บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2057 มองทะลุ
บทที่ 2057 มองทะลุ
ณ บริเวณด้านนอกหอคอยพิบัติโบราณคราวก่อน เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนและเทพสวรรค์ผานหูได้นำเทพกลุ่มหนึ่งไปชิงเปลวเพลิงแห่งยุคสมัย
ซูอี้ย่อมจดจำอีกฝ่ายได้
เมื่อเห็นว่าเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนออกมาโต้ตอบในครานี้ คิ้วของซูอี้ก็ขมวดน้อยๆ ขณะกล่าวช้าๆ ว่า “แค่เพราะสงสัยจึงกักตัวข้าเพื่อสอบปากคำที่นี่……นี่มันไม่มากไปหน่อยหรือไร?”
เสียงหายใจเฮือกหนึ่งดังขึ้น
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนเป็นหนึ่งในเก้าผู้นำอาณาจักรนิตย์ทิวา! ถือครองอำนาจยิ่งใหญ่!
แม้จะเป็นผู้อาวุโสจากโลกเทพยังต้องอ่อนน้อมต่อพวกเขา
ใครเล่าจะคาดคิดว่าผู้น้อยอย่างซูอี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยน?
“หึ!”
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนหัวเราะ
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง ดวงตาดุร้าย “หากไร้ปัญหาใด ไฉนจึงไม่กล้าบอกที่มาออกมาตามตรงเล่า?”
บรรยากาศยิ่งทวีความกดดันตามกาล
ผู้คนมากมายสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่พุ่งปะทะหน้า นี่คือแรงกดดันของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนซึ่งทำให้ผู้คนตัวสั่นเทา
“ข้าเป็นผู้พาสหายเต๋าเสิ่นมา และแต่ไหนแต่ไร สหายเต๋าเสิ่นก็มิได้ทำอันใดผิดเลยนะขอรับ!”
ปี้คงหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “ข้าแค่อยากถามว่าเรื่องนี้อ้างอิงจากสิ่งใดหรือ? จริงหรือที่เพียงสงสัยตัวตนใครสักคน ก็สามารถกักตัวไว้ทรมานได้?”
ทั่วทุกทิศเกิดเสียงฮือฮา
มีเทพจำนวนไม่น้อยพยักหน้า
การนำเรื่องตัวตนของผู้น้อยคนหนึ่งมาบีบบังคับให้ปริปากนั้นไม่อาจฟังขึ้นได้เลย ซึ่งรังแต่จะทำให้สงสัยว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งผู้น้อยหรือไม่!
สีหน้าของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนดูไม่ได้หนักกว่าเดิม
หมีเยี่ยอวิ๋นที่อยู่ข้างกายเขากล่าวขึ้นเสียงเย็น “อ้างอิงสิ่งใดอย่างนั้นหรือ แค่เพราะที่นี่คืออาณาจักรนิตย์ทิวา ผู้อาวุโสไป๋เยี่ยนคือหนึ่งในผู้นำของแดนดินนี้! การสอบปากคำตัวตนที่มิทราบที่มานั้นสมควรแล้ว!”
หลังจากเว้นช่วงชั่วครู่ เขาก็กล่าวต่อว่า “หรือก็คือ ทะเลสาบเมฆคล้อยนี้เป็นถิ่นของโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ และเป็นสถานที่ใต้การปกครองของผู้อาวุโสไป๋เยี่ยน! สรรพสิ่งที่นี่ ผู้อาวุโสไป๋เยี่ยนจึงนับเป็นผู้ตัดสิน!!”
หลายคนเงียบไป
นี่คือสัจธรรม ไม่ว่าจะยุติธรรมหรือไม่ ยามอยู่ในถิ่นผู้ใด ก็ทำได้แค่ยอมรับกฎของผู้นั้น!
