บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2066 ผู้ลึกลับสูงสุดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
- Home
- บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
- บทที่ 2066 ผู้ลึกลับสูงสุดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
บทที่ 2066 ผู้ลึกลับสูงสุดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
ลั่วเสวียนจีเอาชีวิตเข้าแลก!
จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ ล้วนคาดการณ์ในใจ และอดรู้สึกครั่นคร้ามมิได้
ตูม!
ลั่วเสวียนจีกระโจนขึ้นสู่เวหา ร่างแผดเผาด้วยเพลิงผลาญสวรรค์ อาภรณ์แดงร่ายระบำเยี่ยงใบบัว
หนึ่งมือโบกวาด แถบแพรเงินลอยเด่นเหนือนภา แปรเปลี่ยนเป็นธารดาราเงินยวงทอดยาวกลางเวหา
เปรี้ยง!
ธารดาราพร่างพราวสีเงินดูจ้าจรัสเดือดพล่านราวถูกแผดเผา ปลดปล่อยอำนาจทลายสรวงสะท้านแดน
“ฆ่า!”
แทบจะพร้อมกันนั้น จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายต่างลงมือ รีดเร้นอำนาจทั่วกายผนวกกับอาวุธก้นหีบ
การเผชิญหน้าครั้งนี้ ไม่อาจสรรหาคำใดมาบรรยายความน่าสะพรึงกลัวของมัน
ฟ้าดินล่มสลาย สุญตาเหี่ยวแห้งราวดับอสงไขย
ทวยเทพซึ่งมองศึกนี้จากไกลๆ ล้วนขวัญผวา สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ เร่งโคจรวิถีเต๋าเต็มที่เพื่อสลายอำนาจลูกหลงซึ่งแผ่ออกมาจากศึก
ไม่อาจทราบได้ว่ามีสถานที่มากมายเพียงไรที่ถล่มยุบเสียหายในอาณาจักรนิตย์ทิวา แดนดินพังทลาย ปราณหายนะโหมกระหน่ำ
ราวถึงวาระพิบัติวิปโยค นำมาซึ่งความสิ้นหวังไร้สิ้นสุดสู่โลกหล้า
ตูม!!
เสียงกรีดร้องอย่างรวดร้าวดังระงมในสนามรบ
อวตารเจตจำนงของจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายล้วนถูกกระทบโจมตี แทบแหลกสลายสิ้นสูญ
ธารดารานั้นจ้าจรัสแผดแสง ปลดปล่อยอำนาจกฎบัญญัติทั้งหมดที่มาออกมาสลายการโจมตีของศัตรูร้ายทั้งมวล!!
ทว่าขณะเดียวกัน ลั่วเสวียนจีเองก็ถูกผลข้างเคียงตีกลับ กฎสวรรค์อันแปลกพิกลโปรยปรายฟาดร่างของนางกระเด็นปลิว
ร่างบอบบางของนางแทบแหลกสลาย พลังปราณใกล้สิ้นสูญ!
ทว่าลั่วเสวียนจีหาใส่ใจไม่
ในใจนางมีเพียงความคิดเดียว……
“ป่านนี้ คนผู้นั้นน่าจะหนีไปถึงเทือกเขาบรรพเทวาแล้วกระมัง?”
แต่ทันใดนั้น นางกลับต้องผงะไป
เพราะขณะร่างของนางกำลังจะร่วงถึงพื้นนั้นเอง หญิงสาวก็ได้เห็นซูอี้เอื้อมมือมาประคองร่างตนไว้
“เจ้า… ไฉนจึงยังไม่ไป!?”
ลั่วเสวียนจีทั้งโกรธทั้งแค้นจนเข่นเขี้ยวฟันแทบแหลก
โอกาสที่นางสู้แทบตายเพื่อแลกมา กลับถูกเจ้าผู้นี้ทิ้งขว้างเสียเปล่าไปเสียได้!
