บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2136 หนึ่งปีผ่านไวเยี่ยงดีดนิ้ว ผู้คนไม่เหมือนกาลก่อน
- Home
- บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
- บทที่ 2136 หนึ่งปีผ่านไวเยี่ยงดีดนิ้ว ผู้คนไม่เหมือนกาลก่อน
บทที่ 2136 หนึ่งปีผ่านไวเยี่ยงดีดนิ้ว ผู้คนไม่เหมือนกาลก่อน
วิถีแห่งบรรพเทวาเปิดได้หนึ่งปีแล้ว
ยามนี้ คนนอกทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งวิถีแห่งบรรพเทวาล้วนเกิดความรู้สึกเดียวกับซูอี้ และตระหนักได้ว่าถึงเวลาต้องจากไป
เมืองแห่งการเริ่มต้น
แสงสว่างเจิดจรัส คลื่นกระเพื่อมแห่งมิติเวลายังคงไหววูบ คนแล้วคนเล่าหวนปรากฏตามกัน
“ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!”
บางผู้ทอดถอนใจประหนึ่งห่างหายไปชั่วชีวัน
“แม้ข้าจะได้สัญจรบนวิถีแห่งบรรพเทวาเพียงหนึ่งปี แต่ผลเก็บเกี่ยวในช่วงเวลานี้กลับล้ำค่ายิ่งกว่าการเก็บตัวเกินนับปีในโลกภายนอกมากนัก!”
“ใครเล่าจะกล้าเชื่อว่าเพียงหนึ่งปีผันผ่าน ข้าจะสามารถเคลื่อนผ่านสองขอบเขตใหญ่ กลายเป็นตัวตนระดับสุดลึกล้ำได้?”
บางคนแสนปรีดา จนไม่อาจซุกซ่อนความปีติได้
ยอดฝีมือส่วนใหญ่ซึ่งเข้ามายังวิถีแห่งบรรพเทวาล้วนเป็นตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับสุดลึกล้ำ
ในหมู่พวกเขา มีคนมากมายที่ได้รับวาสนาอันแปลกประหลาดในบททดสอบอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ และการฝึกฝนของพวกเขาก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
“ศิษย์พี่ของข้า เขา…ไร้โอกาสได้กลับมาอีก……”
สตรีผู้หนึ่งกล่าวอย่างหมดอาลัย “เขาตายเพื่อช่วยข้า หากรู้แต่แรก ข้าคงไม่ให้ศิษย์พี่มากับข้าหรอก……”
วาจานั้นทำให้ผู้คนมากมายดูหม่นหมองใจ
วิถีแห่งบททดสอบนี้ไม่ได้มีเพียงโอกาสและสมบัติ แต่ยังมีภยันตรายอีกมากมาย
ญาติสนิทมิตรสหายผู้เดินทางร่วมกับพวกเขา บ้างตกตายไม่อาจหวนกลับนวิถีแห่งบททดสอบนี้
บ้างได้รับประโยชน์ยิ่ง ขณะบางผู้ต้องกลับไปมือเปล่า
บางผู้ทอดถอนใจ บอกคุ้มค่าแล้วที่ได้มาเยือน ในขณะที่บางผู้กำลังไว้อาลัยให้แก่เหล่าญาติมิตรผู้บาดเจ็บล้มตาย
ต่างกรรมต่างวาระ
นี่คือวิถีแห่งบททดสอบ ผู้ที่สามารถรอดกลับไปได้ ก็เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น
มีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ได้อิ่มเอมกับโชคลาภ
เฟิงอู๋จี้ ปี้คงหลิว บุตรพุทธะเหลียนเซิง รวมทั้งบรรดาบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ก็กลับมาจากทะเลดาราเทพผันแปรอย่างพร้อมเพรียงกัน
พวกเขาส่วนใหญ่บรรลุเป็นเทพกันแล้ว และเมื่อหวนคืน พวกเขาก็ทำให้เกิดเสียงเซ็งแซ่ กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนทันที
“ดูนั่น นั่นคือซูอี้!”