แต่แล้ว ทุกผู้ก็ต้องประหลาดใจเมื่อซูอี้พยักหน้าและกล่าวว่า “ผู้แข็งแกร่งบัญญัติและบังคับกฎ ผู้อ่อนแอทำได้เพียงคล้อยตามยอมรับ เป็นหนึ่งในกฎเหล็กแห่งโลกหล้า”
ทุกผู้ต่างผงะไป หรือในที่สุดเสิ่นมู่ผู้นี้จะคิดประนีประนอมแล้ว?
ดวงตาของหมีเยี่ยอวิ๋นแฝงความแดกดัน คนผู้นี้…ก็รู้จักกลัวเหมือนกันหรือ?
สีหน้าของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนผ่อนคลายลงมาก “ผู้รู้กาลเทศะเป็นยอดคน บอกที่มาของเจ้าเสีย เมื่อยืนยันได้ว่าไร้ปัญหา ข้าผู้นี้ก็จะไม่รังแกผู้น้อยเช่นเจ้า”
ซูอี้เสสรวลกล่าว “เจ้าคิดมากไปแล้ว บางผู้สร้างกฎ บางผู้คล้อยตามกฎ และข้า…เก่งเรื่องสะบั้นกฎเสมอ”
ดวงตาลึกล้ำของชายหนุ่มมองไปรอบๆ และในที่สุดก็หยุดลงที่เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยน “หากอยากลองก็หยุดข้าได้”
แล้วเขาก็หันไปกล่าวกับปี้คงหลิวว่า “ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอันใด อย่าได้เข้ามาพัวพันอีกเล่า”
ว่าแล้ว ซูอี้จึงหมุนตัวเดินออกไปท่ามกลางสายตาตกตะลึงทุกคู่
กล่าวได้ว่าผ่าเผยเยือกเย็น
มองข้ามหัวเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนราวอีกฝ่ายไม่อยู่
ถือทุกผู้ราวไร้ตัวตน!
หลายคนต่างตะลึง พวกเขาตระหนักว่าสาเหตุที่ซูอี้กล้าแผลงอำนาจนั้นไม่ใช่เพราะพึ่งพาสิ่งใดหรือใช้แค่วาจาข่มขู่
ดวงตาของหมีเยี่ยอวิ๋นวูบไหว
หัวใจของจินปู้อี๋ตื่นเต้นนัก เจ้านี่คิดจะลองดีกับกฎของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนหรือ?
รนหาที่ตายแท้!
ปี้คงหลิวร้อนใจ เหงื่อกาฬไหลลงมาชุ่มมือด้วยความกังวลแทนซูอี้
คิ้วของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนขมวดหากัน
“หยุดนะ เจ้าไปไหนไม่ได้หากไม่มีคำสั่งของท่านเทพสวรรค์!”
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งจากโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ปรากฏขึ้นตรงหน้า จิตสังหารพวยพุ่งขณะเข้าขวางทางตรงหน้าซูอี้ พวกเขามองมายังชายหนุ่มด้วยแววตาไม่เป็นมิตร
ผู้นำทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าเป็นตัวตนระดับครึ่งเทพ
ทว่าซูอี้ไม่คิดสนใจ ย่างก้าวของเขามิได้หยุดชะงัก กลับเดินต่อตามใจตน
ท่าทางเหิมเกริมนี้ทำให้บรรยากาศรอบทิศตึงเครียดยิ่ง!
ยอดฝีมือจากโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ทั้งหลายพลันลงมือโดยไร้ลังเล
ตู้ม!
