บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2045 กระดานหมากอี้เทียน
บทที่ 2045 กระดานหมากอี้เทียน
ซูอี้เลิกคิ้วเล็กน้อย
ผิดคาดนัก ชายในอาภรณ์ขนนก ณ ชั้นแปดไม่ใช่เทพพิบัติอย่างเห็นได้ชัด!
“ท่านรอข้าอยู่หรือ?”
ซูอี้เอ่ยถาม
ชายในอาภรณ์ขนนกลูบใบหน้าของตน “แน่นอน ข้ารออยู่ที่นี่มานาน… นานแสนนานแล้ว นานเสียจนข้าเกือบลืมวันลืมปีไปเสียสนิท”
“มารอข้าเพื่อการใดหรือ?”
“เล่นหมาก”
ชายในอาภรณ์ขนนกกล่าวพลางชี้กระดานหมากตรงหน้าเขา “มาสิ เล่นกับข้าสักตา ไม่ว่าเจ้าจะชนะหรือไม่ ข้าก็ปล่อยผ่านได้”
ชายหนุ่มเดินมาหาและนั่งลงบนพื้นทันที
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ชายในอาภรณ์ขนนกกล่าวด้วยแววตาเย้าหยอก “เจ้าหาเข้าใจสถานการณ์ไม่ มารับปากเล่นกับข้าเช่นนี้ ไม่กลัวเป็นกับดักหรือไร?”
ซูอี้กล่าวเสียงเนิบนาบ “หากมิกลัวความตาย เจ้าก็ลองดูได้”
ชายในอาภรณ์ขนนกยกมือขึ้นคล้ายหมายจะตบอีกฝ่าย เจ้าคนผู้ยังไม่อาจฟื้นความทรงจำในห่วงโซ่วัฏสงสารโดยสมบูรณ์ กลับกล้าขู่เขาซึ่งหน้าเลยหรือ?
ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตาลึกล้ำเยือกเย็นของซูอี้ หัตถ์อันเงื้อขึ้นก็พลันชะงัก ด้วยนึกถึงภาพอันไม่น่าดูบางอย่าง ก่อนตัวคนจะกระอักไอแห้งๆ ออกมา “มาๆๆ ลงหมากเถิด”
เขาชี้กระดานหมากตรงหน้า “นี่คือกระดานหมากอี้เทียน ไร้กฎและตัวหมากใดให้เล่น ราวหนึ่งฮุ่นตุ้นโกลาหล ทว่าแท้จริงกลับแฝงปริศนาไร้สิ้นสุด”
“ยามเล่นกัน เจ้าเพียงแค่แทรกจิตสัมผัสลงไป ก็จะสัมผัสปริศนาในกระดานได้แล้ว”
กล่าวถึงตรงนี้ ชายในอาภรณ์ขนนกพลันเงยหน้ามองอีกฝ่าย “ในกระดานหมากนี้มีกระดานหมากอยู่อีกหนึ่งตัว หากเอาชนะไม่ได้ก็อย่าฝืน และไม่ว่าเจ้าจะชนะหรือแพ้ ข้าก็จะปล่อยเจ้าไป”
ซูอี้ครุ่นคิดก่อนจะกล่าวว่า “ฟังดูเหมือนหมากกระดานนี้จะผิดปกตินะ”
ชายในอาภรณ์ขนนกกล่าวอย่างเคร่งขรึมด้วยแววตาซับซ้อน “มันไม่เพียงผิดปกติ แต่ยังเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วย ไม่มีผู้ใดในโลกหล้าเผชิญหน้ากับมันได้อีกแล้วนอกจากเจ้า”
ซูอี้เลิกคิ้วพลางกล่าวว่า “กระทั่งเทพสวรรค์พุทธะต่างๆ ก็มิได้หรือ?”
ชายในอาภรณ์ขนนกแค่นยิ้ม “พวกนั้นน่ะไก่อ่อน!”
