บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2148 ขนหางวิหค อดีตชาติ หลอมรวม
บทที่ 2148 ขนหางวิหค อดีตชาติ หลอมรวม
ถูโหย่วฟางยังคงลืมคนทั้งสามซึ่งล่องเรือท้องแบนข้ามวิถีเชื่อมดาราไม่ลง
ตัวตนหนึ่งดูเหมือนคนเรือ ทว่ากลับสังหารเผยจาง เทพชั้นกลางจากบรรพตดาบสนชาดลงอย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากบี้มด!
ช่างเลิศล้ำนัก
และยังทำให้ถูโหย่วฟางแสนเคลือบแคลงว่าคนทั้งสาม แท้จริงน่าจะเป็นจอมเทพ!
และเมื่อคิดว่าเขาเคยไปเชิญคนทั้งสามมาฝึกฝนยังสำนักเต๋าปฐมฤกษ์มาก่อน ใบหน้าของถูโหย่วฟางพลันร้อนผ่าว หัวใจละอายยิ่งนัก
ขณะเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของนาวาศึกอันมโหฬารนี้……
‘ท่านพ่อ ข้าถูกเลือกโดยผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าปฐมฤกษ์ ภายหน้าข้าจะไปฝึกฝนยังโลกเทพ หากดวงวิญญาณของท่านเฝ้ามองอยู่จากสรวงสวรรค์ คงยินดีกับข้าเป็นแน่ใช่หรือไม่?’
สตรีนางหนึ่งผู้มีใบหน้างดงามยืนอยู่ที่นั่น ขณะพึมพำในใจ
นางมีนามว่าเหวินรั่วเสวี่ย
เป็นยอดฝีมือระดับสุดลึกล้ำผู้หนึ่ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อแสวงหาวิถีบรรลุแจ้ง นางได้ท่องอยู่ในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยมาเนิ่นนานเกือบครึ่งชีวิต
และนางในยามนี้ก็มีวาสนาพอจะได้รับคัดเลือกจากถูโหย่วฟาง กำลังจะได้ไปฝึกฝนในโลกเทพ!!
สำหรับนาง สิ่งนี้ไม่ต่างจากได้บรรลุวาสนาดั่งฝัน!
“หือ?”
ทันใดนั้น เหวินรั่วเสวี่ยก็ผงะไป
ในสายตาของนาง ขนหางวิหคเส้นหนึ่งร่วงลงบนพื้นที่อยู่ไม่ห่างจากนางมากนัก
ขนหางวิหคนั้นไหม้ดำ รัศมีเบาบาง
เหวินรั่วเสวี่ยก้าวเข้าไปหยิบขนหางวิหคนั้นขึ้นมา
เพียงชั่วพริบตา นางก็เกิดความรู้สึกอัศจรรย์ขึ้นในใจ และวิหคเพลิงสีดำอาบอัคคีตัวหนึ่งพลันทะยานพุ่งขึ้นในใจ!
……
ในโถงบรรพชนอันสลัวมัวด้วยแสงไฟ บรรยากาศนั้นหดหู่ใจนัก
อี้เต้าเสวียนผู้มีอายุเพียงเจ็ดปีถูกมัดมือเท้า วางไว้บนแท่นสีดำ
ข้างกายเขามีบิดาและญาติผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งยืนอยู่
“ท่านพ่อ ขอเพียงนำชีพจรดาบเก้าทวารในกายข้าออกไป ข้าจะช่วยพี่ใหญ่ได้หรือขอรับ?”
อี้เต้าเสวียนถาม
“มิผิด”
บิดาของอี้เต้าเสวียนเป็นชายร่างผอมผู้ดูเปี่ยมอำนาจ
“หากพี่เจ้าได้ชีพจรดาบเก้าทวารไป ด้วยความสามารถนี้ เขาจะสามารถพัฒนาได้ไกลบนเส้นทางมหาวิถี ได้เป็นผู้เลิศล้ำเรืองนามในโลกหล้า!”