รัศมีเทพเรืองรองระเบิดออกมา แสงจากสมบัติทะยานพุ่ง
ยอดฝีมือสิบกว่าคนจู่โจมอย่างเต็มกำลังภายใต้การนำของครึ่งเทพทั้งสอง พวกเขาคิดจะสยบชายหนุ่มในทันที
ภาพอันชวนตื่นตะลึงนี้ทำให้บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายต่างตัวสั่นเทา
ในขณะเดียวกัน ซูอี้กลับดูจะไม่รับรู้ถึงภัยที่กำลังมาถึงตัว สองมือไพล่หลัง เขายังคงเดินหน้าต่อ
ทว่าหนึ่งย่างก้าวของเขา……
สุญตาพลันระเบิดแหลก!!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงนับไม่ถ้วน ร่างของตัวตนครึ่งเทพทั้งสองและยอดฝีมืออีกกลุ่มต่างระเบิดแหลกอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งๆ ที่ยังอยู่กลางอากาศ แปรเปลี่ยนเป็นเถ้าธุลีสลายไปเหนือเวหา
ทั้งสมบัติและเคล็ดวิชาทั้งหลายล้วนสลายหายเยี่ยงฟองคลื่น!!
เหล่าผู้ชมล้วนเงียบกริบ
ดวงตาของบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์บางคนแทบถลนหลุดจากเบ้า
สีหน้าของทวยเทพบางผู้แปรเปลี่ยนฉับพลัน
ก่อนหน้านี้ ทุกผู้เห็นแล้วว่าอำนาจต่อสู้ของซูอี้น่าสะพรึงกลัว แต่พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะทรงพลังจนสามารถทำลายกลุ่มศัตรูราบเป็นหน้ากลองได้เพียงหนึ่งย่างก้าว!
และในหมู่พวกเขายังมีครึ่งเทพอยู่ถึงสอง!!
“คนผู้นี้… หรือจะเป็นเทพปลอมตัวมา?”
จินปู้อี๋สูดหายใจเย็นเยียบ ความตื่นเต้นบนใบหน้าพลันแข็งทื่อ
หากไม่ใช่เทพ ใครเล่าในใต้หล้าจะสังหารครึ่งเทพได้ง่ายดายเพียงนี้?
ข้างกายเขา ดวงตาของชายชราผมขาววูบไหว ขณะที่เขากล่าวออกมาเสียงต่ำว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าตัวตนของเสิ่นมู่ผู้นี้ประหลาด เขาต้องมีความลับที่ให้ผู้ใดเห็นมิได้! ครั้งนี้ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาก็ต้องตาย!!”
ทะเลสาบเมฆคล้อยนี้คือถิ่นของโถงแห่งชีวิตนิรันดร์!
ทว่าซูอี้กลับฆ่าคนต่อหน้าต่อตาเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยน เรื่องนี้จะดีได้เช่นไร?
“หนึ่งย่างก้าว ใช้อำนาจตนเข้าประหาร?”
สีหน้าของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนคล้ำเครียดยิ่ง
เขาเองก็ตกตะลึง ทั้งยังประหลาดใจ
ทว่าทันใดนั้น ในใจกลับถูกแทนที่ด้วยโทสะลุกโหมเกินสะกดกลั้น
หากปล่อยให้ผู้น้อยฉีกหน้ากันต่อหน้าผู้คนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคงไม่สมกับเป็นเทพสวรรค์!
“นี่…ไม่ใช่ไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันอย่างเดียวแล้ว นี่มัน……”
หนังศีรษะของปี้คงหลิวชาวาบ ตะลึงจนมิอาจเชื่อลง และทันทีที่คิดถึงตรงนี้ เหตุการณ์พลิกผันหนึ่งพลันบังเกิดขึ้น
ชายชุดเทาผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นขวางทางซูอี้จากอากาศ
ดวงตาของเขาคมกริบเยี่ยงดาบเทพ คิ้วเฉียงเช่นกระบี่ กฎวิถีเทพเรืองรองทองอร่ามรอบกาย และแรงกดดันแห่งเทพชั้นล่างขอบเขตสรรสร้างก็ปกคลุมทั่วทิศ
หวงอู่อวิ๋น!
