หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1029 การหายตัวไปของจักรพรรดิเฉิน
ล่มที่ 35 ตอนที่ 1029 การหายตัวไปของจักรพรรดิเฉิน
ครืน…
ท้องฟ้าที่เดิมทีกระจ่างใสถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้มในพริบตา ทั่วทั้งแคว้นเฉินถูกกักขังด้วยบรรยากาศกดดันอันเข้มข้น ท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง หยาดฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบลงมาบนหลังคาสีเขียวจนเกิดเป็นเสียงดังใส เสียงนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ คละเคล้าไปด้วยสายลมอันบ้าคลั่งที่แปรเปลี่ยนเป็นฝนกระหน่ำ ในอากาศแขวนไปด้วยม่านพิรุณ
ขณะนี้ตู้หย่วนซิ่วคิดจะไปยังตำหนักประทับของตงฟางซวี่เพื่อถามอาการจากข้าราชบริพารที่รับหน้าที่ในวันนี้ คิดไม่ถึงว่าเงาร่างกระวนกระวายร่างหนึ่งจะมาปรากฏตัวบริเวณประตูตำหนักเสียก่อน
“เหนียงเหนียง ยะ แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
ตู้หย่วนซิ่วมองไปยังขันทีน้อยที่เดินฝ่าฝนเข้ามา เพียงมองก็จำได้ “เสี่ยวหลินจื่อ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เหตุใดไม่อยู่ปรนนิบัติข้างพระวรกายฝ่าบาท?”
เสี่ยวหลินจื่อหน้าซีดหาใดเปรียบ ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน “เหนียงเหนียง ฝ่าบาท ฝ่าบาทหายตัวไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ?! ตู้หย่วนซิ่วขมวดคิ้ว “นี่เจ้า…หมายความว่าอย่างไร?”
“วันนี้บ่าวไปส่งยาให้ฝ่าบาท เมื่อเข้าไปในตำหนักประทับกลับไม่เห็นฝ่าบาท มีเพียง…มีเพียง…”
เขากล่าวอ้ำๆ อึ้งๆ คล้ายลังเลว่าจะเอ่ยปากดีหรือไม่
“รีบพูดมา!” ในใจของตู้หย่วนซิ่วเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี คิดว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่อันใดขึ้นเป็นแน่!
“มีเพียงฉลองพระองค์จักรพรรดิถูกวางอยู่บนเตียงพ่ะย่ะค่ะ…”
นี่มัน…หมายความว่าอย่างไร?
ตู้หย่วนซิ่วร่างกายโอนเอน สายตาของนางหยุดอยู่บนท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนห่าใหญ่เจือไปด้วยบรรยากาศของลางร้าย
“พาเปิ่นกงไปดู! หากเจ้ากล้าพูดโกหกแม้แต่ครึ่งคำ เปิ่นกง เปิ่นกงจะไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่!” ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความหวาดกลัวอันยากจะควบคุม เรื่องที่ตู้หย่วนซิ่วหวาดกลัวที่สุดก็คือเรื่องนี้
ในยามที่ร่างซีดเซียวปรากฏในตำหนักประทับอันว่างเปล่า ตู้หย่วนซิ่วรู้สึกราวกับหัวใจของตนตกลงสู่หุบเหวลึก
ฉลองพระองค์จักรพรรดิที่เป็นสัญลักษณ์ของทุกสิ่งทุกอย่างถูกวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย นางคล้ายจะเห็นท่าทีของตงฟางซวี่ในยามนั้นได้เลยทีเดียว แน่วแน่ เย็นชา ตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
มือของนางสั่นระริก ลูบลงไปบนฉลองพระองค์เบาๆ ริมฝีปากขาวซีดเม้มแน่น ดวงตาอดไม่ได้ที่จะแดงระเรื่อ จู่ๆ พลันเกิดความรู้สึกว่าตนสูญเสียตงฟางซวี่ไปแล้วโดยสิ้นเชิง
ควรจะกล่าวว่าแคว้นเฉินแห่งนี้สูญเสียตงฟางซวี่ไปแล้วโดยสิ้นเชิง
ตกลงฝ่าบาทเสด็จไปที่ใดกันแน่? หรือว่า…เรื่องในราชสำนักบีบบังคับพระองค์เกินไป? ทำให้พระองค์ตัดสินใจยอมแพ้? หนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ออกไปยังกรงที่ปิดกั้นความสุขทั้งหมดของพระองค์?
