บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2067 เสียงระฆังอันกังวานในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย!
- Home
- บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
- บทที่ 2067 เสียงระฆังอันกังวานในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย!
บทที่ 2067 เสียงระฆังอันกังวานในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย!
ทั้งวาจาและพฤติกรรมของเหอปั๋วช่างหยาบคายยิ่ง
แต่ภาพเมื่อครู่ยามเขาฆ่าธิดาเทพกูเทียนด้วยหนึ่งหมัดพิสูจน์แล้วว่าเหอปั๋วผู้ลึกลับนี้น่าสะพรึงกลัว
ดังนั้น เมื่อเผชิญการยั่วยุ แม้จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายจะเดือดดาล พวกเขาก็ยังไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
“พวกเรานั้นเป็นเพียงแค่อวตารเจตจำนง ต่อให้ถูกทำลายก็มิเห็นเป็นไร”
จอมเทพผู้หนึ่งกล่าวด้วยแววตาเฉยชา “อีกอย่าง เจ้าเหอปั๋วปกป้องคนบาปนี่ได้เพียงชั่วคราว มีหรือจะปกป้องเขาชั่วชีวิตไหว?”
เปรี้ยง!!
แล้วร่างของจอมเทพผู้นี้ก็ระเบิดแหลก
ถูกชกทะลวงอกเฉกเช่นกัน
เปลือกตาของทุกผู้กระตุกยิก
ขณะที่เหอปั๋วกลับไปกล่าวแดกดัน ณ จุดเดิม “จนบัดนี้ พวกเจ้ายังไร้เจตนาคิดสำนึก จริงอยู่ที่พวกเจ้ามิกลัวอวตารเจตจำนงถูกทำลาย แต่การกระทำของพวกเจ้าในหนนี้ ถูกกำหนดชะตาไว้แล้วว่าต้องแพ้ราบคาบ! ดังนั้น มันถือว่าพอแล้วสำหรับข้า!”
วาจานั้นเป็นราวมีดดาบทิ่มแทงหัวใจคนทุกผู้ สีหน้าของพวกเขายิ่งทวีความดำคล้ำ
พวกเขาวางแผนเนิ่นนานเพื่อครานี้ จนในที่สุดก็ได้โอกาสอันสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงจับตัวซูอี้มาฉกชิงวัฏสงสาร ยังจะได้วัตถุสะบั้นกฎอย่างเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยมาด้วย!
ทว่าเมื่อถึงกาล สถานการณ์กลับพัฒนาผิดคาด
เริ่มจากลั่วเสวียนจีเข้ามาพัวพันขัดขืน ตามด้วยเหอปั๋วผู้เป็นปริศนา!
สถานการณ์ถูกกระทบรุนแรงเสียจนตาลปัตร
แต่ใครเล่าจะยอมหยุดเพียงเท่านี้?
ใครเล่าจะยอมรับจุดจบอันมิอาจยอมรับได้นี้?
“ยังมีลูกเต่าเหลือขอตัวไหนข้องใจอีกหรือไม่?”
ดวงตาของเหอปั๋วกร่างกำแหง กล่าวยั่วยุจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายอย่างไร้เกรงใจ
จอมเทพเทียนฮวงกล่าวอย่างโกรธเคือง “ท่านใช้วาจาสุภาพไม่ได้หรือไร?”
วาทะของเหอปั๋วผู้นี้หยาบคายเกินฟังจริงแท้ ทุกประโยคล้วนผสมรวมคำสบถหยาบคายกระด้างโสต
“ได้”
เหอปั๋วแย้มยิ้ม “ไอ้***แม่ อย่างนี้ใช้ได้หรือไม่?”
ทุกผู้ “……”
ตูม!
อึดใจต่อมา ร่างของจอมเทพเทียนฮวงพลันระเบิดแตกออก
สาเหตุการตายยังคงเป็นการถูกทะลวงอกเช่นเดิม สีหน้าของเขาเปี่ยมความเดือดดาลยามสูญสลาย เห็นได้ชัดว่าถูกด่าจนเดือด
“ไป!”
ณ ยามนี้ พุทธเจ้าแผดตะเกียงสูดหายใจลึกๆ แล้วเลือกถอนตัวตัดสินใจจรจากอย่างเด็ดเดี่ยว
ด้วยตัวตนลึกลับอย่างเหอปั๋ว แม้คนเหล่านี้จะร่วมมือ ก็ยังยากจะกู้คืนสถานการณ์
และยิ่งอยู่ต่อ ก็ย่อมต้องถูกเหอปั๋วชี้หน้าด่าเสียๆ หายๆ ดังนั้นใครเล่าจะทนความอัปยศนี้ได้?
“ช้าก่อน!”
เหอปั๋วตวาดลั่น “จะมาก็มา จะไปก็ไป พวกเจ้าแม่งถือข้าเป็นต้นหอมหรือไง?”
