บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2186 ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์เปิดฉาก
บทที่ 2186 ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์เปิดฉาก
ณ หอพินิจดารา
“ขอบคุณพี่เซียวมาก! บุญคุณใหญ่หลวงเช่นนี้ ตระกูลเฟิงของเราจะตอบแทนให้ในสักวันแน่นอน!”
เฟิงอู๋จี้กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมความขอบคุณ
ก่อนหน้านี้ ซูอี้ส่งแผนที่ลับแผ่นหนึ่งให้เขา ซึ่งในนั้นได้ระบุข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับถ้ำอสูรอัสนีสังหารอย่างละเอียด ทั้งสถานที่อันตราย ที่ใดมีหายนะภัยธรรมชาติกระจายอยู่ล้วนระบุไว้ครบถ้วน
และเมื่อชายชราผู้มากับเฟิงอู๋จี้ตรวจสอบดู ในที่สุดก็ตัดสินได้ว่าแผนที่ลับนี้เป็นของจริง และยังมีมูลค่ามหาศาลเกินคาดหยั่ง!
“จำไว้ให้ดี ข้าช่วยเจ้า ไม่ใช่ตระกูลเจ้า”
ซูอี้ทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วละล่องจาก
ปู่ทวดของเฟิงอู๋จี้คือบรรพปีศาจราหู และบรรพปีศาจราหูก็เป็นหนึ่งในศัตรูร้ายของหลี่ฝูโหยวในอดีตชาติ
จริงอยู่ว่าแผนที่ลับซึ่งเขาให้เฟิงอู๋จี้ไปในครั้งนี้ อาจช่วยชีวิตปีศาจโบราณราหูได้
ทว่าหากภายหน้ามีโอกาสฆ่ามัน ซูอี้จะไม่ใจอ่อน!
เขาแจ้งจุดยืนของตนแก่เฟิงอู๋จี้ไว้นับแต่อยู่บนวิถีแห่งบรรพเทวาแล้ว
“แปลกจริง เขาดูไม่เหมือนชอบตระกูลเฟิงของเราเลย”
ชายชราขมวดคิ้ว
“หมายความเช่นไรที่ว่าไม่ชอบ?”
เฟิงอู๋จี้กล่าวอย่างไม่ชอบใจ “หากไม่ชอบกันจริงๆ ไฉนเขาจึงเสนอแผนที่ลับนั่นให้ข้า? ในสายตาข้า เซียวเจี่ยนผู้นี้คือผู้มีพระคุณอย่างยิ่งต่อเราโดยแท้! น่าคบนัก!”
ว่าแล้ว เจ้าตัวคล้ายจำบางเรื่องขึ้นได้ และกล่าวว่า “จะว่าไป ไอ้แก่หนิวขุยนั่นบอกว่าจะขัดแข้งขัดขาเซียวเจี่ยนในชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ เราจะปล่อยเรื่องนี้ไว้มิได้!”
ชายชราพยักหน้า “ย่อมเป็นเช่นนั้น!”
……
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
กลางเมืองโบราณสารทวสันต์ ด้านนอกสนามเต๋าอวี้ติ่ง
มีสถานที่ซึ่งจัดไว้เพื่อลงชื่อเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์เป็นการเฉพาะ
“นาม”
“เซียวเจี่ยน”
“ไปที่อนุสรณ์วิถีเพื่อยืนยันการฝึกฝน”
……ชายชราชุดเทาผู้หนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา
ซูอี้เดินแฉลบออกไปด้านข้างซึ่งมีอนุสรณ์วิถีสีดำตั้งอยู่ทันที
เมื่อเขาทาบมือลงบนนั้น อนุสรณ์วิถีพลันเปล่งคำราม และปรากฏข้อความ ‘ขอบเขตสรรค์สร้างขั้นกลาง’ ขึ้น
สิ่งนี้ทำเพื่อป้องกันไม่ให้ใครซุกซ่อนหรือสะกดการฝึกฝนของตนมาเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายชราชุดเทาจึงสลักคำว่า ‘ขอบเขตสรรค์สร้างขั้นกลาง’ ลงบนป้ายชื่อ แล้วจึงถามว่า “มาจากหนใด?”
