บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2164 แมลงวัน
บทที่ 2164 แมลงวัน
ปัง!
ฝ่ามือของเยว่หมานถูกซวงเอ๋อร์ปัดป้องเอาไว้
“ศิษย์พี่ เจ้ากำลังคิดทำอันใดนะ?”
ใบหน้างดงามของซวงเอ๋อร์เย็นชาดุจน้ำแข็งเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
เยว่หมานกลับคิดจะตบตีน้องสาวของนางต่อหน้าต่อตานางโดยไม่ยั้งคิด……มันชักจะเกินไปแล้ว!
เยว่หมานขมวดคิ้ว แววตาเผยจิตสังหาร ถามว่า “นางพูดจาไม่ดี ข้าก็เลยจะสั่งสอนบทเรียนเสียหน่อย มีปัญหาตรงไหน?”
“นั่นน้องสาวข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องมาสั่งสอนแทน!”
น้ำเสียงของซวงเอ๋อร์เย็นชา “ศิษย์พี่ หากเจ้ายังทำเป็นเล่นแบบนี้อีก ยามกลับไปที่สำนัก อย่าโทษข้าที่รายงานเรื่องนี้ให้อาจารย์ทราบ!”
ร่องรอยความหวาดกลัวปรากฏขึ้นตรงหว่างคิ้วของเยว่หมาน เจ้าตัวพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชาทันที “ช่างเถอะ ข้าคร้านเกินกว่าจะมาเถียงกับพวกมนุษย์แล้ว!”
ประโยคนี้คล้ายกับกำลังต่อว่าหลิงเอ๋อร์ แต่ความจริงแล้วมันเหมารวมซวงเอ๋อร์ด้วย!
แน่นอน ซวงเอ๋อร์ย่อมเข้าใจดี
นางสูดหายใจเข้า จากนั้นสะกดความกรุ่นโกรธเอาไว้ในใจ
“เอาเถอะ เอาเถอะ มีความขัดแย้งกับคนสำนักเดียวกันเช่นนี้ จะไปมีประโยชน์อันใด?”
ชายชุดทองส่ายหน้า
ซูอี้ผู้มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ มีสีหน้าสงบ ไม่ได้กล่าวอันใด
“เซียวเจี่ยน อยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าแล้ว”
เยว่หมานมองซูอี้ด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร เตรียมจะลงมือ
แต่ก่อนซูอี้จะทันได้พูดอันใด ทันใดนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น……
เปรี้ยง!
เสียงคำรามดุจอัสนีดังสนั่นมาจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น
หลังจากนั้น เรือสมบัตินับไม่ถ้วนพลันลอยอยู่เหนือหมู่เมฆ!
“คนจากแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณงั้นหรือ?”
ชายชุดทองขมวดคิ้ว “ช่างน่าผิดหวังนัก”
เรือสมบัตินับไม่ถ้วนราวกับขุนเขากำลังข้ามผ่านท้องนภา ลำแล้วลำเล่าที่ปกคลุมมิดฟ้าดิน บดบังดวงอาทิตย์เสียสิ้น ดูแล้วน่าสะพรึงยิ่งนัก
บนเรือสมบัติทุกลำเต็มไปด้วยร่างจำนวนมาก
ต่างเป็นเซียนปีศาจผู้มีกลิ่นอายน่าสะพรึง!
ไม่ก็เซียนมารดุร้ายน่าหวาดหวั่น!
จำนวนมหาศาล ไม่อาจทราบได้ว่ามีกี่ผู้
กองกำลังนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
แต่พวกซวงเอ๋อร์กลับสงบยิ่ง ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
พวกเขามาจากภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยง เมื่อดูจากสถานะแล้ว มันจึงมากพอที่จะทำให้กลุ่มเต๋าใหญ่ทั้งแปดหวาดกลัว จนไม่กล้ามาหาเรื่อง!