ซูอี้ “……”
ความดูแคลนที่ชายคนนั้นแสดงออกมานั้นไม่ใช่การจงใจเสแสร้ง จึงกล่าวได้ว่าเป็นความดูแคลนอันมาจากใจ……เป็นธรรมชาติ!
สิ่งนี้ทำให้ซูอี้อดประหลาดใจมิได้ ชายผู้นี้น่าจะเป็นตัวตนเช่นไร จึงกล้ามิสนใจเทพอรหันต์ในสายตา?
ชายในอาภรณ์ขนนกกล่าวเร่งว่า “เร็วเข้า หลังเล่นตานี้จบ ข้าจะบรรลุภารกิจ และจากนี้ไป ข้าก็จะได้ออกจากสถานที่บ้าๆ นี่เสียที”
ซูอี้ “……”
ในที่สุดเขาก็ตัดสินได้ว่าชายในอาภรณ์ขนนกผู้นี้มิใช่เทพพิบัติ และดูจะรอคอยการมาถึงของตนมาเนิ่นนานจริงๆ
ช่างน่าเคลือบแคลงยิ่ง
“ใครให้เจ้ามารอที่นี่กัน?”
ซูอี้กล่าว
“เล่นก่อนสักตาสิ!” ชายในอาภรณ์ขนนกเร่งว่า “หลังจากเล่นตานี้จบ เจ้าไม่ต้องให้ข้ากล่าวอันใดก็เข้าใจได้เอง”
หัวใจของซูอี้สั่นสะท้าน หรือจะเป็นฝีมืออดีตชาติสักชาติของเขา?
ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ไร้ความลังเล ละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านและส่งจิตสัมผัสเข้าไปในกระดานหมาก
ตู้ม!
ชั่วพริบตานั้น อำนาจมหาวิถีอันปั่นป่วนและยิ่งใหญ่นับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นในใจเขา ราวหมื่นวิถีครอบสวรรค์ล้วนปรากฏโฉมตรงหน้า
ลึกลับ
โอฬาร
ซับซ้อน!
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่องรอยแห่งมหาวิถีนับไม่ถ้วนก็เกี่ยวพันกัน สร้างกระดานหมากมโหฬารปกคลุมแดนดินนภาสรวง ร่องรอยมหาวิถีมากมายกระจายทั่ว
ชั่วขณะนั้น ซูอี้อดสะท้านสะเทือนในใจมิได้
ทั่วหล้านภาสรวงถูกสร้างขึ้นเป็นกระดานหมากรึ!?
ช่างยิ่งใหญ่อันใดเช่นนี้!!
แทบจะพร้อมกันนั้น เสี้ยวความเข้าใจหนึ่งพลันแล่นเข้าสู่หัวใจของซูอี้……
ข้าเล่นวางหมาก บุกทะลวงหาทางรอดด้วยมหาวิถีที่แสวงหา!
หากไม่อาจทะลวงผ่านก็หมายถึงความล้มเหลว
หากเอาชนะได้ เขาก็ออกจากศึกประชันหมากตานี้ได้!
และยามรับรู้ ซูอี้ก็ประสบกับแรงกดดันพุ่งปะทะใบหน้า
การเอาชนะในการประชันหมากอันสร้างจากวิถีฟ้าด้วยวิถีตน นี่คือการใช้ตนเพียงลำพังเผชิญหน้ากับหมื่นวิถีแห่งสวรรค์!
ทว่าทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเร่งเร้าอันเกินสะกดกลั้นก็พวยพุ่งขึ้นมาในใจของซูอี้
ความท้าทายนี้กระตุ้นจิตต่อสู้ของเขาขึ้นมา!
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“งั้นก็ลองดู!”
ชายหนุ่มไร้ความลังเล จากนั้นเขาก็ลงมือทันที
ตู้ม!
