บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2039 ดาบของซูสิงเค่อ
บทที่ 2039 ดาบของซูสิงเค่อ
เนี่ยหมอ!
เจ้าของศีรษะนั้นเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งจาก ‘เขตหวงห้ามยอดหญิงงาม’ และเป็นบริวารผู้หนึ่งของเจ้าครองเขตหวงห้าม ธิดาเทพกูเยี่ย!
เมื่อเห็นศีรษะของเนี่ยหมอลอยอยู่บนผิวธาร จะไม่ให้จือเป่ย ฮวงจ่านคงและปี้หนูไม่ตกใจได้เช่นไร?
ซูอี้เองก็ประหลาดใจเช่นกัน
ทันใดนั้น เสียงแหบต่ำหนึ่งเสียงพลันดังขึ้นอย่างเฉยชาเยี่ยงคมดาบ
“ไม่ว่าผู้ใดกล้าลงมือ ข้าจะสะบั้นหัวคนผู้นั้น”
พร้อมกันนั้น ชายในชุดสีน้ำเงินผู้หนึ่งได้ปรากฏกายขึ้น
เรือนผมยาวของเขาถักเป็นเปีย ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์ สูงตระหง่านเช่นต้นสน มีฝักดาบสีดำสะพายอยู่บนหลัง
ฝักดาบนี้ว่างเปล่า ไม่มีดาบเสียบไว้
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ซูอี้จำอีกฝ่ายได้ในทันที
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ชายชุดน้ำเงินผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน ณ เมืองสะพานมาศ
ณ ยามนั้น ชายชุดน้ำเงินจำเขาได้อย่างชัดเจนว่าเป็นร่างเวียนวัฏของหลี่ฝูโหยว และมาหาเขาเช่นกัน แต่เมื่อพบหน้า อีกฝ่ายกลับหันหลังจรจาก ทิ้งวาจาไว้เพียงว่ายามชายหนุ่มเป็นหลี่ฝูโหยว อีกฝ่ายจะมาหาอีกครั้ง
และยามนี้ เขามาแล้ว!!!
เปิดตัวด้วยการโยนศีรษะสะบั้นหัวหนึ่งลงมา ทำให้คนทุกผู้ตกตะลึง!
ยิ่งกว่านั้น ด้วยเพราะหลอมรวมอำนาจกรรมวิถีของหลี่ฝูโหยว ซูอี้จึงเข้าใจตัวตนของอีกฝ่าย และพอเดาได้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมาที่นี่
“ซูสิงเค่อ! ข้าไม่คาดเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่!”
สีหน้าของจือเป่ยคล้ำเครียด แววตาเปี่ยมความหวาดกลัว
ก่อนหน้านี้ เขาตั้งใจจะจัดการกับซูอี้ แต่เมื่อชายคนนี้ปรากฏขึ้นในตอนนี้ อำนาจที่แผ่ออกจากร่างของเจ้าตัวพลันทวีความเข้มข้นขึ้น
“ข้ามิคาดคิดเลยว่าหายนะแห่งยุคสมัยจะไม่อาจลบล้างเจ้าได้”
น้ำเสียงออดอ้อนของปี้หนูแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
จากนั้นฮวงจ่านคงก็กล่าวขึ้นขณะก้มมองศีรษะเปื้อนเลือดของเนี่ยหมอ “หากเจ้าฆ่าผู้ใต้บัญชาของธิดาเทพกูเยี่ยเช่นนี้ ไม่กลัวถูกไล่ล่าหรือไร?”
เห็นได้ชัดว่าเขาก็หวาดเกรงต่อชายชุดสีน้ำเงินผู้มีนามว่าซูสิงเค่อไม่ต่างจากจือเป่ยกับปี้หนู!
“ไล่ล่าก็ไล่ล่า เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ?”
