บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2176 เส้นทางสู่การแก้แค้น
บทที่ 2176 เส้นทางสู่การแก้แค้น
ยามอี้เต้าเสวียนมีชีวิต เขาเคยแต่งงานและมีลูก คู่บำเพ็ญเต๋าของเขาคืออวี่ซินเหยา นางมาจากศาลเทพชิงอู๋เช่นกัน
ส่วนฮั่วหงเจินคือศิษย์น้องของอวี่ซินเหยา!
ตอนอี้เต้าเสวียนรู้จักฮั่วหงเจิน อีกฝ่ายคือเทพชั้นสูงในโลกชางหลาน
อวี่ซินเหยาผู้เป็นภรรยาของเขาให้การดูแลฮั่วหงเจินเป็นอย่างดี ตามที่อวี่ซินเหยาว่า ขณะฮั่วหงเจินเริ่มฝึกฝนในศาลเทพชิงอู๋ นางก็ถูกพี่สาวลากให้ไปฝึกฝนด้วย
บนเส้นทางข้างหน้า ในฐานะศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน อวี่ซินเหยาให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลือฮั่วหงเจินอยู่หลายครั้ง
ฮั่วหงเจินทำตามที่คาดหวังไว้ ไต่เต้าในศาลเทพชิงอู๋ทีละขั้น การฝึกฝนของเขายิ่งแข็งแกร่ง สถานะยิ่งสูงส่ง
จนกระทั่งอวี่ซินเหยาออกจากศาลเทพชิงอู๋ กลายเป็นคู่บำเพ็ญเต๋ากับอี้เต้าเสวียน ฮั่วหงเจินก็ได้กลายเป็นผู้อาวุโสทรงพลังในศาลเทพชิงอู๋ ระดับการฝึกฝนของเขาเหลืออีกขั้นเดียวก็จะสามารถพิสูจน์เต๋ากลายเป็นจอมเทพได้
กล่าวได้ว่า อวี่ซินเหยาเติบโตมาพร้อมกับฮั่วหงเจินผู้เป็นศิษย์น้อง
เขาที่รักทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่าย อี้เต้าเสวียนทั้งเชื่อใจและให้การดูแลฮั่วหงเจิน ตอนที่เขาทราบครั้งแรกว่าการฝึกฝนของฮั่วหงเจินประสบกับภาวะคอขวด ขณะดิ้นรนเพื่อพิสูจน์เต๋ากลายเป็นจอมเทพ อี้เต้าเสวียนกับอวี่ซินเหยาผู้เป็นภรรยาได้ร่วมมือกัน เสี่ยงบุกเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามอันน่าสะพรึง หลบเลี่ยงไปมาอย่างหวุดหวิด จนกระทั่งพบกับ ‘ผลวิถีปฐมสวรรค์’ ก่อนนำมามอบให้กับฮั่วหงเจิน
ฮั่วหงเจินพึ่ง ‘ผลวิถีปฐมสวรรค์’ ดังกล่าว เพื่อพิสูจน์เต๋าในอึดใจเดียว จนกลายเป็นจอมเทพขอบเขตอมรณา!
หลังจากอี้เต้าเสวียนถูกศัตรูร้ายกาจจำนวนมากไล่ล่า จึงต้องหลบหนีไปสุดขอบโลกกับอวี่ซินเหยาผู้เป็นภรรยา
ในช่วงที่หลบหนีจากการตามล่านี้เอง อี้เต้าเสวียนและภรรยาของเขาก็ได้รับจดหมายแสดงความเสียใจจากฮั่วหงเจิน!
ในยามนั้น ฮั่วหงเจินบอกว่าเพราะผูกมิตรกับอี้เต้าเสวียนและภรรยา ศาลเทพชิงอู๋จึงต้องทนทุกข์ทรมานจากการโจมตีร่วมกันของผู้มีอำนาจสูงสุดมากมายจนตกอยู่ในอันตราย
ฮั่วหงเจินเองก็โดนขู่ฆ่าถึงตาย ทำให้ทนไม่ไหว
เมื่อทราบข่าว อี้เต้าเสวียนและภรรยาของเขาก็ไม่ได้สงสัย ก่อนจะรีบกลับไปยังศาลเทพชิงอู๋เพื่อให้การช่วยเหลือทันที
ทว่าไม่คิดเลย…ว่าจะทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์สังหารที่ถูกวางแผนมาอย่างดี
ในตอนนั้นเองที่อี้เต้าเสวียนและภรรยาตระหนักได้ว่า ฮั่วหงเจินที่พวกเขาเชื่อใจมากที่สุดได้ทำการทรยศ!