สิ่งที่น่าแปลกคือซูอี้ที่สงบนิ่งเช่นกัน
“หากเจ้าไปกับพวกข้า ข้าสัญญาว่า จะไม่มีผู้ใดในแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณมาหยุดยั้ง”
ซวงเอ๋อร์พลันกล่าวขึ้น
ซูอี้ยิ้ม กล่าวว่า “เมื่อข้าอยากไป ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถห้ามข้าได้ เมื่อข้าอยากอยู่ ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถบังคับข้าได้เช่นกัน”
ใบหน้างดงามของซวงเอ๋อร์กลายเป็นมืดมน
ขณะที่เยว่หมานและชายชุดทองรู้สึกขบขันยิ่งนัก เซียวเจี่ยนผู้นี้กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้ว ยังจะทำตัวหยิ่งทะนงอีก!
แต่ยิ่งซูอี้ทำตัวเช่นนี้มากเท่าไร พวกเขายิ่งสงสัยมากขึ้นว่า ชายหนุ่มมีไพ่ใบอื่นซ่อนอยู่หรือไม่!
พวกเขาไม่มีวันลืมว่า การทำลายล้างของสำนักปีศาจเพลิงสวรรค์มีความเชื่อมโยงกับคนพิการตรงหน้าพวกเขา!!
“ศิษย์น้องซวงเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องโน้มน้าวข้าแล้วล่ะ ยามนี้ พวกเรายืนดูก็พอแล้ว”
ชายชุดทองกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ขอดูหน่อยเถอะ ว่าเขาจะคลี่คลายศึกสังหารหมู่จากแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณได้อย่างไร!”
ดวงตาเยว่หมานทอประกาย หัวเราะเหอะๆ แล้วกล่าวว่า “แบบนั้นก็ดี!”
ซวงเอ๋อร์ถอนหายใจ ไม่กล่าวอันใดอีก
อาศัยโอกาสนี้ ใช้ความช่วยเหลือจากแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณ เพื่อดูความสามารถของเซียวเจี่ยน แบบนั้นคงดีที่สุดแล้ว
หลังจากนั้น กลุ่มของพวกนางก็พาหลิงเอ๋อร์กับลี่ฉางชิงเข้าไปในความว่างเปล่า ซ่อนในความมืดที่อยู่ไกลออกไป
แทบจะในเวลาเดียวกัน เรือสมบัตินับไม่ถ้วนได้มาถึงบนท้องนภาเหนือหมู่บ้านเฉาซีแล้ว
พื้นที่นี้ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์!
ยามหมู่เมฆสีดำครอบงำหมู่บ้านหมายจะทำลายล้าง ชาวประชาย่อมแตกตื่นขวัญหนี แล้วจะนับประสาอะไรกับกองทัพกล้าแกร่งของมารปีศาจ?
ผ่านไปสักพัก ท้องนภาเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีดำ สุญญะโดยรอบเต็มไปด้วยจิตสังหารจำนวนมาก
“คนผู้นั้นคือเซียวเจี่ยนไม่ผิดแน่!”
ทันใดนั้น บนเรือสมบัติลำหนึ่ง ชายชราในชุดคลุมสีดำเดินออกมา
เขาถือภาพเหมือนไว้ในมือ มันดูเหมือนกับซูอี้ยิ่งนัก
“ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่หนีจริง”
“หนีหรือ? ในโลกหล้าใบนี้ เขาคือคนไร้ประโยชน์ จะหนีไปไหนได้?”
“ก็จริง”
…ระหว่างสนทนา ในกลุ่มของแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณ ตัวตนระดับราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ออกมาคนแล้วคนเล่าต่างเผยออกมา!
มีแปดคนที่กลิ่นอายบนร่างกายทะลวงสวรรค์และปฐพี กระจายไปทั่วทศทิศ กดดันพื้นที่รอบข้างให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ด้านหลังพวกเขาแต่ละคนได้แบ่งเป็นกลุ่มก้อน หากนับรวมแล้วมีจำนวนนับพันคนทีเดียว!