ดวงตาของบิดานั้นเปล่งประกาย กล่าวขึ้นอย่างโหยหา “และยามนั้น ทั้งตระกูลเราก็จะรุ่งเรืองไปด้วย!”
อี้เต้าเสวียนผู้มีอายุเพียงเจ็ดปีส่ายหน้ากล่าวว่า “ท่านพ่อ ข้าแค่อยากให้ท่านแม่กลับมาหาข้า”
ผู้เป็นบิดาแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้ารับปากเจ้าแล้ว ย่อมไม่ผิดวาจา เสี่ยวเสวียน หลังนำชีพจรดาบเก้าทวารออกจากร่างของเจ้า ข้าจะให้เจ้าแม่ลูกได้หวนพบพาน”
“อื้อ!”
อี้เต้าเสวียนพยักหน้า เผยรอยยิ้มยินดี
บิดาและญาติผู้ใหญ่ข้างกายเขาเองก็แย้มยิ้ม
“เสี่ยวเสวียน เจ้าอดทนหน่อยนะ”
ชายชราผู้มีใบหน้าเย็นชาผู้หนึ่งก้าวออกมา หยิบมีดคมกริบเป็นประกายขึ้นแล้วปักเข้าที่อกของอี้เต้าเสวียน
โลหิตสาดทะลัก
ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านทั่วทั้งกาย
อี้เต้าเสวียนสิ้นสติไป
ณ วันนี้ อำนาจโดยกำเนิดของอี้เต้าเสวียน ชีพจรดาบเก้าทวารถูกบิดาของเขานำไปผสานกับร่างของพี่ชาย
ยามฟื้นสติ เขาก็พบว่าตนเองถูกล่ามไว้ในคุกใต้ดิน มืดและอับชื้น
เขามีอายุเพียงเจ็ดปี หาทราบไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
และยังไม่ได้พบพานมารดา
เขารู้เพียงว่าบิดาของตนยังไม่ได้ทำตามสัญญา
เขาโศกเศร้าจิตตกไปเนิ่นนาน
หลังจากถูกจองจำอยู่สามเดือน อี้เต้าเสวียนก็ล้มป่วยสาหัส หายใจรวยริน ย่ำแย่ระยะสุดท้าย
ยามนั้นเองที่ในที่สุด เขาก็ได้พบกับบิดาอีกครั้ง
ทว่าสีหน้าของบิดานั้นมืดมนยิ่งนัก เต็มไปด้วยความแค้น ชี้อี้เต้าเสวียนพลางด่าทอสาปแช่ง
ด่าอี้เต้าเสวียนเป็นลูกนอกคอก
ด่าอี้เต้าเสวียนว่าสังหารพี่ชายตัวเอง!
อี้เต้าเสวียน ณ ขณะนั้นป่วยหนักเจียนตายรอมร่อ ย่อมไม่คาดเลยว่าไฉนบิดาตนจึงเป็นเช่นนี้
เขารู้สึกเพียงโศกาอาดูร
เพราะเขาจะตายอยู่แล้ว มิอาจได้พบมารดาตนอีก
หลังจากนั้น บิดาผู้เดือดจัดก็ตบหน้า ส่วนอี้เต้าเสวียนก็แน่นิ่งไป
ด้วยคิดว่าเขาตายไปแล้ว ผู้เป็นบิดาจึงจัดการให้พ่อบ้านไปขุดหลุมลวกๆ ฝังร่างในป่าเขา
แต่อี้เต้าเสวียนยังไม่ตาย
โจรปล้นสุสานผู้หนึ่งนาม ‘เฒ่าเตา’ ผ่านมาและขุดสุสาน ตั้งใจจะหาเงินปากผีจากอี้เต้าเสวียน แต่กลับพบว่าอี้เต้าเสวียนตื่นขึ้นมา
เฒ่าเตาผงะไปและกล่าวว่า “ได้ เรามีวาสนาต่อกัน ต่อจากนี้ข้าจะเลี้ยงดูเจ้า เจ้าเองก็อยู่ส่งข้ายามสิ้นวาระด้วยเล่า!”
