Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1379: ยอดคนบรรจบชุมนุม

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1379: ยอดคนบรรจบชุมนุม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1379: ยอดคนบรรจบชุมนุม

………………..

ตอนที่ 1379: ยอดคนบรรจบชุมนุม

ชาติที่หกเงียบไปอีกหน

นับแต่ซูอี้เอ่ยปาก เขาก็ต้องเงียบไปไม่รู้กี่หน

เขาดูพูดไม่ออกราวกับถูกโจมตีจิตใจหนแล้วหนเล่าจนเริ่มสงสัยเกี่ยวกับชีวิตของตนเองขึ้นมา…

ซูอี้ถอนหายใจยาวและกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทรงพลังเพียงไรยามมีชีวิต แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอดีต และยามนี้เจ้าก็เป็นเพียงพลังมหาวิถีที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น”

“ข้าในขอบเขตเดียวกัน ก้าวข้ามวิถีเต๋าดั้งเดิมของเจ้าไปแสนไกลได้ และในภายหน้าข้าก็จะก้าวข้ามจุดสูงสุดในชีวิตของเจ้าไปเช่นกัน”

“เจ้าควรจะดีใจเรื่องนี้นะ เพราะถึงอย่างไร เจ้ากับข้าก็เป็นหนึ่งบุคคล อดีตชาติปัจจุบันชาติหาแตกต่างไม่”

กล่าวจบ ซูอี้ก็กำลังจะออกจากห้วงความนึกคิด

ทว่ายามนั้น ชาติที่หกซึ่งเงียบมาตลอดพลันเสสรวลพร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า “ไฉนต้องมากความนักเล่า? มิใช่เพราะเจ้าในยามนี้อ่อนแอเกินไป! กลัวว่าข้าจะพยายามโจมตีหัวใจข้าเพื่อลบล้างความหมกมุ่นของข้าหรือกระไร?”

ซูอี้เลิกคิ้วน้อย ๆ

ชาติที่หกกล่าวขึ้นโดยมิรีรอให้เขาพูด “กล้าสู้กันหรือไม่?”

ซูอี้ถาม “สู้เช่นไร?”

น้ำเสียงของชาติที่หกฟังดูหนักแน่นและสุขุม “ภายหน้า ข้าจะให้เจ้าหลอมรวมพลังกรรมวิถีของข้าโดยไม่ขัดขืน!”

ซูอี้ครุ่นคิด ก่อนจะเข้าใจทันที “เจ้าอยากใช้ความทรงจำและเจตจำนงก่อนตายของเจ้ามาสร้างอิทธิพลครอบงำจิตใจของข้า เพื่อให้ข้ากลายเป็นเจ้าอีกคนสินะ?”

“ถูกต้อง!”

ชาติที่หกกล่าว “เจ้าจะมองข้าเป็นมารหัวใจก็ได้ และหากจิตใจของเจ้าถูกความทรงจำและเจตจำนงของข้าแทงทะลุ เจ้าก็จะสูญเสียตัวตนและกลายเป็นข้าไปในที่สุด ซึ่งหมายความว่าข้าชนะ”

“แต่หากหัวใจวิถีของเจ้ายังมั่นคงจนหลอมรวมอำนาจกรรมวิถีของข้าอย่างสมบูรณ์และใช้เพื่อตัวเจ้าเอง มิถูกข้าส่งอิทธิพลครอบงำ งั้นเจ้าก็ชนะ”

วาจาของเขาตรงไปตรงมา กระชับ เปิดเผยและหยิ่งทะนง!

ซูอี้เสสรวล

“เจ้าถนัดหรือ?” ชาติที่หกผงะไป

ซูอี้กล่าวอย่างสบายอารมณ์ “ข้ารวมตัวกับกรรมวิถีมาแล้วสองชาติ ไม่ได้ถูกความรู้สึกใดรัดพัน หัวใจมิสับสน และมิได้รับผลกระทบใด ๆ จวบยามนี้”

หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย ดวงตาของเขาก็เป็นประกายอย่างคาดหวัง “ข้าออกจะหวังให้พลังวิถีของเจ้าแข็งแกร่งพอด้วยซ้ำ ข้าจะได้ใช้มันเพื่อขัดเกลาตนได้ ยิ่งอันตรายยิ่งดี!”

ชาติที่หกอดหัวเราะมิได้ “ตอนที่ข้ายังมีชีวิต ข้าก็คาดหวังเช่นนั้นแหละ เกลียดสวรรค์ไร้จำกัด ชังแดนดินไร้เหนี่ยวรั้ง! ทั่วโลกหล้ายากหาผู้ใดเป็นศัตรูเทียบเคียง”

หากสรวงสวรรค์จำกัด ก็ลากสวรรค์ให้จมลง

หากผืนปฐพีเหนี่ยวรั้ง ก็ยกแดนดินขึ้น!

