บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2065 ต่อสู้สุดชีวิต
บทที่ 2065 ต่อสู้สุดชีวิต
วาจาของลั่วเสวียนจีทำให้เหล่าผู้ฟังตกตะลึง
ใช้ชีวิตตอบแทนบุญคุณ!
เจ้านครสาบสูญผู้นี้จะเป็นศัตรูกับทุกผู้ที่นี่หรือ?
ซูอี้ผงะไป ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
ทว่านักพรตเต๋าเชียนเจี๋ยเป็นฝ่ายทนมิได้ก่อน และกล่าวออกมาเสียงเย็น “ลั่วเสวียนจี หากทำเช่นนี้ เจ้าก็รังแต่จะทำลายร่างจริงของเจ้าเองนะ! อย่าลืมว่าเจ้ามิใช่คนของยุคสมัยนี้ กฎสวรรค์ทั่วหล้าย่อมเพียงพอลบล้างร่างจริงของเจ้าได้ และไม่มีทางทิ้งร่องรอยใดๆ หลงเหลือได้เลย!”
“หากข้ากลัวความตาย ก็คงไม่มาหรอก”
ลั่วเสวียนจีกล่าวเสียงเรียบ คู่เนตรเจิดจรัสเยี่ยงมายากวาดมองทั่วทิศ “หากไม่เชื่อก็ลองดูได้”
ผู้คนต่างดูรวนเร
หนึ่งตัวตนอันเป็นผู้นำหนึ่งเขตหวงห้าม ซ้ำยังมาด้วยร่างจริง หากนางคิดจะปกป้องซูอี้สุดชีวิต ใครเล่าจะกล้ามองข้าม?
จอมเทพมากมายขมวดคิ้ว
การปรากฏของลั่วเสวียนจีไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของผู้ใดมาก่อน
และยามนี้ ลั่วเสวียนจีก้าวมาถึงตรงหน้าซูอี้ พร้อมกล่าวขึ้นเบาๆ “สหายเต๋าซู ข้าจะเบิกทางให้เจ้า ตามข้ามานะ”
ซูอี้จับจ้องลั่วเสวียนจีอย่างลึกล้ำ มิได้กล่าววาจาใด
ขณะที่อาภรณ์แดงของลั่วเสวียนจีพริ้วไสว เยื้องย่างไปยังทิศที่ตั้งเทือกเขาบรรพเทวาแล้ว
สิ่งนี้ทำให้ทั้งจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ เดือดดาลเกินรับไหว
“ลั่วเสวียนจี เจ้ารนหาที่ตายเองนะ!”
“ร่วมมือกับข้า ฆ่านางเถอะ!”
“ได้!”
……ท่ามกลางเสียงตะโกนอื้ออึง จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ ล้วนลงมือ
ตูม!!
รัศมีเทพเจิดจรัส ฟ้าดินล้วนสะท้านสะเทือน
จอมเทพนั้นยืนตระหง่านสูงสุดในโลกแห่งเทพ เป็นผู้นำทั่วนภาฟ้าดิน ยืนยงตราบนิรันดร์โดยแท้จริง
และผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายต่างก็เป็นผู้เก่งกาจไร้เทียมทานผู้ฟันฝ่ารอดชีวิตจากอารยธรรมยุคสมัยแห่งอดีตกาล ผ่านมรสุมมิติเวลาอันปั่นป่วนมาจนยามนี้!
แม้พวกเขาจะเป็นเพียงอวตารเจตจำนง แต่เมื่อร่วมมือ อำนาจทำลายล้างที่พวกเขาสำแดงมีหรือจะธรรมดา?