ท่ามกลางบรรยากาศอันครึกครื้น จู่ๆ คนผู้หนึ่งก็ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น
ทันใดนั้น สรรพเสียงเงียบสงัด บรรยากาศพลันวังเวง ทุกสายตาหันมอง ณ จุดเดียว……
ณ ที่นั่น ร่างสูงใหญ่คนหนึ่งปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ
อาภรณ์เขียวพลิ้วไหว สง่างามแลไร้มลทิน
เขาคือซูอี้!
ชั่วขณะนั้น ภาพเหตุการณ์มากมายปรากฏขึ้นในใจทุกผู้ที่นี่
บางคนจำตอนที่ซูอี้สังหารนักบวชสูงสุดที่สองฉินเหวินเสี้ยว และสั่งโบยทวยเทพมากมายในเมืองแห่งการเริ่มต้นได้
บางผู้นึกไปถึงเหตุการณ์นองเลือดที่ซูอี้ควบคุมกฎสวรรค์ในทะเลดาราเทพผันแปร สังหารศัตรูร้ายกลุ่มหนึ่ง
บางผู้หวนนึกถึงเหตุการณ์อันสะท้านสะเทือนทั่วทั้งวิถีแห่งบรรพเทวา ส่งผลกระทบทั่วโลกาเมื่อไม่นานมานี้!
บางผู้ยังจำได้ว่าซูอี้ได้ทำลายสถิติอันเป็นตำนานในเก้าบททดสอบด่านสวรรค์ ณ เขตเทพโบราณ
……ชั่วขณะนั้น บรรยากาศยิ่งเงียบงัน
ทุกผู้ล้วนมีสีหน้าแตกต่าง บ้างตะลึง บ้างชื่นชม บ้างครั่นคร้ามอย่างลึกล้ำ
ดุจได้ประจักษ์แก่ตำนานหนึ่งแห่งโลกหล้า!!
ซูอี้!
นามนี้ดุจมีมนตรา สื่อถึงหนึ่งตำนานอันกล่าวได้ว่าสะเทือนทั่วทั้งภพภูมิ
แม้กระทั่งบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ผู้บรรลุเป็นเทพกันแล้วเหล่านั้น ยามพบพานซูอี้อีกคราก็ยังอดรู้สึกไร้กำลังไม่ได้
หากกล่าวว่าผู้ใดได้รับความสนใจที่สุด ณ วิถีแห่งบรรพเทวาหนนี้ ซูอี้คือที่หนึ่งอย่างมิอาจโต้แย้ง!
……
หลังกลับมาสู่เมืองแห่งการเริ่มต้น ซูอี้ก็ไปพบนักบวชสูงสุดที่สามเลี่ยซิงชวี และนำไม้กลองฟ้องร้องหวนคืนสู่กฎสวรรค์เมืองแห่งการเริ่มต้น
วันเดียวกันนั้น ชายหนุ่มและยอดฝีมือทั้งหลายผู้หวนคืนสู่เมืองแห่งการเริ่มต้นก็ได้ออกเดินทาง
……
สายธารยาวแห่งยุคสมัยไหลริน
อาณาจักรนิตย์ทิวา
ตรงหน้าเทือกเขาบรรพเทวา
นี่คือทางเข้าวิถีแห่งบรรพเทวา
ขณะนี้ มีตัวตนมากมายมารออยู่ที่นี่
พวกเขาล้วนแล้วแทบจะเป็นเทพทั้งสิ้น!
พวกเขาส่วนใหญ่มาจากขุมกำลังหลัก ณ โลกเทพ
และยังมีบางผู้ซึ่งมาจากอาณาจักรนิตย์ทิวาด้วย
ทวยเทพผู้แข็งแกร่งที่สุด บางผู้เป็นเทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนา!