“ทวีปเทพพิชิตบูรพา สายเลือดมังกรคบเพลิง” ซูอี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ชายชราชุดเทาเงยหน้าขึ้นมองซูอี้อย่างประหลาดใจทันที “ไม่คาดคิดเลยว่าท่านจะเป็นทายาทเผ่ามังกรคบเพลิง”
หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย ชายชราชุดเทาได้สลักข้อมูลเหล่านี้ลงบนป้ายชื่อ จากนั้นก็ส่งมันให้กับชายหนุ่ม “พรุ่งนี้เช้า มารวมชุมนุมเต๋าได้เลย”
“ขอบคุณมาก”
ซูอี้เก็บป้ายชื่อแล้วหันจาก
ไม่นานหลังเขาจากไป ข่าวการมีเทพปีศาจสายเลือดมังกรคบเพลิงมาเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์นี้ พลันแพร่กระจายไปในเมือง เป็นที่สนอกสนใจของผู้คนมากมาย
สายเลือดมังกรคบเพลิงไม่ได้ปรากฏมาแสนนาน นานเสียจนโลกหล้าคิดว่าชนเผ่านี้มีเพียงในตำนานแล้ว!
และในชุมนุมเต๋าสารทวสันต์นี้ ก็มีเทพปีศาจจากสายเลือดมังกรคบเพลิงมาเข้าร่วม ดังนั้นใครเล่าจะไม่ให้ความสนใจ?
“ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์หนนี้ชักครึกครื้นยิ่งขึ้นทุกทีแล้ว”
มีผู้พึมพำ
เนื่องจากในขณะนี้กำลังจะมีการจัดชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ขึ้น เมืองโบราณสารทวสันต์จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งทั่วโลกจับตา
เป็นตาพายุ!
ผู้ให้ความสนใจบางคนพบว่า ในหมู่ทวยเทพผู้ลงชื่อเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ ไม่ได้มีเพียงตัวตนท้องถิ่นจากทั่วทวีปเทพอัคคีทักษิณ ยังมีตัวตนทรงพลังจากทวีปเทพแห่งอื่นอยู่ด้วย!
และ ‘เซียวเจี่ยน’ ซึ่งเป็นซูอี้จำแลงก็คือหนึ่งในนั้น
ทว่านอกจากเขาแล้ว ยังมีตัวตนทรงพลังจากทวีปเทพบรรพพรหม ทวีปเทพจิตนภา และทวีปเทพพิชิตบูรพาคนอื่นๆ ด้วย!
“กล่าวกันว่า เหตุผลที่ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ในครั้งนี้ครึกครื้นยิ่งก็ไม่อาจตัดขาดกับซูอี้ผู้นั้นเช่นกัน”
“ไฉนกัน?”
“ง่ายมาก ซูอี้ผู้นี้คือตัวตนผู้ถูกโลกเทพจับตามองที่สุด และยามนี้ เขาก็แฝงกายในทวีปเทพอัคคีทักษิณ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่อาจทราบว่าขุมกำลังสูงสุดทั่วโลกเทพมากมายเพียงไรส่งคนมาหาที่อยู่ของซูอี้นั่นที่ทวีปเทพอัคคีทักษิณ”
“ดังนั้น ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ครั้งนี้จึงดึงดูดยอดฝีมือจากทวีปเทพแห่งอื่นให้มาเข้าร่วมด้วย”
“เหมือนเช่นบุตรพุทธะเหลียนเซิงจากภูเขาวิญญาณสุขาวดี บุตรวิถีแห่งศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์เซี่ยอวิ๋นชิงและตัวตนไร้เทียมทานคนอื่นๆ ทั่วทั้งโลกเทพ พวกเขาต่างล้วนลงชื่อเข้าร่วมชุมนุมนี้เช่นกัน”
“หากไม่ใช่เพราะซูอี้ผู้นั้น ชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ครั้งนี้คงไม่ครึกครื้นเช่นที่เห็น”
เสียงสนทนาเหล่านี้ยังคงเซ็งแซ่บนถนนทางเดินทั่วเมืองโบราณสารทวสันต์
แม้ซูอี้จะไม่ใส่ใจ โสตก็ได้ยินอยู่ดี
“บุตรพุทธะเหลียนเซิงก็มาด้วยหรือนี่……”
คิ้วของซูอี้เลิกขึ้นเล็กน้อย หัวใจรู้สึกรับมือยากนิดหน่อย ‘หากเอาชนะบุตรพุทธะไร้เทียมทานแห่งภูเขาวิญญาณสุขาวดีได้ในชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ มันจะ… สะดุดตาเกินไปไหม?’