จากนั้นมา อี้เต้าเสวียนก็ติดตามเฒ่าเตา
น่าเสียดายที่เฒ่าเตาเป็นเพียงโจรปล้นสุสานไร้ยางอาย และเมื่ออี้เต้าเสวียนอายุสิบปี ชายชราก็ตกตายอย่างอนาถเพราะหลงไปยังสุสานโบราณอันเต็มไปด้วยกับดัก
เหลือเพียงอี้เต้าเสวียนลำพัง
ในเวลาต่อมา เด็กชายพเนจรในโลกหล้าตามลำพัง ระหกระเหินเร่ร่อน ชิงอาหารกับสุนัขจร ต่อสู้แย่งถิ่นทำกินกับขอทาน ประสบอันตรายสารพัดในโลกหล้ามาแต่ยังเด็ก
ภายหลัง เจ้าตัวถูกพ่อค้าทาสผู้หนึ่งจับไปขายให้เหมืองราวเป็นสินค้า
และที่นั่นเองที่อี้เต้าเสวียนวัยสิบสี่ผู้มีความมุมานะ มือเท้าขันแข็งเป็นที่ชื่นชอบของผู้นำระดับล่างคนหนึ่งในเหมือง จึงได้รับเลือกเป็นผู้ใต้บัญชาข้างกาย ขัดเกลาฝึกฝนอย่างตั้งใจ
ผู้นำระดับล่างของเหมืองผู้นั้นถูกเรียกว่า ‘เฒ่าหยาง’ และอี้เต้าเสวียนก็ได้โอกาสฝึกฝนจากเฒ่าหยางนั่นเอง จากนั้นมา เขาก็สัญจรสู่วิถีแห่งการฝึกฝน
ยามอี้เต้าเสวียนอายุสิบเจ็ดปี เฒ่าหยางล้มตายระหว่างชิงพื้นที่กับคนอื่นๆ และยามตาย ร่างของเขาก็ถูกสับเป็นชิ้นๆ
ชายหนุ่มแสนอาดูรยิ่งนัก
สองปีหลังจากนั้น เพื่อพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น เขาจึงผ่านบททดสอบและอันตรายนานา การฝึกฝนพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และในที่สุดก็ได้ล้างแค้นให้เฒ่าหยาง สังหารศัตรูทั้งหมด!
หลังจากนั้น อี้เต้าเสวียนก็หวนคืนสู่บ้านเกิด
เขามิอาจลืมเหตุนองเลือดที่เคยประสบยามอายุเจ็ดปีได้
ไม่อาจลืมภาพอันโหดร้ายยามบิดาตนตบเขาจนตาย และฝังเขาไว้เพียงลวกๆ
ยามอายุสิบเก้า เมื่อหวนมองประสบการณ์วัยเจ็ดปี เขาก็พบสิ่งประหลาดผิดปกติมากมายแล้ว
เขาหวนคืนบ้านเกิดในครั้งนี้ ต้องการเพียงค้นหาสัจธรรม!