แต่พระองค์จะไปที่ใดกัน?
ไม่ ฝ่าบาทจะต้องไม่ทำเช่นนี้แน่ แคว้นมิอาจขาดจักรพรรดิแม้เพียงวันเดียว หากเรื่องนี้แพร่ออกไปราชสำนักจะต้องวุ่นวายแน่นอน! จิตใจประชาชนจะต้องสั่นคลอน!
ตู้หย่วนซิ่วไม่กล้าจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป นางคล้ายจะมองเห็นภาพโศกนาฏกรรมที่กำลังจะมาถึงได้เลยทีเดียว
จักรพรรดิแห่งแคว้นหนีไปแล้ว ประชาชนจะคิดอย่างไร? ขุนนางจะคิดอย่างไร?
อนาคตของแคว้นเฉิน…จะทำเช่นไร?
ตู้หย่วนซิ่วสูดหายใจลึก ในสมองปรากฏพระดำรัสของฮองเฮาในยามนั้นขึ้นมา พระนางต้องการให้ตนปกป้องฝ่าบาทให้ดี ช่วยเหลือฝ่าบาทให้ดี ปกป้องแผ่นดินแคว้นเฉินไปด้วยกัน
แต่จนถึงสุดท้าย ตนยังไม่สามารถทำได้!
ตู้หย่วนซิ่วค่อยๆ หลับตาทั้งสอง หัวใจเต้นอย่างบ้าคลั่ง กระดูกสันหลังเกิดความรู้สึกหนาวยะเยือก
ไม่! จะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ได้
“ฝ่าบาท ฝ่าบาทคงเสด็จไปได้ไม่ไกล! เร็ว เปิ่นกงจะออกจากวัง!”
ตู้หย่วนซิ่วรู้ดีว่าไม่อาจใช้กำลังของนางเพียงผู้เดียวเพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้ เรื่องกำลังดำเนินไปในทิศทางเลวร้ายที่สุด ตอนนี้สิ่งที่นางทำได้ก็คือให้คนที่เชื่อถือได้มาทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่นานนางก็คิดไปถึงเฟิ่งอวี่และหลิ่วอวิ๋นเฟิง!
พวกเขาคือพี่น้องที่ดีที่สุดของฝ่าบาท จะต้องไม่นั่งดูเฉยๆ โดยไม่ช่วยเหลือเป็นแน่! เพียงแต่น่าเสียดาย ตอนนี้แม่ทัพหลิ่วกำลังทำสงคราม หากเป็นไปได้ตู้หย่วนซิ่วไม่อยากรบกวนเฟิ่งอวี่อีกจริงๆ
เพื่อแว่นแคว้น ท่านโหวเฟิ่งจึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้ ในใจของตู้หย่วนซิ่วเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด นางคิดว่าตนผิดต่อตู้หย่วนฟางน้องสาวของตนยิ่งนัก
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว…
รถม้าคันหนึ่งหยุดอยู่หน้าประตูจวนชางติ้งโหวอย่างรวดเร็วเสียง เคาะประตูกระชั้นถี่ทำให้ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านในยื่นศีรษะออกมาด้วยความสงสัย “ดึกเพียงนี้แล้ว ผู้ใดกัน…”
คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่สะท้อนสู่ม่านสายตากลับเป็นใบหน้าสง่างามสูงศักดิ์
“เปิ่นกงต้องการพบท่านโหวเฟิ่ง!”
