บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2058 ปลดปล่อยอำนาจ เรียกหายนะ
บทที่ 2058 ปลดปล่อยอำนาจ เรียกหายนะ
ฟ้าดินเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน
คลื่นจิตสังหารปกคลุมทั่วทั้งสุญญะจนหนาแน่น
สายตาของทวยเทพมากมายมองมายังซูอี้อย่างรุ่มร้อน
ในสายตาพวกเขา ซูอี้เปรียบประหนึ่งสมบัติมีขา บุคคลเดียวผู้ครอบครองวัฏสงสารนับแต่โบราณกาล และยังมีสมบัติร้ายกาจอย่างเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยอยู่ในมือ ทั้งหมดนี้สามารถทำให้จอมเทพคลั่งได้!
ใครเล่าจะไม่ประทับใจ?
“ฮ่าๆๆ!”
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนเชิดหน้าหัวเราะลั่น “ข้ามิคาดเลยจริงๆ ว่าเหยื่อที่หมายตาจะเป็นฝ่ายมาหาเองถึงที่”
เขามุ่งพลังปราณไปยังอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน จิตสังหารเผยชัดบนใบหน้า “ทุกท่านที่นี่ฟังบัญชาข้า ผู้ใดอยู่ต่ำกว่าขอบเขตเทพถอยไปให้หมด ส่วนคนอื่นๆ ร่วมมือกับข้าจับเป็นเจ้าสัตว์ร้ายนี่ซะ!”
“ได้!”
จินปู้อี๋และชายชราผมขาวรับคำก่อนใคร
พร้อมกันนั้น องครักษ์ของบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ล้วนออกมารับคำ แต่ละผู้ล้วนกระเหี้ยนกระหือรือและเปี่ยมจิตสังหาร
แค่เทพชั้นกลางขอบเขตรังสรรค์สุดขั้วก็มีสิบเก้าคนแล้ว!
และเทพชั้นล่างขอบเขตสรรค์สร้างก็ยังมีอีกยี่สิบเอ็ดคน
ในขณะที่บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายต่างล่าถอยไปไกล มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นเต้น
มีเพียงปี้คงหลิวและสององครักษ์ที่รู้สึกกระอักกระอ่วน
เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาออกหน้าช่วยซูอี้!
“หากพวกเจ้ากล้าเข้ามาพัวพัน ข้ารับปากว่าพวกเจ้าไม่เพียงจะกลายเป็นศัตรูร่วมของอาณาจักรนิตย์ทิวา เผ่าเทพปี้ฟางยังจะได้รับผลกระทบไปด้วยแน่นอน!”
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนถลึงตามองพวกปี้คงหลิวอย่างเย็นชา
ซูอี้มองเรื่องทั้งหมดอย่างเฉยชาตั้งแต่ต้นจนจบ และเมื่อเห็นเช่นนี้ เขาก็อดหัวเราะคิกมิได้
ในคู่เนตรลึกล้ำของชายหนุ่มคุกรุ่นด้วยจิตต่อสู้
เขากระหายอยากได้โอกาสในการบรรลุสู่ขอบเขตพินิจสุดขั้วนัก
สำหรับยามนี้ ขึ้นอยู่กับศัตรูขวางทางเหล่านี้แล้วว่าจะทำให้ชายหนุ่มสัมฤทธิ์ผลได้หรือไม่
ตู้ม!
อาภรณ์ของเขาพลิ้วไหว ไม่ปกปิดอำนาจในกายอีก ปราณดาบเกินคณานับพลุ่งพล่านอยู่รอบร่าง นิมิตวัฏสงสารอันลึกลับพิทักษ์รอบทิศ
และแรงกดดันของเทพชั้นล่างมากมายในยามนั้นก็ถูกสยบ!
“ลงมือ!”
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนตวาดลั่น หอกศึกอันมีเพลิงทิพย์สีเงินยวงลุกโชนในมือแล้วเขาก็นำโจมตี
“ฆ่า!”
