หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1023 ตื่นจากฝัน
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1023 ตื่นจากฝัน
เสียงนี้! เซียวอี้เชินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สตรีเบื้องหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ทั้งๆ ที่มีใบหน้าเดียวกันทุกกระเบียดนิ้วแต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างไป ผู้หนึ่งราวดอกกล้วยไม้ แต่อีกผู้หนึ่งกลับ…
“อวิ๋นเม่ย! เจ้า เจ้า…” ดวงตาของบุรุษหดเกร็ง ในใจรู้สึกเจ็บปวด
แต่สตรีเบื้องหน้ากลับเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่อันไร้ขีดจำกัดออกมา นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตน ดวงตามองตรงมาที่เขา “มิใช่พระองค์ตรัสว่าเกลียดที่ท่านพี่ฉลาดหรือเพคะ? มิใช่ทรงตรัสว่าชอบความเชื่อฟังของอวิ๋นเม่ยหรือเพคะ? ทรงทอดพระเนตรดูเถิด สิ่งที่ท่านพี่ทำไม่ได้ แต่อวิ๋นเม่ยทำได้! อวิ๋นเม่ยช่วยให้พระองค์เป็นจักรพรรดิแห่งแคว้นอี้ได้…”
เซียวอี้เชินได้ยินดังนั้นพลันถอยหลังไปหลายก้าว ทว่าสตรีกลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติดๆ ใบหน้าที่เหมือนอวิ๋นซูทุกกระเบียดนิ้วทำให้เขาสับสน
“ซูเอ๋อร์? ซูเอ๋อร์…” เขามองไปรอบๆ อย่างกระสับกระส่าย มองหาสตรีสุขุมอ่อนโยนนางนั้น เขาไม่เชื่อว่านางจะไปจากตน เพียงแต่รอบด้านว่างเปล่า ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ บนเนินเขามีเพียงเสียงของเขาที่กำลังดังก้องอย่างกระวนกระวาย
อวิ๋นเม่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียดายใบหน้างดงามยิ่งนัก “พระองค์ทรงตรัสอะไรเพคะ ซูเอ๋อร์คือผู้ใด? ผู้ที่อยู่ข้างพระวรกายพระองค์มาโดยตลอดล้วนเป็นเม่ยเอ๋อร์!”
“ไม่ เจ้า เจ้าหลอกข้า!” ดวงตาของเซียวอี้เชินแดงก่ำ คมกริบราวใบมีด แทบอยากจะฉีกทึ้งสตรีเบื้องหน้าออกเป็นหมื่นๆ ชิ้น
อวิ๋นเม่ยยิ้ม สายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดผ่านท้องฟ้า พริบตานั้นร่างของนางถึงกับบิดเบี้ยวราวปีศาจ “องค์ชาย…เม่ยเอ๋อร์จริงใจต่อองค์ชาย…ให้พวกเราครอบครองแผ่นดินนี้ด้วยกันเถิด…”
“ไสหัวไป! ซูเอ๋อร์ ซูเอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่ใด?!” เซียวอี้เชินสะบัดแขนเสื้อตามหาไปรอบๆ ทว่าหญ้าบนพื้นที่เดิมทีเขียวขจีกลับแห้งเหี่ยวและเล็กลีบลงในพริบตา แพร่กระจายไปรอบๆ ราวกับโรคระบาด ทำลายความงดงามทั้งหมด
ขณะเดียวกันในดวงตาของสตรีงามเบื้องหน้าพลันมีประกายบางอย่างไหลผ่าน ทิวทัศน์แปรเปลี่ยน ใบหน้างามถึงกับดูคล้ายปีศาจ ผิวขาวเนียนนุ่มเปลี่ยนไปดูคล้ายภาพวาดเก่าๆ ที่เกิดสีอื่นเจือปน สุดท้ายจึงปรากฏบาดแผลทั้วร่าง มีเลือดไหลนองออกมา ดวงตาเบิกโพลงกรอกกลิ้งอยู่ภายในจนเหลือเพียงหลุมดำมืดทั้งสอง มุมปากฉีกขาดเป็นรอยกว้าง ฟันและกระดูกถูกเผยออกตามเนื้อหนังที่ค่อยๆ ฉีกออก…
“ฝ่าบาท หม่อมฉันตายอย่างน่าอนาถเพียงนั้น…ฝ่าบาทช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก ถึงกับปล่อยให้เม่ยเอ๋อร์ถูกสุนัขบ้ากัดตาย!” สตรีเดินมาท่าทางคล้ายปีศาจ มีก้อนเนื้อและอวัยวะภายในหล่นร่วงจากร่างกายไม่หยุด แต่นางกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวหนักอึ้งปานนั้น ทำให้บนพื้นแตกระแหงเกิดรอยลึก
เซียวอี้เชินจ้องมองสตรีเบื้องหน้าที่ดูเหมือนจะเหลือเพียงโครงกระดูกไปแล้ว หัวใจกระตุกเกร็งไม่หยุด เสียงของนางเสียดแทงหูขึ้นเรื่อยๆ
“ฝ่าบาทสังหารท่านพี่ไม่พอ ยังสังหารเม่ยเอ๋อร์ด้วย ดังนั้นฝ่าบาทสมควรอยู่โดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต! คนที่รักฝ่าบาทจะไม่มีจุดจบที่ดี ส่วนพระองค์ก็จะไม่มีจุดจบที่ดีเช่นกัน!”