นี่คือวาจาที่กล่าวว่า ‘เกลียดสวรรค์ไร้จำกัด ชังแดนดินไร้เหนี่ยวรั้ง’

เมื่อซูอี้ได้ยินเช่นนี้ เขาก็กล่าวว่า “งั้นเมื่อยามนั้นมาถึง เราจะสู้กัน!”

“ตกลงตามนั้น!”

ชาติที่หกเต็มไปด้วยความคาดหวัง วาจาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ยามนี้ข้าฟื้นสติขึ้นมาบ้างแล้ว หากไร้อุบัติเหตุใด ข้าก็รอเพียงโอกาสออกจากที่นี่เท่านั้น!”

“ยามนั้นขึ้นกับว่าเจ้าหรือข้าผู้ใดจะชนะเท่านั้น!”

ซูอี้จ้องมองตรวนเส้นที่หกในห้วงความนึกคิดอย่างลึกล้ำ

…

ร่างของซูอี้ทอดกายอยู่บนเก้าอี้หวายอย่างเงียบงันอยู่ภายในห้องพัก

ชาติที่หกคนนี้เป็นตัวตนอันตรายยิ่ง เขาเย่อหยิ่งโอหัง ถือตัวและกระทั่งบ้าคลั่ง

สภาพจิตใจของตัวตนเช่นนี้ย่อมทรงพลังและดื้อดึงกว่าที่เขาคาดคิด ขอเพียงคิดจะทำการใด เขาจะไม่มีทางยอมถอยแม้แต่น้อย!

“นี่… มิใช่สิ่งที่ข้ารอคอยที่สุดหรอกหรือ?”

ครู่ต่อมา ซูอี้ก็แย้มยิ้ม

ข้าจัดการเรื่องของข้าเพื่อเป็นตนเอง!

…

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

ยามเย็นของสี่วันถัดมา มีเสียงเคาะดังขึ้นที่ประตู

ซูอี้ผู้กำลังขัดเกลากรรมวิถีของตนได้ยินแล้วก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยืนขึ้นทันที

“มีอันใดหรือ?”

เมื่อเปิดประตู เขาก็พบว่าหลวงจีนคงจ้าวยืนรออยู่

“ออกไปดูสิ ด้านนอกภูเขาจันทร์กระจ่างมีคนมาออเป็นทะเลแล้ว ไม่อาจทราบได้เลยว่ามียอดฝีมือจากกลุ่มเต๋าโบราณมารออยู่เนิ่นนานเพียงไร”

หลวงจีนคงจ้าวกล่าวรัวเร็ว

ซูอี้ผงะไป จากนั้นก็จำได้ทันทีว่ารับปากช่วยปลดคำสาปให้ยอดฝีมือจากกลุ่มเต๋าโบราณไว้

และพรุ่งนี้คือวันที่ตกลงกัน!

“บรรพชนของข้าบอกว่ายามนี้มีกลุ่มเต๋าโบราณมาทั้งสิ้นสิบหกแห่ง และวิญญาณอาสัญพวกนั้นรวมกันก็หลายพันตน!”

หลวงจีนคงจ้าวกล่าวอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย “ในหมู่พวกเขา นอกจากตัวตนขอบเขตรวมวิถีลงไปก็มีผู้อาวุโสในขอบเขตจุติมงคลอีกหลายคนด้วย!”

ซูอี้กล่าวพร้อมกับยิ้มบาง “เรื่องนี้มีอันใดให้กังวลกัน? พวกเขามาขอความช่วยเหลือจากข้า หามาป่วนปั่นกันไม่”

หลวงจีนคงจ้าวส่ายหน้าพลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “บรรพชนของข้าบอกว่าเรื่องนี้มีผู้รู้เห็นมากเกินไป จนเกิดเป็นเสียงเล่าลือสนั่นโลกา ตัดความเป็นไปได้ว่าจะมีผู้ฉวยโอกาสมาก่อเรื่องราวมิได้หรอก!”

ซูอี้กล่าวอย่างกระตือรือร้น “จริงหรือ?”

หลวงจีนคงจ้าวผงะ “เจ้า… ไยจึงดูยินดีกัน?”

