บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2166 ตอบแทน
บทที่ 2166 ตอบแทน
ประนีประนอม!?
วานรน้อยแยกเขี้ยวไปชั่วขณะ ในสายตายายหนูน้อยนี่ มันกับนายมันช่างปวกเปียกไร้น้ำยานักหรือไร ไฉนต้องไปประนีประนอมกับภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยงอะไรนั่นด้วย?
ซูอี้แย้มยิ้ม
เขาคร้านเกินกว่าจะอธิบายแล้วเช่นกัน
เมื่อความรู้ความเข้าใจไม่ประสานกัน ทุกการอธิบายล้วนไร้ผล รังแต่จะนำไปสู่ความเข้าใจผิดมากกว่าเดิม
“หากเจ้าและผู้อาวุโสเทพปีศาจท่านนี้ยอมลดท่าทีลง ข้าคิดว่าเจ้ากับภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยงต้องประนีประนอมกันได้แน่นอน”
ซวงเอ๋อร์กล่าวอย่างเคร่งขรึม
นางคิดว่านางเดาถูกแล้ว!
……
ตกดึก
จันทราสีม่วงเด่นล้ำเหนือนภา
ในห้อง เตาเสริมสวรรค์เต็มไปด้วยรัศมีเทพม่วงประกาย ระเบิดสุคนธ์โอสถฟุ้งกระจาย
ข้างกันนั้น ซูอี้นั่งขัดสมาธิอยู่ และร่างวิถีซึ่งเจียนจะแหลกสลายของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยอำนาจโอสถเทพ
ร่างอันแตกร้าวทุกชุ่น เลือดเนื้ออันแหลกเหลว ชีพจรอันปริร้าวทั้งมวลเปรียบเหมือนท้องนทีแห้งคืนวารี
การฝึกฝนอันเหือดหาย อวัยวะภายในอันย่อยยับล้วนได้รับการบำรุงในยามนี้
แม้กระทั่งจิตวิญญาณอันบาดเจ็บสาหัสยังได้รับการซ่อมแซมทีละน้อย
เมื่อสัมผัสความเปลี่ยนแปลงในร่างได้ ซูอี้ก็แสนสบายใจแทบครางในลำคอ
ในชั่วขณะนี้ หลังจากกลายมาเป็นคนพิการ ทุกวันของเขาก็ทำได้เพียงนอนนิ่งหรือไม่ก็นั่งบนรถเข็นให้หลิงเอ๋อร์เข็นไปมา นิ้วสักนิ้วยังยกไม่ได้ ซูอี้จึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการไร้กำลังเป็นเช่นไร
และยามนี้ สรรพสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลง!
เมื่อนำเตาเสริมสวรรค์ออกมาได้ เขาก็นำโอสถเทพและวัตถุอมตะซึ่งอยู่ในเตาออกมาใช้ได้
แม้ชั่วขณะสั้นๆ นี้จะไม่อาจคืนเขาสู่สภาวะสมบูรณ์พร้อม แต่สำหรับซูอี้ ขอเพียงฟื้นตัวได้ก็พอแล้ว!
เพียงสองเค่อต่อมา
โอสถเทพสามชิ้นก็ถูกกลืนกิน
ทว่าบาดแผลบนร่างของซูอี้ฟื้นตัวน้อยนิดเหลือเกิน
จะทำเช่นไรได้? เขาบาดเจ็บสาหัสเกินไป การโจมตีทิ้งท้ายของตี้เอ้อน่าสะพรึงกลัวเกินไป!
ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่า หากเปลี่ยนตนเป็นเทพผู้อื่น เกรงว่าคงได้ตกตายไปแล้ว
และที่เขาเอาตัวรอดมาได้ ก็เป็นเพราะอำนาจกรรมวิถีของชาติที่สี่ และดาบเก้าคุมขัง!