และยามนี้ ท้องนภาดูประหนึ่งจะระเบิดแหลก บรรพตลำธารสั่นคลอน อำนาจมิติเวลาถูกกระทบร้ายแรงจนอาณาจักรนิตย์ทิวาถูกกระทบกระเทือนเคลื่อนโยก
สรรพสิ่งทั่วอาณาจักรนิตย์ทิวาล้วนขวัญหนีดีฝ่อราวเผชิญมหาวิปโยคอุบัติ
ซูอี้หรี่ตาลง
อำนาจจอมเทพอันไร้จำกัดนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไปจริงแท้ แม้จะเป็นอำนาจจากร่างอวตารเจตจำนง ก็ยังสูงล้ำห่างไกลเกินเทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนาจะเทียบชั้น
ยามนี้ ซูอี้เองก็พลอยสัมผัสภัยคุกคามถึงชีวิตได้อย่างแรงกล้า ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณถูกกดดันร้ายแรง
กระทั่งความคิดยังเผยสัญญาณนิ่งค้าง!
ทว่าเป็นยามนี้เอง ที่ลั่วเสวียนจีลงมือ!
หัตถ์หยกเพรียวขาวโบกสะบัด
พิรุณแสงแดงเพลิงเรืองรอง อำนาจกฎเกณฑ์โปรยปราย สลายผลกระทบต่อซูอี้ในพริบตา
แทบจะพร้อมกันนั้น แขนเสื้อของลั่วเสวียนจีได้โบกสะบัดฟาดฝ่ามือออก
ตูม!!
รัศมีเทพสีเพลิงเจิดจรัสนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานสู่เวหาเยี่ยงตรวนทิพย์แห่งกฎบัญญัติแทงทะลุมิติเวลา ทุกที่ที่มันเคลื่อนผ่าน การโจมตีของศัตรูร้ายมากมายล้วนถูกกั้นขวาง
ฟ้าดินสั่นสะท้านรุนแรง คลื่นทำลายล้างโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง แดนดินใกล้เคียงดูราวถูกถล่มระเบิดจนพังทลายราบ
แม้จะหยุดการโจมตีจากกลุ่มศัตรูร้ายได้ ทว่ายามนี้ อำนาจกฎสวรรค์อันประหลาดร้ายแรงก็ปรากฏขึ้นฟาดใส่ร่างของ ลั่วเสวียนจีเยี่ยงแส้จากสวรรค์อีกครั้ง
การโจมตีนี้ทำให้ร่างของนางซวนเซ ใบหน้าจิ้มลิ้มซีดขาว
ซูอี้อยู่ใกล้นางที่สุด และเห็นชัดเจนว่าที่หลังของลั่วเสวียนจี ผิวขาวเนียนของนางบังเกิดรอยแผลชุ่มเลือด อำนาจ กฎเกณฑ์ร้ายกาจแผ่ซ่านบนรอยแผล กัดกร่อนทำลายพลังชีวิตและวิถีเต๋าของลั่วเสวียนจีอย่างต่อเนื่อง!
ช่างน่าตกใจ!
นี่คือผลข้างเคียงจากกฎสวรรค์!
ลั่วเสวียนจีไม่ใช่คนของยุคสมัยนี้ เมื่อใช้อำนาจของร่างจริงเต็มกำลัง ผลข้างเคียงที่นางต้องประสบจึงยิ่งร้ายแรง
“ลั่วเสวียนจี หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่อาจทนได้นานนัก และไม่เพียงเจ้าจะไม่อาจปกป้องซูอี้นั่นได้ แต่เจ้ายังต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ด้วย ไฉนต้องขี่ช้างจับตั๊กแตนด้วย?”
ธิดาเทพกูเทียนรำพึง
“ฆ่า!”
“ต้องไม่ปล่อยพวกเขาเข้าไปในวิถีแห่งบรรพเทวา!”
“ได้!”
……เสียงตะโกนสะท้านเวหา ทั้งจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ ล้วนโจมตีหมายชีวิตสุดกำลัง
เคล็ดวิชาอำนาจวิเศษใดๆ ที่พวกเขาสำแดงล้วนเลิศล้ำเป็นหนึ่งในโลกหล้า น่าสะพรึงกลัวสุดขีด และยังถาโถมกระหน่ำใส่ลั่วเสวียนจีลำพัง
หากเปลี่ยนเป็นร่างจริงของจอมเทพใดๆ มาถูกล้อมโจมตีเช่นนี้ เกรงว่าพวกเขาคงไม่กล้าสู้รับตรงๆ เป็นแน่
แต่ลั่วเสวียนจีไม่ได้เลี่ยงหลบ
นางต้องอารักขาซูอี้ให้ถึงเทือกเขาบรรพเทวาให้ได้!