สัจธรรมนั้นมักโหดร้าย
หลังจากอี้เต้าเสวียนหวนคืนตระกูล เขาก็มิได้แหวกหญ้าให้งูตื่น แต่ลอบเสาะหาโอกาส และในที่สุดก็จับตัวญาติผู้ใหญ่ซึ่งชิงชีพจรดาบเก้าทวารในร่างไปด้วยตนเองได้
และจากปากญาติผู้ใหญ่คนนี้เอง ทำให้อี้เต้าเสวียนได้รับรู้สัจธรรม
มารดาของอี้เต้าเสวียนทำงานอยู่ในหอโคมเขียว แม้นางจะเกิดมางดงาม แต่ฐานะของนางกลับต้อยต่ำยิ่งนัก
บิดาของอี้เต้าเสวียนหลงเสน่ห์นางยามเยาว์ และบังคับขืนใจมารดาของอี้เต้าเสวียน ซึ่งก็ทำให้มารดาของเขาตั้งครรภ์อย่างมิคาดฝัน
เพื่อทารกน้อยในครรภ์ มารดาต้องอดทนต่อภาระและการหยามเหยียด ย้ายเข้าสู่ตระกูลอี้
แต่เพราะสถานะต่ำต้อยของนาง จึงมักถูกเหยียบย่ำรังแกบ่อยครั้ง กระทั่งสาวใช้บริวารยังกล้าชี้นิ้วใส่นาง สถานการณ์ยากลำบากยิ่งนัก
ทว่าบิดาของอี้เต้าเสวียนหาสนใจเรื่องนี้ไม่ นางเป็นเพียงคณิกา หากไม่ใช่เพราะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ เกรงว่าคงไล่นางออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว
และเมื่ออี้เต้าเสวียนกำเนิดนั้นเอง บิดาของเขาจึงมาหามารดาเป็นครั้งแรก
แต่ก็แค่นั้น
แม้กระทั่งนามของอี้เต้าเสวียน มารดาของเขายังเป็นผู้ตั้ง
คู่บุตรมารดาดูมิต่างจากคนนอกผู้อาศัยในรั้วเรือน
ทว่าอี้เต้าเสวียนได้รับการคุ้มกันอย่างดีแต่ยังเล็ก มารดาของเขาทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อปกป้องเขา สอนให้อ่านเขียนรู้อักษร และสอนหลักการ ‘การเป็นคน’ ให้เขา
ดังนั้น ก่อนอายุเจ็ดขวบปี แม้ชีวิตของอี้เต้าเสวียนน้อยจะแร้นแค้นไปหน่อย เขาก็ยังแสนสุขสำราญ
ทว่าทุกสิ่งแปรเปลี่ยนไปยามเขาอายุเจ็ดขวบปี
ยามตระกูลทดสอบรากกระดูกและความสามารถของเด็กทั้งหมด อี้เต้าเสวียนผู้นับได้ว่าเป็นบุตรเจ้าตระกูลก็ต้องเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
ผลก็คือ เมื่อทดสอบ อำนาจโดยกำเนิดของอี้เต้าเสวียน ชีพจรดาบเก้าทวารพลันถูกค้นพบ!
เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดเสียงเอ็ดอึงไปทั่วตระกูล
ขณะนั้น อี้เต้าเสวียนเองก็แสนปรีดา คิดว่าด้วยความสามารถนี้ของตน จะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของเขาและมารดาได้
แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าอำนาจโดยกำเนิดนี้จะทำร้ายเขาและมารดา
คืนเดียวกันนั้น บิดาของอี้เต้าเสวียนส่งคนไปลักพาตัวมารดาของอี้เต้าเสวียน และสังหารนางอย่างเหี้ยมโหด
ขณะเดียวกัน อี้เต้าเสวียนก็ถูกบิดาหลอกลวง กล่าวว่าขอเพียงเขายอมมอบชีพจรดาบเก้าทวารในร่าง ก็จะได้พบมารดาอีกครา
อี้เต้าเสวียนย่อมตอบตกลง
ทว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง
บิดาของอี้เต้าเสวียนทำเช่นนี้ก็เพื่อย้ายชีพจรดาบเก้าทวารไปให้กับบุตรคนโตของเขา อี้เหลิ่ง!
