บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2102 เหตุสลด
บทที่ 2102 เหตุสลด
คู่ตะวันจันทราลอยค้างกลางหาว ปลดปล่อยอำนาจกฎเกณฑ์มหาวิถีร้ายแรงเข้ากดดันภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์จนสะท้าน
ทั่วบรรพตแห่งนี้เองก็มีอำนาจกฎเกณฑ์ร้ายกาจปรากฏขึ้นขวางรับแรงกระแทกนี้เช่นกัน
เสียงคำรณสะท้านนภา ทวยเทพจากไกลๆ ล้วนตะลึงงันกับอำนาจยิ่งใหญ่อันปรากฏจากมหาเทพหมิงโจ้ว
“ถูกต้อง เจ้ายังมีไพ่ตายอันใด ไฉนจึงซุกซ่อนไว้?”
มหาเทพจื่อเตี้ยนเองก็ลงมือ
เขาดูเหมือนชายหนุ่ม รูปลักษณ์ท่าทางโดดเด่น ยกง้าวสั้นสีแดงในมือขึ้นฟาดลงอย่างดุดัน
ตู้ม!
เหนือท้องนภา กฎอัสนีม่วงส่งเสียงครืนโครมกระหน่ำฟาดเข้าใส่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ราวพายุ โปรยอำนาจอัสนิบาตสายฟ้าร้ายกาจ
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ยิ่งสะเทือนไหว อำนาจกฎเกณฑ์ทั่วบรรพตพลุ่งพล่านต่อเนื่อง
“ไป!”
มหาเทพหรานเฟิงตวาดลั่น โยนตราประทับเทพกระดูกขาวชิ้นหนึ่งออกไป และยามมันร่วงลงบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ สุญญะถิ่นนั้นพลันระเบิดแหลก คลื่นทำลายล้างแผดกระหน่ำ
ทวยเทพบางผู้ในละแวกใกล้เคียงแตกตื่น ถอยกรูดหนีไปไกลด้วยกลัวจะถูกลูกหลงทันที
นั่นคืออำนาจระดับจอมเทพ ขอเพียงตัวตนใต้ระดับจอมเทพสัมผัส ไม่บาดเจ็บเจียนตายก็สิ้นลม!
สามมหาเทพอันประกอบด้วยหมิงโจ้ว จื่อเตี้ยนและหรานเฟิงล้วนลงมือโจมตี ปกคลุมภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ทั้งลูกด้วยคลื่นทำลายล้างชวนสะพรึง สั่นสะท้านรวนเร
ซูอี้บนยอดเขาลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เก็บเก้าอี้หวายไป แล้วจึงกล่าวกับพวกมหาเทพหมิงโจ้ว
“หากบุกมาถึงบรรพตนี้ได้ ข้าจะเผยไพ่ตายต่อพวกเจ้าก็ได้”
ซูอี้กล่าวเนิบๆ
เขายกมือขวาขึ้นกดลงบนอากาศ
ตู้ม!!
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์กู่คำราม ปลดปล่อยอำนาจกฎเกณฑ์สว่างไสวรุนแรง ทวีอำนาจแข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่อย่างกะทันหัน
รัศมีเจิดจรัสเหล่านี้ บางส่วนแปรเปลี่ยนเป็นปราณดาบเจิดจรัสฟาดฟันเข้าใส่สามมหาเทพ
เปรี้ยง!!