“เจ้านาย ท่านบาดเจ็บสาหัสเกินไป แม้จะใช้โอสถเทพทั้งหมดเหล่านี้ก็อาจฟื้นตัวได้ไม่มากนะขอรับ”
เตาเสริมสวรรค์กล่าวอย่างกังวล
ในเตาเหลือโอสถเทพเพียงไม่ถึงสามสิบเม็ด
นอกจากนั้นยังมีผลึกเทพอมตะอยู่อีกสิบกว่าชิ้น
“ไม่เป็นไรหรอก ขอเพียงมันได้ผล ให้ข้าฟื้นกำลังได้สักหน่อยก็พอแล้ว”
ซูอี้กล่าวเรียบๆ
เตาเสริมสวรรค์ไม่กล้าเฉยเมย มันยังคงหลอมโอสถเซียนเพื่อเยียวยาบาดแผลของเขาต่อไป
……
ในคืนเดียวกันนั้น
เมืองเตาอัคคี
หอรวมสวรรค์
แสงสว่างวูบไหว ฮูหยินเฉิงปี้นั่งเขียนข้อความอย่างขะมักเขม้นอยู่บนโต๊ะ
นี่เป็นรายงานลับ หลังจากเขียนเสร็จ ข้อความจะถูกส่งให้กับผู้จัดการสูงสุดของหอรวมสวรรค์แห่งโลกชางหลาน
“เบื้องหลังเซียวเจี่ยน มีเทพปีศาจพิทักษ์อยู่……”
ยามเขียนถึงตรงนี้ คู่เนตรงามของฮูหยินเฉิงปี้ก็เหม่อลอย นึกถึงเหตุสะเทือนขวัญที่นางพบในวันนี้ขึ้นมา
วันนี้ที่บริเวณรอบนอกหมู่บ้านเฉาซี ฮูหยินเฉิงปี้เองก็มา ทว่านางเร้นกายอยู่เพื่อชมสงคราม
ดังนั้นนางจึงได้เห็นกับตาว่า ทัพปีศาจที่แปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณส่งมาถูกทำลายเช่นไร!
เพียงหนึ่งฝ่ามือ เรือสมบัตินับพัน ยอดฝีมือนับพันก็ล้วนถูกลบหาย!
และผู้ลงมือก็เป็นเทพปีศาจผู้แข็งแกร่งยิ่งนัก!!
ขณะนั้น ฮูหยินเฉิงปี้ซึ่งเร้นกายในที่ลับตื่นตระหนกขวัญหายจนแข็งทื่อ ร่างแทบจะนิ่งงันมิไหวติง
คิดให้ตายเช่นไร นางก็คาดไม่ถึงว่าจะมีเทพปีศาจมาติดตามคนพิการอย่างเซียวเจี่ยน!
จนกระทั่งเมื่อนางกลับมาถึงหอรวมสวรรค์แห่งเมืองเตาอัคคี ในที่สุดฮูหยินเฉิงปี้จึงเข้าใจว่าไฉนเซียวเจี่ยนจึงไร้ความกลัวมาตลอด
ไฉนเขาจึงกล้ามิเห็นแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณในสายตา
มีเทพปีศาจอยู่ข้างกายเช่นนี้ กลุ่มเต๋าใหญ่ทั้งแปดแห่งชายแดนทักษิณก็ไม่ต่างจากไก่หรือสุนัขตามท้องถนนเลย!!!
“โชคดีนักที่ข้าไม่เคยล่วงเกินเขา หาไม่……”
เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ของมัน ร่างอ้อนแอ้นอรชร ขาวพิสุทธิ์ดุจหิมะของฮูหยินเฉิงปี้พลันสะท้านขึ้นอย่างมิได้
“เรื่องนี้ต้องรายงานต่อผู้จัดการสูงสุดโดยไว ไม่อาจสอบถามหรือสืบเสาะข่าวของเซียวเจี่ยนตามอำเภอใจได้อีกแล้ว หาไม่ จะเป็นการไม่เคารพต่อเทพปีศาจท่านนั้น!”
ฮูหยินเฉิงปี้สูดหายใจลึกๆ และกำลังจะเขียนต่อ
ทันใดนั้น นางได้พบว่ามีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกาย!
