บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2040 หอคอยพิบัติโบราณ
บทที่ 2040 หอคอยพิบัติโบราณ
เหอปั๋ว
สัตว์ประหลาดส่วนใหญ่ในโลกหล้าซึ่งกระจัดกระจายในท้องนทีจะถูกถือเป็น ‘เหอปั๋ว’ และได้รับการตั้งศาลประดิษฐ์รูปสลักให้บูชา
ขณะที่ในธารสายยาวแห่งยุคสมัย นามของ ‘เหอปั๋ว’ นั้นสื่อถึงเจ้าเฒ่าปริศนาผู้หนึ่ง
และยังเป็นสมญานามเพื่อเจ้าเฒ่าผู้นี้คนเดียว
สาเหตุที่เหอปั๋วลึกลับนั้นก็เพราะเขาเปรียบดั่ง ‘เทพแม่น้ำ’ ประจำธารสายยาวแห่งยุคสมัยนี้ เฝ้ามองการแปรเปลี่ยนของธารแห่งยุคสมัยมาตลอด
ท้ายที่สุดแล้ว ไร้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาแข็งแกร่งเพียงไร
ทวยเทพส่วนใหญ่ในโลกหล้ากระทั่งไม่รู้ถึงการมีอยู่ของ ‘เหอปั๋ว’ ด้วยซ้ำไป!
จึงคาดเดาได้ว่าเจ้าเฒ่าผู้นี้ลึกลับเพียงไร
ยามหลี่ฝูโหยวสัญจรในธารสายยาวแห่งยุคสมัยเป็นครั้งแรก เขาเคยสร้างสัมพันธ์ไว้กับเหอปั๋ว
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ยามนั้น เจ้าเฒ่าผู้นี้กำลังนั่งมองสตรีผ่านไปมาในตรอกแห่งหนึ่งด้วยสีหน้าวิตถาร ออกปากวิจารณ์เป็นครั้งคราวเช่น ‘นางผู้นี้บั้นท้ายใหญ่ ช่างเจริญพันธุ์ดีแท้’
‘นางผู้นี้โครงร่างแข็งแรง สมบูรณ์เสียจริง’ ……
ว่าเช่นนี้พลางเลียปากกลืนน้ำลาย มิต้องกล่าวก็รู้ว่ามันดูบ้ากามเพียงไร
จนกระทั่งเมื่อเห็นหลี่ฝูโหยว เจ้าเฒ่านี่ก็คว้าแขนเสื้อของเขาร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น
วาจานั้นยกตัวอย่างเช่น ‘วัฏสงสารแห่งวิถีสวรรค์ ในที่สุดข้าก็พบกับเจ้า!’
‘ข้าก็คิดว่าสวรรค์ลิขิตปิดบัญชีกันแล้ว แต่เมื่อเจ้ามาถึง ทุกสิ่งก็จะต่างออกไป!’
‘เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารอคอยเจ้ามานานเพียงไร?’
……สรุปก็คือ ท่าทีลามกเสียสติยามแรกพบของเหอปั๋วสร้างความประทับใจอันแสนลึกล้ำต่อหลี่ฝูโหยวจนถีบเจ้าเฒ่าวิตถารที่เกาะแกะเขาอยู่จนปลิวไปทันที
จนภายหลัง หลี่ฝูโหยวจึงได้ทราบว่าเจ้าเฒ่าผู้นี้เป็นคนประหลาดผู้ลึกลับสูงสุดในธารสายยาวแห่งยุคสมัย และดูจะรู้ทุกสิ่ง ณ ที่แห่งนี้
และต้องทราบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ความเข้าใจต่อธารสายยาวแห่งยุคสมัยของโลกหล้านั้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง!
น่าเสียดาย ตอนที่เขารู้ว่าหลี่ฝูโหยวไม่ได้ถือครองวัฏสงสาร เหอปั๋วนั้นแสนผิดหวัง ท้ายที่สุดก็ทิ้งวาจาไว้เพียงว่า ยามหลี่ฝูโหยวถือครองวัฏสงสารและมายังธารสายยาวแห่งยุคสมัย เขาจะบอกความลับยิ่งใหญ่บางอย่างให้
“เจ้าเฒ่านั่นยังอยู่หรือ?”
ขณะครุ่นคิด เขาก็เอ่ยถามแล้ว
ซูสิงเค่อกล่าว “เขาจะมิตกตาย เว้นเสียแต่ธารทั้งสายจะแห้งเหือด”
“ยามนี้เขาอยู่หนใด?”