ทวยเทพคนอื่นๆ เองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน พวกเขาล้อมโจมตีอีกฝ่ายจากทุกทิศทาง
ชั่วขณะนั้นเอง สมบัติเทพแห่งยุคสมัยกู่คำรามเยี่ยงพิรุณโหม เคล็ดวิชาวิถีเทพอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายสะท้านสนั่น
ทว่าซูอี้ไม่ได้ถอยหนี ร่างของเขาวูบไหวก่อนจะก้าวไปปรากฏเบื้องหน้า
เปรี้ยง!
เพียงการสะบัดมือหนึ่งครั้ง เขาก็ขวางหอกศึกของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนไว้ได้ทันที จากนั้นร่างของชายหนุ่มได้ไหวตัวกระแทกสมบัติเทพแห่งยุคสมัยชิ้นหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีออกไป ก่อนจะฟาดมือขวาลงมา
ฉัวะ!
ศีรษะชุ่มเลือดหัวหนึ่งกระเด็นสู่เวหา
มันเป็นของเทพชั้นล่างขอบเขตสรรค์สร้างผู้หนึ่งซึ่งถูกฆ่าก่อนจะทันได้หลบเลี่ยง
ทว่าขณะเดียวกันนั้น ชายชราผมขาวผู้หนึ่งก็โจมตีเข้ามา
“เฮอะ!”
ชายชราผมขาวใช้ดาบหยกปลายมนสีทองฟาดเข้าใส่ซูอี้พร้อมเสียงตะโกนลั่น
ทว่าแม้ซูอี้จะรับดาบนี้ไว้ได้ ร่างของเขาก็ซวนเซ
ทวยเทพจากทิศอื่นๆ ฉวยโอกาสนี้กระหน่ำโจมตีอย่างเฉียบขาด รวดเร็วเยี่ยงสายลม ประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน สอดประสานอย่างรู้ใจ มันชวนให้ลืมหายใจยิ่งนัก
เพียงชั่วพริบตา ซูอี้พลันถูกปิดล้อมไว้จนไร้ทางหนี!
เทพชั้นกลางขอบเขตรังสรรค์สุดขั้วทั้งสิบเก้าคุกคามซูอี้อย่างหนักหนาถึงชีวิต แต่ละผู้ล้วนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากัน
ขณะที่เทพชั้นล่างทั้งหลายปิดล้อมซูอี้ไว้รอบนอก ปิดโอกาสหลบหนีของอีกฝ่าย
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกผู้ใจสั่นก็คือ แม้จะถูกล้อมโจมตีเช่นนี้ ซูอี้ก็ยังไม่พ่ายแพ้ในทันที แต่กลับสู้อย่างดุดันด้วยปราณดาบและความแกร่งกล้า!
สิ่งนี้ทำให้เทพชั้นกลางมากมายประหลาดใจ
เมื่อสู้กันจริงๆ ในที่สุดพวกเขาก็แน่ใจว่าซูอี้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตมหาศาลคนหนึ่งจริงๆ
เพราะอำนาจกฎเกณฑ์ในมือของชายหนุ่มยังคงอยู่ในขอบเขตมหาศาล
แต่ด้วยเหตุนี้ มันจึงน่าตกใจ
ก่อนหน้านี้ ใครเล่าจะคาดคิดว่าตัวตนขอบเขตมหาศาลผู้หนึ่งจะสามารถเผชิญหน้ากับทวยเทพมากมายเช่นพวกเขาได้!?
นี่ไม่ใช่เพียงท้าทายสวรรค์แล้ว
แต่เป็นการสะบั้นกฎเหล็ก ฝ่าฝืนข้อห้าม!
เป็นผู้สะบั้นกฎโดยแท้จริง!!
“เขาทนได้ไม่นานหรอก ฆ่า!!”
เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนตวาดลั่น
การโจมตีของเขาและทวยเทพทวีความดุดัน งัดลูกไม้วิชาออกมาจนหมด
ไม่นานนัก ซูอี้ก็ได้รับบาดเจ็บหลายจุด โลหิตหลั่งไหล
แม้อำนาจในการต่อสู้ของชายหนุ่มในตอนนี้จะสามารถเผชิญหน้ากับเทพชั้นกลางของเขตรังสรรค์สุดขั้วได้ และกระทั่งสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้หากเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว
ทว่ายามนี้นั้นแตกต่างออกไป เขาถูกเทพชั้นกลางถึงสิบเก้าผู้ล้อมโจมตีอยู่!
ภัยร้ายแรงถึงตายนี้ทำให้วิถีเต๋าและจิตวิญญาณของซูอี้ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ต้องตั้งสมาธิยิ่งกว่าคราใด
ทว่า นี่แหละสิ่งที่ซูอี้โหยหา!
เขาต้องการโอกาสสลายวิถีเต๋าในร่าง ก่อเกิดหลังทลายสิ้น ก่อร่างแท้จริงขึ้นใหม่เพื่อก้าวสู่ขอบเขตพินิจสุดขั้ว!
ขอบเขตนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างวิถีเทพและขอบเขตมหาศาล มันมีอีกนามว่าขอบเขตสุดขั้ว
หากไม่ใช่ผู้สะบั้นกฎ ต่อให้บดขยี้วิถีเต๋าทั่วกายก็ยังมิอาจก้าวสู่ขอบเขตนี้ได้ และย่อมกลายเป็นผู้พิกลพิการ
และการจะเข้าสู่ขอบเขตนี้ การสลายวิถีเต๋าในร่างเสียคือขั้นแรก
ขั้นที่สองคือก่อใหม่!
ขั้นตอนการแปรเปลี่ยนร่างใหม่นั้นคือหนึ่งในกระบวนการเคลื่อนสู่ ‘ขอบเขตพินิจสุดขั้ว’
เหมือนหงส์เพลิงเวียนวัฏ เกิดใหม่หลังสิ้นสลาย
หากเลินเล่อเพียงนิด ขั้นตอนนี้จะนำไปสู่หายนะเกินซ่อมแซม อย่าว่าแต่จะทำลายเพื่อก่อ เกรงว่าเขาคงต้องกลายเป็นผู้พิการไปในทันที!
ทว่าซูอี้นั้นแตกต่าง
เขาถือครองวัฏสงสาร!
อำนาจวัฏสงสารนั้นรวมถึงเคล็ดต้องห้ามของวัฏจักรเป็นตาย รุ่งเรืองล่มสลายวนเวียน
ยามชายหนุ่มทำลายวิถีเต๋าในกายเสีย เขาจะสามารถใช้อำนาจวัฏสงสารก่อวิถีเต๋าในกายขึ้นใหม่เปรียบเสมือนการเวียนวัฏ
กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกหล้าฟ้าดิน
หากผู้อื่นคิดจะทำเช่นเดียวกัน พวกเขาก็ล้วนฝันเฟื่องทั้งสิ้น
ดังนั้นซูอี้จึงไม่ใช้ดาบสักเล่มในศึกนี้ และใช้เพียงร่างเนื้อเข้าประชัน
แม้จะได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง แต่ศักยภาพและแรงกายใจของเขาก็ถูกกระตุ้นให้พุ่งทะยานท่ามกลางศึกอันสุดอันตรายนี้
ช่างน่าตกใจ แต่ก็น่าขันยิ่ง
ทวยเทพผู้สูงส่งกลุ่มหนึ่ง ใช้สารพัดสมบัติเทพโจมตีอย่างสุดกำลัง ทว่าตัวตนขอบเขตมหาศาลคนหนึ่งกลับใช้มือเปล่าและมหาวิถีสู้ทั่วสิบทิศ ดูน่าขันอย่างไร้กังขา!
ทว่าไร้ผู้ใดสนใจ
ยามต่อสู้เดิมพันชีวิต ความยุติธรรมและศักดิ์ศรีล้วนเป็นเพียงเมฆาเคลื่อนคล้อย ไร้ผู้ใดใส่ใจ
ผู้อยู่รอดคือผู้ชนะ!