“เพียงหนึ่งปีแสนสั้น แต่ไม่อาจทราบได้ว่าบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์จะได้เป็นเทพกันกี่คน”
เทพชั้นสูงซึ่งดูเหมือนชายวัยกลางคนในชุดขุนนางผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
หนึ่งปีอาจเป็นเวลายาวนานสำหรับปุถุชน
แต่สำหรับทวยเทพเหล่านี้ หนึ่งปีนั้นแสนสั้น
ต้องทราบว่าปกติแล้ว พวกเขาเก็บตัวแต่ละครั้งกินเวลานับพันปี
“บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์เหล่านั้นมีองครักษ์ข้างกาย และยังมีการเตรียมพร้อมก่อนหน้านี้ จึงไม่ต้องห่วงหรอกว่าพวกเขาจะมิได้เป็นเทพ”
มีผู้กล่าวพยากรณ์
วิถีแห่งบรรพเทวาทอดผ่านมิติเวลาอันสูญหายในอดีตกาล และไม่มีผู้ใดในโลกภายนอกล่วงรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดบ้างบนวิถีแห่งบรรพเทวา
กระทั่งจอมเทพยังไม่อาจคาดการณ์สิ่งใด!
เกินหยั่งทราบเสียจนยามกล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีแห่งบรรพเทวา ทวยเทพเหล่านี้จึงทำได้เพียงคาดการณ์
ทันใดนั้น หนึ่งผู้ก็โพล่งว่า “ไม่รู้ป่านนี้ คนบาปซูอี้นั่นจะถูกจับตัวแล้วหรือไม่”
วาจานั้นเรียกความสนใจได้มากมาย
“หากไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้น เจ้าเด็กนั่นคงตกตายไปแล้ว!”
มีผู้กล่าวคาดเดา
หนึ่งปีที่แล้ว ซูอี้เข้าไปในวิถีแห่งบรรพเทวา และขณะนั้น เก้าเทพสวรรค์จากอาณาจักรนิตย์ทิวาและเทพชั้นสูงกลุ่มหนึ่งจากสารพัดกลุ่มเต๋าแห่งโลกเทพอย่างเริ่นเป่ยโหยวและเหวินเซียวก็เข้าไปกับเขาด้วย!
ด้วยการจัดทัพเช่นนี้ การสังหารซูอี้ช่างแสนง่ายดาย!
“แม้จะถอยไปก่อนหมื่นก้าว ต่อให้ซูอี้จะรอดชีวิตในวันนี้ ด้วยเราทั้งหลายที่นี่ เขาก็ไม่อาจเลี่ยงความตายไปได้!”
ชายชราในอาภรณ์สีหมึกผู้หนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “เหอปั๋วผู้ลึกลับนั่นไม่ได้อยู่ในอาณาจักรนิตย์ทิวาในยามนี้! เขาไม่อาจมาช่วยชีวิตเด็กนั่นได้เช่นกาลก่อน!”
ยามวิถีแห่งบรรพเทวาเปิดออกเมื่อปีที่แล้ว ซูอี้ได้ถูกอวตารเจตจำนงจอมเทพทั้งหลายล้อมโจมตี สถานการณ์คับขัน!
ผู้คนยังจดจำได้อย่างแม่นยำว่า ผู้มาช่วยเหลือซูอี้ในยามนั้นคือเหอปั๋วผู้ลึกลับ
และยามนี้ เหอปั๋วผู้นั้นได้หายตัวไปเนิ่นนาน เขาไม่ได้อยู่ในอาณาจักรนิตย์ทิวาแล้ว!
ขณะสนทนา ทันใดนั้นเทือกเขาบรรพเทวาซึ่งอยู่ห่างออกไปก็กู่คำราม อำนาจมิติเวลาปรากฏสร้างเป็นประตูใหญ่ยักษ์บนอากาศ
ทันใดนั้น รอบข้างก็อื้ออึง
ทุกผู้หยุดสนทนา หันไปมองประตูมิติเวลานั้น
จากนั้น ร่างแล้วร่างเล่าต่างทะยานออกมาจากในประตูมิติเวลาท่ามกลางสายตาผู้คนนับไม่ถ้วน
เนืองแน่นดุจปลาตะเพียนข้ามสายธาร
ทั่วทุกทิศพลันมีเสียงอึกทึกซึ่งเปี่ยมด้วยชีวา
และไม่นาน เฟิงอู๋จี้ บุตรพุทธะเหลียนเซิง ปี้คงหลิวและบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ต่างทยอยออกมา
เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้ล้วนบรรลุเทพ เทพชั้นสูงผู้รอคอยอยู่อดเผยปรีดากันมิได้
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ จวบยามนี้ พวกเขาก็ยังไม่เห็นเก้าเทพสวรรค์จากอาณาจักรนิตย์ทิวา และเทพชั้นสูงอย่างเริ่นเป่ยโหยวและเหวินเซียวปรากฏกายกันเลย
เกิดอันใดขึ้นกันแน่?