“แล้วเจ้ายังต้องการอันใดอีก?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงกล่าวด้วยโทสะ ดวงตาเย็นเยียบน่าสะพรึง
ขณะที่จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ ก็พลอยมีสีหน้าย่ำแย่
พวกเขาล้วนเป็นอวตารเจตจำนง ย่อมไม่กลัวถูกทำลาย
ทว่าหากถูกยั่วยุจริงๆ พวกเขาก็เข้าต่อสู้กับเหอปั๋วอย่างเต็มที่ได้!
“อย่าประหม่าไป”
เหอปั๋วแย้มยิ้มกล่าวขึ้น “เราต้องการความช่วยเหลือจากพวกเจ้าเพื่อเปิดวิถีแห่งบรรพเทวา ดังนั้น ขอเพียงพวกเจ้าช่วยเรา ข้ารับปากว่าศิษยานุศิษย์ของพวกเจ้าจะได้รับโอกาสเข้าไปยังวิถีแห่งบรรพเทวาด้วย”
ทุกผู้ผงะไป
“ต้องให้พวกเขาช่วยหรือ?” ซูอี้ขมวดคิ้ว
“แรงงานพาตัวเองมาถึงที่ จะปล่อยไปก็เสียเปล่า ฆ่าไป ร่างจริงของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบเพียงน้อยนิด”
เหอปั๋วอธิบาย “เขาเรียกว่าการประยุกต์ใช้ขยะ”
ทุกผู้ “……”
เจ้าเฒ่านี่หยาบช้าทุกคำจริงๆ!
การถือจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามเป็นแรงงานมันหยามกันเกินไปชัดๆ!
ทว่าเกินคาด จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายล้วนรวนเร สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่แน่ใจ
“แน่ใจหรือว่าหลังเปิดวิถีแห่งบรรพเทวา ศิษย์ของข้าจะได้โอกาสเข้าไป?”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงกล่าวทำลายความเงียบขึ้น
“ถูกต้อง”
เหอปั๋วพยักหน้า “โอกาสในวิถีแห่งบรรพเทวานั้นเชื่อมโยงกับตัวแปรมากมาย ณ โอกาสปัจจุบัน ผู้ใดผู้หนึ่งย่อมไม่อาจผูกขาด และเป็นไปไม่ได้ที่จะตกเป็นของบุคคลเพียงกลุ่มเล็กๆ”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย สีหน้าของเจ้าตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ดวงตาลึกล้ำ กล่าวขึ้นว่า
“ตลอดกาลนานมา ยามวิถีแห่งบรรพเทวาเปิดขึ้น ไม่ว่าผู้ใด สำนักใด ที่มาสูงส่งหรือต่ำต้อย ขอเพียงมีความสามารถพอเข้าไปในวิถีแห่งบรรพเทวา พวกเขาก็ล้วนเข้าไปได้ทั้งสิ้น นี่คือกฎของธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย ไร้ผู้ใดแก้ไขแปรเปลี่ยนได้!”
ผู้คนล้วนใจสะท้าน
ซูอี้อดประหลาดใจมิได้ “ผู้ใดตั้งกฎข้อนี้หรือ? จิตวิญญาณช่างยิ่งใหญ่นัก!”
ในสายตาของเขา มีเพียงผู้มุ่งเน้นผลประโยชน์ของผู้คนทั่วโลกหล้าอารยธรรมยุคสมัยเท่านั้นจึงสามารถตั้งกฎเช่นนี้ได้
ผู้ใดก็ไม่อาจหักห้าม ต่างผู้ล้วนตื่นตะลึงกับความกล้าเช่นนี้!
เหอปั๋วหันกลับมามองซูอี้ด้วยสายตาพิกล แล้วกล่าวว่า “คำถามนี้ของเจ้า เดี๋ยวภายหลังก็รู้เอง”
ซูอี้ “……”
มันเกี่ยวกับเขาหรือไร?
หรือตัวเขาในอดีตชาติจะรู้จักผู้ตั้งกฎนี้?