เป็นวานรสูงราวหนึ่งจั้งตนหนึ่ง เนตรสีทองโรจน์รุ่ง สวมอาภรณ์สีเทา ยืนนิ่งเงียบสงบ ทว่ากลับให้ความรู้สึกกดดันชวนลืมหายใจ
ตุบ!
พู่กันในมือฮูหยินเฉิงปี้ร่วงหล่น
ใบหน้าของนางซีดขาวเปี่ยมด้วยความหวาดกลัว
เป็น…เป็นเทพปีศาจท่านนั้น!!
“นายข้าบอกว่าเจ้าเป็นหญิงฉลาด เคยช่วยนายข้ามาก่อน คืนนี้จึงให้ข้ามามอบของขวัญตอบแทนเจ้าด้วยตนเอง”
วานรน้อยนำแหวนสัมภาระวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ
ตอบแทน?
ฮูหยินเฉิงปี้ผงะไป
วานรน้อยไม่ได้อธิบายใดๆ และเพียงกล่าวว่า “หากเป็นไปได้ โปรดใช้อำนาจหอรวมสวรรค์ส่งข้อความถึงแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณ เล่าความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเฉาซีในวันนี้ทุกประการ”
ฮูหยินเฉิงปี้รีบกล่าวว่า “มิลำบาก มิลำบากเลย ใต้เท้าวางใจเถิด ข้าจะส่งสารวันนี้เลยเจ้าค่ะ!”
วานรน้อยพยักหน้ากล่าว “ขอบคุณมาก”
แล้วมันก็หันกายหายวับไปทันที
หลังจากนั้นเนิ่นนาน ฮูหยินเฉิงปี้จึงค่อยๆ ฟื้นสติ ดวงตาเลื่อนลอย
หากไม่เห็นแหวนสัมภาระบนโต๊ะ นางคงสงสัยว่าสิ่งที่เพิ่งประสบเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน!
“ให้ของตอบแทนกับข้า หมายความว่าไม่คิดติดค้างหนี้ใดๆ อีก และที่ให้ข้าส่งข้อความถึงแปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณนั้นก็เพื่อเตือนอีกฝ่าย……”
ฮูหยินเฉิงปี้พึมพำ “โชคยังดี จากมุมมองนี้ เซียวเจี่ยนและเทพปีศาจท่านนั้นไม่ได้อยากเข่นฆ่าผู้ใดจนใหญ่โต หาไม่ แปดกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งชายแดนทักษิณเกรงว่าคงสิ้นไปจากโลกชางหลานแล้ว!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็นำแหวนขึ้นมา ในใจสงสัยยิ่งว่าเซียวเจี่ยนมอบสิ่งใดเป็นการตอบแทน
จนกระทั่งเมื่อนางเห็นสมบัติภายในแหวน ฮูหยินเฉิงปี้ก็อดผงะไปมิได้
นั่นเป็นมรดกของสำนักหนึ่ง
มรดกวิถีที่ใช้เพื่อพิสูจน์เต๋าเคลื่อนขอบเขต มุ่งสู่เส้นทางวิถีเซียน!!
และฮูหยินเฉิงปี้ก็เป็นยอดฝีมือผู้อยู่บนวิถีจุติสรวงอยู่ไม่ห่างจากการพิสูจน์เต๋าในวิถีเซียนจริงๆ
สิ่งตอบแทนนี้สำหรับนางนับเป็นสมบัติเลิศล้ำที่ฝันใฝ่โดยแท้!
“กาลก่อน ข้าแค่ตอบคำถามบางข้อ บอกความลับที่ไม่ถึงกับหวงห้ามบางอย่างเท่านั้น ทว่าเขา…กลับให้ของตอบแทนที่กระทั่งข้ายังมิอาจนึกถึง……”
ฮูหยินเฉิงปี้นั่งนิ่ง หัวใจตุ้มต่อมระรัว
……
ณ หมู่บ้านเฉาซี
ในคืนเดียวกันนั้น
“ข้า…ข้าแซ่อี้หรือ?”