“เจ้าสู้สุดชีวิตเพื่อข้า แล้วข้าจะจากไปลำพังได้เช่นไร?”
ซูอี้กล่าวขณะวางลั่วเสวียนจีลงบนพื้น “อีกอย่าง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจัดการคนเหล่านั้นมิได้?”
ลั่วเสวียนจี “……”
ไกลออกไป จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายฟื้นตัวจากการโจมตีเมื่อครู่แล้ว
เมื่อพวกเขาเห็นลั่วเสวียนจีบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย แต่ซูอี้ไม่ได้หนีไปไหน พวกเขาก็ลอบถอนหายใจโล่งอก ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นแสนเยียบเย็น
ด้วยลั่วเสวียนจีไม่ใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป และการโจมตีแลกชีวิตเมื่อครู่ก็ทำให้นางมิอาจต่อสู้ไหวแล้ว!
ทว่าหากให้กล่าวตามตรงก็คือ ลั่วเสวียนจีไม่ได้พ่ายต่อคนเหล่านี้ แต่เป็นการตอบโต้จากอำนาจกฎสวรรค์ต่างหากที่บีบให้นางพ่าย!
ส่วนผู้ที่พวกเขาต้องจัดการในยามนี้คือซูอี้!
“สหายเต๋า ข้ารู้ว่าเจ้ายังมีไพ่ตายอื่น จะสำแดงออกมาให้เราทั้งหลายเปิดหูเปิดตาในยามนี้หรือไม่?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงกล่าวยิ้มๆ
ยามนี้ ไม่ว่าซูอี้จะงัดไพ่ตายใดออกมาใช้ แม้ท้ายที่สุดมันจะทำลายอวตารเจตจำนงของคนเหล่านี้ไป ก็ล้วนไร้ความหมาย
ขอเพียงพวกเขาต่อสู้ได้จนซูอี้สิ้นกำลังหมดลูกไม้ ผู้ใต้บัญชาจากขุมกำลังใหญ่ต่างๆ ของพวกเขาก็สามารถจับตัวซูอี้ได้ง่ายๆ!
เพราะเหตุนี้ ทั้งพุทธเจ้าแผดตะเกียงและจอมเทพอื่นๆ จึงแสนสุขุมสบายใจ
ผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ เองก็เยือกเย็นอยู่เช่นกัน
เพราะพวกเขาก็มีผู้ใต้บัญชาอยู่ในอาณาจักรนิตย์ทิวานี้!
“พอใจแล้วหรือยัง?”
ลั่วเสวียนจีมองค้อนซูอี้
“ข้าจะพอใจก็ต่อเมื่อช่วยเจ้าล้างแค้นสำเร็จ ข้าจะได้ไม่ต้องมีหนี้ติดค้างอันใดกับเจ้า”
ซูอี้แย้มยิ้ม
ว่าแล้ว เขาก็ก้าวออกมาเตรียมลงมือ
ตูม!
ทันใดนั้น จอมเทพผู้หนึ่งพลันชิงลงมือ ร่างของเขาเคลื่อนไหวกลางเวหา ปรากฏตรงหน้าซูอี้และฟาดฝ่ามือเข้าใส่ในพริบตา
รวดเร็วเหลือเชื่อ
แทบจะพร้อมกันนั้น จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ ก็เข้าผสมโรง แต่ละผู้รวดเร็วไม่แพ้กัน!
พวกเขาดูไร้ความกลัว แต่แท้จริงเป็นที่ชัดเจนว่าไม่คิดให้โอกาสซูอี้ใช้ไพ่ตาย และอยากจะเอาชนะซูอี้ในพริบตาสายฟ้าแลบ
“วอนตาย!”
คู่เนตรพร่างดาวของลั่วเสวียนจีเย็นเยือก เตรียมพร้อมทุ่มสุดชีวิตเข้าหยุดยั้ง
ทว่าทันใดนั้น หนึ่งเสียงพลันตวาดลั่น
“พอแล้ว!!”