เมื่อจิตสัมผัสของเขากวาดเข้าไปสู่กระดานหมาก ทันใดนั้นทั้งกระดานหมากพลันแปรเปลี่ยน หมื่นวิถีแห่งสวรรค์เริ่มขยับเคลื่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงลึกลับซับซ้อนเกินคณานับ
และจิตสัมผัสของซูอี้ก็แทบปราชัยในพริบตา
อันที่จริง การหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของหมื่นวิถีแห่งสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่เกินไป ประหนึ่งเคล็ดพลังมหาวิถีอันแปรเปลี่ยนตลอดเวลา
หากอยากใช้วิถีตนสยบสารพัดเคล็ดพลังมหาวิถีอันแปรเปลี่ยนไม่รู้จบเหล่านี้จริงๆ ก็ย่อมมิอาจหาทางชนะได้!
ไม่นานนัก ซูอี้พลันสงบใจลง หัวใจนิ่งงัน เริ่มมองตาหมากอันร้ายกาจนี้โดยไม่รีบร้อนลงมือ
กาลเวลาผ่านไป
สิบวันเต็มผ่านมา
จิตสัมผัสของซูอี้พลันขยับเคลื่อน อนุมานถึงอำนาจมหาวิถีในมือเขาแล้วเริ่มเอาชนะศึกประชันหมากนี้!
……
โถงชั้นแปดนั้นเงียบงัน
ชายในอาภรณ์ขนนกนั่งนิ่ง จับจ้องซูอี้ผู้นิ่งงันเยี่ยงรูปปั้นดินเหนียวตรงหน้ากระดานหมาก แววตาแปรเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
สิบวันผันผ่าน ซูอี้ยังคงไม่ขยับตัวแม้สักครั้ง
ชายในอาภรณ์ขนนกมิได้รีบร้อนเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก
เขารออยู่ที่นี่มาเนิ่นนานนัก นานเสียจนยามมาเยือนหอคอยพิบัติโบราณแห่งนี้ครั้งแรก ตัวตนระดับจอมเทพมากมายในโลกเทพยังไม่ได้เป็นเทพกันด้วยซ้ำ!
ยามนี้ รอคอยเพียงสิบวัน ไฉนเขาต้องรีบเร่ง?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการประชันหมากในวันนี้สำคัญยิ่ง!
สำคัญเสียจนความแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่เกินคาดเดาต่อยุคสมัยปัจจุบันได้!
“กาลก่อน หลี่ฝูโหยวไม่อาจควบคุมวัฏสงสารได้ จึงมิอาจเข้ามาในหอคอยพิบัติโบราณ เป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ ด้วยหัวใจแห่งดาบและความสำเร็จวิถีดาบของหลี่ฝูโหยว ณ ยามนั้น ก็ถือว่าน่าเกรงขามพอที่จะทลายกฎเหล็ก กลายเป็นผู้สะบั้นกฎที่แท้จริงได้แล้ว!”
ชายในอาภรณ์ขนนกเหม่อลอย คล้ายนึกถึงเรื่องราวในอดีตแสนนาน
ในโลกใบนี้ กฎบัญญัตินับหมื่นวิถีปกคลุมทั่วทั้งสวรรค์ กระทั่งทวยเทพ ณ โลกเทพก็ยังต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เหล่านั้น
และเพราะกฎเหล็กอันบังเกิดจากกฎบัญญัตินี้เช่นกัน ทั่วทั้งโลกหล้าจึงบังเกิดข้อห้ามที่มิอาจแตะต้องขึ้นทั่วทุกแห่งหน แม้ว่าผู้เฉียดใกล้มันจะเป็นเทพ จุดจบก็ย่อมหนีไม่พ้นทุกขเวทนา
และผู้สะบั้นกฎนั้นก็สื่อถึงผู้สามารถสะบั้นกฎเหล็ก ก้าวข้ามเหนือมันได้!
กระทั่งในการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยแสนนาน ตัวตนเช่นนี้ก็อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักคน!