“หนึ่งคำถึงเรียงดารา หมื่นวิถีน้อมนำ!”
ลั่วเสวียนจียกมือขึ้นวาดลวดลาย
ตูม!
ดวงดาราแดงฉานนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในฟ้าดิน ถักทอเป็นตาข่ายดาราขนาดใหญ่ปรกทั่วนภา
อำนาจกฎบัญญัติมหาวิถีมากมายสะท้อนออกมาจากมหาตาข่ายดวงดาว เจิดประกายจรัสจ้าพร่างพราว ครอบคลุมทุกการโจมตีของศัตรูร้ายทั้งหลาย
ดวงดาวมากมายแหลกสลายไปในทันที อำนาจทำลายล้างจากการสูญสลายกวาดทั่วเก้าสวรรค์จรดแดน บีบบังคับให้จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามมากมายถอยหนี สีหน้าแปรเปลี่ยน
ต้องกล่าวว่าอำนาจร่างจริงของลั่วเสวียนจีร้ายกาจเกินไปจริงแท้!
หากเป็นการดวลเดี่ยว อวตารเจตจำนงของคนเหล่านี้ก็ย่อมไม่อาจเป็นคู่ต่อกรลั่วเสวียนจีได้
ขณะนี้ ลั่วเสวียนจีพาซูอี้เข้าไปใกล้เทือกเขาบรรพเทวาขึ้นแล้ว!
ห่างกันเพียงหมื่นจั้ง!
หากเป็นปกติทั่วไป ระยะห่างเท่านี้ก็สามารถเข้าประชิดได้ในพริบตา
ทว่ายามนี้นั้นแตกต่าง ฟ้าดินใกล้เคียงปกคลุมด้วยอำนาจทวยเทพเนิ่นนาน มิติเวลาถูกผนึกไว้โดยสารพัดเคล็ดวิชาร้ายกาจ
การจะข้ามพื้นที่หมื่นจั้งไปให้ถึงเทือกเขาบรรพเทวาได้นั้นกล่าวได้ว่าต้องผจญอันตรายทุกย่างก้าว
เปรี้ยง!
ศึกทวีความดุเดือดเข้มข้น
จอมเทพทั้งหลายล้วนบ้าคลั่ง ทุ่มสุดฝีมือเมื่อสกัดขัดขวาง จนทวยเทพจากฝ่ายสังกัดใดๆ ล้วนไม่อาจยื่นมือแทรก
กระทั่งเทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนาก็ทำไม่ได้!
การศึกระดับนี้ทำลายฟ้าดินได้ทุกเมื่อ ทำให้อาณาจักรนิตย์ทิวาประสบผลกระทบรุนแรง แล้วตัวตนใต้ระดับจอมเทพเล่าจะเหลืออันใด?
ทว่าลั่วเสวียนจีเองก็ไม่ได้ปวกเปียก นางและซูอี้โถมทะยานเข้าประชัน ไม่ยอมล่าถอย
ทุกการโจมตีของทวยเทพล้วนถูกนางสกัดขวาง
และระหว่างทาง นางยังแบ่งกำลังส่วนหนึ่งมาคุ้มครองซูอี้ ไม่ให้ต้องรับผลกระทบจากศึกนี้!
แต่สิ่งที่นางต้องจ่ายตอบแทนก็แสนหนักหนา!
อำนาจร้ายกาจอันแปลกประหลาดในกฎสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นต่อเนื่อง ฟาดฟันเยี่ยงแส้ลงบนร่างของลั่วเสวียนจีจนบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนเมื่อนางฝ่าเข้าไปได้สามพันจั้ง ลั่วเสวียนจีก็เต็มไปด้วยแผลเลือดโซมกาย!
ใบหน้าตรึงจิตทรงเสน่ห์ขาวซีดเยี่ยงกระดาษ สีหน้าเต็มไปด้วยความรวดร้าวสาหัส
สิ่งที่ฟาดฟันนางไม่ใช่แส้ แต่เป็นผลกระทบตอบโต้จากกฎสวรรค์ในโลกหล้า!
