บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2103 วัฏสงสาร!
บทที่ 2103 วัฏสงสาร!
อาการบาดเจ็บที่มหาเทพจื่อเตี้ยนได้รับร้ายแรงยิ่งนัก!
สภาพสยดสยองอันร่างวิถีเจียนมลายนั้นทำให้ทวยเทพซึ่งมองการศึกอยู่ไกลๆ ร่างสะท้าน
หนึ่งตัวตนระดับจอมเทพเกือบถูกสังหารในพริบตา!!
มหาเทพอีกหกผู้ล้วนสีหน้าดำคล้ำ
ก่อนหน้านี้ พวกเขาล้วนมองข้ามไป คิดว่าอำนาจกฎเกณฑ์บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์กำลังจะแหลกสลาย มหาเทพจื่อเตี้ยนจึงฉวยโอกาสทะยานหาว คิดสังหารซูอี้ลงในคราวเดียว
ทว่ายามนี้ พวกเขาประจักษ์แล้วว่ามันเป็นกับดัก!
ซูอี้แสร้งเผยจุดอ่อนแก่ศัตรู ล่ออสรพิษออกจากโพรง!
“สหายเต๋าลงมือได้แยบยลนัก!”
มหาเทพหมิงโจ้วรำพึง
ซูอี้กล่าวเนิบๆ “ลูกไม้เล็กน้อย ไม่ควรค่าพูดถึง”
ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะมหาเทพเหล่านี้หารู้ความลับใดๆ ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ไม่ และคิดว่าหากพวกตนทำลายอำนาจกฎเกณฑ์เหล่านั้นไปเสียก็สิ้นไร้อุปสรรคใดขวาง
อันที่จริง แก่นแท้ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์คือสนามเต๋าบนยอดบรรพตต่างหาก!
สนามเต๋านี้สลักกฎบัญญัติวัฏสงสารอันสมบูรณ์ไว้ พิทักษ์ที่นี่เยี่ยงวิถีสวรรค์
และเนิ่นนานมานี้ วัฏสงสารลาลับ จึงไร้ผู้ใดล่วงรู้ถึงมันเลย
ซูอี้เองก็อิงเคล็ดวัฏสงสารในมือ จึงได้รับรู้ถึงปริศนาของสนามเต๋าใต้เท้าเขายามมาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์
“ลูกไม้เล็กน้อย?”
มหาเทพหมิงโจ้วรำพึง “สหายเต๋าถ่อมตัวเกินไปแล้ว หากข้าเข้าใจไม่ผิด สิ่งที่ซ่อนในสนามเต๋านั้นก็น่าจะเป็นอำนาจวัฏสงสารอันสูญหายจากเขตเทพโบราณไปเนิ่นนาน”
วัฏสงสาร!
วาจานี้ทำให้สีหน้าของทวยเทพทั้งหลายแปรเปลี่ยน
แม้อำนาจเช่นนี้จะสาบสูญจากวิถีแห่งบรรพเทวาไปเนิ่นนาน แต่ใครเล่าจะไม่ซึ้งถึงธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวแห่งอำนาจนี้?
แรกเริ่มเดิมที วัฏสงสารเป็นเช่นมหาตะวันส่องหล้า ปกครองสยบวิถีแห่งบรรพเทวาชั่วกาลนาน!
อย่าว่าแต่จอมเทพเลย กระทั่งเทพบรรพกาลทั้งหลายก็ถูกสยบไว้ในอนธการไร้สิ้นสุดโดยวัฏสงสาร!!
และยามนี้ ปรากฏว่ามีอำนาจวัฏสงสารอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ ดังนั้นใครเล่าจะไม่ตกตะลึง?
“น่าเสียดายที่อำนาจวัฏสงสารซึ่งถูกทิ้งไว้ยามนี้เป็นเพียงค่ายกลกฎเกณฑ์ ไม่อาจใช้ได้เป็นเวลานาน”
ซูอี้เองก็รำพึง
เหล่าผู้ฟังผงะไป
เรื่องเช่นนี้กล่าวออกเสียงอย่างแจ่มแจ้งได้ด้วยหรือ?
เจ็ดมหาเทพล้วนขมวดคิ้ว
“คนแซ่ซู เจ้าอยากจะหลอกกันอีกหรือ? คิดจริงๆ หรือว่าเราโง่งมจนถูกหลอกได้อีกหน?”