เมื่อกล่าวจบ ในมือที่เหลือเพียงกระดูกขาวของนางพลันมีมีดเล่มหนึ่งปรากฏ เสือกแทงมาอย่างแรง ปลายมีดอันคมกริบแทงลึกเข้าไปในหัวใจของเขา ตามมาด้วยความเจ็บปวดมหาศาล บุรุษบนเตียงถึงกับสะดุ้งตื่น
องครักษ์รอบด้านรีบเดินเข้ามา ถามด้วยสีหน้ากังวล “ฝ่าบาท?! ทรงตื่นแล้วหรือ?”
ฝัน? ที่แท้…ก็เป็นเพียงความฝันจริงๆ หรือ?
ไม่…ไม่…ซูเอ๋อร์ของเขาจะไม่ไปจากเขาแน่ เหตุใดจึงฝันเช่นนี้? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้…
ในความพร่าเลือน เขาคล้ายเห็นเงาร่างสุขุมของอวิ๋นซู ทั้งยังได้ยินเสียงเรียกตนด้วยความอ่อนโยน
“ซูเอ๋อร์? ซูเอ๋อร์?” บุรุษบนเตียงรีบมองไปรอบด้าน สะบัดผ้าห่มออกแล้วกระโดดลงจากเตียง ทว่าทุกสิ่งเบื้องหน้ากลับคืนสู่สภาพเดิมไปในพริบตา
ยังจะมีอวิ๋นซูที่ใดอีก ยังจะมีภาพอันอบอุ่นเหล่านั้นที่ใดอีก…
ดังนั้นท้ายที่สุด…เขาก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ ผิดพลาดครั้งหนึ่งจะมิอาจย้อนกลับได้จริงๆ หรือ? ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะต้องใช้ความฝันมาปลอบโยนตนเองทุกวันคืนจริงๆ?
ดวงตาลึกล้ำของเซียวอี้เชินพลันเต็มไปด้วยความมืดมน มือที่อยู่ข้างกายกำแน่นจนปรากฏเส้นเลือดสีเขียวบนหลังมือ
“ฝ่าบาท ที่นี่มิอาจอยู่นานได้ มือสังหารแคว้นเฉินจะตามมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงรายงานอย่างกระวนกระวาย
องครักษ์ได้ยินดังนั้นพลันมีสีหน้าเคร่งขรึมลง หันไปมองเซียวอี้เชินที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์ ไม่ทราบว่าควรจะเอ่ยปากเช่นไร
ขณะเดียวกัน นอกห้องมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณชายดีขึ้นแล้วหรือไม่?”
ร่างกายหนักอึ้งของเซียวอี้เชินขยับเล็กน้อย เอ่ยปากอย่างเรียบเฉย “เข้ามา!”
สามีภรรยาที่อยู่นอกห้องพาผู้เยาว์เดินเข้ามา จากนั้นจึงคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวอี้เชิน “ขอบคุณคุณชายมากขอรับที่ช่วยชีวิตพวกเราอีกครั้ง!”
เซียวอี้เชินมองไปยังภาพเบื้องหน้า จากนั้นจึงมองดูสภาพน่าอนาถของตนอีกครั้ง ดวงตาว่างเปล่ามีความอบอุ่นปรากฏ เขาคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าหากยอมแพ้ตอนนี้จะทำให้ความพยายามที่ผ่านมาเสียเปล่า แต่ตอนนี้เขากลับต้องการละทิ้งทุกอย่างยิ่งนัก อยากบอกกับอวิ๋นซูว่าเขาผิดไปแล้วจริงๆ!