ผู้นำโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ เทพชั้นล่างขอบเขตสรรสร้างขั้นสูงอันเลื่องชื่อ
ด้วยการปรากฏตัวของเขา ผู้คนมากมายต่างใจชื้นขึ้น
ทว่าซูอี้ก็ไม่ได้หยุดฝีเท้า
เขายังคงก้าวเดินอย่างสบายอารมณ์ ไร้ความรีบร้อน มิได้รับผลกระทบใดๆ
“ฮึ!”
หวงอู่อวิ๋นก้าวมาเบื้องหน้า ฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะของชายหนุ่ม กฎวิถีเทพอันเจิดจรัสแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นเพลิงถาโถมพุ่งใส่นภา ทรงพลังและกดดันอย่างไร้สิ้นสุด
ทว่า ชั่วพริบตาต่อมา เพลิงผลาญทั่วท้องนภาพลันมอดสลาย ซูอี้ใช้หนึ่งมือคว้าข้อมือของหวงอู่อวิ๋นไว้แน่น ก่อนจะออกแรงดึง
กร๊อบ!
แขนขวาของหวงอู่อวิ๋นถูกกระชากออกเฉียบพลัน โลหิตสาดกระจาย ร่างของเขาเซเข้าหาซูอี้
เปรี้ยง!
ซูอี้เสียบแขนข้างที่ขาดออกมาเยี่ยงใบดาบเข้าสู่อกของหวงอู่อวิ๋น ทะลวงออกไปด้านหลัง
ทันใดนั้น ร่างของหวงอู่อวิ๋นก็ร่วงล้มเสียงดังสนั่น
แขนขาดข้างหนึ่งเสียบทะลุร่าง โลหิตไหลนองพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หวาดกลัวและตื่นตระหนก!
การตายอันพิกลนี้ทำให้เหล่าผู้ชมขนลุก
ผู้นำโถงแห่งชีวิตนิรันดร์!
เทพขอบเขตสรรค์สร้างขั้นสมบูรณ์!
ตายง่ายๆ เช่นนี้หรือ!?
บรรยากาศเงียบงันอยู่สักพักหนึ่ง
หมีเยี่ยอวิ๋นกับจินปู้อี๋ตกตะลึงนิ่งกับที่ มือเท้าเย็นวาบไปหมด
พวกเขาถือเป็นตัวตนสูงสุดในหมู่บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ มีฐานะสูงส่งยิ่งใหญ่ องครักษ์ติดตามข้างกาย แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไร้ตา
พวกเขากลับรู้ดีกว่าใครในหล้าว่า การที่ตัวตนขอบเขตมหาศาลสังหารเทพชั้นล่างได้นั้นน่าเกรงขามเพียงไร
ในโลกหล้าแห่งเทพ เหตุการณ์ชวนตกตะลึงนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เสิ่นมู่ผู้นี้ต้องมีปัญหาใหญ่เป็นแน่!!
ปี้คงหลิวกำมือแน่น มิใช่เพราะความตะลึง แต่เนื่องจากเขากำลังกังวล
การสังหารเทพชั้นล่างได้ และการไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันนั้นเป็นสองเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทว่าโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เจ้าตัวก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวตนของซูอี้ห่างไกลเกินธรรมดาเช่นเขาคิดนัก!
ซูอี้ยกมือขึ้นคว้า แล้วกลุ่มแสงเจิดจรัสอันเป็นอำนาจเทพก็ปรากฏออกจากร่างของหวงอู่อวิ๋น มันคือรากฐานวิถีเทพของหวงอู่อวิ๋น เพียงหลอมมันสักหน่อย อำนาจเทพนี้ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนแห่งยุคสมัย!
แม้ซูอี้จะไม่ได้ใส่ใจ แต่นี่ก็เป็นอาหารเสริมอันหายากยิ่งสำหรับวานรน้อย เขาย่อมปล่อยทิ้งไว้มิได้
“ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นใคร!”
แทบจะพร้อมกันนั้น เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนพลันกล่าวขึ้นด้วยแววตาน่าสะพรึงกลัว เผยอำนาจอันน่าเกรงขามออกจากร่าง “หลี่ฝูโหยว! ไม่สิ ยามนี้เจ้าคือซูอี้!!”