บังเกิดเสียงปะทะสนั่นลั่น คู่ตะวันจันทราค้างกลางเวหาถูกฟาดสะท้านรุนแรง
สีหน้าของมหาเทพหมิงโจ้วแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จิตคิดคำนึง เก็บคู่ตะวันจันทราแล้วล่าถอยไปไกล
ขณะเดียวกัน ทั้งมหาเทพจื่อเตี้ยนและมหาเทพหรานเฟิงต่างถูกปราณดาบนี้ฟาดจนล่าถอย สีหน้าสลับคล้ำผลัดขาว
เสียงอุทานดังระงมในแดนดิน ต่างผู้ล้วนตะลึงกับภาพที่เห็น
“ว่าแล้วเชียว เจ้าลอบถือครองอำนาจภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ไปเรียบร้อย”
มหาเทพหมิงโจ้วกล่าว น้ำเสียงแผ่ชัดฟังได้ถ้วนทั่ว “น่าเสียดาย สำหรับเรา การสลายอำนาจกฎในภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์นั้นใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”
ซูอี้กล่าวยิ้มๆ ขณะถือไหสุรา “นับแต่พวกเจ้าปรากฏตัว ก็เอาแต่ลองเชิงครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกลัวจะพลาดท่าตกตายกันเสียเอง”
เขากวาดสายตาขณะถามมหาเทพเหล่านั้น “ข้า… น่ากลัวเพียงนั้นเทียวหรือ?”
น้ำเสียงของเขาปะปนคำเหน็บแนมไว้หลายส่วน
สีหน้าของเจ็ดมหาเทพต่างดำคล้ำลงมาก
แต่ไม่อาจปฏิเสธได้
“บนวิถีแห่งบรรพเทวานี้ ผู้กล้าประเมินสหายเต๋าต่ำล้วนถูกวัฏสงสารลบหายไปสิ้นเนิ่นนานแล้ว”
มหาเทพหมิงโจ้วรำพึง “แม้สหายเต๋าในวันนี้จะยังไม่เป็นเทพ แสนอ่อนแอปวกเปียก แต่ยามเราทั้งเจ็ดร่วมมือล้อมที่นี่ไว้ ก็ไร้ความคิดประเมินสหายเต๋าต่ำแม้เพียงน้อย”
“ข้ายอมรับว่ามันดูช่างน่าละอาย แต่สำหรับเรา นี่เป็นทางเลือกรับมือสหายเต๋าที่ชาญฉลาดสุดแล้ว”
วาจานั้นถูกกล่าวอย่างแสนขึงขัง สะท้อนทั่วฟ้าดินเขตคาม
ทวยเทพซึ่งมองศึกอยู่ไกลๆ อดสูดปากเฮือกมิได้
เจ็ดมหาเทพเป็นตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นไร?……พวกเขาแทบไม่ต่างจากเจ้าสวรรค์เหนือเขตเทพโบราณเลย!
แต่ใครเล่าจะกล้าคาดคิดว่ายามเผชิญชายหนุ่มซึ่งยังไม่เป็นเทพผู้หนึ่ง พวกเขาจะมิกล้าเลินเล่อแม้จะกำลังร่วมมือกัน?
และเมื่อย้อนคิดว่ากาลก่อน คนเหล่านี้ยังเอาแต่โวยวายให้ซูอี้ยอมจำนน พวกเขาก็อดหลั่งเหงื่อกาฬกันมิได้
“แต่สหายเต๋าก็ไม่น่าปฏิเสธได้เช่นกัน ว่าถูกเราล้อมไว้เช่นนี้ เจ้าก็ไม่แน่ใจว่าจะฝ่าไปได้หรือไม่ หาไม่ มีหรือต้องเผชิญหน้ากับเราจวบปัจจุบัน?”
มหาเทพหมิงโจ้วกล่าวอย่างเยือกเย็น
สายตาทุกผู้วูบไหว เป็นสัจธรรมจริงแท้ หากผู้ใดถูกล้อมแล้วแน่ใจว่าฝ่าได้ ไฉนจึงต้องนิ่งทื่อกับที่ด้วย?
“ยิ่งกว่านั้น ยังปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าลำพังตัวสหายเต๋าเอง ความแข็งแกร่งย่อมเทียบเราไม่ได้ จึงต้องพึ่งอำนาจกฎของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์นี้”
ยามมหาเทพหมิงโจ้วกล่าวเช่นนี้ ดวงตาของเขาก็จับจ้องซูอี้อย่างลึกล้ำ “ยามนี้ ขึ้นกับว่าไพ่ตายในมือสหายเต๋าจะดีพอหรือไม่แล้วล่ะ”
ตู้ม!