บรรยากาศภายในห้องโถงหนักอึ้งจนผิดปกติ พ่อบ้านชราไม่กล้าจินตนาการเลยว่าเหตุใดจู่ๆ เหนียงเหนียงจึงมาปรากฏตัวในจวนโหวดึกดื่นเพียงนี้
ไม่นานเฟิ่งอวี่ก็ถูกตู้หย่วนฟางประคองเข้ามาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นสตรีเบื้องหน้าก็คิดจะคารวะ แต่กลับถูกนางหยุดไว้ก่อน
“ท่านโหว! เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงท่านโหวที่จะช่วยเปิ่นกงได้!”
“เหนียงเหนียง ตกลง…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” สีหน้าของเฟิ่งอวี่เปลี่ยนไป “หรือว่าฝ่าบาท…”
ตู้หย่วนซิ่วส่งสายตาเป็นสัญญาณ เฟิ่งอวี่เข้าใจได้โดยพลัน “พวกเจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะหารือกับเหนียงเหนียง”
“ขอรับ!”
ไม่นานภายในห้องโถงก็เหลือเพียงสามคน บรรยากาศหนักอึ้งจนผิดปกติ
ตู้หย่วนซิ่วไม่ทราบว่าควรเริ่มพูดจากที่ใด นางขมวดคิ้วแน่น “ท่านโหว ฝ่าบาท…หายตัวไปแล้ว!”
“หายตัวไป?” เฟิ่งอวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนไปโดยพลัน เข้าใจความหมายในคำพูดของตู้หย่วนซิ่วได้ทันที “ความหมายของเหนียงเหนียงก็คือตอนนี้ฝ่าบาทไม่อยู่ในวังหรือ?”
ตู้หย่วนซิ่วพยักหน้าหนักแน่น มือกุมหน้าอกของตน ในน้ำเสียงเจือไปด้วยอาการสั่นเครืออย่างยากจะควบคุม
“วันนี้ยามข้าราชบริพารไปส่งยาที่ตำหนักก็ไม่พบฝ่าบาทแล้ว มีเพียงฉลองพระองค์จักรพรรดิที่ถูกทิ้งไว้ เปิ่นกงหาในวังรอบหนึ่งแล้ว ฝ่าบาท…”
สีหน้าของเฟิ่งอวี่เคร่งเครียดอย่างบอกไม่ถูก เขาสบตากับตู้หย่วนฟาง ในที่สุดก็เข้าใจความร้ายแรงของเรื่อง
“เปิ่นกงไม่รู้ว่าควรจะหารือกับผู้ใดแล้ว หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของฝ่าบาทจะถูกทำลาย แผ่นดินแคว้นเฉินทั้งหมดก็คงพังทลายลงด้วย…”
ดวงตาเฟิ่งอวี่เปล่งประกาย คล้ายจะคาดเดาถึงความเป็นไปได้บางอย่าง
นายท่านตระกูลสาขาเพิ่งไป ฝ่าบาทก็หายตัวไปไม่พบร่องรอย อีกทั้งก่อนหน้านี้นายท่านตระกูลสาขายังเข้าวังไปรักษาให้ฝ่าบาทด้วย!
หรือจะกล่าวว่า…ความผิดปกติที่ตนสังเกตเห็นวันนี้มิใช่การคิดไปเอง? หรือว่าฝ่าบาทสงสัยนายท่านตระกูลสาขานานแล้ว วันนี้จึงตามนายท่านตระกูลสาขาออกไปจากแคว้นเฉิน? เช่นนั้น…พวกเขาต้องกำลังเดินทางไปแคว้นเหลียนแน่นอน!
เพียงแต่น่าเสียดาย ตอนนี้เขาไม่มีวิธีติดต่อนายท่านตระกูลสาขา ฝ่าบาทหายตัวไปกะทันหันเช่นนี้เกรงว่าคงมิใช่การฉุกคิดกะทันหัน สามารถหลบหนีจากสายตาทุกคนในวังได้ แสดงว่าฝ่าบาทวางแผนลึกล้ำไว้ก่อนแล้ว!