ซูสิงเค่อกล่าวอย่างเฉยชา “ข้าจะบอกพวกเจ้าก็ได้ว่า ยามข้ามาถึง ข้าก็ได้พบกับคนจากเกาะกำราบมารและบรรพตนพเคราะห์เช่นกัน พวกเขารู้ดีมากและยอมทิ้งภารกิจนี้เพื่อเอารอดชีวิต”
หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย เจ้าตัวก็กล่าวต่อ “มีแค่เนี่ยหมอที่กล้า อยากเห็นว่าดาบข้าจะยังคมอยู่หรือไม่ ข้าจึงสะบั้นหัวเขาเสีย”
ชั่วขณะนั้น ทุกผู้ดูสับสน
เกาะกำราบมารและบรรพตนพเคราะห์ก็เป็นเขตหวงห้ามบนธารสายยาวแห่งยุคสมัยเช่นกัน เรียกรวมกับเขตหวงห้ามยอดหญิงงาม ป่วนบรรพกาล ฝังเมฆา สาปสวรรค์ วิถีแห่งบรรพเทวาและ ‘เขตหวงห้ามรวนสวรรค์’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครสาบสูญได้เป็นแปดเขตหวงห้ามเหนือธารสายยาวแห่งยุคสมัย!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้เจาะจงมุ่งมาหาซูอี้ก่อนหน้านี้ก็มาจากเกาะกำราบมาร บรรพตนพเคราะห์ และเขตหวงห้ามยอดหญิงงามเช่นกัน ทว่าเดินทางมายังไม่ทันถึง ซูสิงเค่อก็ขัดขวางไว้เสียก่อน!
“แล้วยามนี้ เจ้าจะเลือกเช่นไร?”
ซูสิงเค่อนั้นเยือกเย็น ทว่าท่าทางของเขากลับแสนทรงอำนาจเฉียบขาด
แม้ฝักดาบเบื้องหลังจะว่างเปล่า แต่ตัวคนกลับเหมือนดาบเทพอันไร้เทียมทานที่ซุกซ่อนอยู่ในกล่องฝัก ขอเพียงชักออกมาก็ไร้ผู้ใดต้านทานได้
ฮวงจ่านคงก้าวขึ้นบนเวหา ร่างสูงใหญ่กำยำอาบไล้ด้วยแสงทอง ทะยานร่างขึ้นในฉับพลัน
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “ว่ากันว่าวิถีดาบของเจ้าซูสิงเค่อนั้นเลิศล้ำ ขอข้าประจักษ์สักหน่อยได้หรือไม่?”
ซูสิงเค่อกล่าว “ตัดสินเป็นตายหรือ?”
ดวงตาของฮวงจ่านคงวูบไหว “แค่อยากประจักษ์เท่านั้น”
ซูสิงเค่อเหลือบมองฮวงจ่านคง มีทีท่าอยากกล่าวบางอย่าง
ทว่าซูอี้ผู้มองอยู่เงียบๆ พลันกล่าวขึ้น “ข้าก็อยากเห็นเช่นกัน”
ซูสิงเค่อพลันเงียบไป
ครู่ต่อมา เขาก็ตบฝักดาบที่หลังแล้วกล่าวขึ้นว่า “มิได้ชี้วัดเป็นตาย ก็ไร้ความจำเป็นต้องเคลื่อนศาสตรา ในเมื่อเจ้าอยากเห็น ข้าก็รับปาก”
ว่าแล้ว เขาก็กล่าวกับฮวงจ่านคง “เจ้าโจมตีข้าอย่างสุดกำลังเสีย”
ฮวงจ่านคงสูดหายใจลึกๆ แล้วดวงตาของเขาก็วาวโรจน์อย่างน่าสะพรึงกลัว “ขอบคุณที่ชี้แนะ!”
ตู้ม!