“ได้! ข้ารับปาก!”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงรับคำ
จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพากันรับปาก
หลังเห็นเช่นนี้ เหอปั๋วก็หัวเราะหึ “เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้ายังละเมอเพ้อพก ว่าหลังวิถีแห่งบรรพเทวาเปิดออก ศิษยานุศิษย์ของพวกเจ้าจะสามารถรับมือซูอี้ ชิงอำนาจวัฏสงสารกับเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยที่เขามีได้อยู่”
ผู้คนเงียบไป
เหอปั๋วกล่าวต่อ “แต่ข้าก็เฝ้ารอให้เรื่องนี้เกิดเช่นกัน”
ทุกผู้อดขมวดคิ้วมิได้
ชั่วขณะนั้น วาทะของเหอปั๋วเป็นจริงหรือไม่ ผู้ใดล้วนมิทราบกระจ่าง
ส่วนซูอี้หาใส่ใจไม่
เขาไม่ได้คิดแต่แรกแล้วว่าเหอปั๋วจะมา อย่าว่าแต่ช่วยเขาเลย
และในเมื่อไม่ได้คิดไว้ ชายหนุ่มย่อมไม่สนใจ
ทว่าการวางตัวของเหอปั๋วนี่สิน่าสงสัย
อีกฝ่ายดูจะกำลังปกปักษ์รักษากฎบัญญัติบางอย่างที่มิอาจมองเห็นอยู่
เช่นไม่ปล่อยให้ศัตรูร้ายเหล่านั้นกระทำการเหี้ยมโหดต่อเขา
เช่นให้ยอดฝีมือผู้อื่นซึ่งสามารถพอเข้าไปยังวิถีแห่ง บรรพเทวาได้
เช่นการที่ไม่ได้ฆ่าผู้ใดอย่างแท้จริงนับแต่ต้นจนบัดนี้
หาไม่ ด้วยอำนาจต่อสู้ที่เหอปั๋วสำแดงก่อนหน้านี้ คงเพียงพอกวาดล้างทุกผู้ที่นี่ได้ง่ายๆ!
ทั้งหมดนี้เหมือนคนผู้นี้ตกอยู่ภายใต้กฎบางอย่าง ไม่อาจกระทำการตามอำเภอใจ
“ไปกันได้แล้ว”
เหอปั๋วกุมกำปั้นหันไปกล่าวกับซูอี้ “สหายเต๋า เจ้าแค่ถือเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยไว้ แล้วมองเฉยๆ ก็พอ”
“ส่วนคนอื่นๆ ตามข้าไปยังเทือกเขาบรรพเทวา!”
……
ครู่ต่อมา
ตูม!
เหนือเทือกเขาบรรพเทวามีเพลิงแสงคุกรุ่น อำนาจมิติเวลาพลุ่งพล่านเยี่ยงกระแสธาร ค่อยๆ วาดเป็นประตูมายา อันตระหง่านงามบนอากาศทีละนิด
มันสูงหมื่นจั้ง เชื่อมฟ้าจรดแดน ดูประหนึ่งประตูสวรรค์!
จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลายทุ่มกำลังเต็มที่ ใช้เคล็ดวิชาภายใต้การชี้นำของเหอปั๋วลากอำนาจมิติเวลาอันปกคลุมเทือกเขาบรรพเทวาไปหลอมรวมกับประตูมายานั่นอย่างต่อเนื่อง
ไกลออกไป ซูอี้ถือเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยไว้ในมือ พิรุณแสงฮุ่นตุ้นพร่างพรม สร้างการเชื่อมต่ออันน่าอัศจรรย์กับประตูมายาไกลออกไป
ห่างออกไปอีก เมื่อทวยเทพจากขุมกำลังหลักทั้งหลายเช่นเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ปรากฏความตะลึง
นั่นคือประตูสู่วิถีแห่งบรรพเทวา!
หลังกาลผ่านเกินคณานับ ในที่สุดมันก็หวนคืนมาในวันนี้!
“ลงแรงกว่านี้อีก ลาโง่ลากโม่แป้งยังไม่ขี้เกียจเท่าพวกเจ้าเลย!!”
ใต้ท้องนภา เหอปั๋วกำลังติเตียนจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามทั้งหลาย
ทุกผู้ล้วนรู้แก่ใจแล้วว่าเหอปั๋วปากเสียเพียงไร แต่เมื่อเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็ยังรู้สึกแสนพิกล
ส่วนจอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามเหล่านั้นล้วนหน้าดำคล้ำ ไม่กล่าววาจาอื่นใด
แต่ผู้ใดก็ล้วนเห็นได้ว่าพวกเขากำลังสะกดกลั้นโทสะกันอยู่!
“เร็วกว่านี้อีก!”
เหอปั๋วเร่ง “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พวกเจ้าเหิมเกริมบ้าระห่ำกันนักหรือ ไฉนยามนี้ประตูบานเดียวยังเปิดมิได้?”
ผู้เฒ่าเรืองวิญญาณอดกล่าวมิได้ว่า “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อวตารเจตจำนงของเราจะแหลกสลายเอานะ!”
“สลายไปแล้วเช่นไร ร่างจริงพวกเจ้าไม่เสียหายเสียหน่อย! จะตะโกนหาอันใด เชื่อหรือไม่ว่าข้าชกหัวเจ้ายุบได้?”