ก่อนทวยเทพจะทันได้ถาม พวกเขาก็เห็นว่าในประตูมิติเวลา ร่างสูงใหญ่ของซูอี้เดินออกมา
ทันใดนั้น เสียงประหลาดใจพลันดังระงม
“คนบาปนี่ยังไม่ตายหรือ!?”
“เจ้าเด็กนี่ดวงแข็งยิ่งนัก……”
“เขาบรรลุเทพแล้วหรือไม่?”
……ชั่วขณะนั้น เทพชั้นสูงทั้งหลายซึ่งรออยู่ล้วนพุ่งเป้าสายตาจ้องนิ่งที่ซูอี้
ดุจจับจ้องเหยื่อ!
เฟิงอู๋จี้ ปี้คงหลิว รวมถึงบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายพร้อมใจกันเปลี่ยนสีหน้า รีบส่งกระแสปราณบอกผู้อาวุโสในสำนักและตระกูลของตนเองว่าเกิดอันใดขึ้นบนวิถีแห่งบรรพเทวากันทันที
ทว่าก่อนพวกเขาจะทันได้อธิบายอย่างชัดเจน เทพชั้นสูงผู้หนึ่งก็รั้งตนไม่อยู่ ทะยานผ่านเวหามาขวางทางซูอี้ไว้แล้ว
เขาเป็นชายชราในอาภรณ์สีหมึก สีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาวาวโรจน์ “ซูอี้ เจ้าจะไปไหนไม่ได้!”
เขาไม่ได้ลงมือทันที แต่เพราะกังวลว่าซูอี้จะหนี จึงมาขวางซูอี้ไว้ แล้วค่อยตัดสินใจการกระทำหลังหยั่งสถานการณ์
“ไม่ผิด เจ้ายังไปไหนไม่ได้!”
หลังจากเห็นเช่นนี้ เทพชั้นสูงผู้อื่นต่างดูถมึงทึง ผนึกแดนดินใกล้เคียงเอาไว้
บรรยากาศรอบข้างพลันหดหู่
ทุกผู้ที่อยู่โดยรอบล้วนสั่นสะท้าน……เมื่อเทพชั้นสูงทั้งมวลล้วนขัดขวางทั่วทุกทิศไว้อย่างมาดร้าย ใครเล่าจะไม่ผงะ?
สายตามากมายมองมายังซูอี้อย่างน่าเวทนา รอดจากวิถีแห่งบรรพเทวามาได้แล้วเช่นไร?
หากจะตายก็ต้องตายอยู่ดี!
ทว่ายังมีผู้เลิศล้ำอีกหลายคนทั่วทิศที่ไม่ได้ลงมือ พวกเขาสนทนากับเฟิงอู๋จี้ ปี้คงหลิว รวมถึงบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์คนอื่นๆ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์
“หากข้าจะไป ใครจะหยุดข้าได้?”
ซูอี้แค่นเสียง
มีคนมากมายส่งเสียงรบกวน ชายหนุ่มจึงไม่คิดอยู่ต่อ
ว่าแล้ว เขาก็เดินจากไป
ในใจครุ่นคิดว่าจะไปหาตาเฒ่าเหอปั๋วได้ที่ใด
“โอ้ วาจาใหญ่โตยิ่ง แค่ไปวิถีแห่งบรรพเทวามาเดี๋ยวเดียวก็กล้าไม่เห็นข้าในสายตาแล้วหรือ?”
ชายชราในอาภรณ์สีหมึกซึ่งขวางหน้าอีกฝ่ายก่อนใครหน้ามืดมน ดวงตาเปี่ยมจิตสังหาร “หากเจ้ากล้าก้าวอีกก้าว ข้าผู้นี้จะฆ่าเจ้าเสีย!”