บาดแผลเหล่านี้ดูเหมือนแผลถลอก ทว่าแท้จริงมันกัดกร่อนทำลายพลังชีวิตและวิถีเต๋าของนางอยู่!
ซูอี้มองการศึกทั้งหมดมาแต่ต้น แต่ให้มีความสนใจกับการ กระทำและบาดแผลของลั่วเสวียนจีมากกว่าใคร
ในความประทับใจของเขา ลั่วเสวียนจีไร้เมตตา เกินคาดหยั่งและโลเล ชายหนุ่มจึงระแวงศัตรูผู้นี้มาตลอดและไม่อาจเชื่อใจได้โดยง่าย
ดังนั้น แม้ลั่วเสวียนจีจะลุกขึ้นปกป้องเขา ชายหนุ่มก็ยังไม่เชื่อโดยแท้จริงว่าอีกฝ่ายมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ
ทว่าตลอดมานี้ อย่างน้อยที่สุดเขาก็แน่ใจแล้วหนึ่งอย่าง……
เหตุที่ลั่วเสวียนจีช่วยเขาอย่างสุดชีวิต ต้องเกี่ยวกับการไปยังวิถีแห่งบรรพเทวา!
สตรีผู้นี้เคยกล่าวไว้ว่า นางหวังจะให้เขาใช้อำนาจวัฏสงสารเพื่อหวนเยือนบ้านเกิดอันสูญหายเนิ่นนานในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
เพราะที่นั่นมีผู้ที่นางใส่ใจอาทร!
“ลั่วเสวียนจี เจ้าทนไม่ได้แล้ว ยังอยากสู้อยู่อีกหรือ?”
หนึ่งเสียงตะโกนลั่นขึ้น “ตาเจ้าก็น่าจะเห็นแล้วว่าแม้จะพยายามเพียงไร ก็ไม่อาจพาซูอี้นั่นไปยังเทือกเขาบรรพเทวาได้หรอก!”
ทว่าลั่วเสวียนจีกลับเมินเสียงนั้นไป
แม้นางจะบาดเจ็บสาหัส แต่หญิงสาวก็ดูยืนหยัดกล้าแกร่ง พยายามโจมตีอย่างสุดชีวิตเพื่อสลายการโจมตีของศัตรูครั้งแล้วครั้งเล่า
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายดำคล้ำ
หากไม่ใช่เพราะลั่วเสวียนจีมาป่วนสถานการณ์ พวกเขาคงปราบซูอี้ลงได้ง่ายๆ แล้ว!
“ทุกท่าน ยิ่งยืดเยื้อยิ่งเกิดปัญหา ลงมือเด็ดขาดกันเลยเถิด!”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงกล่าวเสียงลุ่มลึก
ลั่วเสวียนจีต้องแพ้อยู่แล้ว
ทว่า สิ่งที่ทำให้เขาเคลือบแคลงคือ ซูอี้อาจจะมีไพ่ตายอื่นอยู่!
หากมีผู้ใดกล้าไม่เห็นร่างเวียนวัฏของหลี่ฝูโหยวในสายตาอยู่จริงๆ คนผู้นั้นได้ฉิบหายวายวอดเป็นแน่แท้!
ตัวอย่างก็มีให้เห็น……คือพวกเขาที่พ่ายแพ้ราบคาบในสมรภูมิแห่งยุคสมัย ณ แดนเซียนเมื่อกาลก่อน!!!
หากหนนี้พวกเขายังผิดซ้ำเดิม คนเฒ่าเหล่านี้ก็นับว่าไร้ความสามารถเกินไป
“ดี!”
“ถูกต้อง!”
……จอมเทพทั้งหลายต่างกล่าวเห็นพ้อง และผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ เองก็ยังยอมรับ
“ไป!”