ร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวปรากฏลวดลายวิถีเพลิงทิพย์หนาแน่น แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นบัญญัติซัดประหนึ่งกระแสวารี
บริเวณรอบข้างพลันปกคลุมด้วยเพลิงแสงไร้สิ้นสุด
น่านน้ำในยามนั้นประหนึ่งมีดวงตะวันอันยิ่งใหญ่ผุดขึ้นมา เพลิงแสงจ้าไร้ประมาณ ผิวน้ำใกล้เคียงระเหยหาย บังเกิดหมอกวารีพวยพุ่งหนาทึบ
ดวงตาคนทุกผู้หรี่ลง
ทั้งจือเป่ยและปี้หนูต่างถอยห่างออกไป
ทั้งสองล้วนเห็นได้ว่าฮวงจ่านคง ณ ยามนี้กำลังทุ่มเทสุดกำลัง ไม่อำพรางฝีมือส่วนใด!
และซูอี้ก็ตัดสินได้ในใจทันที……
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ฮวงจ่านคงผู้นี้มีอำนาจต่อสู้ที่เทียบเท่ากับเทพชั้นกลางในขอบเขตรังสรรค์สุดขั้ว เขาถือครองกฎโบราณเพลิงเทวาอันไม่ใช่ของยุคสมัยนี้ แม้นี่จะเป็นร่างอวตารอันก่อจากจิตวิญญาณ ก็ยังทรงพลัง
หากร่างจริงหลอมรวมกับอวตารวิญญาณร่างนี้ เขาจะแข็งแกร่งกว่าที่เห็นในตอนนี้แน่นอน
การตัดสินนี้มาจากประสบการณ์และความรู้ของหลี่ฝูโหยว ซึ่งได้แปรเปลี่ยนเป็นสัญชาตญาณของซูอี้อย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ความจำเป็นต้องครุ่นคิด
และยามนี้ ฮวงจ่านคงก็เริ่มลงมือแล้ว!
ตู้ม!
ทันทีที่ย่างเท้า เพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่พลุ่งพล่านอยู่บนร่างฮวงจ่านคงก็แปรเปลี่ยนเป็นมีดศึก ฟาดฟันเข้ามาอย่างดุเดือด
เป็นการออกมีดอันแสนเรียบง่าย แค่ฟันลงมาเท่านั้น
ทว่าเมื่อมีดเล่มนี้ฟันลงมา ฟ้าดินก็ดูจะแปรเป็นเตาหลอม เพลิงทิพย์ลุกโชนแผดเผาท้องนภา และท่ามกลางปราณมีดอันยิ่งใหญ่ พลันปรากฏนิมิตตระการอัศจรรย์ของฝูงกาสีทองโบยบินจากต้นหม่อนฝูซาง ระเบิดพายุเพลิงกวาดไกลไปทั่วโลกหล้า!
ก่อนหน้านี้ ซูอี้ไม่อาจเข้าใจอำนาจและเคล็ดวิชาอันอยู่ในขอบเขตเทพเช่นนี้ได้
ทว่ายามนี้ เขาแตกต่างออกไปแล้ว เมื่อเห็นมีดนี้ ชายหนุ่มก็สามารถตัดสินหลายเรื่องในใจได้อย่างแม่นยำ และเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งคาดการณ์ว่าหากยามนี้ผู้เผชิญกับมีดดังกล่าวเป็นตน เขาต้องใช้อำนาจดาบเก้าคุมขังเท่านั้นจึงมีโอกาสรับไว้ได้
หาไม่ เขาจะได้รับความเสียหายหนัก!
เมื่อตัดสินได้ หัวใจของชายหนุ่มพลันเกิดความรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย
นับแต่เขาอยู่ในระดับแกนรวมศูนย์ ชายหนุ่มก็ประหารเทพได้แล้ว
การฝึกฝนของเขาในเวลานี้ได้มาถึงระดับสุดลึกล้ำขั้นสมบูรณ์แล้ว
ทว่าหากต้องเผชิญอวตารถอดจิตของเทพชั้นกลางอย่างฮวงจ่านคง ความห่างชั้นก็ยังมิอาจสานเชื่อม!