สิ่งที่เรียกว่าขอความช่วยเหลือล้วนเป็นเรื่องโกหก ความตั้งใจที่แท้จริงของฮั่วหงเจินคือล่อทั้งคู่มายังศาลเทพชิงอู๋
ศัตรูร้ายกาจของอี้เต้าเสวียนในตอนนั้นได้ซุ่มอยู่ทั้งนอกและในศาลเทพชิงอู๋แล้ว!
ฉากฆาตกรรมถูกจัดขึ้นมา
เพื่อช่วยอี้เต้าเสวียนหลบหนี ในช่วงอึดใจสุดท้าย อวี่ซินเหยาไม่ลังเลที่จะทำลายวิถีเต๋าตัวเอง เผาผลาญชีวิต เพื่อช่วยให้อี้เต้าเสวียนมีโอกาสรอด
ถึงแม้ในที่สุดอี้เต้าเสวียนจะรอดจากการสังหารไปได้
แต่เรื่องราวในครั้งนี้ได้เป็นแผลใจของเขาไปตราบชั่วชีวิต!!
อี้เต้าเสวียนไม่อาจลืมได้ ยามที่ภรรยาของเขาทราบว่าฮั่วหงเจินผู้ที่นางเคยนับว่าเป็นน้องชายหักหลัง สีหน้าของนางทั้งเศร้าโศกและโกรธเกรี้ยวเพียงใด
เขาไม่เคยลืม การกระทำอันเด็ดขาดและบ้าคลั่งของภรรยาตอนที่ต่อสู้กับศัตรูเหล่านั้นจนตัวตาย
ที่ยากจะลืมยิ่งกว่าคือการหักหลังของฮั่วหงเจิน!
น่าเสียดาย…
จนกระทั่งอี้เต้าเสวียนกำลังจะตกตาย ชายหนุ่มก็ไม่เคยมีโอกาสได้แก้แค้นให้ผู้เป็นภรรยา
เรื่องนี้กลายเป็นความไม่เต็มใจยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา!
ตอนนี้ ความทรงจำ ประสบการณ์ และอารมณ์เหล่านี้ได้หลอมรวมเข้ากับร่างของซูอี้ เมื่อมองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเหล่านี้ ซูอี้ก็อดสิ้นหวังและเดือดดาลไม่ได้
ถึงแม้มันจะไม่ส่งผลกับสภาพจิตใจของเขา แต่ช่วงเวลาแห่งความเกลียดชังที่สลักลงไปนี้ทำให้ซูอี้ทนไม่ได้
เกลียดชังที่มาฆ่าภรรยาของเขา เกลียดชังที่ถูกหักหลัง …และหากไม่ได้แก้แค้น เขายังนับเป็นมนุษย์ได้อีกหรือ?
ดังนั้น ครั้งแรกที่เห็นไช่เหล่ยผู้เป็นเทพท่องตะวันแห่งศาลเทพชิงอู๋ ซูอี้ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไปทวีปเทพอัคคีทักษิณ เพื่อยุติความบาดหมางนองเลือดนี้!
“แน่นอนว่าบรรพชนหงเจินยังมีชีวิตอยู่”
ไช่เหล่ยมองซูอี้ด้วยสีหน้าประหลาดใจ ทั่วแดนดินถิ่นทวีปเทพอัคคีทักษิณ ใครบ้างไม่ทราบว่าบรรพชนหงเจินยังมีชีวิตอยู่?
“ยังมีชีวิตอยู่…”
ซูอี้กระซิบว่า “ดีที่ยังมีชีวิตอยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไช่เหล่ยก็รู้สึกเย็นเยือกไปถึงในใจจนยากจะอธิบาย เขาอดถามด้วยความประหลาดใจไม่ได้ว่า “ท่านอยากเข้าศาลเทพชิงอู๋ เพราะอยากสู้กับบรรพชนหงเจินอย่างนั้นหรือ?”