ส่วนใหญ่เป็นเซียนปีศาจกับเซียนมาร โดยมีผู้แข็งแกร่งบางส่วนที่อยู่ขอบเขตจุติสรวง
“เซียวเจี่ยน เงื่อนไขของพวกข้ายังเหมือนเดิม ขอเพียงเจ้าส่งวิชาลับนั่นมา พวกข้าจะไปทันที!”
ชายชราในชุดคลุมสีดำที่อยู่ทางด้านหน้าตะโกน เสียงของเขาราวกับฟ้าผ่าดังก้องทั่วท้องนภาเหนือหมู่บ้านเฉาซี
เหล่าชาวบ้านต่างกายสั่นสะท้าน หวาดหวั่นกันหมด ไม่กล้าออกมาแต่อย่างใด
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ชั่วชีวิตนี้พวกเขาไม่เคยเห็นกองกำลังเช่นนั้นมาก่อน ดังนั้นแค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ก็ยังรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาแล้ว
ซวงเอ๋อร์ เยว่หมาน และคนอื่นซ่อนอยู่ในความมืด ต่างมองซูอี้ด้วยความเกียจคร้าน
พวกเขาอยากเห็นนักว่า เซียวเจี่ยนผู้ไร้ประโยชน์คนนี้จะสามารถคลี่คลายการสังหารดังกล่าวได้อย่างไร!
ใบหน้าของหลิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความวิตก
ลี่ฉางชิงยังคงเงียบ ท่าทีเศร้าสลด
ด้วยไม่ว่าจะมั่นใจในตัวซูอี้มากแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าว เขาก็อดรู้สึกไร้พลังและสิ้นหวังไม่ได้
หมู่เมฆสีดำพวยพุ่ง
มีเรือสมบัติอยู่ไกลออกไปราวกับป่า กองทัพมหาศาล
ราชันเซียนแห่งสายเลือดมารปีศาจทั้งแปดเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร!
ในลานบ้าน ซูอี้ผู้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา
จากนั้น ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ
ไหนข่าวบอกว่า ชายไร้ประโยชน์คนนี้ไม่สามารถขยับนิ้วได้กัน?
ซวงเอ๋อร์ เยว่หมานและคนอื่นต่างขมวดคิ้ว
“พี่ใหญ่เซียวเขา…ฟื้นคืนความแข็งแกร่งได้แล้วหรือ…”
หลิงเอ๋อร์ตกตะลึงเช่นกัน
ในอดีตที่ผ่านมา นางดูแลกิจวัตรประจำวันของซูอี้อยู่ตลอด ย่อมคุ้นเคยกับสถานการณ์ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
แต่สาวน้อยไม่คาดคิดว่า ซูอี้ในตอนนี้จะขยับได้!!
จากนั้นทุกสายตาต่างเห็นว่า ในฝ่ามือของซูอี้มีแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์สีม่วงแผ่ซ่าน ก่อนที่เตาหลอมหนึ่งจะปรากฏขึ้น
รูปลักษณ์ของเตาหลอมนี้เรียบง่าย มีขนาดเท่ากำปั้น ลวดลายเต๋าลึกลับโบราณจำนวนมากถูกสลักบนพื้นผิว
ที่ปากของเตามีเปลวเพลิงสีม่วงน่าประหลาดอยู่
“สมบัติดี!! นี่…นี่หรือว่าจะเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคสมัย?”
ในความมืด เยว่หมานประหลาดใจ ดวงตาเบิกกว้าง
ดวงตาของชายชุดทองร้อนผ่าว “นี่คือไพ่ตายของเซียวเจี่ยนงั้นหรือ? แต่สุดท้ายเขาก็เป็นคนไร้ประโยชน์ จะใช้งานสมบัติเช่นนั้นได้อย่างไร?”
“สมบัติศักดิ์สิทธิ์หรือ? ในมือของผู้ชายไร้ประโยชน์นั่นมีสมบัติเช่นนั้นได้อย่างไร!?”