เพียงหนึ่งโบกแขนเสื้อ คู่ตะวันจันทราก็พลันหลอมรวม แปรเปลี่ยนเป็นกระดานเทพอันเจิดจรัสแผดเผา
กระดานเทพนั้นหมุนคว้าง บดขยี้สุญญะเข้าใส่บรรพตศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้สิ้นสุด
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
อำนาจของกระดานเทพนี้ประหลาดน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง บดขยี้อำนาจกฎเกณฑ์ในภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ทีละชั้นราวหินโม่!
ขณะเดียวกัน เสียงของมหาเทพหมิงโจ้วพลันดังสนั่น “ใช้ค่ายกลดาบผลาญเทวะ!”
“ได้!”
สี่มหาเทพประกอบด้วยหั่วเยวียน เสวียนซวง ปี้เฮ่อและป้าอวิ๋นร่วมมือใช้ดาบเทพคุมอัคคี ดาบเทพนทีลึกล้ำคุมขัง ดาบเทพหวนขจีสะบั้นและดาบเทพประหารยุคทอง
สี่ดาบเทพต้องห้ามทะยานเวหา วจีดาบสะท้อนทั่วเก้าสวรรค์ แปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลดาบอันดุร้าย ยิ่งใหญ่และโอฬารครอบลงจากนภา
ตู้ม!
ชั่วขณะนี้ ดินแดนรกร้างไร้เทพทั่วแดนล้วนสั่นสะท้าน บังเกิดรอยร้าวชวนสะท้านจิตขึ้นเกินคณานับเหนือสรวง
อำนาจดาบชวนสะพรึงนั้นทำให้ทวยเทพซึ่งชมศึกอยู่ไกลๆ ล้วนตื่นตระหนกถอยร่นแสนห่าง
อาวุธสังหารร้ายแรงทั้งสี่พิทักษ์กฎบัญญัติในเขตเทพโบราณมาช้านาน เทพไท้ใดๆ ต่างไม่กล้าฝืนกฎ ดังนั้นมีหรือที่พวกเขาจะเทียบความดุดันนี้ได้?
เทียบกันแล้ว เมื่ออาวุธสังหารเช่นนี้มาสร้างเป็นค่ายกลดาบ มีผู้ใช้เป็นสี่จอมเทพบรรจุอำนาจเต็มที่ อำนาจน่าสะพรึงกลัวจากมันก็สะเทือนทั่วด้าวแดนแห่งเขตเทพโบราณ ยอดฝีมือมากมายตระหนกลนลาน
ขณะนี้ สรรพชีวิตทั่วเขตเทพโบราณเห็นชัดเจนว่ามีแสงดาบร้ายกาจปรากฏขึ้นเหนือนภา ฉีกกระชากม่านเวหาเยี่ยงมหาวิปโยคก่อกำเนิด!
ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้ตื่นตะลึงมากเพียงไร
ทั่วโลกาครั่นคร้าม!
และเมื่ออำนาจค่ายกลดาบนี้ฟาดฟันลงบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ หนึ่งเหตุชวนผงะตะลึงพลันปรากฏ……
ปราณดาบไร้สิ้นสุดปลิดโปรย อำนาจกฎเกณฑ์บนบรรพตศักดิ์สิทธิ์ถูกสะบั้นจนเกิดแผนดาบชวนสะท้านจิตนับไม่ถ้วน
มิติเวลาถิ่นนั้นดูราวแหลกละเอียด บิดเบี้ยวบ้าคลั่ง สรรพสิ่งเลือนหาย
ชั่วขณะนี้ ซูอี้เองก็ไม่อยู่เฉย
เขาใช้เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเร่งเร้ากฎเกณฑ์ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์อย่างสุดกำลัง
แต่จากการประสานโจมตีของเจ็ดมหาเทพ กอปรกับสี่ดาบเทพต้องห้าม กฎบัญญัติของภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ต่างแหลกถล่มไปอย่างต่อเนื่อง!