เหตุผลหลักนั้นเป็นเพราะความต่างระหว่างขอบเขตของทั้งสองมากมายเหลือเกิน
ความคิดเหล่านี้วูบไหวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะทันรู้ตัว ความสนใจของเขาก็เบนไปทางซูสิงเค่อแล้ว
เมื่อเผชิญกับมีดของฮวงจ่านคงอันกล่าวได้ว่าเป็นไม้ตาย สีหน้าของชายรูปงามคนนั้นกลับนิ่งสงบเยี่ยงศิลา ไร้การแปรเปลี่ยนทางอารมณ์
ร่างของเจ้าตัวยังไม่แม้จะขยับไหวสักนิด
เขาทำเพียงยกมือขวาขึ้น วาดผ่านสรรพสิ่งลงมาเยี่ยงดาบ
ตู้ม!
เพลิงทิพย์อันลุกโชนทั่วทั้งฟ้าดินพลันดับมอดไป
นิมิตฝูงกาสีทองกระพือปีกโบยบินข้ามนภาถูกฉีกกระชากสลายหายพร้อมเสียงเลื่อนลั่นสนั่นโลกา
สรรพสิ่งล้วนถูกกลบรัศมี
สารพัดเพลิงแสงหายลับจากโลกหล้าเยี่ยงตะวันลับฟ้า
พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของฮวงจ่านคงกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงเหมือนถูกบรรพตศักดิ์สิทธิ์อัดกระแทก ปรากฏรอยร้าวชวนสะพรึงขึ้นหนึ่งรอย
เป็นแผลดาบ!
ลากเฉียงลงจากบ่าเป็นแนวยาว
แทบฟันร่างของเขาแทบขาดเป็นสอง!
เปรี้ยง!
ร่างของเขาร่วงลงบนผิวสมุทร คลื่นสะท้อนสู่นภา
จือเป่ยกับปี้หนูเบิกตากว้าง มือเท้าเย็นยะเยือก
ฮวงจ่านคงแพ้พ่าย
พ่ายในดาบเดียว!
และยังแทบสิ้นสลาย!!
ฝีมือที่ซูสิงเค่อสำแดงตั้งแต่ต้นจนจบนั้นแสนธรรมดา เหมือนการตวัดดาบส่งๆ
“รู้สึกเช่นไร?”
ซูสิงเค่อหันมองซูอี้อย่างสุขุม
ซูอี้ครุ่นคิด “เทียบกับยามเจ้าสมบูรณ์พร้อม ดาบนี้ดูหม่นรัศมีไปนิด”
หม่นรัศมี?
Novel PDF
ทั้งจือเป่ยและปี้หนูต่างรู้สึกถึงความน่าขันแห่งชีวิต
ชายหนุ่มขอบเขตมหาศาลผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาวิจารณ์ว่าดาบของซูสิงเค่อไม่ถึงขั้น? แล้วฮวงจ่านคงผู้สะบักสะบอมจากดาบนี้เล่าจะอับอายเพียงไร?
แต่ใครเล่าจะคิดว่าซูสิงเค่อจะพยักหน้า “มันย่ำแย่มิเท่าก่อนจริงแท้ แต่ในเมื่อไม่ได้จะฆ่าฟัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
ซูอี้กล่าวยิ้มๆ “มิใช่เพียงพอ มันเกินพอเลยต่างหาก!”
ไกลออกไป ร่างของฮวงจ่านคงทะยานออกจากวารี
ตัวตนลึกลับผู้สังหารยอดฝีมือนับพันหมื่น ทรมานสองเทพยามเสสรวลสนทนา ณ ยามนี้กำลังทุลักทุเล ทั้งความพรั่นพรึง ตื่นตะลึงและชื่นชมในใจ
“หากนายของข้ารู้ว่าเจ้ายังมีชีวิต เกรงว่าคงไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เป็นแน่”
ว่าแล้ว ฮวงจ่านคงก็หันหลังจรจากโดยมิเหลียวคืน
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง จือเป่ยพลันกล่าวว่า “อีกไม่นาน วิถีแห่งบรรพเทวาจะหวนปรากฏ เพียงท่านลำพัง ข้าเกรงว่าคงมิอาจพิทักษ์สหายเต๋าซูผู้นี้ได้”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย เขาก็กล่าวกับซูอี้ว่า “หากสหายเต๋าซูต้องการ เขตหวงห้ามป่วนบรรพกาลของเราจะคุ้มครองสหายเต๋าแน่นอน ขอตัวก่อน!”
