บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2227 อำนาจต่อสู้ที่แท้จริงของซูอี้
บทที่ 2227 อำนาจต่อสู้ที่แท้จริงของซูอี้
ซูอี้!
บรมาจารย์หยวนซานสูดหายใจเฮือก หัวใจสั่นสะท้าน
ที่แท้ก็เป็นเขา!
ศัตรูร่วมของโลกหล้าที่เทพสวรรค์พุทธองค์ต่างต้องการตัว ร่างเวียนวัฏของอี้เต้าเสวียนและหลี่ฝูโหยว!!
ยามนี้ โลกหล้ากำลังให้ความสนใจต่อการโจมตีตระกูลซีของศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์
เพราะทุกคนรู้ดีว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์คือบีบให้ซูอี้ปรากฏตัว
แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่าคนผู้นี้ปะปนเข้ามาในศาลเต๋าชิงอู๋ของพวกเขาแล้ว?
และเขายังมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าหอตระเวนราตรีอีก?
น่าเหลือเชื่อจริงๆ!
ทันใดนั้น จิตสังหารอันแผดเผาได้ทะลักไหลจนมิอาจสะกดจากภายในหัวใจของบรมาจารย์หยวนซาน
หากจับตัวซูอี้ได้ในยามนี้ ก็ไร้ผู้ใดในโลกหล้าล่วงรู้!!
และศาลเทพชิงอู๋ของพวกเขาก็จะได้ครอบครองวัฏสงสารกับเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยก่อนใคร!
เมื่อคิดเช่นนี้ บรรยากาศรอบกายบรมาจารย์หยวนซานพลันแปรเปลี่ยน ความดุดันพุ่งทะยาน
ที่แท้ก่อนหน้านี้จอมเทพหล่อหลอมขั้นสองผู้นี้ออมแรงอยู่!!
ตู้ม!
ลมหายใจของเขาแปรเปลี่ยนเป็นอัสนี ดวงตาเรืองรอง หัตถ์ใหญ่เยี่ยงใบพัดพลันทะลวงผ่านนภาดุจหวดหอกเล่มยาวแทงตรงเข้าใส่ซูอี้
อำนาจนี้ทรงพลังไร้ใดต้าน
การโจมตีอันทรงพลังนั้นมุ่งเป้าไปที่พลังปราณของซูอี้ สะท้านจิตสะเทือนวิญญาณ และยังผนึกแดนดินรอบกายเขาไว้
ไร้โอกาสหลบเลี่ยง ไร้ที่ใดให้หนี!
ลงมืออย่างดุดันไร้ใดเปรียบ!
ชิ้ง!
ปราณดาบสายหนึ่งพลันกู่ก้องสะท้านเก้าชั้นสรวง
ดวงตาของบรมาจารย์หยวนซานเจ็บแปลบจนหรี่ลงอย่างเผลอตัว จากนั้นดาบวิถีเล่มหนึ่งในมือของซูอี้ได้ทะยานผ่านนภา จ่อคมตรงมายังการโจมตีของบรมาจารย์หยวนซาน
ทั้งสองฝ่ายต่างทัดเทียมสูสี
คลื่นอำนาจทำลายล้างพลันกวาดกระจายพร้อมเสียงกระทบกระแทกเลื่อนลั่น
ร่างของทั้งสองผละออกจากกัน
มือขวาของบรมาจารย์หยวนซานเต็มไปด้วยเลือด แผลดาบแผลหนึ่งปรากฏขึ้น ข้อนิ้วเกือบถูกสะบั้น
อกของซูอี้กระเพื่อมขึ้นลง ดาบวิถีในมือของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“ดาบเคียงประชิด! ฮ่าๆๆ เป็นเจ้าคนบาปนี่จริงๆ ด้วย!!”
