรรค์ไม่คิดให้โอกาสเขาสำนึกเสียใจแล้ว ตอนนี้นางอยู่ข้างกายบุรุษอื่นแล้ว นาง…ไม่ใช่อวิ๋นซูคนนั้นของเขาแล้ว และจะไม่กลับมาอีก…
ตอนนี้เองด้านนอกมีเสียงรายงานขององครักษ์ดังแว่วมา เสียงนั้นทำให้บุรุษที่จมอยู่กับความเจ็บปวดได้สติกลับมา ท่าทีบนใบหน้าก็เย็นชาขึ้นในพริบตา
นอกประตู องครักษ์วิ่งเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่งก่อนจะกล่าวรายงาน “คุณชาย มีการลอบโจมตีขอรับ!”
“ไป!” เซียวอี้เชินลุกขึ้นยืน ดวงตาแปรเปลี่ยนไปเย็นยะเยือก เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนเขาจึงไม่ทันกล่าวลาสามีภรรยาคู่นั้น วิ่งพาองค์รักษ์ไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างเร่งร้อน
หลังจากพวกเขาจากไปได้ไม่นานก็มีมือสังหารกลุ่มหนึ่งพังประตูเข้ามา ดูจากลักษณะแล้ว ผู้มาเยือนล้วนมีท่าทางโหดเหี้ยมดุดัน
สตรีชาวบ้านและชาวนาขยับเข้าหากันด้วยความหวาดกลัว กอดลูกของตนไว้แน่น “พะ…พวกเจ้าเป็นใคร? คิดจะทำอะไร?”
มือสังหารพลิกของทั้งในและนอกบ้านหาไปรอบหนึ่งแล้ว บ้านเล็กๆ อันอบอุ่น ยามนี้ทุกที่กลับมีสภาพเละเทะดูไม่ได้ มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าถีบม้านั่งเบื้องหน้า กล่าวถามเสียงเย็น “พวกเจ้าเห็นคนกลุ่มหนึ่งหรือคนน่าสงสัยใดหรือไม่?”
สตรีและชาวนาพากันส่ายศีรษะ “ไม่เห็น! ที่นี่มีแต่ครอบครัวของพวกเรามาตลอด ไม่มีคนอื่นอีก!”
แต่ในตอนนั้นเอง มือสังหารผู้หนึ่งกลับดึงเด็กข้างกายทั้งสองออกมาคนหนึ่ง จากนั้นจึงบีบคอเขา กระทั่งยกร่างเขาให้สูงเหนือพื้น กล่าวด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมเจือไปด้วยความข่มขู่ “ไม่มีจริงหรือ?”
“ไม่…ใต้เท้า ได้โปรดปล่อยลูกข้าเถิด พวกเราพูดความจริง ไม่มีคนมาจริงๆ อย่าทำร้ายลูกข้าเลย!” สตรีคุกเข่าเบื้องหน้ามือสังหาร โขกศีรษะขอร้องไม่หยุด
ขณะนั้นเอง เด็กที่ถูกมือสังหารบีบคอยกขึ้นสูงพลันร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว “ท่านแม่…”
“ใต้เท้า ได้โปรดเชื่อพวกเราเถิด ไม่มีคนน่าสงสัยใดจริงๆ!” ชาวนาคุกเข่าตามลงไป สีหน้าขาวซีด
แต่เมื่อเผชิญกับคำขอร้องอันขมขื่นของคนทั้งสอง มือสังหารเบื้องหน้ากลับถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดปกติ “ไม่มีผู้ใดหรือ? เช่นนั้นเหตุใดจึงมีรอยเท้าม้าอยู่ในลาน!”
“นั่น…คือ…”
สตรีที่กำลังโขกศีรษะร่างกายแข็งทื่อ หลุบตาลงไม่กล้าสบตา ไม่ทราบว่าจะกล่าวเช่นไรดี ชาวนาที่อยู่ด้านข้างก็อับจนคำพูด มองไปยังเด็กที่ถูกมือสังหารชูขึ้นด้วยแววตาหวาดกลัว รู้สึกราวกับเลือดในกายถูกแช่แข็ง!
มือสังหารแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง บรรยากาศอันตรายฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องแคบๆ ปะทุออกมาโดยพลัน!
อีกด้านหนึ่ง เซียวอี้เชินที่หนีมาแล้วกลับดึงบังเหียนหยุดกะทันหัน แล้วจึงหันกลับไปมองด้านหลัง…
สายฝนอันรุนแรงทำให้ทุกสิ่งเบื้องหน้าดูพร่ามัว เหนือท้องฟ้ามีประกายสายฟ้าปรากฏ ทำให้เงาของเขาสะท้อนอยู่บนพื้นดินชัดเจน เขาลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันม้ากลับ
“ฝ่าบาท! พระองค์กลับไปไม่ได้!” องครักษ์ที่ตามมาติดๆ ตื่นตะลึง รีบหันม้ากลับแล้วไล่ตามไป “ฝ่าบาท! พวกเราจะกลับไปตอนนี้ไม่ได้!”
เซียวอี้เชินไม่สนใจเสียงตะโกนด้านหลัง กลับสะบัดแส้รุนแรงยิ่งขึ้น ควบมะยานม้าวิ่งกลับไป
“ฝ่าบาท!” องครักษ์ทั้งหลายเห็นดังนั้นจึงทำได้เพียงตามไป ตอนนี้เซียวอี้เชินคิดว่าตนเองน่าขันยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเหตุใดตนต้องทำเช่นนี้ นี่ไม่เหมือนนิสัยของเขาจริงๆ แต่มีเพียงคู่สามีภรรยานั้นที่เขาไม่อยากให้ตาย เพราะพวกเขาเป็นดั่งพยานในช่วงเวลาที่อวิ๋นซูยังรักตนอยู่
ในเวลาครึ่งถ้วยชา เขาตามมาถึงในที่สุด มือสังหารกำลังยกกระบี่ขึ้นเตรียมสังหารคน ชั่วขณะที่เขาพลิกตัวลงจากม้าก็ชักกระบี่ออกจากเอวแล้วเขวี้ยงไปที่หัวใจของมือสังหารผู้นั้นทันที!
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะกลับมากะทันหันเช่นนี้ กระทั่งสองสามีภรรยาที่อยู่ในความสิ้นหวังก็ทรุดลงกับพื้นด้วยความตกใจ
ขณะเดียวกัน มือสังหารคนอื่นๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพากันชักกระบี่พุ่งเข้ามา ภายใต้สายฝนที่โหมกระหน่ำเกิดประกายกระบี่ปะทะกันราวกับสายฟ้าที่ยังคงปรากฏอยู่บนท้องฟ้า เกิดเป็นประกายสว่างไสวที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว
วรยุทธ์ของเซียวอี้เชินค่อนข้างดี กระบี่ในมือเคลื่อนไหวดุจสายน้ำ แต่ละกระบวนท่าทั้งโหดเหี้ยม รวดเร็ว และแม่นยำ…
ลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเสียดแทงไปในความรู้สึกของเขา ภายใต้สายฝนที่โหมกระหน่ำ พื้นที่เขาเหยียบผ่านเต็มไปด้วยน้ำ แต่เขาไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย หลังจากหมุนตัวถีบมือสังหารที่พุ่งทะยานเข้ามาโจมตีกลุ่มนั้นแล้ว กระบี่ในมือก็แทงทะลุเกราะไหล่คนเบื้องหน้าผู้หนึ่ง จากนั้นจึงพลิกมือฟันไปยังอีกคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม ฟันตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงขากรรไกร
แต่ละกระบวนท่าหมายเอาชีวิต!
ตอนนี้มือสังหารหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยพบว่าความสามารถของพวกเขาแตกต่างกันมาก จึงหมุนตัวพุ่งทะยานไปยังคู่สามีภรรยาที่หลบอยู่ในห้อง
สมควรตาย!