ครู่ต่อมา……
ผิวหนังของชายหนุ่มปริแตก โลหิตไหลโซมกาย อาภรณ์เปรอะเปื้อนเป็นด่าง
บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์มากมายมองการต่อสู้อย่างเงียบงัน หัวใจปั่นป่วนยิ่ง
เดิมที พวกเขาตื่นเต้นกับเรื่องนี้นัก แต่เมื่อเห็นท่าทางอันไร้เทียมทานและอำนาจอหังการเกินใดเทียบยามประมือกับทวยเทพของซูอี้ พวกเขาล้วนตะลึงไป
มิอาจปรีดา
และไม่อาจตื่นเต้น!
ทวยเทพผู้ล้อมโจมตีซูอี้ต่างก็มีความประหลาดใจในสีหน้าเช่นกัน
ซูอี้อึดเกินไป!
หากเปลี่ยนเป็นเทพชั้นกลางคนอื่น เกรงว่าคงตกตายไปแล้ว ไม่อาจหยุดการปิดล้อมโจมตีนี้ได้เลย
ทว่าซูอี้ไม่เพียงหยุดได้ ยังยื้อมาได้จนป่านนี้!
จริงอยู่ที่เขาดูสะบักสะบอม ทว่าก็มิได้ตกตายพ่ายแพ้เช่นกัน!!
……
สองเค่อต่อมา
กร๊อบ!
แขนซ้ายของชายหนุ่มหัก โลหิตกระเซ็นสาย
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดขาวราวกระดาษ
พลังปราณในกายปั่นป่วน ดูพร้อมจะแน่นิ่งได้ทุกเมื่อ
“เร็วเข้า เขายื้อไม่ไหวแล้ว!!”
ดวงตาของเทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนทอประกายยินดี
ทวยเทพคนอื่นๆ เองก็ต่างปรีดา
ก่อนหน้านี้ พวกเขาสู้ตั้งนานยังไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้ หัวใจจึงแสนตื่นตะลึงประหลาดใจ เกรงกลัวว่าซูอี้จะเผยไพ่ตายสังหารอันน่าเกรงขามมาจัดการกับพวกเขาโดยมิทันตั้งตัว
และยามนี้เมื่อเห็นสภาพสะบักสะบอมของซูอี้ พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อดำเนินมาถึงยามนี้ ไม่ว่าเขาจะใช้วัตถุภายนอกชิ้นใดออกมาก็พลิกสถานการณ์มิได้แล้ว!
“สหายเต๋าซู ไฉนเขาจึงไม่ใช้วัตถุภายนอกกัน?”
ไกลออกไป ปี้คงหลิวซึ่งมองศึกอยู่รู้สึกหัวใจเหมือนถูกบีบเค้น
สถานการณ์ของซูอี้อันตรายเกินไป พร้อมตกตายทุกเมื่อ ทว่าจนบัดนี้เขาก็ยังไม่เห็นชายหนุ่มใช้สมบัติอื่นออกมา ทำให้ปี้คงหลิวแสนงุนงง
“ฆ่า!”
ทวยเทพโถมโจมตีเข้าใส่ ทวีความดุดัน
และบาดแผลบนร่างของซูอี้ก็ยิ่งร้ายแรงเกินรับไหว บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์มากมายที่มองอยู่อดแสดงความเวทนามิได้ ขณะที่หัวใจเกิดความรู้สึกคลุมเครืออันมิอาจบรรยายเป็นวาจาขึ้น
พวกเขาไม่อาจไม่ชื่นชมศัตรูเช่นนี้ได้
แต่ก็อีกนั่นแหละ……หากปล่อยศัตรูเช่นนี้รอดไป มันจะเป็นฝันร้ายของพวกเขา!