ทันใดนั้น พุทธเจ้าแผดตะเกียงพลันใช้ประทีปเขียว บงการให้แสงประทีปเรืองรองในสุญญะ เพียงพริบตา แสงธรรมเจิดจรัสเกินคณานับได้เฉิดฉาย สาดส่องทั่วเก้าสวรรค์ทุกมุมแดน ปกคลุมด้วยอำนาจน่าสะพรึงกลัวสะท้านสวรรค์ ทะลักไหลเข้าจู่โจมลั่วเสวียนจีอย่างดุดัน
ขณะเดียวกันนั้น จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามอื่นๆ ต่างก็ออกท่าไม้ตายร้ายแรงของตนอย่างสุดกำลังเช่นกัน
ในที่สุดลั่วเสวียนจีก็เปลี่ยนสีหน้า เลือกสู้ยิบตาไร้ลังเล
“ขึ้นมา!”
เรือนผมยาวสีขาวดุจหิมะของนางร่ายรำป่ายปัด แถบแพรเงินปรากฏขึ้นบนมือ และเมื่อหญิงสาวเหวี่ยงมันขึ้นสู่เวหา แถบแพรเงินพลันแปรเปลี่ยนเป็นธารสวรรค์พร่างดาวอันทรงพลังกว้างไกลในนภา
เปรี้ยง!
ทั่วทิศมืดดำ สรรพสิ่งเหี่ยวเฉาสิ้นรัศมี
ทั่วอาณาจักรนิตย์ทิวาเหมือนเผชิญมหาวิปโยคเยือนหล้ากะทันหัน สารพัดสิ่งปลูกสร้างพังทลาย ถนนหนทางแหลกร้าว สุญตาถูกฉีกกระชากทุกแห่งหน
ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้กรีดร้องด้วยความกลัว วิ่งแตกตื่นเอาชีวิตรอดมากมายเพียงไร
ในสมรภูมิ ลั่วเสวียนจีกระอักเลือด ผิวกายเนียนกระจ่างบังเกิดแผลแหลกร้าวละเอียดเล็กนับไม่ถ้วน โลหิตรินไหลเยี่ยงสายธาร
แม้นางจะหยุดการโจมตีหมายสังหารของศัตรูทั้งหลายได้ หญิงสาวก็ยังถูกผลกระทบร้ายแรงจนแทบมิอาจทน
สภาพของนางสะบักสะบอม
ซูอี้กระทั่งเห็นได้ชัดเจนว่าอำนาจวิถีเต๋าและพลังชีวิตของลั่วเสวียนจีกำลังจะเรรวน
ในที่สุดเขาก็สะเทือนใจขึ้นมา ณ ยามนี้ และปริปากขึ้นอย่างอดไม่ได้ “จากนี้……”
แต่ก่อนจะทันพูดจบ ลั่วเสวียนจีกลับกล่าวขัดขึ้นก่อน “อีกสี่พันจั้ง ข้าจะทุ่มสุดชีวิตเพื่อหยุดการล้อมโจมตีของพวกเขา ให้เจ้าฉวยโอกาสนี้เข้าไปในเทือกเขาบรรพเทวาโดยเร็วที่สุดเลยนะ!”
“มีเพียงยามนั้นที่เราจะมีโอกาสชนะ!”
ว่าแล้ว นางพลันสูดหายใจลึกๆ และใช้แถบแพรสีเงินอีกครั้ง สีหน้าแววตาเปี่ยมความเด็ดเดี่ยว
มิต้องสงสัยเลยว่านางคิดสู้สุดชีวิตจริงๆ!
ซูอี้อยากถามจริงๆ ว่า เจ้าติดอยู่ที่นี่มาแสนนาน กว่าจะรอดมาได้แสนยากเย็น แต่เพื่อจะหวนคืนสู่อดีตกาล เจ้าจำต้องสู้สุดชีวิตเช่นนี้หรือ?
หากสิ้นชีวิตไป แล้วจะหวนคืนอดีตได้เช่นไร?
แต่ท้ายที่สุด ซูอี้ก็ยั้งวาจาไว้
วาจาเช่นนั้นแข็งกร้าวทำร้ายจิตใจกันเกินไป!
เพราะนางกำลังสู้สุดชีวิตเพื่อเขาอยู่!!