เซียวอี้เชินสบถออกมาคำหนึ่ง ดวงตาที่เจือไปด้วยไอสังหารปรากฏความเย็นยะเยือก เขวี้ยงกระบี่ในมือไปยังมือสังหารหลายคนนั้น หนึ่งในนั้นหลบไม่ทันจึงโดนแทงทะลุลำคอ คนที่เหลือเห็นดังนั้นจึงชูกระบี่พุ่งเข้าไปหวังสังหารคู่สามีภรรยา
“อย่า…” ชาวนาตะโกนออกมา รีบดึงภรรยาและลูกๆ มาปกป้องไว้ในอ้อมกอดตน
สิ่งเหนือคาดก็คือ ตอนนี้เซียวอี้เชินถึงกับเคลื่อนกายไปอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง ยกเท้าขึ้นถีบมือสังหารผู้หนึ่ง จากนั้นจึงใช้มือเปล่ารับกระบี่ของอีกคนไว้
เลือดไหลหยดลงมาตามมือ อย่างไรก็ตามเขากลับทำเพียงขมวดคิ้ว ใช้อีกมือหนึ่งบีบลำคอของคนผู้นั้นโดยตรง!
“คุณชาย…” ชาวนามองเซียวอี้เชินอย่างหวาดกลัว ชั่วขณะต่อมาสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด ตงเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่ดีแล้วถึงกับวิ่งออกมา
“อย่าเข้ามา…ตงเอ๋อร์!”
เซียวอี้เชินหันไปตามเสียง แต่ตอนนี้กลับไม่ทันเสียแล้ว มือสังหารที่เดิมทีนอนล้มอยู่บนพื้นถึงกับหยิบมีดออกมาเล่มหนึ่ง แทงไปทางตงเอ๋อร์…
“ไม่…”
ในชั่วขณะที่ทุกคนสิ้นหวัง เซียวอี้เชินใช้พลังลมปราณเต็มสิบส่วนส่งตัวเองทะยานไปเบื้องหน้าตงเอ๋อร์ อุ้มเขาขึ้นมาปกป้องไว้ในอ้อมกอดตน ทำให้มีดเล่มนั้นแทงเข้าที่หลังของเขา…
“คุณชาย!” องครักษ์ที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านนอกรีบตามเข้ามา เมื่อเห็นมีดที่ปักอยู่บนหลังของเซียวอี้เชิน ทุกคนพลันออกแรงสู้สังหารมากขึ้น
ไม่นานมือสังหารเหล่านั้นก็ถูกสังหารจนหมด!
เซียวอี้เชินหลุบตาลงมองตงเอ๋อร์ที่ปลอดภัยไร้อันตราย ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มบางๆ แต่กลับกินใจผู้คนยิ่ง พริบตานั้นอาการบาดเจ็บจากการสูญเสียพลังภายในกะทันหันพลันจู่โจมสู่ร่างกาย ทำให้ดวงตาทั้งสองของเขาค่อยๆ ปิดลง
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด ท่ามกลางความพร่ามัว คล้ายจะได้ยินเสียงคนกำลังเรียกเขา แต่ความเหนื่อยล้าทำให้เขาไม่อยากลืมตา
“ฝ่าบาท…”
เสียงนี้…
เซียวอี้เชินลืมตาขึ้นโดยพลัน รู้สึกราวกับหัวใจถูกผู้อื่นบีบเอาไว้กลางฝ่ามือ เบื้องหน้าถึงกับเป็นสตรีสุขุมเยือกเย็นนางนั้นจริงๆ
“ซูเอ๋อร์?” เขารู้สึกยากจะเชื่อ ลมหายใจถึงกับกระตุกไป
มุมปากของอวิ๋นซูยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากระจ่างชัดประดับไปด้วยรอยยิ้ม มองเขาด้วยความอ่อนโยนหาใดเปรียบ จากนั้นจึงเรียกอีกครั้งหนึ่ง “ตื่นแล้วหรือเพคะ?”