“ฆ่า!”
เจ็ดมหาเทพทุ่มกำลังสุดชีวิต แผลงอำนาจถล่มฟ้าพลิกภูผา บดขยี้หมื่นวิถีชวนสะพรึงปรากฏทุกชั่วขณะ
อำนาจของค่ายกลดาบผลาญเทวะน่าสะพรึงกลัวเหนือสิ่งใด ปราณดาบหนาแน่นฟาดฟันลงแต่ละหนล้วนเพียงพอเป็นภัยถึงชีวิตจอมเทพได้!
เพียงพริบตา ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ก็เต็มไปด้วยหลุมหล่ม!
ทวยเทพไกลออกไปตะลึงลานอย่างสมบูรณ์
อำนาจต่อสู้ระดับนี้เกินจินตนาการจริงแท้ กระทั่งพวกเขายังไม่ได้เห็นศึกอันไร้เทียมทานเช่นนี้มาแสนนาน
แม้จะทำได้เพียงมองจากไกลๆ ก็ยังแทบมิอาจหายใจได้!
“ฮ่าๆ โอกาสมาแล้ว!”
บนพื้น มหาเทพจื่อเตี้ยนหัวเราะลั่น ร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสง ฉวยโอกาสนี้เล็ดรอดผ่านอำนาจกฎเกณฑ์เข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์
ความเร็วของจอมเทพน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทันทีที่พุ่งเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ได้ มหาเทพจื่อเตี้ยนก็พุ่งเข้าใส่ซูอี้!
ขณะนั้นชายหนุ่มยืนอยู่บนสนามเต๋า ณ ยอดเขาแต่ต้นจนจบ มิได้ขยับร่างไปไหน
กระทั่งยามนี้ เขายังดูจะไร้โอกาสให้ไหวตัว จนเมื่อมหาเทพจื่อเตี้ยนใกล้เข้ามา ซูอี้จึงหันไปมองราวมีตาหลัง
เชื่องช้ายิ่งนัก!
เจ้าเด็กนี่จบเห่แล้ว!!
มหาเทพบางผู้ลิงโลด ดวงตาเป็นประกาย
ทว่าทันใดนั้น สีหน้าของมหาเทพหมิงโจ้วพลันแปรเปลี่ยน ตะโกนขึ้นว่า “ระวัง!”
ทันทีที่วจีสนั่น เสียงคำรณสะเทือนหล้าพลันกู่ก้องบนยอดเขาแล้ว
อำนาจกฎบัญญัติจ้าจรัสปรากฏขึ้นจากสนามเต๋าที่ซูอี้เหยียบยืน ฟาดฟันรุนแรงเข้าใส่มหาเทพจื่อเตี้ยน
เปรี้ยง!!
รอยยิ้มของมหาเทพจื่อเตี้ยนค้างบนหน้า รอยร้าวสีเลือดชวนตะลึงปรากฏขึ้นบนร่าง ตัวคนแทบจะแยกร่างผ่ากลางตัว!
ร่างของเขาถูกฟาดกระเด็นถอย เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่น
ผู้คนล้วนตื่นตะลึง
เหตุไม่คาดฝันเฉียบพลันนี้ทำให้ผู้คนมิตั้งตัว ไม่ได้คาดฝันเลยสักนิด
และยามนี้ คำกู่ร้อง ‘ระวัง’ ของมหาเทพหมิงโจ้วจึงเพิ่งสะท้อนทั่วฟ้าดิน
คาดได้ว่าเรื่องเมื่อครู่เกิดขึ้นรวดเร็วเพียงไร
เพียงพริบตา มหาเทพจื่อเตี้ยนผู้บุกเข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ก็บาดเจ็บสาหัส!
“ออกมาเร็ว!”