ซูอี้ตอบอย่างสงบว่า “อยากสู้หรือ? ไม่ ข้าจะทำลายชื่อเสียงของเขา ชดใช้ในสิ่งที่เขาทำจากการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดหรือไม่ก็ตายไปเสีย”
ไช่เหล่ย “???”
คนผู้นี้บ้าไปแล้ว!
หาไม่แล้ว เขาจะกล้าเข้าชนกับบรรพชนหงเจินได้อย่างไร?
นี่ยังไม่กล่าวถึงว่าไม่ใช่เพียงในทวีปเทพอัคคีทักษิณ ทว่าเมื่อมองดูทั่วทั้งโลกเทพ ผู้สามารถเป็นศัตรูกับบรรพชนหงเจินได้ จะมีกี่คนกันเชียว?
ซูอี้ไม่กล่าวอันใดอีก ก่อนยกมือขึ้นห้ามไช่เหล่ย แล้วยัดเขาไปในเตาเสริมสวรรค์
“นายท่าน ท่านจะไปศาลเทพชิงอู๋เพื่อแก้แค้นหรือขอรับ?”
วานรน้อยผู้กลายเป็นนกกระจอกสีเทาอดถามไม่ได้
“เรื่องการแก้แค้น ช่างมันไปก่อน เจ้าไม่คิดว่าศาลเทพชิงอู๋เป็นสถานที่เหมาะกับการฝึกฝนหรอกหรือ?”
ซูอี้ถามอย่างราบเรียบ
วานรน้อยครุ่นคิดสักพัก จากนั้นถึงได้เข้าใจ
เจ้านายยังคงได้รับบาดเจ็บ การฝึกฝนของเขาฟื้นคืนมาไม่ถึงหนึ่งส่วน สิ่งต้องทำได้ในตอนนี้คือทำตัวไม่โดดเด่นจนเกินไป เก็บตัวฝึกฝนอยู่เฉยๆ
ส่วนศาลเทพชิงอู๋คือขุมกำลังระดับสูงแห่งหนึ่ง ที่ครอบครองทรัพยากรซึ่งมากพอจะทำให้เหล่าทวยเทพพึงพอใจ
นอกจากนี้ หากนายท่านมีโอกาสลอบเข้าไปในศาลเทพชิงอู๋ เขาย่อมสามารถใช้พลังของศาลเทพชิงอู๋ทำหลายสิ่งได้
ไม่ว่าจะเป็นการหาข่าวสารเกี่ยวกับโลกเทพ หรือทำสิ่งต่างๆ เป็นอะไรที่สะดวกยิ่งนัก
ต่อให้ไม่สนใจเรื่องราวทั้งหมดนี้ ขอเพียงเข้าใจสถานการณ์ในศาลเทพชิงอู๋ แม้กระทั่งการไปแก้แค้นฮั่วหงเจิน ก็นับเป็นประโยชน์ยิ่ง!
“รอให้ถึงทวีปเทพอัคคีทักษิณก่อน แล้วพวกเราค่อยลงมือแยกกัน”
ซูอี้ครุ่นคิด “เจ้าออกเดินทางไปยังทะเลไร้ขอบเขต ช่วยข้าตามหาบางสิ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือดูว่าสหายเก่าแก่ในรายนามนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
หลังจากกล่าวเช่นนั้น ซูอี้หยิบแผ่นหยกออกมา ก่อนส่งให้วานรน้อย
ในแผ่นหยกมีรายชื่อถูกบันทึกไว้ รวมทั้งสิ้นเจ็ดชื่อ
วานรน้อยรับแผ่นหยกมา ก่อนจะถามว่า “เจ้านาย ท่านมีศัตรูในทะเลไร้ขอบเขตจากชาติที่แล้วหรือไม่?”
ซูอี้ลูบคิ้ว พลางตอบว่า “ไม่ใช่ศัตรูหรอก พวกเขาก็แค่คนชั่วช้าสารเลวเท่านั้น”
ยามที่อี้เต้าเสวียนยังมีชีวิต เขาคือจ้าวทะเลไร้ขอบเขตของโลกเทพ! เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘มารดาบอันดับหนึ่งในทะเลไร้ขอบเขต!’