วาจาเพิ่งดัง ทว่าเสียงกลับสะเทือนสนั่นลั่นโครม!
เป็นเสียงอันกึกก้องสะท้านทั่ว
ร่างของจอมเทพผู้โจมตีซูอี้ก่อนใครถูกทุบแหลกเยี่ยงรูปสลักน้ำแข็งต้องค้อนเทพ กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
เสื่อมสลายไปก่อนทันได้กรีดร้อง!
ภาพอันอหังการน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ ผงะตัวสั่น ร่างของพวกเขาพากันชะงักพร้อมเพียงก่อนทันถึงที่หมาย และถอยกรูดไปอย่างสุดชีวิต
ท่ามกลางหมอกควัน มิอาจทราบได้ว่ามีชายชราร่างผอมเตี้ยปรากฏตรงหน้าซูอี้ตั้งแต่ยามใด
เส้นผมของเขาชี้ฟูเยี่ยงกอหญ้า ใบหน้าซูบเหลือง ดวงตาสามเหลี่ยม จมูกด่างแดง สวมชุดนักพรตเก่าๆ มอมแมมสีเทา ในมือถือธงเปื้อนๆ สีดำไว้ผืนหนึ่ง
ดูไร้ความโดดเด่นใดๆ
กระทั่งบรรยากาศรอบตัวยังแย่ยิ่ง
ทว่ายามเขายืนตรงเบื้องหน้าซูอี้ สีหน้าของจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามเหล่านั้นต่างแปรเปลี่ยน
เหอปั๋ว!
ตัวตนลึกลับผู้พิทักษ์ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย สัญจรยืนยง ทัศนาการเกิดดับของอารยธรรมยุคสมัยต่างๆ ในสายนทีมาเนิ่นนานไร้สิ้นสุด
ในทุกอารยธรรมยุคสมัยแห่งอดีตกาลล้วนมีตำนานเกี่ยวกับเขา แต่กลับไร้ผู้ใดทราบที่มา
เป็นที่รู้กันเพียงว่า เขาถูกรู้จักในฐานะ ‘เทพแม่น้ำ’ ประจำธารแห่งยุคสมัย ถือครองปริศนาอันเกินรับรู้
และยามนี้ เหอปั๋วผู้ลึกลับสูงสุดปรากฏขึ้นปกป้องซูอี้ สังหารอวตารเจตจำนงจอมเทพ!!
ใครเล่าจะมิประหลาดใจ?
หากการปรากฏตัวของลั่วเสวียนจีเป็นตัวแปรที่ทำให้ผู้คนครั่นคร้ามเล็กน้อย
เช่นนั้น การปรากฏตัวของเหอปั๋วก็ทำให้ทุกผู้ตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี!
“ข้าน่าจะเดาได้แล้วแท้ๆ ว่าเหตุที่เจ้าไร้ความกลัวนั้นเป็นเพราะมีเหอปั๋วหนุนหลัง”
ทันใดนั้น ลั่วเสวียนจีก็ผ่อนคลาย เผยสีหน้าตระหนักรู้กะทันหัน
นางลืมไปได้เช่นไรว่าซูอี้ไปได้เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยจากหอคอยพิบัติโบราณ?
และตัวหอคอยพิบัติโบราณเองก็เป็นถิ่นของเหอปั๋ว!!
ผู้นำเขตหวงห้ามต่างๆ ล้วนมีสีหน้าดำคล้ำและตระหนักเช่นเดียวกัน
หากไร้คำอนุญาตจากเหอปั๋ว มีหรือซูอี้จะได้ซูสิงเค่อพาไปยังหอคอยพิบัติโบราณ?
“ผู้หนุนหลัง?”
