บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2226 เป็นเขา เป็นเขานี่เอง!
บทที่ 2226 เป็นเขา เป็นเขานี่เอง!
เมฆาทมิฬมืดครึ้ม รัตติกาลทวีความมืดดำ
ในป่าเขารกร้างแห่งนี้ ปราณของขู่เจินและบรมาจารย์หยวนซานล้วนชี้นิ่งไปยังซูอี้
ซูอี้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยันล้อเลียนของคนทั้งสองถนัดตา
เขาอดกล่าวไม่ได้ว่า “นั่นสินะ หากก่อนหน้านี้พวกเจ้ารู้มาก่อนว่าข้าเป็นใคร มีหรือพวกเจ้าทั้งสองจะโง่พาตัวมาตายในคืนนี้”
ขู่เจินผงะไป
บรมาจารย์หยวนซานกวาดตามองแดนดินรอบๆ โดยไม่รู้ตัว และกล่าวว่า “เจ้ายังมีผู้ช่วยอีกหรือ?”
เซียวเจี่ยนตรงหน้าเขาเยือกเย็นเกินไป พวกเขาทั้งสองยากจะมองออกเล็กน้อย จึงไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
โดยมิรอให้ซูอี้เอ่ยตอบ ขู่เจินก็กล่าวเสียงลุ่มลึก “เขามีผู้ช่วยไม่ได้หรอก!”
“ก่อนลงมือในวันนี้ ข้ารู้แล้วว่าฉี่เวย ผู้เป็นบุตรีผู้นำเผ่าเทพกิเลนออกจากเมืองโบราณเวิ้งเทวาไปแล้ว”
“ส่วนผู้อาวุโสใหญ่ ข้าก็บอกเขาถึงการมาของบรมาจารย์ในงานเลี้ยงคืนนี้แล้ว และเขาก็ออกปากว่าจะไม่เข้ายุ่งเกี่ยว!”
ว่าแล้ว แววกระหายเลือดพลันฉายวาบในดวงตาของขู่เจิน
“และที่นี่ก็ห่างไกลจากเมืองโบราณเวิ้งเทวามากนัก ต่อให้ตัวตนระดับจอมเทพจะไล่ตามมา ก็ต้องใช้เวลาสองเค่อ!”
“เจ้าเด็กนี่หนียากแล้ว ไม่มีทางเชิญผู้ช่วยมาได้แน่!”
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าวว่า “ก็จริง ทว่า… ข้าไม่ได้จะขอความช่วยเหลือจากผู้ใดเสียหน่อย”
เขายืดเส้นสาย กล่าวว่า “รู้หรือไม่ ข้าดีใจนะที่คืนนี้เจ้าพาบรมาจารย์หยวนซานมาด้วย”
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความเช่นไร?” ขู่เจินขมวดคิ้ว
เขารู้สึกว่ายามนี้ เซียวเจี่ยนเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งวาจาและการกระทำของเขาผิดปกติอย่างมาก
“ระหว่างกาลนั้น ข้าบาดเจ็บอยู่”
ซูอี้นำสุราไหหนึ่งออกมาจิบ “ในที่สุด ข้าก็เพิ่งฟื้นตัวสมบูรณ์ได้เมื่อไม่นานนี้เอง แต่โชคดีที่การฝึกฝนของข้าพัฒนาขึ้นเยอะเลย”
เสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์
ก่อนเข้ามายังโลกแห่งเทพ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากน้ำมือของตี้เอ้อจนแทบสูญสิ้นชีวิต
ทำให้ช่วงกาลผ่านมานี้ ชายหนุ่มต้องกบดานอย่างเงียบเชียบ มิได้ออกไปสู้กับใครอีก
ยามนี้ ยากนักที่จะได้คู่ต่อสู้เป็นจอมเทพหล่อหลอมขั้นสอง ทำให้เลือดลมซึ่งเฉยชามานานของซูอี้เหมือนถูกปลุกขึ้นใหม่ และจิตต่อสู้ในใจก็ลุกโชน!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ บรมาจารย์หยวนซานเหมือนจะเข้าใจ และอดหัวเราะมิได้ “ฮ่าๆๆ เจ้าเป็นเทพชั้นล่าง แต่อยากจะมางัดข้อกับข้าผู้นี้งั้นหรือ?”