ว่าแล้ว เขาก็หันหลังจากไป
ซูสิงเค่อมองภาพนี้อย่างเฉยชา ไม่ได้ออกมาหยุดยั้ง
และขณะนี้ ปี้หนูก็กล่าวกับซูอี้ด้วยแววตาเคร่งขรึม “สหายเต๋าซู ไม่ว่าจะเชื่อข้าหรือไม่ แต่เขตหวงห้ามฝังเมฆาของเราอยากร่วมมือกับเจ้าอย่างบริสุทธิ์ใจ คนเช่นข้า ไม่ว่าจะเล่าความหรือกระทำสิ่งใดมักสื่อชัดเจน ในภายหน้า สหายเต๋าจะได้ประสบความจริงใจของเราเขตหวงห้ามฝังเมฆา”
ว่าแล้ว ร่างของนางก็วูบไหว กลายเป็นพิรุณแสงพร่างพรายละล่องจาก
“เจ้าคิดว่าพวกเขาจริงใจหรือไม่?”
ซูอี้ถาม
ซูสิงเค่อตอบ “ในเมื่อเจ้ามีคุณค่า พวกเขาก็จะเผยความจริงใจออกมา”
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าว “ก็จริง”
ชายหนุ่มรูปงามกล่าวกับซูอี้ว่า “ยามความแข็งแกร่งไม่เท่าเทียม ความจริงใจของพวกเขาก็พร้อมเปลี่ยนเป็นมุ่งร้ายได้ทุกเมื่อ”
“เจ้าน่าจะสัมผัสได้ว่าก่อนข้ามา แม้คนเหล่านี้จะให้เกียรติเจ้ามาก แต่ลึกๆ แล้วพวกเขาหามองเจ้าเป็นผู้เสมอเทียบไม่ มิเช่นนั้น มีหรือพวกเขาจะเชื้อเชิญเจ้าเป็นแขกโดยมองข้ามความเห็นของเจ้า?”
ซูอี้พยักหน้า “กล่าวได้ถูกต้อง”
จือเป่ย ฮวงจ่านคง และปี้หนูต่างทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และไม่ถือเขาเป็นตัวตนเท่าเทียมลึกๆ ในใจ
จึงคาดคิดได้ว่าหากตอบตกลงรับคำเชิญพวกเขาจริงๆ นายเบื้องหลังพวกเขาแต่ละคนอาจไม่สนใจไยดีเขาเลยก็เป็นได้!
ไม่ว่าพวกเขาจะให้เกียรติเพียงไหน แต่ก็เป็นเช่นวาทะของซูสิงเค่อ หากปฏิเสธไม่ร่วมมือ ความจริงใจนี้ก็พร้อมเปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายได้ทุกเมื่อ!
สรุปสั้นๆ เพียงหนึ่งวาจา ‘หากฝีมือไม่ถึงขั้น อย่าได้พูดถึงความยุติธรรมเสมอภาค!’
“ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะฆ่าคนจากเขตหวงห้ามด้วย”
ซูอี้มองศีรษะของเนี่ยหมอซึ่งลอยผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในสายธาร
ดวงตาของซูสิงเค่อดูซับซ้อนเล็กน้อย “เหอปั๋วเคยกล่าวไว้ ผู้ใดกล้าขัดขวางให้สะบั้นเสีย ไม่ว่าจะเกิดอันใด เขาจะแบกรับไว้เอง ในเมื่อเขาลั่นวาจาเช่นนี้ ข้าก็ย่อมไม่เกรงใจ”
เหอปั๋ว!
ทันใดนั้น ภาพของชายชราอันร้ายกาจผู้หนึ่งพลันปรากฏขึ้นในใจของซูอี้