เหอปั๋วส่ายหน้ารัวเยี่ยงกลองป๋องแป๋งแล้วรีบปฏิเสธ “ข้ามิใช่ผู้หนุนหลังเขาหรอก”
ลั่วเสวียนจีผงะไป
ซูอี้เก็บยันต์ลับชิ้นหนึ่งในมือไปอย่างเงียบๆ
มันคือยันต์ลับประจักษ์แจ้งที่หลินจิ่งหงให้มา ก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะใช้มัน แต่ยามนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ต้องใช้มันในยามนี้
“เหอปั๋ว ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยกล่าวไว้นี่ว่าตนพิทักษ์ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยชั่วกาลนาน ไม่เข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งทางโลก อย่าว่าแต่จะจมปลักโคลนผลกรรมความแค้นใดๆ!”
จอมเทพเทียนฮวงกล่าวเสียงลุ่มลึก “ยามนี้ เจ้าจะเอาตัวมาพัวพันในมรสุมด้วยหรือ?”
เหอปั๋วพลันหันไปชี้หน้าจอมเทพเทียนฮวง “ใช่ มีปัญหาหรือ? ไอ้***แม่!”
ทุกผู้ “……”
ซูอี้อดผงะไปมิได้
ในความประทับใจของเขา แม้เจ้าเฒ่าผู้นี้จะลามกมากตัณหา แต่ก็ไม่เคยด่าผู้ใดถึงเพียงนี้
ซ้ำยังชี้หน้าด่าจอมเทพ!
สีหน้าของจอมเทพเทียนฮวงพลันแดงก่ำด้วยโทสะ
“แล้วก็พวกเจ้า”
ขณะที่สายตาของเหอปั๋วกวาดมองจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ แล้วเท้าสะเอวด่า
“ผู้ใหญ่ประสาอันใดวะรวมตัวกันรังแกคนหนุ่มผู้เดียวซึ่งยังมิได้เป็นเทพ แม่งโคตรไร้ยางอายเลยว่าไหม? หากมิใช่ เพราะตัวข้าตั้งสัตย์ปฏิญาณไม่ฆ่าผู้ใดยามพิทักษ์ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยล่ะก็ คงฆ่าไอ้พวกไร้ยางอายพวกนี้คามือไปแล้ว โคตรงี่เง่าเลย ถุย!”
เขาดูจะยังมิสาแก่ใจ ถ่มถุยปรามาสดุเดือด “จรรยาอยู่ไหน ศักดิ์ศรีเอย ความกล้าเอยไปไหนหมด โยนให้หมากินหมดแล้วหรือไร?”
ภาพนี้ประหลาดยิ่ง กระทั่งแสนน่าขันนัก
จอมเทพหนึ่งกลุ่ม ยืนยงองอาจ ณ จุดสูงสุดแห่งโลกเทพ
ผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายล้วนผ่านมิติเวลาอันเรรวนมาจนปัจจุบันราวเป็นอมตะชั่วนิรันดร์
ทว่ายามนี้ เหอปั๋วกลับมาเท้าสะเอวดุด่าสาดเสียเทเสียใส่พวกเขาราวคนเถื่อนข้างถนน
เมื่อทวยเทพจากขุมกำลังใหญ่ต่างๆ เห็นเข้าจากไกลๆ พวกเขาก็อดผงะตะลึงกันมิได้
นี่หรือคือเหอปั๋วผู้ลึกลับสูงสุดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย?
ไฉนจึงวาทะหยาบช้าเช่นโจรเฒ่าไปได้?
ลั่วเสวียนจีแย้มยิ้มจนคู่เนตรพร่างพราวหยีเยี่ยงจันทร์เสี้ยว
ซูอี้ถูจมูก แม้เขาจะรู้สึกว่าวาจาของเหอปั๋วไม่น่าฟังเลยก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับในใจว่าเหอปั๋วด่าได้สาแก่ใจยิ่ง ให้ความรู้สึกเหมือนไร้ผู้ใดด่าได้เลอเลิศเทียบเทียมทั่วฟ้าดิน
“พอแล้ว!”