“ไฉนจะมิได้?”
ภายในแววตาของซูอี้ปรากฏจิตต่อสู้พลุ่งพล่าน เดือดพล่านอย่างมิอาจควบคุมได้
เขาเก็บไหสุราไป และโยนร่มสำริดคันหนึ่งขึ้นไปบนอากาศ
ตู้ม!
ร่มสำริดพลันขยายขนาดขึ้นเกินนับเท่า ปกคลุมท้องนภาทั่วแดนดินประหนึ่งม่านรัตติกาล
ปราณฮุ่นตุ้นพร่างพรมลงมาจากพื้นผิวม่านราวอักขระประหลาดจนมิอาจนับได้ แผ่อำนาจประหลาดลึกลับ ปิดกันบริเวณนี้ออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง!
“ร่มแคล้วคลาด!”
สีหน้าของขู่เจินแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “ไฉนสมบัติล้ำเลิศของศาลมารสะบั้นสรวงจึงอยู่ในมือเจ้า หรือหนิวขุย หวังเถิงกับคนอื่นๆ ล้วนตายด้วยมือเจ้าในครั้งนั้น?”
ซูอี้ปฏิเสธตรงๆ “ศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์เกี่ยวอันใดกับข้าเซียวเจี่ยน?”
“จนยามนี้ เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ?”
ขู่เจินเดือดดาล “น่าฆ่านัก!”
บรมาจารย์หยวนซานครุ่นคิดและกล่าวว่า “มีร่มนี่กั้นโลกภายนอกไว้ก็ดี เหตุการณ์ยามลงมือจะได้มิกระทบผู้ใด”
ซูอี้แย้มยิ้ม “ข้าก็คิดเช่นนั้น”
เขายืนนิ่งสุขุม อาภรณ์ขาวเหนือหิมะ ใช้ร่มแคล้วคลาดปกคลุมฟ้าดินทั่วทุกแดน ทำให้ทั้งขู่เจินและบรมาจารย์หยวนซานยิ่งรู้สึกผิดปกติไปใหญ่
“ดูเหมือนในมือเจ้าต้องมีอาวุธสังหารใหญ่อยู่ จึงกล้าทำตัวไร้ความกลัวเช่นนี้”
ดวงตาของบรมาจารย์หยวนซานวูบไหว “มิใช้โอกาสนี้แสดงให้เราเห็นหน่อยหรือ?”
ซูอี้นับนิ้วชั่งใจ และกล่าวว่า “ได้สิ”
พรึ่บ!
ร่างของเขาหายวับไปในอากาศธาตุ และอึดใจต่อมา ชายหนุ่มพลันปรากฏตัวขึ้นออกหมัดใส่บรมาจารย์หยวนซานในระยะใกล้เคียง
อำนาจเลือดลมน่าสะพรึงกลัวสะท้านเวหา ยามหมัดนี้ชกออกจึงเปรียบเยี่ยงมังกรคบเพลิงทะยานโจมตีใส่บรมาจารย์หยวนซาน
ขู่เจินผงะไป
เทพชั้นล่างกล้าเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีจอมเทพหล่อหลอมขั้นสองตรงๆ โดยไม่รู้ว่าตนจะรอดหรือตายอย่างนั้นหรือ?
นี่ตกลงเขาจะตายตกด้วยน้ำมือของจอมเทพหรือตนเอง?
บรมาจารย์หยวนซานเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ในฐานะจอมเทพ เขาหามีปฏิกิริยาช้าไม่ พลังปราณกู่ก้อง แล้วหัตถ์ใหญ่ดุจแผ่นพัดในมือของเขาก็ยกขึ้นฟาดดุจคมมีด
เปรี้ยง!!