‘ช่างเถอะ จุดประสงค์การมาเยือนของข้าก็เพื่อเข้าร่วมกับศาลเทพชิงอู๋ ทำตัวให้เงียบเข้าไว้ ส่วนการเล่นละคร… ก็ต้องเล่นให้เนียนสักหน่อย……’
‘แต่จะดาษดื่นเกินไปก็ไม่ได้ หาไม่ จะทำให้ศาลเทพชิงอู๋เป็นฝ่ายเชิญข้าเองได้อย่างไร?’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูอี้ก็กลับไปยังโรงเตี๊ยมที่เขาเข้าพักเมื่อคืน
เมื่อกลับถึงห้อง ชายหนุ่มก็นั่งลงเริ่มทำสมาธิ
เขาไม่ได้สนใจชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ซึ่งกำลังจะเปิดฉากพรุ่งนี้ และไม่ได้คิดใส่ใจ
ด้วยวิถีเต๋าของเขา แม้จะคืนอำนาจเพียงส่วนเดียว แต่การจัดการเทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนานั้นไม่ใช่ปัญหา และหากไม่ใช่เพราะเขาคิดจะเข้าร่วมกับศาลเทพชิงอู๋ ชายหนุ่มคงไม่เล่นละครเช่นนี้
“ไม่เลวเลย โอสถไร้เทียมทานเหล่านี้เพียงพอฟื้นบาดแผลข้าถึงสี่ส่วน! และยังฟื้นการฝึกฝนกลับมาเป็นสองส่วน!”
“คุ้มค่าที่ใช้จ่ายไปแล้ว!”
ขณะทำสมาธิดูดซับโอสถเทพ ซูอี้ก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตน
หากมีสิ่งใดที่ซูอี้ใส่ใจที่สุดในโลกนี้ มันก็ต้องเป็นการฝึกฝน!
มีเพียงการฝึกฝนเท่านั้น เขาจึงจะสัมผัสถึงความยินดีอันซื่อตรงจากใจได้
ขณะเดียวกัน……
ณ ตำหนักเก่าแห่งหนึ่งในเมือง
ผู้ทรงอำนาจจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่สูงสุดกลุ่มหนึ่งแห่งทวีปเทพอัคคีทักษิณกำลังเลี้ยงฉลอง
พวกเขามีสิบกว่าคน ทุกเพศและทุกวัย
พรุ่งนี้ พวกเขาจะมาเป็นแขกในชุมนุมเต๋าสารทวสันต์
หนิวขุย ผู้อาวุโสจากศาลมารสะบั้นสรวงก็รวมอยู่ในนั้น
“หนนี้ พวกเจ้าศาลเทพชิงอู๋ละเลยเกินไปแล้ว ไฉนจึงยอมมองซูอี้ผู้นั้นหนีรอดไปได้?”
ในงานเลี้ยง จู่ๆ ชายชราผมขาวผู้หนึ่งพึมพำขึ้น
ทันใดนั้น สายตามากมายต่างหันไปมองคนผู้หนึ่งเป็นตาเดียว
เขาเป็นชายวัยกลางคนชุดเทาผู้หนึ่ง ใบหน้าดาษดื่น ผิวพรรณคล้ำ นั่งเฉยๆ ไร้ความโดดเด่น
เถี่ยเหวินจิ้ง!