ซวงเอ๋อร์ไม่อยากเชื่อสายตา
ไกลออกไป ราชันเซียนของกลุ่มเต๋าใหญ่ทั้งแปดแห่งชายแดนทักษิณเคลื่อนไหวเช่นกัน
นั่นมันสมบัติอันใดกัน!?
แม้ยังอยู่ไกลออกไป พวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันตรงใบหน้าได้!!
“มาร่วมมือกัน ฆ่าเขาให้ได้ แล้วชิงสมบัติมา!”
ทันใดนั้น ราชันเซียนตนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงลุ่มลึก ก่อนถ่ายทอดคำสั่งออกไป
หลังจากนั้น กลุ่มมารปีศาจทรงพลังนับร้อยขยับ เคลื่อนผ่านท้องนภา โจมตีจากด้านบน สำแดงวิชาและสมบัติลับจำนวนมาก
ตู้ม!
ท้องนภาสั่นสะเทือน สุญญะระเบิดออก
เพียงปรายตามอง วิชาและสมบัติลับทั้งหลายดุจดั่งสวรรค์ทั้งเก้าระเบิดออก ก่อนจะถาโถมเข้าใส่
ระดับพลังทำลายล้างขนาดนั้นทำให้ภูเขาอีกามารที่อยู่ไกลออกไปสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หากการโจมตีนี้เคลื่อนลงไป ทั่วทั้งหมู่บ้านเฉาซีจะถูกกวาดล้างจนสิ้น ผู้อาศัยในหมู่บ้านจะต้องตายอย่างแน่นอน!
ในช่วงเวลานี้เอง……
ในฝ่ามือของซูอี้ แสงสว่างสีม่วงปรากฏขึ้นจากเตาหลอม
ตู้ม!
แสงสว่างสีม่วงสดใสเจิดจ้าอันน่าเกรงขามกวาดผ่านท้องนภา ทำให้การโจมตีและสมบัติทั้งหลายถูกกวาดล้างในคราวเดียว
มารปีศาจทรงพลังนับร้อยเหล่านั้นไม่ต่างจากต้นไม้ใบหญ้า สูญสิ้นวิญญาณภายใต้แสงสว่างสีม่วงทันที
แม้แต่ชุดเกราะก็ไม่เหลือ!!
แม้กระทั่งหมู่เมฆสีดำที่อยู่ด้านบนยังถูกชะล้าง ทำให้ท้องนภากลับมาสดใสเปี่ยมด้วยแสงสว่างทันที
ดวงตาของซูอี้หรี่อย่างเงียบงัน แสงอาทิตย์อันคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่…
เขาไม่ต้องการอีกแล้ว!
ยามนี้ ผู้ชมเงียบสงัด
ทุกคนต่างเสียสติด้วยความหวาดกลัว
สมบัติเพียงหนึ่งชิ้นโจมตีเพียงครั้งเดียวกลับสามารถกวาดล้างยอดฝีมือนับร้อยได้!!
เหตุการณ์อันน่าสะพรึงนั่น ใครบ้างไม่ประหลาดใจ?
ซวงเอ๋อร์ เยว่หมาน และชายชุดทองอ้าปากค้าง สีหน้าล้วนแปรเปลี่ยนไป
นี่จะต้องเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน!!
“นี่…”
ลี่ฉางชิงผู้เดิมใจสลายกลับตกตะลึง
“พี่ใหญ่เซียวเขา…”
หลิงเอ๋อร์ตกตะลึงเช่นกัน
ขณะมองจากไกลๆ ยอดฝีมือของแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำของราชันเซียน หรือว่าผู้อื่นล้วนมีสีหน้าเปลี่ยนไป
“เจ้าวานรน้อย ข้าต้องรบกวนเจ้าด้วย ช่วยฆ่าแมลงวันพวกนั้นให้ทีสิ”
ซูอี้กล่าวอย่างแผ่วเบา
ดาบของแม่ทัพไม่ควรเอาไปฟันแมลงวัน
แต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว ในยามนี้ มีเพียงให้วานรน้อยนี้ลงมือเท่านั้น ถึงจะสังหารแมลงวันน่าหงุดหงิดเหล่านั้นได้
“น้อมรับคำสั่งเจ้านาย!”