อำนาจหมัดของซูอี้พลันแหลกสลาย
เค้าความเหยียดหยามปรากฏในดวงตาของบรมาจารย์หยวนซาน เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว ยกมือดุจเงื้อมีดอีกครั้ง อยากใช้โอกาสนี้ปราบคนตรงหน้าตนในพริบตา
ทว่าทันใดนั้น วจีดาบอันน่าสะพรึงกลัวได้กู่ก้องออกมาจากกายของซูอี้ พายุดาบฮุ่นตุ้นหนาแน่นดุเดือดระเบิดออกมา
แย่แล้ว!
ม่านตาของบรมาจารย์หยวนซานหดตัว คิดให้ตายเขาก็มิคาดคิดว่าเพียงชั่วพริบตา เซียวเจี่ยนตรงหน้าเขาผู้นี้จะเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน อำนาจในกายทะยานสูงจนมิอาจทราบว่ากี่ทบเท่า!
ขณะนี้สายเกินกว่าจะหลบพ้นแล้ว และบรมาจารย์หยวนซานก็แค่นเสียงเย็นชา ทุ่มกำลังสุดตัวเข้าต้านรับ
“ขึ้น!”
แขนเสื้อของเขาโบกสะบัด แล้วกฎเกณฑ์วิถีเทพสีดำก็พลันระเบิดออกจากร่าง พัฒนาเป็นม่านพลังกั้นแดนสิบแปดชั้น!
ขณะเดียวกันนั้น พิรุณดาบได้โหมกระหน่ำลงมาจากท้องนภา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงคำรามลั่นจากการปะทะสะท้อนก้อง
พื้นที่บริเวณใกล้เคียงระเบิดยุ่ยเยี่ยงเศษกระดาษ ขุนเขาลำธารใกล้เคียงพังทลายสิ้น คลื่นทำลายล้างโหมกระหน่ำขจรไกล
ร่างของบรมาจารย์หยวนซานถอยกรูด สีหน้าเปี่ยมโทสะ เขากล่าวด้วยเสียงอันดังลั่นว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่!?”
ความน่าสะพรึงกลัวของอำนาจวิถีดาบนี้เกินความคาดหมายของเขา ทำลายม่านพลังกั้นแดนทั้งสิบแปดชั้นตรงหน้าเสียย่อยยับ
อาภรณ์ของอีกฝ่ายขาดวิ่น ผิวกายปริแตกอาบเลือดจากคมดาบ
แม้จะมิได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็สะบักสะบอมเอาการ
ไกลออกไป ขู่เจินตะลึงราวต้องอัสนี ดวงตาแทบหลุดจากเบ้าอย่างตกใจ
เพียงหนึ่งการโจมตีก็สามารถทำให้บรมาจารย์หยวนซานได้รับบาดเจ็บ
นี่คืออำนาจต่อสู้ของเทพชั้นล่างหรือ!?
ซูอี้เองก็ประหลาดใจเช่นกัน
เขาแสร้งทำตัวอ่อนแอให้ศัตรูเห็นก่อน แล้วจึงโจมตีอย่างสุดกำลัง เดิมทีก็เพราะอยากฆ่าบรมาจารย์หยวนซานโดยไม่ให้ตั้งตัว
ใครเล่าจะคาดคิดว่าเจ้าเฒ่านี้จะร้ายกาจเอาเรื่อง และหยุดการโจมตีทั้งหมดไว้ได้!
“ชนะข้าให้ได้สิ แล้วเจ้าจะรู้เอง”
ซูอี้แย้มยิ้ม ร่างเคลื่อนขยับโจมตีอีกครั้ง
ทว่านับแต่ยามนี้ เขาก็หยุดอำพรางวิถีเต๋าของตน และใช้อำนาจวิถีดาบแท้จริงออกมา
ตู้ม!