“ตระกูลอี้ของข้าต้องพังทลายเพราะแผนการชั่วร้ายของภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยง?”
“นี่……เป็นไปได้เช่นไร……”
ซวงเอ๋อร์ผงะนิ่ง สีหน้าไม่แน่ใจ
ก่อนหน้านี้ ลี่ฉางซิงเล่าความจริงให้นางฟังแล้ว ทว่าชั่วขณะนี้ ซวงเอ๋อร์ไม่อาจยอมรับเรื่องทั้งหมดนี้ได้เลย
ภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยงคือหนึ่งในตัวการผู้ทำลายตระกูลอี้
และนางก็กำลังฝึกฝนอยู่ในภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยง!
สัจธรรมเช่นนี้โหดร้ายเกินไปอย่างไม่ต้องสงสัย
“ซวงเอ๋อร์ ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ เจ้าจะเข้าใจเองยามไปยังภูเขาปีศาจเทียนเซี่ยงกับเซียวเจี่ยนพรุ่งนี้”
ลี่ฉางซิงกล่าวเบาๆ
ซวงเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ามิเชื่อหรอกว่าท่านอาจารย์จะทำร้ายข้า!”
ลี่ฉางชิงผงะไป ก่อนจะถอนหายใจทันที
เขารู้ว่าซวงเอ๋อร์จะไม่อาจยอมรับเรื่องทั้งหมดนี้ได้โดยง่าย แต่เขาเชื่อว่ายามข้อเท็จจริงเผยกระจ่าง ซวงเอ๋อร์จะเข้าใจเอง
……
กลางดึกคืนนั้น
ซูอี้ตื่นขึ้นจากภวังค์สมาธิ ริมฝีปากยกยิ้มแห้งอย่างช่วยไม่ได้
ใช้โอสถเทพและผลึกเทพอมตะไปสิ้น แต่บาดแผลกลับฟื้นตัวไม่ถึงหนึ่งส่วน
กระทั่งการฝึกฝนยังฟื้นตัวเพียงน้อย
ทว่าเขาก็เข้าใจเหตุผลเช่นกัน
ประการแรก บาดแผลของเขาในครานี้ร้ายแรงเกินกว่าจะฟื้นฟูในชั่วกาลอันสั้น
ประการที่สอง รากฐานวิถีเทพของเขาแข็งแกร่งเกินไป!
หากเปลี่ยนเป็นเทพชั้นล่างขอบเขตสรรค์สร้างผู้อื่น ด้วยโอสถเทพและผลึกเทพอมตะเหล่านั้น พวกเขาก็ไม่รู้จะกลับสู่สภาวะสมบูรณ์พร้อมได้กี่รอบแล้ว
ทว่าสำหรับชายหนุ่ม มันเป็นเพียงหนึ่งหยาดวารีในถังใหญ่!
‘ยังดีที่ในที่สุด ข้าก็ได้อำนาจฝึกฝนคืนมาบ้าง แม้บาดแผลจะยังสาหัส แต่ขอเพียงข้าไม่สู้กับทวยเทพ ผู้ใดก็หยุดข้ามิได้แล้ว!’