ในสายตาของชายในอาภรณ์ขนนก หลี่ฝูโหยวผู้ข้ามธารสายยาวแห่งยุคสมัยนั้นเป็นหนึ่งในผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นในการเป็นผู้สะบั้นกฎอย่างไม่ต้องสงสัย
หนึ่งเป็นเพราะหัวใจแห่งดาบของเขาบริสุทธิ์พอ
ประการที่สองเป็นเพราะอำนาจในการต่อสู้ของชายหนุ่มท้าทายสวรรค์ยิ่ง กระทั่งฝืนกฎเหล็กประหารเทพท้าสวรรค์ได้!
ต่อให้หลี่ฝูโหยวจะไม่อาจเอาชนะตาหมากในชั้นแปดได้หากเข้ามาในหอคอยพิบัติโบราณ เขาก็เป็นผู้สะบั้นกฎได้ และในขอบเขตมหาศาล เขาก็สามารถก้าวหน้าสู่ระดับที่มีเพียงผู้สะบั้นกฎเท่านั้นที่ไปถึง!
น่าเสียดาย……
เพราะเขาไม่อาจครอบครองวัฏสงสารได้ หลี่ฝูโหยวในกาลก่อนจึงพลาดมันไป!
ทันทีที่คิดถึงตรงนี้ ในใจของชายในอาภรณ์ขนนกก็รู้สึกเสียดาย
“ยังดีที่เจ้าเด็กแซ่ซูนี่ก็ไม่เลวเลย”
สายตาของชายในอาภรณ์ขนนกเหลือบไปทางชายหนุ่มอย่างเผลอตัว “เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว แม้เจ้าเด็กนี่จะโอหังไปสักหน่อย แต่ทั้งอำนาจต่อสู้ ความกล้า และความคิดก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลี่ฝูโหยวเลย กระทั่งยอดเยี่ยมกว่าด้วยซ้ำ”
ซูอี้หาทราบไม่ว่าตลอดสามเดือนมานี้ ทุกสิ่งที่เขาประสบนับแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นแปดล้วนอยู่ในสายตาของชายในอาภรณ์ขนนกทั้งสิ้น
ทั้งพฤติกรรม ความกล้า และศักยภาพที่พัฒนาท่ามกลางศึกเดิมพันชีวิตของซูอี้ทำให้ชายในอาภรณ์ขนนกสะเทือนใจอยู่หลายหน
ดังนั้นยามเปรียบเทียบซูอี้กับหลี่ฝูโหยว ชายในอาภรณ์ขนนกจึงประเมินเช่นนี้
“เอ้อ จะว่าไปแล้ว พวกเขาก็เป็นคนเดียวกันนี่นา……”
ทันใดนั้น ชายในอาภรณ์ขนนกก็ตระหนักได้ ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้มแห้ง
Novel PDF
เขานำม้วนคัมภีร์เต๋าจากแขนเสื้อออกมาอ่านเงียบๆ โดยไม่ได้คิดต่อ
นี่ล่ะ สิ่งที่เขาทำเพื่อฆ่าเวลาตลอดมานี้
หากไม่ใช่เพราะคัมภีร์ในมือ เจ้าตัวคงเบื่อจนเป็นบ้าไปแล้วเป็นแน่
……
กาลเวลาเคลื่อนผ่าน
อีกสามเดือนเร่งเร็วผ่านพ้น
ซูอี้เข้ามายังหอคอยพิบัติโบราณได้ครึ่งปีแล้ว
ทางด้านนอกของหอคอยพิบัติโบราณ
ซูสิงเค่อนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ถือฝักดาบในมือนิ่งเยี่ยงศิลาเกินขยับเคลื่อนเสมอมา แม้วันคืนผันผ่านก็มิอาจสะท้านสะเทือน
ไกลออกไปในท้องสมุทร……มันยังคงเยียบเย็นเงียบงันเช่นกาลก่อน
ตัวตนลึกลับจากเขตหวงห้ามต่างๆ เองก็กำลังรอคอย
ไร้ผู้ใดแสดงอาการหงุดหงิดร้อนใจ
ราวรอคอยได้ชั่วกาล ไม่ว่านภาจะเสื่อมสลายหรือสมุทรเหือดมลายก็ไม่ไหวหวั่น
ทว่าหากเทียบกับเมื่อครึ่งปีก่อน น่านน้ำแถวนี้มีตัวตนมาปรากฏเพิ่มขึ้น
พวกเขาส่วนใหญ่มาจากเขตหวงห้ามต่างๆ และล้วนแต่เป็น ‘เทพโบราณ’ อันหลงเหลือจากอารยธรรมยุคสมัยในอดีต!