เขาเหยียบย่างสู่เวหา อาบด้วยปราณดาบฮุ่นตุ้นนับไม่ถ้วน ลึกลับเกินเข้าใจ บดขยี้ท้องนภา
เมื่อชายหนุ่มสะบัดมือ ปราณดาบฮุ่นตุ้นสายหนึ่งพลันเหินทะยาน เรียบง่าย ทว่าเปี่ยมอำนาจถล่มฟ้าสยบแดน
บรมาจารย์หยวนซานตะโกนลั่นขณะโจมตีอย่างบ้าระห่ำ
เขาเป็นผู้ฝึกตนปีศาจซึ่งหล่อหลอมกายเพื่อบรรลุเป็นเทพ ร่างเนื้อของเขาจึงทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว อำนาจเลือดและปราณเปรียบได้กับสมบัติเทพระดับสูงสุด
เขาทุ่มโคจรวิถีเต๋าระดับจอมเทพหล่อหลอมขั้นสองของตนเองอย่างสุดกำลัง สะท้านสะเทือนฟ้าดินอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!!
ยามบรมาจารย์หยวนซานเหวี่ยงหมัด เขาก็สลายปราณดาบที่อีกฝ่ายฟาดฟันลงมา
ทรงพลังจนใจสะท้าน!
แต่นี่แลคือสิ่งที่ซูอี้ต้องการ เขาเชิดหน้าคำรามลั่นฟ้า ใช้มือเยี่ยงดาบ วาดปราณดาบฮุ่นตุ้นสายหนึ่งอันพริบพรายเยี่ยงธารดาราเก้าชั้นสรวง ฟาดฟันลงมาอย่างดุเดือด
เพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มได้ประมือกับบรมาจารย์หยวนซานไปหลายร้อยกระบวน ปราณดาบฉวัดเฉวียนเยี่ยงกระแสนที
การฝึกฝนของเขาเป็นเทพชั้นล่างขอบเขตสรรค์สร้าง แต่ความน่าสะพรึงกลัวของอำนาจต่อสู้นี้สูสีกับบรมาจารย์หยวนซานมาก!!
“นี่ไม่ใช่มรดกของสายเลือดมังกรคบเพลิงเลย!”
สีหน้าของขู่เจินเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มือเท้าเย็นยะเยือก “อำนาจต่อสู้ของเขาเหนือกว่าเทพชั้นล่างมากนัก ทั้งยังสามารถฆ่าเทพชั้นสูงได้ง่ายๆ!”
ในที่สุดขู่เจินก็เข้าใจในยามนี้ว่าไฉนเซียวเจี่ยนจึงคร้านจะลงมือกับเขาเมื่อก่อนหน้านี้
ง่ายๆ เลย เพราะเทพชั้นสูงอย่างเขาหาเป็นภัยในสายตาของเขาไม่!
“เขา…เขาเป็นใครกันแน่? ไฉนโลกนี้จึงมีเทพชั้นล่างที่บ้าบอเพียงนี้อยู่ด้วย? หรือจะบอกว่าเขาไม่ใช่เทพชั้นล่างขอบเขตสรรค์สร้างเลย แต่เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าผู้เก็บงำอำนาจที่แท้จริงไว้?”
ขู่เจินสีหน้าเปลี่ยนไป
นับแต่พบกับเซียวเจี่ยนเป็นครั้งแรก เขาก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติกับทายาทหนุ่มจากสายเลือดมังกรคบเพลิงผู้นี้
ทว่าตีให้ตาย เขาก็ไม่คาดคิดว่าปัญหาของเซียวเจี่ยนจะใหญ่โตมโหฬารเพียงนี้!!!
“แหลก!!”
ในสนามรบ บรมาจารย์หยวนซานกู่ก้อง ฟาดหมัดเหมือนค้อนเข้าใส่ซูอี้
เขาเดือดดาล เลือดลมทั่วร่างระเบิดอำนาจดุดันน่าสะพรึงกลัวเยี่ยงเตาหลอมพิภพ ทรงพลังพอจะทำให้เทพชั้นสูงส่วนใหญ่ในโลกหล้าหวาดกลัวสิ้นหวัง
ตู้ม!
