Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1189: การยอมรับจากเซียนกระเรียน

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1189: การยอมรับจากเซียนกระเรียน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1189: การยอมรับจากเซียนกระเรียน

ตอนที่ 1189: การยอมรับจากเซียนกระเรียน

ในพื้นที่รอบนอกเขตต้องห้ามเซียนอับโชค

ลึกเข้าไปในหุบเหวอันปกคลุมด้วยหมอกหนา

“มีผู้สังหารศิษย์น้องซานหนิง!”

หนึ่งเสียงเย็นชาดังชัดถ้อย

ตู้ม!

หมอกสีดำคล้อยวน อสนีบาตฟาดคลั่ง เกิดแสงสีทองโค้งพร่างพราย

หุบเหวสั่นสะท้านรุนแรง

หากมองใกล้ ๆ จะพบว่าในหุบเหวมีสนามเต๋าโบราณตั้งอยู่หนึ่งแห่ง

กลางสนามเต๋ามีชายร่างผอมสูง กายท่อนบนไร้อาภรณ์นั่งขัดสมาธิอยู่

ผิวกายของเขาเป็นสีทองเหลือง เส้นผมกระเซิง ถูกพันธนาการด้วยตรวนทมิฬดุจนักโทษผู้ถูกทรมาน

ทว่ายามนี้ ดวงตาสีเลือดของเขากลับแผ่ซ่านด้วยจิตสังหารน่าหวาดหวั่น ตรวนทมิฬหนาแน่นทั่วกายเขาสะท้านสั่นรุนแรง

“เมื่อนานมาแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนลบหลู่ผู้พิทักษ์เช่นเรา ทว่ายามนี้กลับมีคนคลั่งสังหารศิษย์น้องซานหนิง หัวใจสามานย์ สมควรตายชดใช้ความผิดนัก!!”

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงสะเทือนสนั่นลั่น

ตรวนทมิฬที่ปกคลุมรอบกายชายหนุ่มพลันระเบิดออก

ทันใดนั้น โทสะมหาศาลก็ปะทุออกมาจากชายคนนั้น ทะยานทะลวงเมฆา ปกคลุมทั่วทศทิศ!

ยามนี้ ดูราวเทพปีศาจบรรพกาลทลายตรวนหวนคืนสู่โลกหล้า

ชายร่างสูงลุกขึ้น แขนขวายื่นออกไปไขว่คว้าบนท้องนภา

ตู้ม!

อำนาจกฎสวรรค์กลุ่มหนึ่งรวมตัว แปรเปลี่ยนเป็นม่านแสงบนฝ่ามือ

ในม่านแสงนั้น ภาพที่ซูอี้เหยียบบนร่างซานหนิงและสังหารเขาด้วยดาบสะท้อนขึ้นมา!

เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายคนเดิมก็เหมือนถูกยั่วโทสะ ดวงตาแดงฉาน ผิวสีทองเหลืองปริแตก

ลวดลายโลหิตดุจเทพมารลึกลับปรากฏขึ้น

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เหตุผลเป็นเช่นไร ข้าจะบั่นหัวเจ้าก่อน จากนั้นค่อยกระชากจิตวิญญาณของเจ้าออกมาทรมานให้ตายไปทีละน้อย!”

เสียงของชายร่างสูงแผ่วเบาดุจเสียงกระซิบเทพมาร เผยความเกลียดชังลึกล้ำ

“พี่เหวยเหิง”

ที่ทางเข้าหุบเหว ชายในอาภรณ์สีฟ้าถือคันฉ่องสำริดผู้หนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ

ร่างนั้นวูบไหวมาปรากฏตรงหน้าชายร่างสูง และกล่าวขึ้น “จากภาพที่ข้าเห็น ซานหนิงน่าจะเป็นผู้ผิดกฎชิงโจมตีผู้ขัดเกลาก่อน ซึ่งผิดบัญญัติข้อแรกของเขตต้องห้ามเซียนอับโชคนะ”

ขวับ!

ดวงตาวาวโรจน์ดุจคมดาบของชายร่างสูงนามเหวยเหิงตวัดมองคนพูด “จิ่งเฟิง ศิษย์น้องข้าซานหนิงตายแล้ว แต่เจ้า… ยังมาพูดเรื่องกฎกับข้าอีกหรือ?”

วาจานั้นดุดันมาดร้าย!

ชายชุดฟ้านามจิ่งเฟิงแปรสีหน้าเล็กน้อย และกล่าวเสียงต่ำ “ครานี้ ข้ามาก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ”

“งั้นก็ไม่ต้องมากความ ตามข้าไปฆ่ามัน!”