มหาเทพจื่อเตี้ยนกัดฟันกล่าวด้วยแววตาเปี่ยมความอาฆาต
ครู่ก่อน เขาเกือบถูกสังหารลงคาที่ นอกจากความกลัว ในใจของเขาจึงมีความอับอายและเคืองแค้นอยู่ด้วย
“หลอกลวง? ตัวข้า บุคคลผู้ยังไม่บรรลุเทพ แต่กลับสามารถทำให้มหาเทพผู้หนึ่งอย่างเจ้าทรุดลงแพ้พ่าย เจ้าว่าข้าฉลาดเกินไปหรือเจ้าโง่งมเกินไปกันเล่า?”
ซูอี้เสสรวล
“เจ้า……” มหาเทพจื่อเตี้ยนเดือดดาล
“พอแล้ว พ่ายแก่มือสหายเต๋าซู นับเป็นอันใดได้”
มหาเทพหมิงโจ้วกล่าวเสียงสุขุม “ข้าบอกไปแล้ว ตัวตนของเขาอาจจะต่ำต้อยอ่อนแอกว่ายามก่อนมากนัก ทว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจะดูแคลนได้”
“ลงมือ!”
มหาเทพหมิงโจ้วกล่าว “ทำลายภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์เสียก่อน แล้วจึงประมือกับสหายเต๋าซู ค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้วู่วาม!”
น้ำเสียงของเขาเจือเค้าหมายมั่น
“ได้!”
มหาเทพอีกหกเห็นฝีมือซูอี้มาก่อนแล้ว และขณะนี้พวกเขาก็ไม่กล้าเลินเล่อ ร่วมมือกับมหาเทพหมิงโจ้วทุ่มสุดกำลังโจมตี
ตู้ม!
สารพัดสมบัติโถมทะยาน สี่ดาบเทพต้องห้ามกู่คำรณ แต่ละชิ้นล้วนกระแทกเข้าใส่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์
ท้องนภาสนั่นไหว เขตเทพโบราณทั้งเขตประหนึ่งผจญภัยพิบัติธรรมชาติร้ายแรง
หนึ่งมหาเทพมีอำนาจเพียงพอสะเทือนสรวง นับประสาอันใดกับเจ็ดประสาน?
เมื่อกอปรกับอำนาจของสี่ดาบเทพต้องห้าม เพียงครู่เดียว อำนาจกฎเกณฑ์ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ก็เสียหายร้ายแรง บังเกิดรอยร้าวขึ้นทุกแห่งหน
ยามนี้ เจ็ดมหาเทพไม่ได้เลินเล่อหรือฉวยโอกาสบุกสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ แต่กลับทุ่มทุกวิธีการเพื่อทำลายภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ลงก่อน!
บนยอดบรรพต ซูอี้ใช้อำนาจเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเข้าต่อกรเสมอมา
ทว่าอำนาจของเจ็ดมหาเทพนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป แม้ซูอี้จะทุ่มกำลังสุดฝีมือแต่ก็มิอาจทานการโจมตีเช่นนี้ไหว
ท้ายที่สุด กฎบัญญัติบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ก็แหลกมลาย สลายสูญสิ้นเชิงโดยสมบูรณ์
บรรพตทั้งลูกเปิดโล่ง
“เรียบร้อย!”
“ว่าแล้วเชียว หากเจ็ดท่านมหาเทพร่วมมือโจมตี เจ้าคนแซ่ซูจบเห่แน่!”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นในหมู่ผู้ชม
ทวยเทพซึ่งมองการศึกจากไกลๆ ล้วนเปรมปรีดิ์
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์เป็นเขตหวงห้ามมาแสนเนิ่นนาน ไร้ผู้ใดในเขตเทพโบราณเยื้องย่างไปได้!
ทว่ายามนี้ กฎเกณฑ์บนเขตหวงห้ามนั้นถูกทลายสิ้น!!
เจ็ดมหาเทพผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าไร้ผู้ใดปล่อยปละ ยังคงทุ่มโจมตีอย่างสุดกำลัง จิตสังหารสะเทือนนภา เร่งใช้สมบัติสารพัดจู่โจมสู่ซูอี้บนยอดบรรพต
เปรี้ยง!
ท้องนภาแหลกสลาย สรรพสิ่งโรยรา
ขุมกำลังน่าสะพรึงกลัวระดับจอมเทพรวมตัว มันยังนำมาซึ่งมหันตภัยถึงชีวิตร้ายแรงสูงสุดแก่ซูอี้
ร่างของเขาเครียดเกร็ง จิตใจและวิญญาณถูกกดข่มร้ายกาจ ผิวกายทุกชุ่นคืบสั่นสะท้านเกินควบคุม
เป็นปฏิกิริยาโดยสัณชาตญาณต่ออันตรายถึงชีวิต
น่ากลัวยิ่งนัก!