ผู้อาวุโสเก้าแห่งศาลเทพชิงอู๋ เขาเป็นเทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนาผู้หนึ่ง!
“นั่นสิ โลกชางหลานอยู่ในปกครองของศาลเทพชิงอู๋ของพวกเจ้า และวิถีเชื่อมดาราจากโลกชางหลานสู่ทวีปอัคคีทักษิณก็เช่นกัน”
อีกคนหนึ่งกล่าวเหน็บแนม “แต่พวกเจ้ากลับไร้ผู้ใดหยุดซูอี้ไว้ในโลกชางหลานได้ ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นเลยจริงๆ”
ทุกผู้ล้วนเอ่ยวาจาโจมตีศาลเทพชิงอู๋ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทำให้สีหน้าของเถี่ยเหวินจิ้งยิ่งคล้ำเครียด หัวใจร้อนเร่า
“พอแล้ว อย่าพูดอีกเลย เรื่องการล้อมโจมตีซูอี้ ศาลเทพชิงอู๋เสียยอดฝีมือวิถีเทพไปมาก และยามนี้ยังกลายเป็นผู้ถูกโลกหล้าเหยียดเยาะ เราก็อย่าซ้ำเติมให้มากนักเลย”
บางคนเสสรวลไกล่เกลี่ย ทว่าเนื้อหาวาจานั้นก็แฝงเค้าเจตนาร้ายเช่นกัน
เถี่ยเหวินจิ้งเดือดดาลจนเส้นเลือดบนหน้าผากกระตุก ทว่าเขาทำได้เพียงสะกดกลั้นอย่างไม่เต็มใจ
จริงดังว่า หนนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่อาจหยุดซูอี้ไว้ในโลกชางหลานได้ ศาลเทพชิงอู๋ของพวกเขาจึงเสียหายทั้งกำลังพลและชื่อเสียง เกียรติภูมิถูกเหยียบย่ำ
ไม่อาจทราบได้ว่าสหายผู้ฝึกตนมากมายเพียงไรกำลังมองศาลเทพชิงอู๋ของพวกเขาเป็นตัวตลก!
กลุ่มเต๋าบางแห่งอันกล่าวได้ว่าเป็นขุมกำลังหลักแห่งโลกหล้าแดนเทพ กระทั่งไม่พอใจศาลเทพชิงอู๋ของพวกเขามาก!
เหตุผลนั้นล้วนเกี่ยวกับซูอี้
เมื่อคิดว่าศาลเทพชิงอู๋ของพวกเขาพลาดโอกาสงามในการจับตัวชายหนุ่มไป มันก็ช่างใช้ไม่ได้เอาเสียเลย!
เถี่ยเหวินจิ้งเองก็แสนอัดอั้นในใจ หากซูอี้ผู้นั้นรับมือง่ายนัก มีหรือเขาจะฆ่าฟันบุกจากแดนเซียนมายังโลกเทพได้?
บนวิถีเชื่อมดาราเมื่อก่อน จอมเทพมากมายต่างออกมาลงมือ แต่ไฉนจึงหยุดซูอี้ผู้นั้นไม่ได้?
แต่เขาก็กล่าววาจาเช่นนี้ไม่ได้……
เพราะหากพูดไป มันจะเป็นการดูหมิ่นจอมเทพเหล่านั้น!