ร่างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากเตาเสริมสวรรค์
เพียงชั่วพริบตา มันกลายเป็นวานรสูงสิบจั้ง สายตาทิ่มแทง ปราณฮุ่นตุ้นพุ่งออกมาจากขนของมัน
ทางด้านหลังของมันมีภาพลวงสามเศียรหกกรปรากฏขึ้น
ตู้ม!
เมื่อวานรน้อยปรากฏตัว ท้องนภาสั่นสะเทือน ปฐพีสั่นไหว สุญญะทั่วทุกทิศสั่นสะท้าน พลังที่สามารถทำลายสวรรค์และปฐพีได้แผ่กระจายออกกว้าง!
สัตว์ปีศาจในภูเขาอีกามารต่างพากันหวาดกลัว คืบคลานไปตามพื้น ส่งเสียงคร่ำครวญอย่างต่อเนื่อง ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน
“นี่…นี่…”
ไกลออกไป ผู้เยี่ยมยุทธ์ของแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณต่างพากันประหลาดใจ วิญญาณแทบสูญสิ้น
นี่คือเทพปีศาจหรือ!?
หาไม่แล้ว เหตุใดกลิ่นอายถึงได้น่าสะพรึงขนาดนั้น?
“หนี!!”
เสียงกรีดร้องสายหนึ่งดังขึ้น
ราชันเซียนเหล่านั้นคลุ้มคลั่ง ต่างหลบหนีไกลออกไป
ใครจะกล้าคาดคิดว่า ภายในหมู่บ้านยากจนแสนไกลห่างนี้ ในมือของคนพิการอย่างเซียวเจี่ยนจะไม่เพียงเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ร้ายกาจเท่านั้น แต่ยังมีเทพปีศาจอยู่ข้างกายด้วย?
เทพ!
ในโลกชางหลานนี้ มันนับว่าเป็นตัวตนสูงสุด!!
“เจ้านายพูดถูก นี่คือกลุ่มแมลงวันเล็กจ้อยจริงๆ”
เจ้าวานรน้อยเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน
อุ้งเท้าข้างหนึ่งของมันกดลงไปในสุญญะ
ตู้ม!
เรือสมบัตินับไม่ถ้วนที่อยู่กระจัดกระจายในสุญญะล้วนแตกเป็นชิ้นๆ
ร่างนับไม่ถ้วนที่มีระดับการฝึกฝนแตกต่างกันล้วนถูกฉีกกระชากราวกับฟองคลื่น
สุญญะแตกสลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่ รอยแตกคล้ายใยแมงมุมกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
ไม่มีผู้ใดรอด!!
ใช่แล้ว เพียงฝ่ามือเดียว กองทัพขนาดใหญ่ของมารปีศาจที่ถูกส่งมาจากแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณ ถูกตบจนตายราวกับแมลงวัน!
ฉากสังหารนองเลือดน่าสะพรึงนั้นทำให้ซวงเอ๋อร์ เยว่หมานและคนอื่นผู้กำลังซ่อนอยู่ในความมืดต่างหวาดกลัว เย็นเยือกไปทั่วทั้งร่าง ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
เทพปีศาจหนึ่งตน!!
ข้างกายเซียวเจี่ยนมีเทพติดตามเขาอยู่!
ไม่สงสัยเลยว่า เหตุใดเขาจึงมั่นใจตั้งแต่ต้นจนจบ
ไม่สงสัยเลยว่าเขาถึงกล้าเมินเฉยต่อผู้สืบทอดของภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยง
ครั้งนี้ พวกเขาเจอกับของจริงเข้าให้แล้ว!
ทว่า……ซูอี้ไม่แม้แต่จะใส่ใจเรื่องนี้
ด้วยแมลงวันตัวจ้อยส่วนน้อยไม่ควรค่าที่เขาจะมาสนใจ!