ซูอี้กล่าวในใจ
ยามนี้ เขาอยู่ในขอบเขตเทพ และในโลกชางหลานนี้ เขาอยู่ห่างไกลจากความแค้นปัญหาเก่าก่อน
ซึ่งสิ่งนี้ได้มอบเวลาและความอดทนเพียงพอให้เขาฟื้นฟูบาดแผล คืนสู่วิถีทีละน้อย
‘แต่จะประมาทก็ไม่ได้เช่นกัน……’
ซูอี้ครุ่นคิด ‘โลกชางหลานเป็นหนึ่งในสามสิบสามโลกภูมิแห่งโลกเทพ ห้อมล้อมทวีปเทพอัคคีทักษิณไว้ และยามศัตรูร้ายทั้งหลายไม่อาจขวางพวกข้าบนวิถีเชื่อมดารา พวกเขาย่อมไม่มีทางถอดใจ’
‘และโลกเทพก็เป็นถิ่นของพวกเขา มิต้องลงมือเอง เพียงส่งบัญชาก็ทำให้กลุ่มเต๋าส่วนใหญ่ในโลกเทพซึ่งรับใช้พวกตนออกตามหาที่อยู่ของข้าทั่วทุกทิศในโลกาได้’
‘การกระทำจากนี้ต้องสงบเงียบ แปรเปลี่ยนเป็นตัวตนอันไร้ผู้รู้จัก’
เมื่อคิดเช่นนี้ ซูอี้ก็ขมวดคิ้วน้อยๆ
ชั่วกาลผ่านมานี้ เขากลายเป็นผู้พิการ ไม่อาจแปรลักษณ์ตนได้ และมีคนมากมายได้เห็นโฉมหน้าจริงของตัวเขา
หากศัตรูสืบมายังโลกชางหลาน พวกเขาจะหาเบาะแสได้แน่นอน!
ชายหนุ่มจะไม่มีวันประเมินความน่าสะพรึงกลัวของศัตรูร้ายในอดีตชาติไว้ต่ำ และไม่ต้องคิดก็รู้ว่าแม้จะทำลายเบาะแสทั้งหมดเสียยามนี้ ก็สายเกินไปแล้ว
‘ดูเหมือนว่าก่อนศัตรูร้ายเหล่านั้นจะหาข้าพบ เราต้องไปจากโลกชางหลานโดยเร็วที่สุด…’
ซูอี้ตัดสินใจ
แต่ก่อนจรจาก ยังมีบางสิ่งที่ต้องจัดการก่อน
วูบ!
ซูอี้พลิกฝ่ามือ เก็บเตาเสริมสวรรค์ไป และกล่าวว่า “วานรน้อย ตามข้าไปที่ภูเขาอีกามาร”
วานรน้อยกลับมาแล้ว และเมื่อได้ยินเช่นนี้ มันก็รับคำทันที
อีกไม่นานจะรุ่งสาง
ภายใต้การนำทางของวานรน้อย เทพปีศาจผู้มีอำนาจต่อสู้เพียงพอจะเผชิญหน้ากับเทพชั้นสูง ซูอี้ก็มาถึงพื้นที่ภายในภูเขาอีกามารในไม่กี่อึดใจ
รัตติกาลมืดดำ จตุรทิศวังเวง
จันทร์เพ็ญสีม่วงลอยสูงเหนือนภา สาดส่องแสงจันทร์สีม่วงชวนฝัน
ปกติยามนี้จะเป็นช่วงเวลาตื่นตัวที่สุดของเหล่าสัตว์ปีศาจในภูเขาอีกามาร และพวกมันจะฉวยโอกาสยามราตรีมาดูดซับแสงจันทร์สีม่วง
ทว่าเมื่อวานรน้อยแผ่ปราณเทพปีศาจออกมา เขาอีกามารก็เงียบสงัด
สัตว์ปีศาจทั้งหลายต่างตื่นตระหนกเสียจนหัวหดอยู่ในรัง ไม่กล้าโผล่หัวหางออกมากันเลย
“ที่นี่แล”
ซูอี้มายังบริเวณที่ปราณดาบสีเลือดปรากฏ
ทว่าคืนนี้ปราณดาบสีเลือดนั่นไม่ได้ปรากฏขึ้น
แต่เรื่องนี้หยุดซูอี้มิได้
แม้เขาจะไม่ได้ฟื้นการฝึกฝนส่วนใหญ่กลับมาในวันนี้ แต่ก็สามารถดึงความทรงจำทั้งหมดของอี้เต้าเสวียนออกมาได้แล้ว!
ปราณดาบสีเลือดนั่นเป็นฝีมือของอี้เต้าเสวียนจริงๆ และเกี่ยวข้องกับโลกเร้นลับแห่งหนึ่งที่เขาทิ้งไว้สมัยยังมีชีวิต!