เมื่อเขาก้าวเข้ามา อำนาจกฎเกณฑ์สีดำก็พลุ่งพล่านเยี่ยงกระแสธาร สะท้อนนิมิตป่นจันทราสะบั้นตะวัน หยินป่วนหยางแหลกอันน่าสะพรึงกลัว
ไกลออกไปหลายร้อยจั้ง ซูอี้ปาดคราบเลือดที่มุมปากแล้วทอดถอนหายใจ จอมเทพหล่อหลอมขั้นสองนั้นรับมือยากกว่าจอมเทพหล่อหล่อมขั้นหนึ่งเป็นไหนๆ!
และหยวนซานก็เป็นจอมเทพผู้ฝึกฝนกายเนื้อ น่าสะพรึงกลัวว่าจอมเทพในระดับเดียวกัน
แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น หัวใจของซูอี้ก็ยิ่งตื่นเต้น
เมื่อสงครามดำเนินมาจนถึงจุดนี้ เขาก็ยืนยันได้แล้วว่าต่อให้ไม่ใช่วัตถุภายนอก ตนก็ฆ่าจอมเทพหล่อหลอมขั้นหนึ่งได้! และยังไปประชันกับจอมเทพหล่อหลอมขั้นสองได้ด้วย!!
“ในเมื่อตัวตนแท้จริงของเจ้าเป็นนักดาบ ไฉนเล่าจึงไม่ชักดาบออกมา?”
หยวนซานตะโกนลั่นขณะเหวี่ยงหมัดสังหาร
ซูอี้มิได้สนใจ ใช้มือเปล่าเข้าประชัน
เขาไม่ได้ต่อสู้มานานแล้ว และในที่สุดก็เจอศัตรูร้ายกาจยามนี้ เขาย่อมมิเผยไพ่ตายทั้งหมดในคราวเดียว
เขาต้องการศึกเช่นนี้มาขัดเกลาตนเองต่อ
และยังชื่นชอบศึกอันดุเดือดเช่นนี้ด้วย!
ไม่ได้ต่อสู้ให้สาแก่ใจมาเนิ่นนาน ใครเล่าจะเข้าใจความลิงโลดนี้?
ฆ่า!
ซูอี้ใช้ความสำเร็จวิถีดาบในร่างอย่างสุดกำลัง และเมื่อยกมือขึ้น ปราณดาบไร้สิ้นสุดก็พุ่งทะยาน
บรมาจารย์หยวนซานนั้นน่าสะพรึงกลัว เขาบดขยี้เอาชนะการโจมตีของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ซูอี้ก็ยังโจมตีไม่หยุด กดดันก่อกวนเป็นเท่าทวี และทุกครั้งยามโจมตี สีหน้าแววตาของเจ้าตัวก็เปี่ยมความบ้าคลั่งหยิ่งผยอง แม้ร่างจะได้รับบาดเจ็บ แต่อำนาจเทพของเขากลับทรงพลังเกินใดเทียบ
ทั้งหมดนี้ทำให้บรมาจารย์หยวนซานประหลาดใจ และรู้สึกไม่อยากเชื่อขึ้นมา
เขาเชื่อว่าเซียวเจี่ยนผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสรรค์สร้างจริงๆ เพราะอำนาจและกฎวิถีเทพที่อีกฝ่ายใช้ล้วนอยู่ในระดับขอบเขตสรรค์สร้าง ไม่อาจปลอมแปลงกันได้
แต่ขณะเดียวกัน อำนาจวิถีดาบของเขากลับน่าสะพรึงกลัวจนมิอาจเชื่อได้!
ทันใดนั้นเอง เสียงของขู่เจินก็ตะโกนลั่น
“บรมาจารย์ เขา! เขาคือซูอี้!!”
เสียงนั้นดูประหลาดใจ ทว่าก็มีความกลัวและตกใจมากกว่า