ซูอี้ในยามนี้รวมเป็นหนึ่งกับกรรมวิถีของหลี่ฝูโหยว เขาย่อมอยากพบกับเหอปั๋วอีกครั้ง
และหากคาดการณ์ไม่ผิด เหตุผลที่ซูสิงเค่อมาหาตนก็ต้องเกี่ยวข้องกับเหอปั๋ว
“หมื่นสามพันปีก่อน เขาไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งที่ข้าไม่รู้จัก แต่ไม่นานมานี้ จู่ๆ เขาก็ส่งสารแจ้งข้าว่าเจ้ามายังธารสายยาวแห่งยุคสมัยแล้ว และให้ข้ามาหาเจ้า”
“อย่างมากก็ครึ่งปี เขาจะหวนกลับมา”
ซูอี้ถูหว่างคิ้ว “ได้ ข้ารอไหว”
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปที่หนึ่ง”
“ที่ใด?”
“ในอดีตชาติของเจ้า เดิมทีเหอปั๋วอยากพาเจ้าไปยัง ‘หอคอยพิบัติโบราณ’ แต่เจ้าไม่ได้ครอบครองวัฏสงสาร จึงมิได้ไปที่นั่น และยามนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว”
“ได้!”
ซูสิงเค่อและซูอี้ออกเดินทางทันที
หลังจากทั้งสองออกเดินทางไม่นาน เงาร่างสีแดงเพลิงร่างหนึ่งพลันปรากฏจากอากาศธาตุ
เส้นผมยาวขาวโพลนเยี่ยงหิมะพัดพลิ้ว รูปลักษณ์ผอมเพรียวอรชร ท่าทางไร้เทียมทาน และเมื่อสายตาคู่นั้นจ้องมองมา ก็ให้ความรู้สึกกดดันประหนึ่งถูกสวรรค์จับตา
นางคือลั่วเสวียนจี!
นางยกมือขึ้น
ศีรษะชุ่มเลือดของเนี่ยหมอซึ่งละล่องเหนือสายธารลอยขึ้นมาสู่มือนาง
“ช่างเป็นดาบอันว่องไว ลูกหมาป่าที่เหอปั๋วรับเลี้ยงเมื่อกาลก่อน ยามนี้วิถีเต๋ามาถึงขั้นนี้แล้วหรือ?”
ลั่วเสวียนจีทอดถอนใจ
นามเหอปั๋ว มีหรือนางจะไม่รู้จัก?
และนางก็คาดเดาชาติกำเนิดของซูสิงเค่อได้นานแล้ว
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเมื่อวัฏสงสารปรากฏ พวกเจ้าเฒ่าตามเขตหวงห้ามต่างๆ ล้วนไม่อาจอยู่เฉย และหากคาดเดาไม่ผิด อีกไม่นานเหอปั๋วก็จะปรากฏตัว”
“ข้าไม่ทราบแค่เพียงโลกเทพจะมีปฏิกิริยาเช่นไร บางที… อาจคาดเดาไว้ได้แล้วกระมังว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้บนธารสายยาวแห่งยุคสมัย”
“โชคดีที่ข้าปลดพันธนาการได้ก่อนใคร จึงเห็นได้ว่ามรสุมยิ่งใหญ่เช่นไรจะเกิดขึ้น”
ขณะครุ่นคิดเช่นนี้ ลั่วเสวียนจีก็โยนศีรษะนั้นทิ้ง ก่อนจะละล่องจรจาก
……
วันถัดมา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ในน่านน้ำอันดำมืดเยือกเย็นแห่งหนึ่ง ท้องนภาเต็มไปด้วยรอยแยกมิติเวลาน้อยใหญ่ แม้จะไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ มันก็ยังคงให้บรรยากาศหดหู่กดดัน
“นี่คือหอคอยพิบัติโบราณหรือ?”
ซูอี้เห็นหอคอยหลังหนึ่งตั้งอยู่ไกลๆ
ไม่อาจทราบได้ว่าหอคอยนี้สูงเพียงไหน ทว่าเพียงส่วนเดียวที่มันเผยออกมาก็เป็นประหนึ่งบรรพตใหญ่สูงเทียมฟ้า และในบริเวณใกล้เคียงส่วนยอดก็มีรอยแยกมิติเวลาอยู่เต็มไปหมด
“ใช่”
ซูสิงเค่อพยักหน้า “ที่มาของหอคอยนี้ มีเพียงเหอปั๋วที่รู้ ข้ารู้เพียงว่าใต้หอคอยนี้มีคุกอยู่แห่งหนึ่งซึ่งจองจำเทพโบราณอันน่าเกรงขามยิ่งไว้ พวกเขาไม่อาจถูกสังหารได้ แม้กระทั่งหายนะแห่งยุคสมัยก็ยังไม่อาจลบล้างพวกเขาได้หมด”
“หากไม่ใช่เพราะหอคอยนี้ เทพโบราณพวกนั้นคงเป็นจุดจบแห่งโลกหล้าไปเนิ่นนานแล้ว”
“เทพโบราณ?”