“ในความคิดข้า พวกเจ้าศาลเทพชิงอู๋อย่าเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์หนนี้เลย”
มีผู้กล่าวเตือนขึ้น “เพราะถึงอย่างไร โลกหล้าก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าศาลเทพชิงอู๋พลาดท่าครั้งใหญ่ หากยังเสนอหน้า เกรงว่าคงถูกเหยียดเยาะไม่น้อย”
“นอกจากนั้น ข้ายังอนุมานได้ว่าในหมู่ทวยเทพผู้เข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ แม้พวกเขาจะคิดเข้าร่วมฝึกฝนกับกลุ่มเต๋าสักแห่ง ก็เกรงว่าพวกเขาคงไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับศาลเทพชิงอู๋ของพวกเจ้าเป็นแน่”
ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว เสียงหัวเราะมากมายก็ดังขึ้น
เถี่ยเหวินจิ้งเดือดดาล หน้าเบี้ยวจมูกแทบบิด กล่าวว่า “หากพวกเจ้าเข้าร่วมได้ ไฉนศาลเทพชิงอู๋ของข้าจะเข้าร่วมไม่ได้? รอดูเถอะ!”
ว่าแล้ว เจ้าตัวจึงลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อจากไป
เห็นเช่นนี้ ทุกผู้ต่างส่ายหัวอย่างไม่คิดเชื่อ
“ทุกท่าน ข้ามีบางอย่างอยากกล่าว”
ทันใดนั้น หนิวขุยกล่าวเสียงลุ่มลึก “ยอดฝีมือวิถีเทพของสำนักข้าผู้หนึ่งตกตายอย่างอนาถในมือคนชั่วนามเซียวเจี่ยน และคนผู้นี้จะเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ในวันพรุ่ง!”
“สำนักของข้าตัดสินใจส่งยอดฝีมือเข้าร่วมชุมนุมเต๋าสารทวสันต์เพื่อฆ่าสัตว์ร้ายนี่ชำระหนี้เลือดแล้ว ถึงยามนั้น วอนทุกท่านอย่าเข้าพัวพัน!”
วาจานั้นเปี่ยมจิตสังหาร
“เซียวเจี่ยน? หรือจะเป็นทายาทสายเลือดมังกรคบเพลิงผู้นั้น? เดิมทีข้าก็สนใจเขานัก คิดจะเชิญมาร่วมสำนักเราหน่อย แต่ดูเหมือนเขาจะยากรอดชีวิตพรุ่งนี้เสียแล้ว”
มีผู้พึมพำ
“น่าเสียดาย”
“เซียวเจี่ยนผู้นี้มาจากสายเลือดมังกรคบเพลิง แล้วศาลมารสะบั้นสรวงของพวกเจ้าไม่ห่วงว่าจะล่วงเกินขุมอำนาจเบื้องหลังเขาหรือ?”
……ต่างผู้ล้วนเอ่ยคำ
หนิวขุยกลับตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างฉะฉาน “ไม่ว่าจะเป็นใคร มีที่มาเช่นไร หากมีความแค้นกับศาลมารสะบั้นสรวงของข้า เขาต้องตาย!”
ทุกผู้ครั่นคร้ามอยู่ในใจ ต่างตระหนักแล้วว่าหนิวขุยปักใจมั่น และพรุ่งนี้เซียวเจี่ยนคงหนีไม่พ้นหายนะแน่นอน!
หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
และชุมนุมเต๋าสารทวสันต์ซึ่งทั่วทั้งโลกหล้าทวีปอัคคีทักษิณจับตามองมาเนิ่นนาน ก็ได้เปิดฉากขึ้นในวันนี้!
ทันทีที่แสงอรุณแรกปรากฏ ทางด้านนอกสนามเต๋าอวี้ติ่งมีผู้คนเนืองแน่นเป็นทะเล ศีรษะผู้คนเบียดเสียดจนดูดำทะมึนทั่วทุกหนแห่ง
ในสนามเต๋าอวี้ติ่งมีผู้ทรงอำนาจจากขุมกำลังสูงสุดหลายคนมานั่งที่อัฒจันทร์แล้ว
ยอดฝีมือผู้เข้าร่วมงานชุมนุมนี้ล้วนรวมตัวกัน ณ ที่นั่งข้างสนามเต๋า
มองปราดแรก จะเห็นสนามเต๋ามโหฬารนี้เต็มไปด้วยทวยเทพ!!