ดวงตาทั้งสองของเซียวอี้เชินหดเกร็ง รีบลุกขึ้นนั่ง ยื่นมือออกไปคิดจะสัมผัสใบหน้างดงามราวออกมาจากภาพวาดของสตรีเบื้องหน้า แต่กลับกำมือแล้วหดกลับมา ความคาดหวังและความหวาดกลัวในใจลึกล้ำเกินไป ทำให้เขาเจ็บปวดจนรับไม่ไหว
ทันใดนั้นบาดแผลบนร่างเกิดฉีกขาด เขาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าย่ำแย่ยากรับไหว อวิ๋นซูเดินเข้ามาประคองเขาอย่างอ่อนโยน “ระวังด้วยเพคะ”
ในใจของเซียวอี้เชินสั่นไหว สัมผัสอันอบอุ่นทำให้เขาต้องก้มหน้าลงมองมือเล็กๆ ที่กำลังประคองตน จากนั้นจึงมองไปยังสตรีข้างกายอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างสมจริงยิ่ง “นี่ข้า… อยู่ที่ใด?”
ในน้ำเสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความว่างเปล่าอย่างน่าเหลือเชื่อ
อวิ๋นซูยิ้มบาง ดวงตาโค้งราวกับพระจันทร์เสี้ยว “พระองค์ได้รับบาดเจ็บเพราะต้องการช่วยสตรีนางนั้น จำไม่ได้แล้วหรือเพคะ?”
สตรี? เซียวอี้เชินหันไปมองรอบด้าน เป็นกระท่อมเรียบง่ายที่ดูแปลกตาและคุ้นเคย ทำให้เขาคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เพียงแต่ยังไม่มั่นใจ
“สตรีนางนั้น…”
อวิ๋นซูประคองเซียวอี้เชินนั่งลงข้างเตียง ช่วยคลุมผ้าห่มให้เขาอย่างอ่อนโยน “พระองค์ไม่จำเป็นต้องกังวล ซูเอ๋อร์ทำคลอดให้พี่สะใภ้ท่านนั้นแล้ว เป็นเด็กชายเพคะ”
กล่าวจบอวิ๋นซูก็เดินออกไปจากห้อง ไม่นานก็อุ้มเด็กชายคนหนึ่งเข้ามา
“ทรงทอดพระเนตรดูเถิด! เด็กคนนี้น่ารักมากใช่หรือไม่?” อวิ๋นซูนั่งลงข้างกายเขาอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงยื่นเด็กมาเบื้องหน้าเขา
ดวงตาของเซียวอี้เชินค่อยๆ เลื่อนไปหยุดอยู่บนเด็กในห่อผ้าอ้อม เด็กคนนั้นผิวอ่อนราวเนื้อหยก กำลังจับจ้องมาที่ตน มือเล็กขาวอ้วนกวัดแกว่งไปมาคล้ายต้องการคว้าจับอะไรบางอย่าง แก้มอวบพองเล็กน้อย บางครั้งก็ยับย่น ใบหน้าอ้วนกลมเต็มไปด้วยลมหายใจแห่งชีวิตชีวา เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ…
ชั่วขณะนั้นเซียวอี้เชินอดไม่ได้ที่จะชมเชย
“ซูเอ๋อร์รู้สึกว่าเขาเหมือนพระองค์มากเพคะ ทรงอยากอุ้มหรือไม่?” อวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงส่งเด็กไปให้
ดวงตาของเซียวอี้เชินมองไปยังใบหน้าเนียนนุ่มในห่อผ้าอ้อม ดวงตาสั่นไหว ยื่นมือออกไปรับเด็กมาจากอวิ๋นซู ความรู้สึกหนักๆ ในมือทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง
นี่คือความฝันหรือ? เหตุใดจึงได้สมจริงเพียงนี้?