ซูอี้ผงะไป สมญานามนี้คลุมเครือมาก
“ธารสายยาวแห่งยุคสมัยไหลผ่านทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ประกอบด้วยการเกิดและแปรเปลี่ยนอารยธรรมยุคแล้วสมัยเล่า ในสายนทีมีกาลเวลาไหลรินเป็นคลื่น และทวยเทพอันกล่าวได้ว่า ‘โบราณ’ นั้นก็มาจากอารยธรรมยุคสมัยซึ่งเลือนหายจากธารสายยาวแห่งยุคสมัยไปเนิ่นนาน”
“อารยธรรมยุคสมัยที่สูญหายเหล่านี้สิ้นสลายไปเนิ่นนาน ไม่มีอยู่ในปัจจุบันกาล ปรากฏขึ้นเพียงในอดีต”
“และอารยธรรมยุคสมัยเหล่านั้นก็ยังคงกระจัดกระจาย ณ ยุคสมัยนี้ทั่วธารสายยาวแห่งยุคสมัย”
“ยามหนึ่งอารยธรรมยุคสมัยปรากฏขึ้น มันจะชักนำมาสู่ยุครุ่งเรืองที่สุด และโอกาสในการบรรลุเทพก็จะบังเกิดขึ้น จนกระทั่งหายนะแห่งยุคสมัยเคลื่อนคล้อยผ่าน มันก็หมายความว่าอารยธรรมยุคสมัยนั้นจะเสื่อมถอย บังเกิดเป็นอารยธรรมยุคสมัยใหม่ขึ้นมา”
“ก่อเกิด รุ่งเรือง เสื่อมสลาย นี่คือวัฏจักรของอารยธรรมยุคสมัยเปรียบเช่นเกิดแก่เจ็บตาย”
“วิธีตัดสินการแปรเปลี่ยนอารยธรรมยุคสมัยนั้นมีสองปัจจัยหลัก”
“เมื่อโอกาสในการบรรลุเทพปรากฏขึ้น มันก็หมายความว่าอารยธรรมยุคสมัยนั้นมาถึงจุดสูงสุด และเมื่อหายนะแห่งยุคสมัยบังเกิดขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรุ่งเรืองและเสื่อมสลาย มุ่งไปสู่ความพินาศ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซูสิงเค่อก็หยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อว่า “อารยธรรมยุคสมัยส่วนใหญ่ในโลกหล้าต่างกำเนิด รุ่งเรืองและถดถอย และยามพวกมันหายสิ้นไป พวกมันก็จะมีอยู่เพียงใน ‘อดีต’ เท่านั้น”
“นี่คือขอบเขตระหว่าง ‘อดีต’ และ ‘ปัจจุบัน’ อันไม่จีรัง แต่แปรเปลี่ยนไปตามการผันผวนของธารสายยาวแห่งยุคสมัย ตามการแปรผันของอารยธรรมยุคสมัยต่างๆ”
“การเปลี่ยนแปลงนั้นกินระยะเวลายาวนานยิ่ง เทียบกับการบังเกิดและสิ้นสลายของหนึ่งอารยธรรมยุคสมัย ชีวิตของสรรพสิ่งทั่วโลกาช่างเล็กจ้อยมิสำคัญ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูอี้ก็เข้าใจทันที
เทพโบราณผู้ถูกคุมขังในคุกใต้ดินของหอคอยโบราณนี้ล้วนแต่เป็นตัวตนผู้เหลือรอดจากอารยธรรมยุคสมัยซึ่งสูญสิ้นไปเนิ่นนานแห่งอดีต
เพียงเรื่องนี้อย่างเดียวก็คาดเดาได้แล้วว่าเทพโบราณเหล่านี้น่าสะพรึงกลัวเพียงไร!
และก็เห็นได้เช่นกันว่าหอคอยพิบัติโบราณนี้ลึกลับเพียงไร
“หากแบ่งตามช่วงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แดนเซียนที่ข้าจากมาเพิ่งปรากฏโอกาสในการบรรลุเทพ ไม่ได้หมายความว่าอารยธรรมยุคสมัยยามนี้กำลังขึ้นสู่จุดสูงสุดหรือ?”
ซูอี้กล่าวอย่างครุ่นคำนึง
ซูสิงเค่อพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “จุดสุดขั้วของสรรพสิ่งล้วนตาลปัตร ความรุ่งเรืองจะเสื่อมถอย ซึ่งหมายความว่าจากนี้ไป แดนเซียนจะค่อยๆ ขยับเข้าสู่ความเสื่อมโทรม จนเมื่อหายนะแห่งยุคสมัยบังเกิด ก็จะตายไปอย่างสมบูรณ์”
ยุคเซียนสัประยุทธ์!