ตอนแรกเขาคือผู้ทรงเกียรติใน ‘เกาะชีเสีย’ ซึ่งอยู่ริมทะเลไร้ขอบเขต เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของเกาะ
ในช่วงเวลาหลายปีที่ฝึกฝนวิถีเต๋า ณ ทะเลไร้ขอบเขต อี้เต้าเสวียนกับสหายอีกเจ็ดคนได้สาบานว่าจะเป็นพี่น้อง เป็นตายร่วมกัน พวกเขาทั้งแปดคนคือผู้นำในแต่ละกองกำลังของตน จึงถูกเรียกว่าแปดอสูรแห่งทะเลไร้ขอบเขต
ตอนนี้ รายชื่อที่ซูอี้ได้ไหว้วานให้วานรน้อยตรวจสอบนั้นคืออสูรทั้งเจ็ดที่สาบานว่าจะเป็นพี่น้อง
เหตุผลนั้นง่ายดาย……
ในบรรดาสหายสนิทเจ็ดคนของอี้เต้าเสวียน มีใครบางผู้ลอบแทงข้างหลังเขา จนเกือบทำให้เจ้าตัวตกตาย!
ต่อให้สุดท้ายเขาจะรอดมาได้ แต่กายเนื้อของอี้เต้าเสวียนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในปีต่อมา สาเหตุที่ทำไมอี้เต้าเสวียนถึงตายด้วยเงื้อมมือของศัตรูร้ายกาจเหล่านั้น เป็นเพราะเกี่ยวข้องกับบาดแผลที่ว่า
ซูอี้จะเมินเฉยเรื่องนี้ไม่ได้
สุดท้ายแล้ว ชีวิตของอี้เต้าเสวียนยากลำบากและน่าเวทนาเกินไป ประสบพบเจอกับความยากลำบากมามาก
ดังที่เหอปั๋วว่าไว้……ไม่เคยเห็นคนที่น่าเวทนาเท่าอี้เต้าเสวียนมาก่อน!
ความแค้นบางอย่าง อี้เต้าเสวียนได้ปล่อยวางก่อนถึงแก่ความตาย แต่ความแค้นบางอย่างกลับทำให้เขาคิดไม่ตกแม้ตัวตายก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่นความบาดหมางนองเลือดกับฮั่วหงเจิน หรือความเกลียดชังที่ถูกสหายคนสนิทในทะเลไร้ขอบเขตแทงข้างหลัง
เป็นเพราะนิสัยของอี้เต้าเสวียนหรือ?
ไม่ใช่!
ซูอี้เข้าใจถึงจุดนี้ชัดเจนว่า ทุกสิ่งเป็นเพราะอี้เต้าเสวียนถูกศัตรูร้ายกาจอย่างตี้เอ้อกับชายชราหลังค่อมหมายหัว!
ถึงตอนนั้นใครก็ตามที่ข้องเกี่ยวกับอี้เต้าเสวียน ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเข้ามาพัวพัน จนถูกล้างแค้นเอาหรือ?
ฮั่วหงเจินก็เป็นเช่นนี้
สหายเหล่านั้นผู้สาบานว่าจะเป็นพี่น้องกันในทะเลไร้ขอบเขตก็เช่นกัน!
สำหรับซูอี้ในยามนี้ ไม่เพียงต้องยุติความบาดหมางนองเลือดนี้ แต่ยังต้องกำจัดศัตรูร้ายกาจอย่างตี้เอ้อกับเฒ่าหลังค่อมในอนาคตด้วย!!
ด้วยเหตุนี้ จึงจะถือว่าสิ่งที่ปิดกั้นหัวใจได้ถูกตัดขาด ความคับข้องใจทั้งหลายในชาติก่อนจะได้รับการคลี่คลาย
หลังจากนั้นความคิดของเขาจะกระจ่างชัด ไม่ถูกผูกมัดโดยเหตุต้นผลกรรมของชาติที่แล้วอีกต่อไป!