ในที่สุด เสียงหนึ่งพลันสะเทือนสนั่นฟ้า
ร่างของซูอี้ปลิวกระเด็น
พลังปราณซึ่งเดิมปั่นป่วนอยู่แล้วของเขาพังทลายโดยสมบูรณ์
หากมองด้วยตาเปล่าก็เห็นได้ว่าการฝึกฝนระดับสุดลึกล้ำของเขาสลายไปอย่างต่อเนื่องราวกับภูเขาหิมะถล่ม
ร่างของชายหนุ่มเปรียบเหมือนใบไม้แห้งปลิดปลิวตามลม พลังชีวิตเหือดหาย
“นี่……”
หัวใจของปี้คงหลิวสะท้านไหว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนร้ายแรง
บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายต่างเบิกตากว้าง
ร่างเวียนวัฏของจอมดาบหลิงซู ตัวตนร้ายกาจที่เคยทำให้ทวยเทพหวาดผวากำลังจะถูกสังหารที่นี่ในวันนี้หรือ?
ความตื่นตะลึงเกินพรรณนาพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของพวกเขา
เหมือนได้เห็นตัวตนในตำนานอันสะท้านยุคสมัยตกตายลงตรงหน้า!
ความตื่นตะลึงนี้ยิ่งใหญ่เสียจนผู้คนมากมายรู้สึกเกินจริงเยี่ยงฝัน
และทวยเทพทั้งหลายเองก็เผยสีหน้าดุจอยู่ในภวังค์เช่นกัน
พวกเขา… ปราบร่างเวียนวัฏของจอมดาบหลิงซูได้หรือ?
แม้แต่พวกเขาในยามนี้ยังแสนงุนงง เพราะซูอี้ไม่เคยใช้อำนาจภายนอกใดตั้งแต่ต้นจนยามนี้ และไม่ได้ใช้อาวุธสังหารใดๆ เลย!!!
ผิดปกติ!
ต้องทราบว่า พวกเขาก่อนหน้านี้กลัวซูอี้จะสู้ยิบตาในลมหายใจสุดท้าย จึงต่างระแวดระวังกันทุกผู้ ใครเล่าจะคิดว่าการตอบโต้ที่คาดการณ์ไว้จะมิบังเกิดขึ้นเลย!
“ตาย!!”
และยามที่ซูอี้พ่ายแพ้นั้นเอง ชายชราผมขาวผู้หนึ่งพลันทะยานเข้าไปคว้าศีรษะของชายหนุ่มไว้
ฉวยโอกาสยามอ่อนแอฆ่าเสีย!
ในฐานะเทพผู้ผ่านศึกมามากมาย ไร้ผู้ใดคิดเมตตา อย่าว่าแต่จะปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อเลย!
แทบจะพร้อมกันนั้น เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนก็เคลื่อนไหว ทะยานเข้าหาซูอี้
อีกฝ่ายจะตายหรือไม่ไร้สำคัญ สิ่งสำคัญคือโอกาสที่เขามี! นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด!!
และยามนั้นเอง ปราณหายนะอันร้ายแรงเกินบรรยายสายหนึ่งก็ได้ปรากฏสู่โลกหล้า
ตู้ม!
แผ่นดินรอบทิศพังทลาย มิติเวลาปั่นป่วน
ทัณฑ์อัสนีอันไร้สิ้นสุดปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ปลดปล่อยปราณหายนะลึกลับอันน่าเกรงขามทะลวงทำลายราวแทรกผ่านนิรันดร์กาล
ในภวังค์ ทุกผู้ดูจะเห็นเงาของธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาแง้มออก ณ มุมหนึ่งในแดนดินนี้
ทวยเทพทั้งหลายผู้รุมโจมตีซูอี้พากันสีหน้าเปลี่ยนไปมา ทั้งร่างวิถี จิตวิญญาณ ความคิด กระทั่งปราณทั่วร่างยังสะท้าน
ชายชราผมขาวผู้พุ่งเข้าหาซูอี้ก่อนใครอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงไม่กี่ฉื่อ
มือขวาของเขาจะเอื้อมไปถึงศีรษะของชายหนุ่มแล้ว
ทว่าทันใดนั้น สุญตาก็พังทลาย ทัณฑ์อัสนีพลันปรากฏขึ้น
แล้วร่างของชายชราผมขาวพลันแหลกสลายไปทีละน้อย