บรมาจารย์หยวนซานหัวเราะลั่นขณะโจมตีอีกครั้ง
ซูอี้ใช้มือไล้คมดาบ และโจมตีอย่างดุเดือดอีกครั้งโดยมิยอมถอย
เมื่อมีหนึ่งดาบในมือ อำนาจต่อสู้ของซูอี้พลันโผทะยาน และยังทำให้ความสำเร็จในวิถีดาบของเขาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงกว่าหนใด
ทว่าบรมาจารย์หยวนซานก็น่าสะพรึงกลัวเกินไป
แม้จะถูกคมดาบของซูอี้ฟาดฟันอย่างต่อเนื่องระหว่างศึกอันดุเดือด ร่างเนื้อของอีกฝ่ายก็แทบจะเป็นอมตะ หาสนใจบาดแผลเหล่านี้ไม่!
“วิถีเต๋าของเจ้าอ่อนแอเกินไป กฎเกณฑ์ก็ระดับต่ำเกินไป ต่อให้อำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์เพียงไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมเทพขอบเขตอมรณาเช่นข้า กระทั่งร่างเนื้อของข้ายังทำให้เสียหายไม่ได้ แล้วจะต่างอันใดกับโยนกรวดใส่ศิลากัน?”
ดวงตาของบรมาจารย์หยวนซานเปี่ยมความเหยียดหยาม
เขายิ่งเหิมเกริมมากขึ้น ใช้อำนาจสะบั้นดาบ อหังการทรงพลัง
ขณะเดียวกัน แม้ซูอี้จะใช้ดาบเคียงประชิด เขาก็ทำได้เพียงตั้งรับ
แต่ขู่เจินซึ่งชมศึกอยู่ไกลๆ ไม่อาจวางใจได้ เขาร้องเตือนขึ้นมาก่อน “บรมาจารย์โปรดอย่าเลินเล่อนะขอรับ คนผู้นี้หนีการสกัดขวางของจอมเทพหล่อหลอมขั้นเก้ามากมายจากวิถีเชื่อมดาราได้ ในมือเขาต้องมีไพ่ตายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งอยู่แน่นอน!”
ดวงตาของบรมาจารย์หยวนซานหรี่ลง จากนั้นกล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้แล้วน่า เจ้าวางใจแล้วดูศึกไปเฉยๆ ก็พอ!”
ตู้ม!
ศึกยิ่งทวีความเข้มข้น และบาดแผลของซูอี้ก็ยิ่งร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน แม้ว่าบรมาจารย์หยวนซานจะร่างเต็มไปด้วยรอยแผลจากคมดาบจนน่าตกตะลึงมากมายและโชกเลือด แต่ความดุร้ายของเจ้าตัวก็ไม่ได้เลือนหาย กลับดุดันยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
“ขอดูหน่อยเถิดว่าเจ้าจะยื้อได้นานเพียงไร!”
บรมาจารย์หยวนซานยิ้มเหี้ยม
“งั้นเราก็ต้องรอดูแล้วว่าเจ้าจะทนได้นานเพียงไร”
ระหว่างศึก ซูอี้ฉวยโอกาสนำไหสุราออกมาจิบอึกเล็กๆ
ตู้ม!
อำนาจเดือดพล่านเยี่ยงศิลาหลอมระเบิดจากภูเขาไฟพลันแผ่ซ่านทั่วกายของซูอี้ และบาดแผลของเขาพลันฟื้นตัวรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แม้กระทั่งวิถีเต๋าที่ชายหนุ่มใช้ไปยังหวนคืนสู่สถานะสมบูรณ์พร้อม!
เมรัยเทพสิ่งแสวง!
สมบัติเทพไร้เทียมทานจากเผ่าเทพกิเลน วัตถุศักดิ์สิทธิ์เลิศล้ำที่สัตว์ประหลาดเฒ่าระดับจอมเทพมากมายโหยหาแต่มิอาจได้มา!
“นี่……”
ม่านตาของบรมาจารย์หยวนซานพลันหดตัว
บาดแผลของซูอี้ไม่เพียงฟื้นตัวในชั่วพริบตา แต่แม้กระทั่งปราณในร่างของเขายังทะยานสูงขึ้น เดือดพล่านเยี่ยงเปลวเพลิง!