นี่คืออารยธรรมยุคสมัยอันกำลังพัฒนาอยู่ ณ ขณะนี้
โลกหล้ามีอารยธรรมยุคสมัยมากมาย แต่พวกมันก็ค่อยๆ เสื่อมถอย ขณะที่ยุคเซียนสัประยุทธ์กำลังเข้าสู่จุดสูงสุดในยามนี้!
แม้ภายหน้ามันจะค่อยๆ เสื่อมถอยสลายไป นั่นก็จะเป็นเรื่องในอนาคตอันแสนยาวนาน
ซูอี้ถาม “ในโลกหล้านี้ ไร้อารยธรรมยุคสมัยใดอยู่ยืนยงเลยหรือ?”
“มีสิ”
คู่เนตรเฉยชาของซูสิงเค่อเผยเค้าอารมณ์อันหาได้ยาก “ในอดีตมียุควิญญาณยุทธ์อยู่! อารยธรรมของยุคสมัยนี้อยู่ในอารักขาของตัวตนสูงสุดผู้หนึ่ง และแม้จะประสบหายนะแห่งยุคสมัย มันก็ไม่ได้ตกตาย แต่ถูกตัวตนสูงสุดผู้นั้นซุกซ่อนไว้จากโลกหล้า!”
“นี่เปรียบได้กับการฝ่ากฎเหล็กแห่งการแปรเปลี่ยนยุคสมัย เทพไท้หรือพุทธองค์ ก็ไม่อาจเทียบ!”
หลังจากพูดประโยคสุดท้ายจบ ดวงตาของเขาก็ดูคลั่งไคล้เล็กน้อย
หัวใจของซูอี้สะท้าน นึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมา……
เทพมารหลิน!
ผู้อาวุโสที่เป็นบิดาของหลินจิ่งหง!!
นับแต่ตอนที่อยู่ในแดนเซียน ซูอี้เคยได้รับรู้ความลับต้องห้ามบางอย่างเกี่ยวกับยุควิญญาณยุทธ์ และได้พบกับตราวัฏสงสารที่เทพมารหลินทิ้งไว้บนหลักเขตแดนมิติเวลา และประสบพบกับร่างจิตของอีกฝ่าย!
และยามนั้นเองที่ชายหนุ่มได้รับตราวัฏสงสารที่สมบูรณ์มา
Novel PDF
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ตัวตนสูงสุด’ จากปากซูสิงเค่อในยามนี้ ชายหนุ่มก็ตัดสินได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังกล่าวถึงเทพมารหลินแห่งยุควิญญาณยุทธ์!
‘นั่นสินะ ในเมื่อเทพมารหลินทำได้ ข้าในภายหน้าก็ย่อมทำได้ ไม่ต้องห่วงว่ายุคเซียนสัประยุทธ์จะเสื่อมสลาย’
ซูอี้กล่าวในใจ
“เหอปั๋วเชิญเจ้ามาก็เพราะมันมีสิ่งที่เจ้าต้องการแฝงอยู่ ณ ยอดหอคอยพิบัติโบราณนี้ และอยู่ปกป้องหอคอยนี่มาแสนเนิ่นนานเพื่อรอคอยการมาถึงของผู้ครองวัฏสงสาร”
“แต่ก่อนเจ้าจะเข้าไป ข้าอยากเตือนเจ้าก่อนว่าส่วนที่เผยเหนือน้ำของหอคอยนี้แบ่งออกเป็นเก้าชั้น แต่ละชั้นมีเทพโบราณกระจายอยู่ ต่อให้ผู้มาเยือนจะเป็นเทพก็ฆ่าพวกเขาไม่ตาย มีเพียงวัฏสงสารเท่านั้นที่จะประหารพวกเขาได้”
“เทพโบราณเหล่านั้นล้วนแต่เป็นตัวตนยิ่งใหญ่ในขอบเขตเทพยามมีชีวิต และแม้ยามนี้พวกเขาจะเป็นเทพพิบัติ ก็ยังเป็นภัยถึงชีวิตต่อเทพขอบเขตสรรค์สร้างได้อยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของซูอี้พลันดูประหลาดพิกล “นี่เป็นบททดสอบสำหรับข้าหรือ?”
“ตามที่เหอปั๋วพูด นี่คือบททดสอบอำนาจวัฏสงสารในมือเจ้า หากไม่อาจไปจนถึงชั้นเก้า ก็มิอาจนำสิ่งที่อยู่บนชั้นเก้าไปได้”
“เจ้าต้องระวังตัวหน่อย หอคอยพิบัติโบราณนี้ใช้อำนาจใดนอกจากวิถีเต๋าของตนไม่ได้ และข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าเจ้าจะกลับออกมา ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น เจ้าใส่ใจเพียงธุระของตนก็พอ”
ม่านตาของซูอี้หดตัวลงเล็กน้อย “ยามข้าเข้าไปในหอคอยพิบัติโบราณ จะเกิดอุบัติเหตุใดขึ้นหรือ?”