ซูอี้กล่าวว่า “ข้ากังวลอยู่ว่าจะไม่มีหินลับดาบมาทดสอบความแข็งแกร่งของข้า ย่อมหวังว่าจะมีผู้มาก่อกวนอยู่แล้ว”

หลวงจีนคงจ้าว “…”

เมื่อเห็นร่างของเขาหายลับไปในราตรี ซูอี้ก็เข้าห้องไปทั้งรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

…

รุ่งสางถัดมา

ด้านนอกภูเขาจันทร์กระจ่างอัดแน่นไปด้วยผู้ฝึกตนทั่วภูเขาไปหมด เสียงของผู้คนดังเซ็งแซ่

“ในที่สุดก็ถึงวันนี้”

หลีจงรำพึง

เขาพาวิญญาณอาสัญมาหลายร้อยตน แต่ละคนล้วนเป็นผู้ใต้บัญชาของม่อชิงโฉวทั้งสิ้น

และจากสายตาของหลีจง ในบริเวณภูเขาจันทร์กระจ่างนี้มียอดฝีมือจากกลุ่มเต๋าโบราณมาแออัดกันอยู่หมื่นกว่าตน

สัตว์ประหลาดเฒ่าเช่นเขามีให้เห็นเต็มไปหมด

ทุกผู้ล้วนดูคาดหวัง

ในฐานะวิญญาณอาสัญ ใครบ้างจะมิโหยหาการปลดคำสาปออกจากร่าง หวนคืนร่างวิถีและฝึกฝนคืนวิถี?

“จอมภูตมู่หลิง มารดาบสกุลหวง บุตรเมฆาสกุลเยียน เจ้าเฒ่าพวกนี้มาออกันที่นี่หมด…”

หลีจงรู้จักผู้เฒ่าเหล่านี้บางคน พวกเขาล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต

ไม่นานนัก หลีจงก็ขมวดคิ้ว

ก่อนหน้านี้มีขุมกำลังโบราณสิบสี่แห่งที่เสนอตนช่วยเหลือซูอี้ค้นหาที่อยู่ของช่างเสื้อ

ทว่ายอดฝีมือโบราณที่อยู่ภายในบริเวณภูเขาจันทร์กระจ่างมีมากกว่าสิบสี่แห่งนี้เสียอีก!

“ดูเหมือนสถานการณ์วันนี้น่าจะพลิกผันมากพอดู”

ดวงตาของหลีจงวูบไหวด้วยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

ต้องทราบว่าความแข็งแกร่งปัจจุบันของซูอี้ กลุ่มเต๋าโบราณทั่วโลกหล้าแทบมิกล้าลงมือบุ่มบ่าม

ทว่าด้วยเหตุนี้ หากมีผู้ใดกล้ามาหาเรื่อง พวกเขาต้องเตรียมตัวมาดีและไม่กลัวที่จะประกาศสงครามกับซูอี้!

หลีจงคิดในใจ

ทันใดนั้น ไกลออกไปก็มีเสียงอื้ออึง

“ออกมาแล้ว!”

“นั่นคือทัศนาจารย์ผู้ควบคุมสังสารวัฏหรือ? อ่อนเยาว์จริง ๆ เยาว์วัยยิ่งนัก!”

ในแดนดินใกล้เคียง ทุกผู้หยุดสนทนา ดวงตากวาดมองไปทางภูเขาจันทร์กระจ่างอย่างพร้อมเพรียงกัน

และพบว่าภายใต้แสงจากนภา กลุ่มคนกำลังเดินออกมาจากภูเขาจันทร์กระจ่าง

ผู้นำเป็นชายหนุ่มรูปงามร่างสูงในอาภรณ์สีเขียว กิริยาผ่อนคลายสุขุมสูงส่ง

เขาคือซูอี้!

และนอกจากซูอี้ ก็มีเซียนดาบชิงซื่อ ดาบพุทธะสรรพสุญตาและอารักษ์บัญชีตามมา

เมื่อพวกเขาปรากฏกาย ก็กลายเป็นจุดสนใจโดยพลัน!

เสียงอื้ออึงทั่วฟ้าดินเองก็เงียบสงัดลง

ไม่ว่าจะเป็นซูอี้ เซียนดาบชิงซื่อหรือดาบพุทธะสรรพสุญตา พวกเขาล้วนสงบสุขุมเมื่อเผชิญกับสายตาของผู้คน

มีเพียงอารักษ์บัญชีที่อ้าปากค้างและตัวแข็งเกร็ง

ขุมกำลังโบราณมากกว่าสิบแห่ง!

วิญญาณอาสัญจุติสรวงนับพัน!

คนทั่วไปย่อมมิอาจสงบใจกับภาพเช่นนี้ได้

“ทำให้ทุกท่านรอแล้ว”

ซูอี้กุมกำปั้นคำนับและกล่าวด้วยน้ำเสียงกระจ่างชัด

หลีจงคำนับและกล่าวขึ้นทันที “สหายเต๋าซูมิต้องเกรงใจ สหายผู้ฝึกตนทั้งหลายที่นี่ล้วนจะได้รับชีวิตใหม่ เรื่องรอยากเย็นอันใด?”

ทุกผู้ในบริเวณล้วนแย้มยิ้มและพยักหน้า

ซูอี้มิชอบเรื่องมากพิธี จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้กับเซียนดาบชิงซื่อที่อยู่ข้างกาย

แล้วเซียนดาบชิงซื่อก็สะบัดแขนเสื้อทันที

ตู้ม!