ตู้ม!
อำนาจยิ่งใหญ่ระเบิดแผ่ออกจากกายของอีกฝ่าย จนสะท้านไปทั่วทั้งแดนดิน จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำดุจพายุ สายตาจับจ้องที่ซูอี้นิ่งงัน
ยามเทพผู้อื่นเห็นเช่นนี้ ก็เตรียมรับศึกพร้อมลงมือ
พวกเขามาจากหลากหลายกองกำลัง ย่อมไม่อาจปล่อยให้ชายชราในอาภรณ์สีหมึกชิงสังหารซูอี้ได้ก่อน
สถานการณ์นี้ยังทำให้ทุกผู้ที่นี่สั่นสะท้าน
ทว่าชายหนุ่มกลับดูเหมือนไม่รับรู้ เขาเดินแล้วจึงกล่าวว่า “มาฆ่าข้าสิ”
ตู้ม!
เหล่าผู้ชมล้วนลือลั่น
และชายชราในอาภรณ์สีหมึกก็มิอาจรั้งตนไว้ เจ้าตัวแค่นยิ้มเย็น ทะยานเวหา แล้วฟาดฝ่ามือออกไป!
ฝ่ามือนี้ไร้การออมแรง ใช้วิถีเต๋าขอบเขตกำเนิดวาสนาขั้นกลางอย่างเต็มกำลัง!
ไม่ใช่เพราะกลัวเกรงต่อซูอี้
แต่เพราะกลัวถูกคู่แข่งคนอื่นมาฉกชิง!
จริงตามนั้น ขณะที่เขาโจมตี เทพชั้นสูงบางคนที่นี่ก็โจมตีอย่างไร้ปิดบัง แต่ละคนล้วนรวดเร็วไม่แพ้กัน
เทพชั้นสูงบางคนกระทั่งทุ่มสุดตัว ใช้สมบัติเทพเพื่อโคจรเคล็ดวิชาสูงสุดทันควัน!
‘มารดามันเถอะ! ว่าแล้วเชียวว่าพวกนั้นต้องมาแย่ง!’
ชายชราในอาภรณ์สีหมึกด่าทอในใจ โชคดีที่เขาเองก็ทุ่มสุดกำลังยามเปิดฉากโจมตี และอยู่ใกล้ซูอี้กว่าใคร จึงไร้กังวลว่าจะถูกผู้ใดชิงตัดหน้าได้เลย!
ตู้ม!
เพียงชั่วพริบตา ชายชราก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าซูอี้ อำนาจฝ่ามือที่ฟาดออกไปเยี่ยงหนึ่งบรรพตปิดนภา กระแทกเข้าใส่ซูอี้อย่างดุดัน
ใบหน้าของชายชราในอาภรณ์สีหมึกแสนมาดร้าย
ทันใดนั้น ซูอี้ก็สะบัดแขนเสื้ออย่างเฉยชา ไม่ได้เหลียวแล
เปรี้ยง!!
ร่างกายของชายชราในอาภรณ์สีหมึกซึ่งโจมตีเข้ามาระเบิดขณะอยู่ห่างจากซูอี้เพียงสามจั้ง
ผลิบานเยี่ยงดอกไม้ไฟซึ่งถูกจุดกะทันหัน
แดงฉานทิ่มแทง รวดร้าวถ้วนทั่ว
เทพชั้นสูงผู้อยู่ในพื้นที่โดยรอบกำลังโจมตีซูอี้ต่างผงะด้วยความขนลุก
พวกเขาหยุดชะงักกลางคันแทบจะด้วยสัญชาตญาณ และเตรียมตัวถอยกรูด
แต่ก็สายไป!
ซูอี้ส่ายหน้าหัวเราะหึ ย่ำเดินเข้าไป ทันใดนั้น ปราณดาบฮุ่นตุ้นสายหนึ่งก็กวาดทะยานออกไป!
เพียงชั่วพริบตา ร่างของเทพชั้นสูง ณ สถานที่ต่างๆ ก็พากันระเบิดราวกระดาษยุ่ย
ถูกประหารลงทันที!