“บัดซบ!”
บรมาจารย์หยวนซานโกรธจัด มีหรือจะไม่รู้ว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้ซูอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาก็ยังสามารถฟื้นตัวได้โดยเร็ว?
หาแตกต่างจากเป็นอมตะไม่!
“บรมาจารย์ ใช้ท่าไม้ตายเถิด! ยื้อต่อไปไม่ได้แล้วนะขอรับ!!”
ไกลออกไป ขู่เจินสัมผัสถึงความผิดปกติได้แล้ว หัวใจของเขาร้อนรนจนอดตะโกนเร่งมิได้
“เจ้าหุบปากไปซะ! ข้าผู้นี้ฆ่าศัตรู ไฉนต้องให้เจ้ามาชี้แนะ?”
บรมาจารย์หยวนซานตวาดอย่างเดือดดาล
ดวงตาของอีกฝ่ายแดงก่ำ ร่างขยายตัวออกเป็นวานรเทพบรรพกาลสูงพันจั้ง
ขนบนร่างเป็นสีทอง เรืองประกายแสงสีเลือดดุจน้ำพุ คู่เนตรเจิดจรัสเยี่ยงตะวันจันทรา
และอำนาจดุร้ายในร่างของเขาก็ทวีคูณสองเท่า!!
จิตวิญญาณทั่วกายประหนึ่งแผดเผาเต้นเร่า
เคล็ดวิชาต้องห้าม……วิชาโลหิตแรกเก้าแปร!!
นี่เป็นเคล็ดวิชาซึ่งเพิ่มอำนาจต่อสู้เป็นสองเท่าโดยต้องแผดเผาเลือดกับปราณของตนเอง
และยังเป็นไม้ตายของบรมาจารย์หยวนซาน
จริงอยู่ที่เขาไม่มีสมบัติ แต่ทั้งปราณ เลือดและเนื้อของเขานั่นแหละที่เป็นสมบัติอันแข็งแกร่งที่สุด!
“ฆ่า!!”
หมัดทะยานเข้ามา ซูอี้กับดาบในมือจึงถูกชกกระเด็นอย่างเกินต่อต้าน
ขณะนี้ บรมาจารย์หยวนซานเปรียบเช่นเทพเถื่อนอันพุ่งออกมาจากบรรพกาลอันยาวไกล!
“ฆ่า!!”
เขานั้นแทบเหมือนคนบ้า ทุ่มสุดกำลังเพื่อฆ่าชายหนุ่ม ไม่คิดให้โอกาสซูอี้ดิ้นรนเลย
แต่ไหนแต่ไร สีหน้าของเขาก็ยังราบเรียบเหมือนก่อน
ทันใดนั้น ขณะที่บรมาจารย์หยวนซานเริ่มโจมตีด้วยไม้ตาย เจ้าตัวก็พลันสัมผัสภัยคุกคามถึงชีวิตปะทะหน้า!
‘ดูเหมือนว่า แม้การฝึกฝนของข้าจะเข้าใกล้ขอบเขตสรรค์สร้างขั้นสมบูรณ์ แต่ลำพังกำลังของข้ายังไม่อาจฆ่าจอมเทพหล่อหลอมขั้นสองเช่นนี้ได้’
ซูอี้กล่าวในใจ
เมื่อตัดสินเช่นนี้ เขาจึงใช้ไพ่ตายออกมาอย่างสิ้นความลังเล!
ตู้ม!!
เมื่อเขายกดาบเคียงประชิดในมือขึ้น คมดาบก็พลันส่งเสียงอู้อี้ทว่าอื้ออึงออกมา
อำนาจดาบอันน่าสะพรึงกลัวเกินเข้าใจสายหนึ่งแผ่ออกมา
นั่นคืออำนาจของดาบเก้าคุมขัง!