หนึ่งปราณดาบขีดเส้นลงบนพื้นตรงหน้า

“โปรดอย่าแตกแถว พวกท่านจงรออยู่ด้านหลังรอยดาบนี้”

เซียนดาบชิงซื่อกล่าวอย่างสุขุม น้ำเสียงของเขาสะท้อนทั่วฟ้าดินดุจวจีดาบ “หากมีผู้ใดกล้าก่อเรื่อง อย่าหาว่าดาบของข้าผู้นี้ไร้ปรานี”

ทันทีที่วาจาถูกเปล่งออกไป หัวใจของคนทุกผู้ก็หนาวยะเยือก

เซียนดาบชิงซื่อ!

หนึ่งในนักดาบสูงสุดในขอบเขตจุติมงคลแห่งโบราณกาลซึ่งครั้งหนึ่งเป็นผู้ครอบครองดาบเลิศจักรวาล เกียรติภูมิยิ่งใหญ่สูงส่ง ใครเล่าจะมิรู้จัก?

“พี่มู่ เจ้ามาก่อนเลย”

เซียนดาบชิงซื่อมองไปยังบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตจุติมงคลยืนอยู่หกคน พวกเขาล้วนมีปราณแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงมิยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

พวกเขาคือจอมภูตมู่หลิง มารดาบสกุลหวง บุตรเมฆาสกุลเยียนและคนอื่น ๆ ที่หลีจงจำหน้าได้ก่อนหน้านี้

และสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้ก็คือสหายเก่าของเซียนดาบชิงซื่อ

ขณะเดียวกัน ดาบพุทธะสรรพสุญตาก็กล่าวขึ้นว่า “สหายเต๋าหลีจง พวกเจ้าเข้าแถวรอต่อเลย”

“ได้!”

หลีจงตอบรับทันที

เมื่อเห็นเช่นนี้ กลุ่มเต๋าโบราณอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ล้วนไร้ผู้ใดโต้แย้ง

ก็แค่เรียงแถว ขอเพียงทำลายคำสาปในร่างได้ ใครเล่าต้องสนเรื่องนี้?

“คารวะสหายเต๋าซู”

จอมภูตมู่หลิงและพวกมารดาบสกุลหวงก้าวเข้ามาคารวะซูอี้อย่างสุภาพ หามีผู้ใดเสียมารยาทไม่

ซูอี้พยักหน้าน้อย ๆ “เรื่องวันนี้ยุ่งยาก ข้าจะมิพูดกับพวกท่านนานกว่านี้นะ”

“ย่อมเป็นตามนั้น”

พวกจอมภูตมู่หลิงพยักหน้า

จากนั้นซูอี้ก็กำจัดคำสาปในร่างของสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหกตนทันที

ภายใต้ความสนใจของทุกผู้ พวกเขาเห็นชัดเจนว่าคำสาปบนร่างสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้ถูกซูอี้ลบทิ้งอย่างราบรื่น

ภาพนั้นทำให้หลายคนดวงตาร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัว เฝ้ารอให้ถึงตาตนมากขึ้นทุกที

ตัวตนอาวุโสบางผู้กระทั่งทอดถอนใจ คำสาปที่จองจำคนเหล่านี้ได้ทรงพลังร้ายแรงเพียงไร กระทั่งวิญญาณอาสัญวิถีเซียนยังมิอาจสลัดหลุด!

ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับซูอี้ผู้ถือครองอำนาจวัฏสงสาร มันกลับถูกปลดเปลื้องได้อย่างง่ายดาย!

เทียบกันแล้ว ใครเล่าจะอดมิทอดถอนใจไหว?

“ขอบคุณสหายเต๋าซู ขอบคุณสหายเต๋าซู!”

จอมภูตมู่หลิงรู้สึกตื่นเต้นจนกล่าววาจาไม่เป็นศัพท์ พวกเขาแต่ละคนรู้สึกยินดีเสียจนเสียกิริยา

ไม่มีผู้ใดหัวเราะขำ ทว่ากลับรู้สึกสะเทือนใจเหลือเกิน

กลายเป็นเพียงวิญญาณอาสัญ คนก็มิใช่ ผีก็มิเชิง ถูกคำสาปจองจำ ความทรมานเช่นนี้เป็นเช่นสัตว์ร้ายในกรง มิอาจฟื้นคืนวิถีได้!

สิ่งนี้ทำให้ผู้คนมิกล้าคาดเดาเลยว่าหากไร้ซูอี้ผู้ควบคุมวัฏสงสาร สถานการณ์ของพวกเขา… จะสิ้นหวังเพียงใด!

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1379: ยอดคนบรรจบชุมนุม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
06/07/2026
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
16/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.