โชคร้ายที่แผนนั้นล้มเหลว
แม้สภาพร่างกายของอี้เหลิ่งจะดี แต่เขาก็ไม่อาจทานทนอำนาจชีพจรดาบเก้าทวารได้ จนกลายเป็นไอ้งั่งปัญญานิ่มเกินเยียวยาไป……
บิดาของอี้เต้าเสวียนเดือดดาลด้วยเหตุนี้ และกอปรกับอี้เต้าเสวียนมีอายุเพียงเจ็ดขวบปี บิดาเขาจึงตบอี้เต้าเสวียนถึงแก่ความตาย
เมื่อสัจธรรมเหล่านั้นประจักษ์ชัด……
อี้เต้าเสวียนก็เปี่ยมความโศการะคนเคียดแค้น
แค่เพราะมารดาเขามีภูมิหลังต่ำต้อย นางจึงถูกทำร้ายรังแกเช่นนั้น
เพื่อจะชิงชีพจรดาบเก้าทวารในร่างของเขา บิดาเขาสังหารมารดาเขาอย่างโหดเหี้ยมโดยไร้ความลังเล!!
ไฉนเขาจึงทำเช่นนั้น?
ไฉนจึงมิให้เขาสองแม่ลูกมีทางรอดบ้าง?
ณ วันนั้น อี้เต้าเสวียนผู้เดือดดาลได้กวาดล้างตระกูลอี้ด้วยตนเองและหนึ่งดาบ สังหารเหล่าผู้รังแกมารดาเขาเมื่อก่อน และกวาดล้างเหล่าผู้มีส่วนขุดเอาชีพจรดาบเก้าทวารของเขาไป
แม้แต่บิดาของตนก็ไม่ละเว้น!
ปิตุฆาต!!
นี่เป็นการกระทำอันขัดจารีตมนุษย์ เพียงพอให้คนเดือดเทพโกรธา เป็นความอกตัญญูอย่างยิ่งยวด
ทว่าอี้เต้าเสวียนหาถืออีกฝ่ายเป็นบิดาไม่!
ไฉนผู้สังหารมารดาของเขากับมือ ทั้งยังตบเขาจนสิ้นลม และฝังเขาอย่างลวกๆ จึงควรค่าแก่คำว่าบิดา?
และวันนั้นเองที่เขาได้ชีพจรดาบเก้าทวารของเขาคืน!
……
ตู้ม!
ภาพอันเป็นความทรงจำของอี้เต้าเสวียนสะท้อนขึ้นในใจของซูอี้เยี่ยงขี่ม้าทัศนาบุปผา
ทันใดนั้น เขาก็ดูจะกลายเป็นอี้เต้าเสวียน ย้อนรอยชีวิตของอีกฝ่าย
ทั้งความสุขเศร้า ความปรีดา เดือดดาล และอาดูรชั่วชีวิตเอ่อล้นอยู่ในใจของซูอี้เยี่ยงกระแสคลื่น
ชีวิตของอี้เต้าเสวียนขมขื่นยิ่งนัก เลวร้ายทั้งชะตาและวาสนา
นอกจากหายนะในเหย้าเรือนที่ประสบยามเยาว์วัย เขายังถูกอาจารย์ใส่ร้าย
ญาติมิตรหักหลัง ซ่อนมีดไว้เบื้องหลัง
บททดสอบอันแปรปรวนในโลกหล้าดูจะบังเกิดกับเขาอย่างครบถ้วน ชั่วชีวิตต้องตกต่ำ ผจญความหนักหนาโหดร้ายมามากมายเกินนับหน
ยามความทรงจำและประสบการณ์เหล่านี้หลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของซูอี้ ชายหนุ่มไม่อาจเชื่อลงด้วยว่าไฉนจึงมีบุคคลผู้รันทดเช่นนี้ในโลกหล้าได้!
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ไม่ได้คิดถึงมันมากนัก เพราะความทรงจำ ประสบการณ์ และอำนาจกรรมวิถีของอี้เต้าเสวียนได้เข้ามาหลอมรวมกับชีวิตของเขาแล้ว
พวกเขาคือคนเดียวกัน!
และยามนี้ สองชาติภพอันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่ง!