มันไม่ใช่ปราณ แต่เป็นอำนาจโดยแท้จริงของดาบเก้าคุมขังซึ่งซูอี้ดึงออกมาใช้ในยามนี้
อันที่จริง หลังจากชายหนุ่มผ่านพ้นขอบเขตพินิจสุดขั้วบรรลุเป็นเทพ เขาก็สามารถใช้อำนาจดาบเก้าคุมขังได้แล้ว
แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่มันก็ทรงพลังกว่าเก่าหลายเท่านัก!
เพราะถึงอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมา เขาก็ใช้ได้เพียงปราณดาบเก้าคุมขังมาโดยตลอด
และเมื่อเคลือบอำนาจดาบเก้าคุมขังลงบนดาบเคียงประชิดในยามนี้ ดาบเคียงประชิดพลันส่งเสียงสะท้านลั่น ดูจะไม่อาจทนต่ออำนาจดาบน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ไหว
หือ?
บรมาจารย์หยวนซานตกตะลึงในใจ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไป
นี่มันอำนาจแบบใดกัน ไพ่ตายของซูอี้หรือ?
ก่อนเจ้าตัวจะทันได้คิดต่อ ซูอี้ก็ฟาดดาบโจมตีเข้ามาแล้ว
ตู้ม!
หนึ่งดาบสะบั้น ฟ้าดินพลันบังเกิดรอยร้าวมหึมาเยี่ยงฉีกผืนผ้าใบ
ร่มแคล้วคลาดซึ่งปกคลุมทั่วทุกทิศอยู่ก็สั่นสะเทือนเช่นกัน
และเมื่อเผชิญหน้ากับดาบเล่มนี้ ร่างสูงพันจั้งของบรมาจารย์หยวนซานพลันชะงัก ผิวกายเจ็บแปลบ อกสั่นขวัญแขวน
แย่แล้ว!!
เมื่อดาบเล่มนี้ฟาดฟันลงมา เขาก็ตระหนักได้ว่าอำนาจของดาบนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงไร ทำให้จอมเทพหล่อหลอมขั้นสองเช่นตนรู้สึกอึดอัดสิ้นหวัง
ร่างสูงพันจั้งของบรมาจารย์หยวนซานพลันหดตัวและหลบไปข้างๆ โดยไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย
ตู้ม!!
ปราณดาบฟาดลงมา ท้องนภาพังทลาย
แม้บรมาจารย์หยวนซานจะหลบไปตั้งแต่แรก เขาก็ยังโดนภาวะดาบอันน่าสะพรึงกลัวกวาดใส่ ร่างแตกหักลึกถึงกระดูก โลหิตเทพทะลักไหลราวพุน้ำ
เขาครวญครางในลำคอ ใบหน้าซีดขาว
ปราณดาบนี้น่าสะพรึงกลัวเสียจนหัวใจของเขาสะท้านไหว!!
“ขู่เจิน เจ้ายังมัวตะลึงอยู่เพื่ออันใด รีบร่วมมือกับข้าจัดการเขาเร็ว!”
บรมาจารย์หยวนซานคำราม
ตู้ม!
เสียงของอีกฝ่ายไม่ทันสิ้น ซูอี้ก็ตวัดดาบโจมตีเข้ามาแล้ว ปราณดาบห้อตะบึงเช่นอาชา หยิ่งผยองเช่นมังกร
เพียงหนึ่งดาบนี้ ชายหนุ่มก็สะบั้นแขนซ้ายของบรมาจารย์หยวนซานลง!
แม้จะขัดขืนอย่างสุดชีวิต แต่ก็ยังมิอาจฝืนอำนาจดาบน่าสะพรึงกลัวซึ่งอันตรายยิ่งยวดนี้ได้
ตู้ม!
แทบจะพร้อมกันนั้น ขู่เจินลงมือ เขาขว้างมีดใบแคบอันคมกริบเล่มหนึ่งฟาดฟันเข้าใส่ร่มแคล้วคลาด
“เจ้าทำอันใด!?”