ในที่สุด ธิดาเทพกูเทียนก็ทนฟังไม่ได้ และกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าสาบานไว้ว่าจะมิฆ่าใคร เจ้าก็อย่าเข้ามาพัวพันดีกว่า! หาไม่ เจ้าจะดูหยาบคายน่ารังเกียจเสียเปล่าๆ!”
ในฐานะผู้นำเขตหวงห้าม นางย่อมรู้ว่าเหอปั๋วนั้นลึกลับและพิเศษ
แต่นางหากลัวไม่
ไม่ว่าผู้ใดฝ่าฟันใช้ชีวิตในมิติเวลาอันเรรวนจากอารยธรรมยุคสมัยอันสาบสูญจนกลายเป็นผู้นำเขตหวงห้ามได้ ย่อมไม่มีทางกลัวตัวตนใดๆ อันมิทราบที่มา
“นังนี่ อย่าคิดว่าแค่ดูสวยแล้วจะทำทุกสิ่งได้ตามใจนะ!”
เหอปั๋วหันไปจ้องใบหน้าไร้ที่ติของธิดาเทพกูเทียน “เหมือนเช่นยามนี้ ที่เจ้าทำให้ข้าโกรธมาก!”
ว่าแล้ว ร่างของเขาก็พลันหายวับไป
อึดใจต่อมา
เปรี้ยง!!
ที่อกของธิดาเทพกูเทียนถูกแทงเป็นรู
ดวงตาของนางเบิกกว้าง อ้าปากพะงาบเหมือนจะพูด ทว่าอวตารเจตจำนงนี้ได้แหลกสลายไปเสียก่อน
ขณะที่ร่างของเหอปั๋วกลับมายืนจุดเดิม ส่ายศีรษะกล่าวอย่างมีชัย “ข้าตั้งสัตย์ไม่ฆ่าใครก็จริง แต่มิเคยบอกเสียหน่อยว่าจะไม่ฆ่าร่างอวตารเจตจำนงใคร!”
ทุกผู้สูดหายใจเฮือก
จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายล้วนหน้าซีด
ก่อนพวกเขาจะมองตามทัน เหอปั๋วก็ชกทะลุอกธิดาเทพกูเทียนไปแล้ว
ทรงอำนาจยิ่ง!
และตั้งแต่ต้นจนจบ อวตารเจตจำนงของธิดาเทพกูเทียนก็ไร้โอกาสขัดขืน!!
“ข้าสงสัยนักว่าตัวตนสูงส่งเช่นท่าน ไฉนกันจึงเลือกเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ และยังเลือกยืนข้างซูอี้อีก”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงขมวดคิ้วกล่าวขึ้น
เหอปั๋วแสยะยิ้ม “ง่ายมาก เพราะทนมองไม่ได้ไง มีปัญหาหรือ? ป๋าพอใจจะทำ ไฉนต้องให้ตัว****ตัวห่ามาตั้งคำถามด้วย?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงหน้าเสีย จิตสังหารปรากฏขึ้นบนสีหน้าอย่างเกินควบคุม
เขาไม่ได้ถูกด่าเสียๆ หายๆ อย่างหยาบคายเช่นนี้มานานแล้ว!
แม้เขาจะสูงส่งภาคภูมิในขันติ แต่ก็ยังอดปรากฏเค้าโทสะมิได้
แม้พระโพธิสัตว์ปั้นจากโคลน ก็ยังมีส่วนผสมเป็นดิน*[1] นับประสาอันใดกับเขา จอมเทพผู้เลิศล้ำแห่งสวรรค์?
และยามนี้ เหอปั๋วพลันกล่าวขึ้นเสียงเย็น “เข้ามาเลย ผู้ใดมิพอใจก็เข้ามา ข้าผู้นี้รับปากว่าจะชกให้ตัวแตกเลย!”
[1] 泥菩萨还有三分土性 หมายถึง แม้จะเป็นผู้ใจเย็นขันติสูง ก็ยังเป็นผู้มีความคิดจิตใจ โมโหได้เหมือนกัน