เหวยเหิงทิ้งประโยคนี้อย่างเย็นชาและสาวเท้ายาว ๆ จากไป

จิ่งเฟิงยิ้มอย่างขมขื่นและพึมพำ “กาลก่อนที่เราจะถูกเลือกเป็นผู้พิทักษ์ เราทั้งห้าร่วมสาบานเป็นตายด้วยกันในชาตินี้ แล้วข้าจิ่งเฟิง… จะถอยครานี้ได้หรือ…”

เขาสูดหายใจลึก ๆ และก้าวตามหลังเขาไป

…

ระหว่างเดินทาง

“พี่ใหญ่เหวยเหิง!”

ชายร่างใหญ่โตใบหน้าดุร้ายปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ

เขาพาดกระบองสำริดยาวหนึ่งจั้งไว้บนบ่า บรรยากาศรอบกายดุร้ายอหังการ

เหมิงจ้าน

หนึ่งในเหล่าผู้พิทักษ์

“ครานี้ข้าผิดต่อบัญญัติข้อแรกเพียงเพื่อล้างแค้นให้ซานหนิง เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่?”

ดวงตาของเหวยเหิงดุดันเยี่ยงอสนีบาต จ้องมองไปทางเหมิงจ้าน

เสียงของเหมิงจ้านกึกก้องชัดเจน “ข้ารู้แล้วว่าซานหนิงตาย และมาที่นี่เพื่อร่วมฆ่าศัตรูกับพี่ใหญ่ข้า!”

“ดี!”

เหวยเหิงไม่กล่าวอันใดอีก

พวกเขาล้วนเป็นพี่น้องร่วมสาบาน มิตรภาพยืนยาว มิต้องกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

“ไปแดนรกร้างพันกระแสกันก่อน เมื่อไปถึงที่ตายของซานหนิง ข้าก็จะจับปราณศัตรูมาค้นหาต่อได้”

จิ่งเฟิงรีบกล่าว

“ไป!”

ร่างของสามผู้พิทักษ์วูบไหวหายไปในอากาศธาตุ

แดนรกร้างพันกระแส

ริมฝั่งธารศิลาหลอม

ชายชราผู้หนึ่งในอาภรณ์สีเทาถือไม้เท้าไผ่กำลังมองบางอย่างอยู่หน้าหลุมแห่งหนึ่ง ใบหน้าชราวัยงอง้ำ

ขวับ!

มิติสั่นกระเพื่อม แล้วร่างของพวกเหวยเหิงก็ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ

“เฒ่าหวง ข้าว่าแล้วว่าเจ้าไม่มามิได้”

เมื่อเห็นชายชราชุดเทาถือไม้เท้าไผ่ สีหน้าเย็นชาของเหวยเหิงก็แฝงความโล่งใจ

หวงซานเจี่ย!

หนึ่งในผู้พิทักษ์ทั้งหลาย

ชายชราชุดเทายกมือทาบอกก่อนกล่าว “ซานหมิงตายแล้ว หากข้าไม่ช่วยเขาล้างแค้น ชีวิตนี้คงนอนตาไม่หลับ”

เหวยเหิงกล่าว “จับปราณของศัตรูได้หรือไม่?”

ชายชราชุดเทากล่าว “ข้าต้องรอก่อน ทั้งร่างและจิตวิญญาณของซานหนิงต่างถูกทำลายโดยอำนาจร้ายกาจ กระทั่งเถ้าธุลีก็มิเหลือ ก่อนหน้านี้ข้าคาดว่า พลังที่ศัตรูใช้น่าจะเป็น… วัฏสงสาร!”

วัฏสงสาร!!!

เหวยเหิง จิ่งเฟิง และเหมิงจ้านล้วนผงะตกใจราวกับไม่อยากเชื่อ

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็พอเข้าใจแล้วว่าไยซานหนิงจึงอดโจมตีผู้ขัดเกลาก่อนมิได้”

สีหน้าของจิ่งเฟิงดูซับซ้อน

วัฏสงสาร!

หนึ่งวิถีสูงสุดซึ่งถูกมองว่าเป็นวิถีต้องห้ามแต่โบราณกาล มีเพียงเจ้าผู้ครองภูมิมืดมิดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการบงการ

ในสายตาของผู้พิทักษ์เหล่านี้ วัฏสงสารมีความหมายพิเศษ

เพราะลือกันว่ามีเพียงมหาวิถีเยี่ยงวัฏสงสารเท่านั้นที่จะทำให้ผู้พิทักษ์เช่นพวกเขาทำลายตรวนในร่าง คืนอิสรภาพกลับมาได้!