จะอย่างไรเฟิ่งอวี่ก็คิดไม่ถึงว่าตงฟางซวี่จะกระทำการถึงขั้นนี้ เขาคิดจะไม่สนใจประชาชนใต้หล้าจริงหรือ?
“ท่านโหวเฟิ่ง เปิ่นกงควรทำเช่นไรดี? เปิ่นกง…ผิดต่อคำสั่งเสียของฮองเฮาเมื่อปีนั้นจริงๆ…”
“ท่านพี่…” ตู้หย่วนฟางกุมมือตู้หย่วนซิ่วอย่างปวดใจ “ท่านพี่อย่ากังวลไปเลย มิแน่ว่าฝ่าบาทอาจมีธุระ พรุ่งนี้อาจกลับมาก็เป็นได้? หย่วนฟางเชื่อว่าฝ่าบาทไม่ล้อเล่นกับแผ่นดินนี้แน่…”
แต่เฟิ่งอวี่กลับไม่คิดเช่นนี้
เกรงว่าฝ่าบาทในตอนนี้คงทำได้ทุกเรื่อง เขาทิ้งฉลองพระองค์จักรพรรดิไว้ในตำหนัก แสดงให้เห็นว่าเตรียมละทิ้งทุกสิ่งแล้ว เตรียมรับคำก่นด่าจากคนนับหมื่นในใต้หล้าแล้ว!
สิ่งที่ทำให้เฟิ่งอวี่กังวลยิ่งกว่าก็คือ หากหาอวิ๋นซูไม่พบ เกรงว่าคราวนี้ฝ่าบาทคงไม่กลับมาจริงๆ!
ในวังหลวงมีเสียงคัดค้านมากเพียงนั้นฝ่าบาทยังไม่สนพระทัย จิตใจที่ต้องการตามท่านหมอกลับมาแน่วแน่เพียงนั้น ตอนนี้พบนายท่านตระกูลสาขาที่เป็นเบาะแสก็รีบละทิ้งทุกอย่างออกจากวังไปด้วยพระองค์เองทันที…
เฟิ่งอวี่พยายามทำให้ตนเองใจเย็นลง ฝ่าบาทไม่ควรเลยจริงๆ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือพยายามทำให้ราชสำนักอยู่ในความสงบอย่างสุดกำลัง
“เหนียงเหนียง เรื่องนี้ยังมิได้กล่าวกับผู้ใดใช่หรือไม่?”
ตู้หย่วนซิ่วส่ายศีรษะด้วยท่าทีหนักอึ้ง “มีเพียงข้าราชบริพารไม่กี่คนที่ทราบ เปิ่นกงออกคำสั่งไปแล้ว ไม่ว่าผู้ใด หากหลุดปากจะประหารไม่ละเว้น!”
เฟิ่งอวี่ขมวดคิ้วแน่น “กระหม่อมจะรีบสั่งให้คนตามหาร่องรอยของฝ่าบาท แต่ช่วงนี้ต้องลำบากเหนียงเหนียงแล้ว…”
“ความหมายของท่านโหวคือ…”
“แว่นแคว้นมิอาจขาดจักรพรรดิได้แม้เพียงวันเดียว ช่วงที่ฝ่าบาทไม่อยู่ต้องลำบากเหนียงเหนียงอ่านฎีกาแทนฝ่าบาท ประกาศกับภายนอกว่าฝ่าบาทประชวรหนัก เรื่องการประชุมเช้าให้งดเว้นไปชั่วคราว ขอเพียงจัดการเรื่องในแคว้นได้อย่างเหมาะสม เชื่อว่าคงไม่เกิดเรื่องสาหัสจนเกินไป”
ใบหน้าของตู้หย่วนซิ่วเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย รีบส่ายศีรษะโดยพลัน “นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ที่ผ่านมาวังหลังไม่เคยยุ่งเรื่องราชสำนัก เปิ่นกงทำไม่ได้…”
“เหนียงเหนียง! เรื่องนี้นอกจากเหนียงเหนียงแล้ว ผู้อื่นก็มิอาจทำได้!”