เหอปั๋วง้ำหน้าด่าทอ
ผู้เฒ่าเรืองวิญญาณทั้งขุ่นเคืองและไม่พอใจ เดือดดาลจนแทบบ้า หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นไม่ใช่เหอปั๋ว เขาคงเข้าไปตบจนตายนานแล้ว
วาทะเยี่ยงโจรโดยแท้!
แม้จอมเทพและผู้นำเขตหวงห้ามคนอื่นๆ เงียบอยู่เสมอ ทว่าในใจก็เคืองแค้นถึงขีดสุด
ท้ายที่สุด ยามอำนาจอวตารเจตจำนงของพวกเขาใกล้เหือดหาย ประตูอันดูเยี่ยงมายานี้ก็ปรากฏในฟ้าดินเสียที
ประตูสู่วิถีแห่งบรรพเทวานี้สร้างขึ้นจากอำนาจมิติเวลาโดยสมบูรณ์ ดูเรียบง่ายทว่าใหญ่โตโอ่อ่า
ทำให้ทวยเทพทั้งหลายที่นี่ล้วนดูแสนเล็กจ้อย
ขณะนี้ ซูอี้พลันบังเกิดความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์ขึ้นในใจ ถึงการเชื่อมต่อล่องหนระหว่างเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยและประตูสู่วิถีแห่งบรรพเทวา ซึ่งหากเขาไม่ยินยอม ประตูนี้จะไม่อาจเปิดออกได้โดยแท้จริง!
และเช่นกัน มีเพียงเขาเท่านั้นที่เปิดประตูสู่อารยธรรมยุคสมัยอันจมฝุ่นแสนนานนี้ได้!
เหง่ง!
ทันใดนั้น เสียงระฆังใสกระจ่างพลันกังวานออกมาจากประตูสู่วิถีแห่งบรรพเทวา
จากนั้นฟ้าดินสั่นสะท้าน สรรพสิ่งสอดประสาน
ทวยเทพทั้งหลายที่นี่ล้วนสัมผัสได้ และบังเกิดความคิดเดียวกันในใจ……
วิถีแห่งบรรพเทวาเปิดออกแล้ว ผู้ใดในโลกหล้าที่สามารถพอล้วนสามารถเข้าไปได้!
ระยะเวลา ‘หนึ่งปี’ !
ขณะเดียวกัน ทุกตัวตนในอาณาจักรนิตย์ทิวาก็ได้ยินเสียงระฆังนี้ด้วย และสัมผัสได้ว่าวิถีแห่งบรรพเทวาเปิดออกแล้ว!
และพร้อมกันนั้น เสียงระฆังปริศนานี้พลันกังวานก้องทั่วธารนทีไร้ขอบเขตแห่งยุคสมัย จุดจอดพักต่างๆ อันกระจัดกระจายล้วนได้ยินถ้วนทั่ว
ทันใดนั้น ยอดฝีมือทั้งหลายทั่วจุดจอดพักต่างๆ ไม่ว่าจะมีที่มาเช่นไร การฝึกฝนสูงต่ำเพียงไร ศักดิ์ศรีสถานะสูงส่งหรือต่ำต้อย พวกเขาล้วนสัมผัสได้ถึงการเปิดออกของวิถีแห่งบรรพเทวา
“สวรรค์! นี่เรื่องจริงหรือ? วิถีแห่งบรรพเทวาเปิดแล้ว ขอเพียงสามารถพอเข้าไปได้ ก็สัญจรในนั้นได้?”
“ต้องจริงแน่แท้! ข้าก็สัมผัสได้เช่นกัน!”
ชั่วขณะนั้น ทั่วทิศในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย ไม่ว่าที่ใดขอเพียงมีสิ่งมีชีวิตสัญจรรวมตัวล้วนปั่นป่วนลือลั่นเพราะข่าวนี้ ต่างเกิดเสียงฮือฮาเกินคณานับ
“ยอดเยี่ยม ล้ำเลิศนัก!”
ตัวตนระดับสุดลึกล้ำทั้งหลายผู้สัญจรในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยมาเนิ่นนานตื่นเต้นเกินสะกดไหว
การบรรลุเทพนั้นยากยิ่ง!!
หากอำนาจเทพหาได้ง่าย ใครเล่าจะเสี่ยงชีวิตดิ้นรนหามาช้านาน?
ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้ล้ำเลิศมากมายเพียงไรต้องตกตายอย่างจิตตกแค้นเคืองก่อนได้เป็นเทพ!
ไม่อาจทราบได้ว่าตัวตนเลิศล้ำลือนามทั่วโลกหล้าต้องตกตายหายสูญในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยมากมายเพียงไร
และยามนี้ วิถีแห่งบรรพเทวาปรากฏขึ้น สำหรับยอดฝีมือผู้ดิ้นรนหาวิถีบรรลุเทพเหล่านั้น มันก็เท่ากับได้เห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดอย่างมิต้องสงสัย!
นี่คือความหวังบรรลุเทพ!!