เขาไม่เคยอยากย้อนกลับไปในอดีตถึงเพียงนี้มาก่อน หัวใจของเขาคล้ายถูกอะไรบางอย่างพันรัด ต้องการกลับไปเป็นองค์ชายที่ไร้ซึ่งอำนาจ ต้องการสลัดตัวออกจากน้ำวนอันดำมืดไร้ที่สิ้นสุด ต้องการปกป้องความรักอันจริงใจเอาไว้ให้ได้
อวิ๋นซูของเขาเคยเป็นของเขาเพียงผู้เดียว เกิดมาเพื่อเขา ตายเพื่อเขา การดำรงอยู่ของนางเป็นอีกส่วนหนึ่งของตน มอบชีวิตที่แตกต่างไปให้เขา แต่เขารู้ว่าสายไปเสียแล้ว…
เดิมทีความโศกเศร้าเหล่านี้ไม่สมควรมีอยู่ แต่เป็นเขาที่สร้างมันขึ้นมาดั่งสัตว์ร้าย
เป็นเขาทอดทิ้งนาง เป็นเขาผลักตัวเองเข้าไปในหลุมดำที่ไม่อาจย้อนกลับ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะเขา
ร่างกายอันแข็งแกร่งพลันไหวเอน บุรุษทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง ร่างกายสั่นระริก ถึงกับมีหยาดน้ำไหลลงมา กระทั่งหยดลงบนอาภรณ์ กลายเป็นบุปผาวารีที่เบ่งบาน…
เขาพลันตื่นตะลึง ในดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ไม่นานก็ได้สติกลับมา
นี่คือสิ่งใด? น้ำตาหรือ? น่าขันยิ่งนัก เขาร้องไห้เป็นด้วยหรือ? ต้องทราบว่าตอนที่นางตาย ของสิ่งนี้ไม่ปรากฏด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ถึงกับ…
หรือความฝันเมื่อคู่นี้คือยาพิษ? ฮ่าๆ…ดูท่าทางตนคงถูกพิษฝังแน่นไปเสียแล้ว!
ตอนนี้เองมือคู่ข้างยื่นมา องครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างรีบชักกระบี่ออกมา กระบี่สีเงินที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารทำให้ผู้เยาว์ตกใจจนสีหน้าขาวซีด
สตรีอดไม่ได้ที่จะตามมาด้วยความตกใจ รีบเอ่ยหยุดเอาไว้ “ตงเอ๋อร์ กลับมา!”
คิดไม่ถึงว่าผู้เยาว์จะลังเลไปครู่หนึ่ง จากนั้นยังคงเดินเข้าไปอย่างใจกล้า แววตาของเขากระจ่างใส ในใจเขาคิดว่าท่านอาเบื้องหน้าเป็นคนดี แต่ท่านอากำลังร้องไห้ ท่านอาเป็นอะไรไป?
เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเซียวอี้เชินเบาๆ เอ่ยถามด้วยท่าทีเชื่อฟังรู้ความ “ท่านอา…เจ็บหรือขอรับ?”
เซียวอี้เชินเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะทำกิริยาเช่นนี้ออกมา แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ ยามที่ตนเห็นใบหน้าบริสุทธิ์ของอีกฝ่ายถึงกับคิดไปถึงบุตรของเขาและอวิ๋นซู
ถ้าหากตอนนั้น…มิแน่ว่าบุตรชายของพวกเขาอาจเชื่อฟังรู้ความเช่นนี้ และอวิ๋นซูจะต้องอยู่ข้างกายตนแน่
ตงเอ๋อร์กระพริบตามองคนเบื้องหน้า มิอาจเข้าใจอารมณ์ซับซ้อนในดวงตาเซียวอี้เชิน หันกลับไปมองมารดาที่กระสับกระส่ายอยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงเอ่ยออกมาอีกครั้ง “ขอบคุณท่านอาที่ช่วยชีวิตตงเอ๋อร์ ตงเอ๋อร์อยากให้ท่านอามีความสุขขอรับ”
คำพูดจากใจจริงเช่นนี้เป็นดั่งน้ำพุที่อาบชโลมหัวใจของเซียวอี้เชิน เขาสูดหายใจลึก ใบหน้าเย็นชาหนาวเหน็บเผยรอยยิ้มออกมา รอยยิ้มเช่นนั้นประหนึ่งปลาที่กระโดดออกจากแผ่นน้ำแข็งดูแพรวพราวระยิบระยับ เขายื่นมือไปลูบหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน เอ่ยเรียบๆ ว่า “เจ็บมากจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว ขอบคุณตงเอ๋อร์มาก!”