“นี่เป็นข่าวดีสำหรับเรา หากเราสามารถได้เคล็ดเวียนวัฏสงสารมาพร้อม ๆ กับล้างแค้นให้ซานหนิง…”

ดวงตาของเหวยเหิงวาวโรจน์ “เราก็มิต้องห่วงว่าบัญญัติข้อแรกจะกลืนกินเราอีกต่อไป หรือกระทั่ง… เราอาจทำลายตรวนทิพย์ในร่าง คืนอิสรภาพ และออกจากกรงขังในเขตต้องห้ามเซียนอับโชคได้!!”

ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว ผู้พิทักษ์คนอื่น ๆ ล้วนตื่นเต้นเช่นกัน

“สิ่งสำคัญที่สุดคือหาที่อยู่ของศัตรูให้พบก่อน”

จิ่งเฟิงสูดหายใจลึก ๆ และรีบกล่าว “เฒ่าหวง เราช่วยกันใช้เคล็ดวิชาจับปราณของศัตรูเถอะ”

“ได้!”

หวงซานเจี่ยพยักหน้า

…

หมู่เมฆเคลื่อนดุจสายน้ำ ธารนทีหลั่งรินร่วงไหล

นี่คือยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง มีวิหารโบราณตั้งอยู่ ทะเลเมฆารอบข้างพลิ้วเคลื่อน ทัศนียภาพงดงามตระการ

หากไม่มาเห็นกับตา เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าเชื่อว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่อันตรายเยี่ยงเขตต้องห้ามเซียนอับโชค

พรึ่บ!

ชายผมแดงผู้หนึ่งในชุดนักพรตเต๋าปรากฏขึ้นบนยอดเขาจากอากาศธาตุ เคลื่อนกายมาสู่วิหารโบราณ

“พี่ชายร่วมวิถี เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ผู้พิทักษ์ลำดับหกซานหนิงประสบภัยหายไป และยามนี้ ผู้พิทักษ์อีกสี่คนนำโดยเหวยเหิงล้วนออกจากที่พำนักมารวมตัวกัน คาดว่ากำลังจะล้างแค้นให้ซานหนิงแล้ว”

ชายผมแดงกระซิบ

“ซานหนิงตายอย่างไร?”

เสียงทื่อ ๆ เสียงหนึ่งดังออกมาจากในวิหารโบราณ

ชายผมแดงรีบกล่าว “เขาออกจากที่พำนักโดยไร้การอนุญาต และถูกผู้ขัดเกลาผู้หนึ่งนามซูอี้สังหารในแดนรกร้างพันกระแส”

“เพราะเหตุใด?”

“ข้าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับเคล็ดเวียนวัฏสงสารขอรับ”

“วัฏสงสาร!?”

เสียงลึกล้ำจากในตำหนักโบราณเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

จากนั้น ร่างเล็กจ้อยดุจคนแคระก็เดินออกมาจากในวิหารโบราณ

เส้นผมของเขาขาวดุจหิมะ สีหน้าแววตาดูใจดี สูงเพียงสามฉื่อ ทว่ากลับมีท่วงท่าสง่างามยิ่ง

ชายชุดแดงก้มหัวลงโดยมิรู้ตัว มิกล้ามองอีกฝ่ายตรงๆ

“มิน่าเล่า ซานหนิงจึงฝ่าฝืนบัญญัติข้อแรกโดยมิลังเล…”

ชายชราร่างเล็กถอนใจเบา ๆ

“พี่ชายร่วมวิถี เป็นซานหนิงที่ฝ่าฝืนบัญญัติก่อน การถูกสังหารโดยผู้ขัดเกลานับว่าเป็นความผิดของเขานะขอรับ”

ชายชุดแดงว่า “ยามนี้ เหวยเหิงและผู้พิทักษ์ทั้งสี่เมินต่อกฎและคิดล้างแค้นให้ซานหนิง ฝ่าฝืนกฎที่ ‘ท่านมหาเทพ’ ตั้งไว้อย่างรุนแรง เจ้าว่า… เราควรกำจัดหรือไม่?”

ชายชราร่างเล็กเงียบไปชั่วครู่

หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็กล่าวด้วยแววตาละเอียดอ่อน “หยวนมู่ เราเองก็เป็นผู้คุมกฎนะ”

ชายชุดแดงนามหยวนมู่ขมวดคิ้ว “พี่ชายร่วมวิถีหมายความเช่นไร?”