“เปิ่นกงเป็นเพียงสตรีคนหนึ่ง จะทำได้อย่างไร…” ต่อให้ตู้หย่วนซิ่วจะงดงามเปี่ยมคุณธรรมทั้งภายนอกและภายใน แต่จะอย่างไรก็ไม่มั่นใจเรื่องจัดการงานใหญ่อย่างการดูแลแว่นแคว้น นางกลัวว่าตนจะทำลายแคว้นเฉินด้วยมือตัวเอง ข้อเสนอของเฟิ่งอวี่นางไม่กล้ารับ
เฟิ่งอวี่เข้าใจความกังวลในใจของตู้หย่วนซิ่ว พลันนั้นดวงตาของเขาเปล่งประกาย “บางทีอาจมีคนผู้หนึ่งช่วยเหนียงเหนียงได้!”
“ผู้ใด?”
“…อัครมหาเสนาบดีจี้!”
ตอนนี้จี้จิ่นกลายเป็นอัครมหาเสนาบดีที่มีเพียงชื่อของแคว้นเฉินไปนานแล้ว ตงฟางซวี่ไม่พอใจเขาจึงยึดอำนาจทั้งหมดของเขามาจนว่างเปล่า เดิมทีคิดจะเลือกผู้มีความสามารถคนอื่นมาแทน แต่ตงฟางซวี่ไม่อยากถูกผูกมัดเช่นกาลก่อนจึงปล่อยให้ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีว่างอยู่เช่นนั้น ทุกเรื่องในราชสำนักตงฟางซวี่จะจัดการด้วยตัวเอง นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ขุนนางในราชสำนักไม่พอใจตงฟางซวี่
หลายปีมานี้อัครมหาเสนาบดีจี้เสียสละทุกอย่างเพื่อแคว้นเฉิน ขุนนางล้วนเห็นอยู่ในสายตา พวกเขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดตงฟางซวี่จึงทำเช่นนี้
ระยะนี้มีคนตั้งใจไปเยี่ยมเยียนที่จวนอัครมหาเสนาบดี แต่กลับไม่มีใครได้พบจี้จิ่น มีข่าวลือว่าตอนนี้ใต้เท้าจี้ไม่อยู่ในเมืองหลวง ส่วนจะไปที่ใดก็ไม่มีผู้ใดทราบ
“แต่ว่า…”
ในดวงตาของตู้หย่วนซิ่วปรากฏความลังเล ต่อให้นางอยู่ในวังหลังก็ยังได้ยินเรื่องปมความขัดแย้งระหว่างตงฟางซวี่และอัครมหาเสนาบดีจี้ที่ยังมิอาจแก้ไขมาบ้าง นางรู้ว่าเมื่อก่อนใต้เท้าจี้เคยขอให้จักรพรรดิพระองค์ก่อนพระราชทานสมรสให้เขากับท่านหมอ แต่ภายหลัง…
ตู้หย่วนซิ่วเข้าใจดี ภายหลังฝ่าบาทห่างเหินกับอัครมหาเสนาบดีจี้ กว่าครึ่งคงมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนแรกๆ อัครมหาเสนาบดีจี้ยังวิจารณ์พระบัญชาของฝ่าบาทมากมาย นี่ยิ่งเพิ่มความร้าวฉานระหว่างขุนนางและจักรพรรดิ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวชื่ออัครมหาเสนาบดีจี้ในราชสำนักอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีขุนนางบางคนพูดแทนอัครมหาเสนาบดีจี้ แต่กลับถูกตงฟางซวี่ริบตำแหน่งขุนนางคืน
“เหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องกังวล ใต้เท้าจี้มิใช่คนใจแคบ กระหม่อมมีวิธีตามหาเขา! ท่านอัครมหาเสนาบดีจี้คุ้นเคยกับเรื่องในราชสำนักดี หากได้รับการช่วยเหลือจากเขา เชื่อว่าเหนียงเหนียงจะต้องผ่านความยากลำบากนี้ไปได้แน่นอน!”