‘ไม่ต้องห่วง ใช้เวลาให้เต็มที่ ข้าเพิ่งมาถึงโลกเทพ ในอนาคตข้าจะตัดความคับข้องใจทีละอย่าง รวมถึงความบาดหมางนองเลือดด้วย!’
ซูอี้ลอบครุ่นคิด
ไม่ต้องกังวลจริงๆ
เขาในตอนนี้ต้องทำตัวไม่ให้สะดุดตาสักพัก
หาไม่แล้ว ทันทีที่ร่องรอยถูกเปิดเผย อย่าว่าแต่แก้แค้นเลย เกรงว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับอี้เต้าเสวียนก่อนถึงแก่ความตาย ตกอยู่ในห้วงการหลบหนีไร้ที่สิ้นสุด ถูกศัตรูร้ายกาจตามล่าอย่างต่อเนื่อง…
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ซูอี้อยากเห็น
‘ตามการคาดเดาของเหอปั๋ว ยุคตำนานทมิฬจะมาถึงอย่างต่ำในอีกสามสิบปีต่อมา…’
‘ไม่ว่าอย่างไร ภายในสามสิบปี พวกเราต้องมีพลังต่อสู้กับศัตรูทั้งหมดในโลกเทพ!’
ซูอี้กำลังครุ่นคิดถึงหลายสิ่งในตอนนี้
เขานึกถึงอาไฉ่กับหลินจิ่งหงผู้มาโลกเทพล่วงหน้าเมื่อหลายปีก่อน
เขาจำสหายของหลี่ฝูโหยวผู้ติดอยู่ในสมรภูมิไร้สิ้นสุด ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้
เขาคิดถึงซีหนิงเหมือนกัน…
จะว่าไปแล้ว ตัวเขาเกี่ยวข้องกับโลกเทพมากเกินไป
ชาติที่ห้าหลี่ฝูโหยวและชาติที่สี่อี้เต้าเสวียนล้วนท่องอยู่ในโลกเทพทั้งสิ้น
ต่อให้เป็นเขาในชาตินี้ ก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจจำนวนมากในโลกเทพ
นี่ยังไม่นับรวมในช่วงสามสิบปีต่อมาว่า ยังมียุคตำนานทมิฬที่จะมาล้มล้างโลกเทพ
ถึงตอนนั้น มิติเวลาจะบิดเบี้ยว กฎระเบียบของโลกจะปั่นป่วนอย่างสมบูรณ์ ตัวตนในตำนานทั้งอดีตและอนาคตจะปรากฏในโลกหล้านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
หนึ่งในนั้นคือชาติที่สามเซียวเจี่ยน จากวิถีบรรพเทวา!
ทว่าซูอี้ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด
นั่นเพราะเขาในชาตินี้แตกต่างจากชาติก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง!
ความเกลียดชัง ความปั่นป่วน ปัญหา ความโกลาหล หายนะ…
ในสายตาของซูอี้ พวกมันเป็นเพียงสิ่งกีดขวางเท่านั้น
หากมาขวางทาง ใช้ดาบฟันให้สะบั้นก็พอ!
หืม?
ซูอี้ผู้ตกอยู่ในห้วงความคิดพลันรู้สึกไม่ดีอยู่ในใจ ก่อนมองไกลออกไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่เส้นทางดาราในทวีปเทพอัคคีทักษิณ ระหว่างทางได้เห็นเรือสมบัติกับผู้ฝึกตนมาและไป ดูคึกคักไม่เบา
ตอนนี้ ชายในอาภรณ์สีเงินคนหนึ่งเดินเข้าไปในความว่างเปล่า กำลังตรงเข้ามาหาเรือสมบัติ
ชายในอาภรณ์สีเงินผมกระเซิง ไร้ความกังวล แสดงท่าทีที่ไร้การควบคุมออกมา
ผู้ชายคนนี้ดูหนุ่มแน่น แต่มีความผันแปรที่สื่อถึงอำนาจบรรพกาลในร่างกาย ทำให้ตัวเขาดูแตกต่างออกไป
เมื่อซูอี้มองดู ชายในอาภรณ์สีเงินยิ้มก่อนจะโบกมือให้ “วางใจได้ นามข้าคืออ้ายคุน เป็นเพียงผู้ผ่านทางมา”