หากเป็นการเผชิญหน้ากับเทพชั้นสูง ซูอี้จะยังมีความมั่นใจรับมือได้ และกระทั่งยังสามารถสังหารอีกฝ่ายหากทุ่มสุดชีวิตต่อกร
แต่เมื่อเปลี่ยนมาเผชิญเจ็ดตัวตนอันเทียบได้กับจอมเทพพร้อมกัน ด้วยการฝึกฝนอันยังไม่บรรลุเทพของเขา โอกาสเผชิญหน้านั้นไร้สิ้น!
ความต่างชั้นแห่งอำนาจนั้นมิอาจทดแทนได้เลย
ดังนั้น ก่อนเริ่มศึก ซูอี้จึงไม่คิดใช้อำนาจตนมาสลายหายนะนี้
“ขึ้นมา!”
ขณะนี้ ซูอี้ใช้อำนาจเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเพื่อกระตุ้นกฎวัฏสงสารในสนามเต๋าใต้เท้าของเขาโดยไร้ลังเล
ขณะเดียวกัน ดาบเก้าคุมขังในห้วงความนึกคิดของชายหนุ่มพลันฟื้นตื่นจากนิทรา ปลดปล่อยอำนาจยิ่งใหญ่อันเกินเข้าใจผสานสู่การโจมตีนี้
จนบังเกิดเป็นภาพอันเหลือเชื่อนัก……
สนามเต๋า ณ ยอดบรรพตกู่คำราม ปลดปล่อยรัศมียิ่งใหญ่สาดส่องไร้ประมาณ กฎวัฏสงสารปะทุคุกรุ่นเกินคณานับ สร้างเป็นโลกหล้าวัฏสงสารอันลึกลับและสมบูรณ์ขึ้นบนเวหา
ฟ้าดินถิ่นนี้ประหนึ่งถูกสูบสู่วัฏจักรหกวิถีอนธการไร้สิ้นสุดในพริบตา!
สะพานไน่เหอ เส้นทางสุดวิถี ทะเลทุกข์ แท่นเกิดใหม่… ภาพประหลาดอันลึกลับปรากฏขึ้นภายในวัฏสงสาร
ไม่ใช่มายา แต่หวนคืนสู่ฟ้าดินเยี่ยงวัฏสงสารอันแท้จริง!
ขณะเดียวกัน ซูอี้ก็เปรียบประหนึ่งนายเหนือโลกหล้าวัฏสงสาร ยกแขนขึ้นกดลงบนอากาศ
ตู้ม!!
โลกหล้าวัฏสงสารเคลื่อนคล้อยลงจากนภา
การโจมตีประสานของเจ็ดมหาเทพถูกบดขยี้อย่างร้ายแรงในทันใด สารพัดเคล็ดวิชาร้ายแรงต้องห้ามต่างแหลกสลายตามกันดุจฟองคลื่น นานาสมบัติถูกสยบปราบกระเด็นปลิว ส่งวจีคร่ำครวญสะท้านเวหา
กระทั่งสี่ดาบเทพต้องห้ามยังถูกปะทะกดดันเสียจนสะท้านรุนแรง ไม่อาจคืบหน้าได้อีกแม้เพียงชุ่น
“นี่……”
ทวยเทพทั้งหลายตกตะลึงขนลุก
ภาพนี้ประหลาดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
หนึ่งตัวตนอันยังไม่บรรลุเทพ แต่กลับบงการโลกหล้าวัฏสงสารปิดกั้นการโจมตีประสานจากเจ็ดมหาเทพได้!!
เคร้ง!!
ทันใดนั้น เสียงคำรามก็สนั่นโลกา
ดาบเทพคุมอัคคีไม่อาจทานไหว ถูกดีดกระเด็นไปก่อนจนตัวดาบสะท้านสั่น
ร่างของมหาเทพหั่วเยวียนสั่นเทิ้มราวต้องอัสนี ใบหน้าซีดขาว เห็นได้ชัดว่าถูกผลกระทบ
ต่อจากนั้นเป็นเสียงเคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
สามวจีสนั่นก้อง
สามดาบเทพที่เหลือต่างถูกฟาดกระเด็นปลิวตามกัน ทำให้มหาเทพทั้งสามอันประกอบด้วยเสวียนซวง ป้าอวิ๋น และปี้เหอเองก็ได้รับผลข้างเคียง ร่างซวนเซเอ่ยอุทานไปเช่นกัน
ทันใดนั้น ในที่สุดมหาเทพหมิงโจ้วและมหาเทพอีกสองก็เปลี่ยนสีหน้า
เป็นกฎวัฏสงสารอันน่าสะพรึงยิ่งนัก!!