มหาเทพหมิงโจ้วตวาดลั่น
ขณะเดียวกัน ซูอี้ก็เริ่มลงมือแล้ว
มหาเทพผู้หนึ่งพาตนเองมาติดกับถึงที่ มีหรือจะปราณีได้?
ตู้ม!
ไม่อาจทราบว่าเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเจิดขึ้นในมือของซูอี้แต่ยามใด ด้วยการเร้าเร่งของซูอี้ อักขระประหลาดลึกลับพลันปรากฏขึ้นบนสนามเต๋าบนยอดบรรพต ดูเหมือนโลกหล้าวัฏสงสารอันมีเคล็ดพลังร้ายกาจเช่นวงล้อหกวิถี ทะเลทุกข์อับปาง และยามบุปผาสุดวิถีเบ่งบานปรากฏขึ้น
นี่ไม่ใช่อำนาจวัฏสงสารที่ซูอี้ใช้ แต่เป็นอำนาจกฎเกณฑ์ซึ่งเดิมปกคลุมสนามเต๋าแห่งนี้!
เมื่อซูอี้เคลื่อนมือ อำนาจกฎเกณฑ์วัฏสงสารก็ปรากฏขึ้นโจมตีใส่มหาเทพจื่อเตี้ยน
ชั่วขณะนั้น มหาเทพจื่อเตี้ยนบังเกิดความรู้สึกวิกฤติร้ายแรง ลงมือสุดชีวิตโดยมิกล้าลังเล
“เปิด!”
เขาคำรามลั่นนภา ร่างโถมทะยาน พิรุณแสงมหาวิถีมหาศาลพร่างพรม แปรเปลี่ยนเป็นภพอัสนิบาตเฉิดฉายม่วงครึ้ม
นี่คือการถอดอำนาจมหาวิถีทั่วร่าง เคล็ดวิชาต้องห้ามก้นหีบได้ถูกใช้อย่างมิปิดบังในยามนี้
เปรี๊ยะ!
เมื่ออำนาจวัฏสงสารฟาดลง ภูมิอัสนิบาตก็สั่นสะท้านรัวแรง ปริแยกเป็นรอยร้าวนับไม่ถ้วน
สีหน้าของมหาเทพจื่อเตี้ยนแปรเปลี่ยนเต็มที่ วิญญาณครั่นคร้ามพรั่นพรึง เขาหันพุ่งสู่นอกภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ทันที
เบื้องหลัง ภูมิอัสนิบาตนั้นพังทลายแหลกไม่เหลือ อำนาจวัฏสงสารนับไม่ถ้วนฉีกกระชากเวหากวาดเข้ามาใส่
ด้านนอก หกมหาเทพล้วนจู่โจมสุดกำลังถล่มเข้าใส่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์เพื่อดึงความสนใจของซูอี้ออกจากมหาเทพจื่อเตี้ยน
ต้องบอกว่ามหาเทพจื่อเตี้ยนร้ายกาจมากจริงแท้ แม้เขาจะถูกอำนาจกฎเกณฑ์ในควบคุมของซูอี้กระหน่ำใส่ยามหลบหนี ทว่าท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่อาจจองจำอีกฝ่ายไว้ได้
เพียงพริบตา เขาก็หนีพ้นจากวงล้อม!
ทว่าเมื่อเห็นสภาพรุ่งริ่งชวนสลด มหาเทพที่เหลือทั้งหกก็อดสูดปากมิได้
ชวนสลดยิ่ง!
เส้นผมยาวของมหาเทพจื่อเตี้ยนไหม้เกรียม อาภรณ์ขาดวิ่น ร่างแหลกร้าวด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน โลหิตหลั่งรินเยี่ยงสายธาร ไม่อาจหาจุดสมบูรณ์บนร่างพบได้เลย
ทั่วร่างของมหาเทพจื่อเตี้ยนยังคงสั่นกระตุก ให้ความรู้สึกใจหายราวร่างนี้พร้อมแหลกสลายไปทุกเมื่อ