บรมาจารย์หยวนซานเดือดดาล
ขู่เจินไม่ได้สนใจเขาเลย และทุ่มสุดกำลังจัดการกับร่มแคล้วคลาด
ทันใดนั้น บรมาจารย์หยวนซานก็ตระหนักได้ว่าขู่เจินผู้นี้สัมผัสได้แล้วว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี และก่อนจะตัดสินแพ้ชนะได้ เขาก็คิดทะลวงหนีออกไปก่อนแล้ว!!!
“เจ้าสารเลว!!”
บรมาจารย์หยวนซานโกรธเสียจนตาแดงก่ำ เขาไม่คาดคิดเลยว่าไอ้หนูเฒ่านี่จะไร้ประโยชน์เพียงนี้
แต่เขาก็ไร้เวลาทำสิ่งใด เพราะซูอี้โจมตีเข้ามาอีกครั้งแล้วอย่างรัวเร็วเยี่ยงห่าฝน มิให้โอกาสหายใจแก่ตัวเขาเลย
เพียงชั่วพริบตา บรมาจารย์หยวนซานก็ถูกปราณดาบฟาดกระเด็น ร่างของเขาแทบสะบั้นขาด ปรากฏแผลใหญ่ขึ้นหนึ่งแผล
เขาเชิดหน้ากู่คำรามแล้วโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหนี แต่ซูอี้มิให้โอกาสเขาและพัวพันจนตายไปข้าง
“บรมาจารย์ ข้าตายไม่ได้ขอรับ หาไม่ จะไม่มีผู้ใดเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของเซียวเจี่ยนได้อีก!”
ขู่เจินตะโกนขณะกระหน่ำโจมตีใส่ร่มแคล้วคลาด “ข้าต้องรอดออกไปให้ได้ จึงต้องทนให้ท่านสู้จนตัวตายขอรับ!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง อำนาจของร่มแคล้วคลาดก็มิอาจต้านทานไหวได้อีก มันสะเทือนจนเกิดรอยแตกรอยหนึ่งสู่โลกภายนอก
“ไอ้เลวนี่!!”
บรมาจารย์หยวนซานคำรามอย่างแสนเคียดแค้น
ทันใดนั้น ปราณดาบสายหนึ่งก็โปรยลงมาจากนภา ทะลวงเหนือศีรษะของบรมาจารย์หยวนซานแล้วเสียบร่างของเขาจากบนลงล่าง!
ฉัวะ!!
ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกโพลงเหลือกถลน
เพียงชั่วพริบตา ร่างของเขาก็ถูกผ่าแยกเป็นสองเสี่ยงดุจไม้ไผ่
โลหิตไหลนอง
จิตม้วยวิญญาณสลาย
ตัวตนระดับจอมเทพหล่อหลอมขั้นสองถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด!
ตายตาไม่หลับ เปี่ยมโทสะและความไม่ยินยอมอย่างแรงกล้า
ขณะเดียวกัน ขู่เจินก็หนีจากโลกหล้าอันปกคลุมด้วยร่มแคล้วคลาดไปไกลแล้ว
สิ่งนี้ทำให้ซูอี้ขมวดคิ้ว
เขาเองก็ไม่คาดคิดเลยว่าแทนที่จะเข้ามาช่วย อีกฝ่ายจะฉวยโอกาสหนีไปเสียตั้งแต่ยามบรมาจารย์หยวนซานยังไม่ตาย
หัวใจเช่นนี้นับว่าเฉียบขาดและไร้ความปรานียิ่ง
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องฆ่าไอ้แก่นี่ให้ได้ หาไม่ หากเปิดโปงตัวตนของข้าได้ ก็มิอาจอยู่ในศาลเทพชิงอู๋ได้อีกแล้ว……”
ซูอี้มิรอช้า ไล่ล่าไปทันที
เขามีดาบเคียงประชิด จึงไม่ห่วงเลยว่าขู่เจินจะหนีไปได้จริงๆ