ชายชราร่างเล็กกล่าวยิ้ม ๆ “ข้าหมายความว่า เมื่อเจ้าควรทำตามกฎ เจ้าก็ทำตามกฎ และยามต้องทำตามหัวใจ ก็ทำตามหัวใจเสีย”

กล่าวเช่นนี้ แล้วเขาก็หันหลังกลับเข้าไปในวิหารโบราณ “หยวนมู่ หากเรื่องนี้ถูกจัดการอย่างเหมาะสม ก็เรียกได้ว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งสำหรับข้าและเจ้า แต่ยามนี้ เรารออีกสักหน่อยเถิด”

ทว่าหาได้กล้าสรุปไม่

“ทำตามใจ? ทำตามกฎ? เรื่องดี? รอไปก่อน?”

หยวนมู่เงียบงันไปเนิ่นนาน

…

ซากสถานโลหิตทมิฬ

บน ‘เส้นทางปลอดภัย’ อันเป็นตำหนิบนแผนที่หนังสัตว์ พื้นที่รอบนอกแห่งเขตต้องห้ามเซียนอับโชค

ท้องนภาของที่นี่ปกคลุมด้วยเมฆดำหนาดุจตะกั่ว โลกหล้าเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง

ในซากเหล่านั้นมีคราบเลือดดำทมิฬซึ่งแห้งเหือดไปแล้วให้พบเห็นได้ทุกที่

บรรยากาศพร่ำพิรุณ อากาศโดยรอบล้วนหดหู่และกดดัน

ลึกเข้าไปในซากปรักหักพังมีซากวิหารเต๋าแห่งหนึ่ง

ภายในวิหารเต๋ามีหนึ่งโคมไฟแขวนอยู่เดียวดาย สาดแสงสลัวมัว

หยาดพิรุณพร่างพรมเยี่ยงสายลูกปัดบนขื่อหลังคา ส่งเสียงเปาะแปะหนาหู

กระเรียนสีขาวพิสุทธิ์ตัวหนึ่งนั่งตรงหน้าวิหารเต๋าอันผุพัง

มันนั่งขัดสมาธิราวผู้ฝึกตนมนุษย์ เส้นขนกระจ่างเยี่ยงหยก ดวงตาลึกล้ำทอประกายเยี่ยงมายา

“หากมิใช่เพราะกฎภูมิดาราฟ้าดินเสียหายย่อยยับ ด้วยความสามารถและคุณสมบัติของเจ้า คงก้าวสู่วิถีสู่สวรรค์ได้แสนนานแล้ว”

เซียนกระเรียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นกระจ่างชัด “แต่ก็ยังมาสายไป เจ้าได้รับการยอมรับจากข้า และภายหน้าเมื่อเข้าสู่แดนลี้ลับดึกดำบรรพ์ เจ้าจะได้สัมผัสพลังต้นกำเนิดจักรวาลอันเข้มข้นของภูมิดาราฟ้าดิน มิเป็นการยากหากจะบรรลุขึ้นเป็นราชันแห่งภูมิที่นั่นได้”

จักรพรรดิมารสวรรค์ในอาภรณ์แดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก

ดวงตาพร่างดาวของนางทอประกาย ริมฝีปากแดงดุจกุหลาบแย้มยิ้มยินดีขณะคำนับ “ขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับความเมตตา!”

คราแรกที่นางเข้าสู่เขตต้องห้ามเซียนอับโชค นางก็ถูกเคลื่อนมายังซากสถานโลหิตทมิฬแห่งนี้ และจากนั้นจึงได้พบใต้เท้า ‘เซียนกระเรียน’ ผู้อ้างตนเป็นผู้พิทักษ์ และได้เรียนรู้ความลับเกี่ยวกับผู้ขัดเกลาและแดนลี้ลับดึกดำบรรพ์

นอกจากนั้น เพียงการพานพบครั้งแรก ได้พูดคุยสักครู่ นางก็ได้รับการยอมรับจาก ‘เซียนกระเรียน’ แล้ว!

ทุกอย่างนี้ช่างราบรื่น

ราบรื่นเสียจนปรมาจารย์แห่งวิถีมารเยี่ยงจักรพรรดิมารสวรรค์อดรู้สึกเกินจริงเยี่ยงความฝันมิได้!

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก นี่คือชะตา ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความสามารถและฝีมือของเจ้ายอดเยี่ยมมาก ข้ามิถือหากจะช่วยเจ้า ให้โอกาสเข้าสู่แดนลี้ลับดึกดำบรรพ์”

น้ำเสียงของเซียนกระเรียนอ่อนโยน ดวงตาที่มองมายังจักรพรรดิมารสวรรค์แฝงเค้าความชื่นชม

ในขณะที่จักรพรรดิมารสวรรค์กำลังจะเอ่ยถึงบางอย่าง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนึ่งก็ดังแว่วมาในม่านพิรุณหนาทึบ

………………………………

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1189: การยอมรับจากเซียนกระเรียน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024
61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.