ตู้ม!
เหล่าผู้ฟังพลันแตกฮือราวน้ำมันบนกระทะร้อน
ทวยเทพทั้งหลายต่างอดเปลี่ยนสีหน้ามิได้
ในขณะที่บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายตะลึงงันไปแล้ว
ซูอี้!!
มีหรือพวกเขาจะมิเคยได้ยินนามนี้?
ในสมรภูมิแห่งยุคสมัย ณ แดนเซียน พวกเขาไม่อาจทราบได้ว่ามีทวยเทพตกตายด้วยมือซูอี้มากมายเพียงไร แม้กระทั่งอวตารเจตจำนงแห่งทวยเทพยังถูกทำลาย!
หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เสียงเล่าลือพลันแพร่สะพัดไปทั่วโลกแห่งเทพเป็นที่โจษจันยิ่งกว่าครั้งใด จนผู้คนทั่วหล้าต่างตื่นตะลึงและก่อตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่
และยามนั้นเองที่แม้ซูอี้จะไม่ได้อยู่ในโลกแห่งเทพ แต่ข่าวลือเกี่ยวกับเขากลับสะพัดไปทั่วทั้งโลกเทพ!!
และในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย ซูอี้ถือเป็นนามที่ถูกจับตามองที่สุด ช่วงเวลาเกือบปีมานี้ เก้าเทพสวรรค์ต่างออกประกาศจับซูอี้ร่วมกัน ใครเล่าจะไม่เคยได้ยิน?
สำหรับทวยเทพทั้งหลาย นามของซูอี้นั้นไม่ได้แปลกหู
ความลับบางเรื่องที่โลกมิอาจทราบ พวกเขาล้วนรู้ดี
เช่นเรื่องที่เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยอยู่ในมือของเขา
หรือมีเพียงซูอี้เท่านั้นที่เบิกวิถีแห่งบรรพเทวาได้!!
สาเหตุที่บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์มากมายจากโลกเทพมารวมตัวกันในอาณาจักรนิตย์ทิวาในช่วงนี้ก็แทบจะเป็นเพราะเรื่องนี้ทั้งสิ้น
ทว่ากลับไร้ผู้ใดคาดคิดว่าซูอี้จะแฝงตัวเป็นเสิ่นมู่มายังงานเลี้ยงเพื่อเข่นฆ่าเทพอย่างอหังการเช่นนี้!!!
ขณะที่เหล่าผู้ฟังส่งเสียงเซ็งแซ่ ในที่สุดซูอี้ก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
“สายตาดีนี่”
พร้อมกันนั้น รูปลักษณ์ของซูอี้พลันแปลงกลับคืนสู่โฉมหน้าที่แท้จริง
ยามนี้ ไร้สิ่งใดต้องปกปิด
การแปลงลักษณ์ของเขานั้นก็เพื่อหลบเลี่ยงปัญหา
และในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นในยามนี้ เขาย่อมไม่จำเป็นต้องเก็บตัวเงียบอีก
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!!”
ดวงตาของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนวาวโรจน์เยี่ยงอัสนี เผยจิตสังหารบนใบหน้าอย่างชัดเจน
“เสิ่นมู่เขา…เป็นร่างเวียนวัฏของจอมดาบหลิงซู……มิน่าเล่า เขาจึงแข็งแกร่งนัก……”
หัวของปี้คงหลิวแทบระเบิด หัวใจของเขากำลังสั่นสะท้าน
เมื่อนึกย้อนถึงการพานพบกับซูอี้ครั้งแรกระหว่างทาง เจ้าตัวก็อดหลั่งเหงื่อกาฬเย็นเฉียบมิได้ ยังดีที่เขาไม่ได้กระทำการเหิมเกริม หาไม่ เกรงว่าคงตายไปตั้งแต่ยามนั้นแล้ว!