กระทั่งยังมีสองเทพสวรรค์อันมาจากอาณาจักรนิตย์ทิวา รวมถึงเทพจากยุคปัจจุบันอีกกลุ่มหนึ่ง!
เทพสวรรค์ทั้งสองนั้นคือเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนจากโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ และเทพสวรรค์ผานหูจากศาลาข่ายสวรรค์!
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนสวมชุดเกราะสีเงินขาวเช่นหิมะ ถือหอกเงินในมือ รูปลักษณ์องอาจแกร่งกล้า จิตวิญญาณห้าวหาญ เพียงยืนตระหง่านกับที่ บรรยากาศรอบร่างเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าเทพโบราณจากเขตหวงห้ามอื่นเลย!
เทพสวรรค์ผานหูคือชายชุดม่วงผู้มีสีหน้าเรียบเฉย ให้ความรู้สึกสุขุม ผมยาวสยายประดับมงกุฎยิ่งใหญ่ อำนาจอันทรงพลังปกคลุมทั่วทั้งกาย
เทพสวรรค์ทั้งสองตนนี้มาถึงเมื่อสามเดือนก่อนพร้อมเทพกับใต้บังคับบัญชาคนละกลุ่ม
เมื่อมาถึง พวกเขาก็จับจองสถานที่บริเวณหนึ่งและรอคอยอย่างเงียบเชียบ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาก็เดินทางมาเพื่อสิ่งที่อยู่ ณ ชั้นเก้าของหอคอยพิบัติโบราณเช่นกัน!
แม้บรรยากาศในเวลานี้จะวังเวง ทว่าก็ไม่ได้ตึงเครียด
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเทพโบราณจากเขตหวงห้ามต่างๆ ก็ดี หรือเทพสวรรค์ทั้งสองจากอาณาจักรนิตย์ทิวาก็ดี พวกเขาล้วนดูแสนอดทน ทำตัวแยกจากกันราวน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง
ทว่าทุกผู้ต่างรู้ว่ายามมรสุมอุบัติ ความเยือกเย็นนี้จะพังทลายลงทันที!
ยามนั้น ทุกผู้ที่นี่จะกลายเป็นคู่แข่ง
ซูสิงเค่อผู้พิทักษ์อยู่ทางด้านหน้าหอคอยพิบัติโบราณจะกลายเป็นอุปสรรคกั้นขวาง
และซูอี้คือเหยื่อสำหรับทุกผู้!
‘ครึ่งปีแล้ว เหอปั๋วน่าจะกลับมาแล้วกระมัง?’
ซูสิงเค่อครุ่นคิดเงียบๆ ในใจ
ก่อนหน้านี้เหอปั๋วบอกเขาว่าตนจะกลับมาในครึ่งปี
ทว่ายามนี้ก็ยังคงไร้สัญญาณใดๆ
สิ่งนี้ทำให้ซูสิงเค่อพะว้าพะวงเล็กน้อย
หากตาเฒ่าผู้นี้มาไม่ทัน เขาคงมิอาจจะหยุดศัตรูดุร้ายมากมายเหล่านี้ได้โดยลำพังแน่!