ตงเอ๋อร์เองก็ยิ้มออกมา ชั่วขณะนั้น ในหัวใจของเซียวอี้เชินรู้สึกเจ็บลึกไปถึงกระดูกจริงๆ…
บุรุษที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นสบตากับภรรยาของตน ขมวดคิ้วมุ่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความลังเล ยามนี้ตงเอ๋อร์เดินกลับมาข้างกายพวกเขาด้วยท่าทีเบิกบานแล้ว
เซียวอี้เชินค่อยๆ ดึงสายตากลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ หายไป ความมืดมนในดวงตายังคงดูหนักอึ้ง ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองตรงๆ
องครักษ์ทั้งหลายเห็นดังนั้นย่อมไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ จนกระทั่งบุรุษบนเตียงค่อยๆ หลับตาลง ยกมือขึ้นโบกครั้งหนึ่ง เป็นสัญญาณให้พาทุกคนออกไปจากห้อง
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง องครักษ์จึงเดินเข้ามาอีกครั้ง “ฝ่าบาท ที่นี่มิอาจอยู่นานได้ หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นพระวรกายเป็นสำคัญ”
“เจิ้นเข้าใจแล้ว” เซียวอี้เชินสูดหายใจลึก เนิ่นนานผ่านไปจึงค่อยลืมตาขึ้น ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นกลับไปสงบนิ่งเช่นกาลก่อนแล้ว แม้เขาจะอาลัยอาวรณ์ แต่จะอย่างไรความฝันก็เป็นเพียงความฝัน เขาไม่ลืมว่าตนเดินมาถึงก้าวนี้เพราะมีเป้าหมายใด
แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็อยากพบสตรีนางนั้นอีกครั้ง เมื่อพบแล้ว…เซียวอี้เชินก็ไม่ทราบว่าตนคิดจะทำอะไร บางทีตอนนั้นอาจได้รับคำตอบทั้งหมด
ไม่นานทุกคนก็เก็บของเรียบร้อย องครักษ์จูงม้าเข้ามา ส่วนเซียวอี้เชินกำลังยืนอยู่บริเวณทางเข้าลานเรือน ร่างกายสูงใหญ่ดุจเทพเจ้า ทอดมองไปยังความสงบทั้งหมด อารมณ์ล่องลอยไปไกล ถึงกับเกิดความรู้สึกคล้ายไม่เป็นความจริง
ในห้อง สตรีนางนั้นถือเนื้อแห้งที่ตนทำเอาไว้วิ่งเหยาะๆ มาเบื้องหน้าเขาแล้วส่งให้เขาเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน “หากคุณชายไม่รังเกียจก็นำไปกินระหว่างทางเถิด!”
เซียวอี้เชินได้สติกลับมา หลุบตามองคู่สามีภรรยาธรรมดาเบื้องหน้า จากนั้นจึงรับเนื้อแห้งในมืออีกฝ่ายแล้วขอบคุณเสียงเรียบ “ขอบคุณมาก!”
“คุณชายไม่จำเป็นต้องเกรงใจเพียงนี้ เรื่องเมื่อวานลำบากคุณชายแล้ว!” บุรุษข้างกายสตรีมีท่าทางซาบซึ้งใจ เมื่อย้อนคิดถึงภาพเมื่อวานยังอดหวาดกลัวไม่ได้
เซียวอี้เชินเบนตามองบุรุษข้างกายนาง ดวงตามืดครึ้มลง “ข้าอิจฉาเจ้าจริงๆ…”
บุรุษได้ยินดังนั้นพลันชะงักไป “คุณชาย…”
เซียวอี้เชินหันมายิ้ม เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้ในดวงตาลึกล้ำ “อิจฉาที่เจ้ามีครอบครัวดีๆ เช่นนี้!”
สามีภรรยาเบื้องหน้าสบตากัน รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ตอนนี้เอง เมื่อเซียวอี้เชินกล่าวประโยคนี้จบก็พลิกตัวขึ้นม้า ควบทะยานหายไปจากสายตาของพวกเขา
ภายในลานอันเงียบงัน ฟุ้งกระจายไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด…