บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2233 ตัวแปรแรก
บทที่ 2233 ตัวแปรแรก
รุ่งสางแล้ว
ยามแสงแรกแห่งทิวารุ่งฉายผ่านรัตติกาลอันมืดมิด มันได้สาดส่องแสงแก่ฟ้าดินทั่วทุกทิศทาง
บริเวณรอบนอกภูเขาหมิงคงสามารถมองเห็นตัวตนมากมายจากทั่วทุกแห่งหนเพียงแรกทัศนา
แน่นขนัด!
เต็มไปด้วยเงาร่างดำทะมึน
รุ่งสางแล้ว และเส้นตายที่ศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ให้ไว้ก็ผ่านพ้น ทว่าซูอี้ก็ยังไม่ปรากฏตัวจนบัดนี้!
ผลลัพธ์นี้ก่อให้เกิดเสียงเอ็ดอึงในฝูงชน
ในบริเวณใกล้เคียงภูเขาหมิงคงที่สุด ตัวตนระดับจอมเทพจากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์และขุมกำลังยักษ์ใหญ่สูงสุดทั้งหลายปิดกั้นที่นี่ไว้แล้ว
“พี่ชายร่วมวิถี ข้าเกรงว่าซูอี้จะไม่มาแล้วนะ”
ชายชุดเหลืองผมขาวผู้หนึ่งขมวดคิ้วพลางกล่าวขึ้น
“เขาจะมาหรือไม่ก็ไร้ความหมายสำหรับเรา”
จอมเทพสวินหงกล่าว “งานของเราคือจัดการกับตระกูลซีโบราณ หากซูอี้ไม่มา เราก็แค่สังหารล้างตระกูลซี เหยียบย่ำที่นี่เสีย ก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว!”
เขาสวมชุดคลุมนักพรต สวมมงกุฎบนศีรษะ รูปลักษณ์ผอมสูง สีหน้าเฉยชา
ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดคนหนึ่งจากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ สวินหงได้รวมพลตั้งทัพที่นี่ตั้งแต่เมื่อยี่สิบวันก่อน ผนึกทางหนีของตระกูลซีโบราณโดยสิ้นเชิง
และเขาก็เป็นผู้นำในปฏิบัติการนี้ด้วย
“พี่ชายร่วมวิถี เราต้องทำเช่นนี้จริงๆ หรือ? ผู้คนทั่วโลกาจับตามองที่นี่อยู่นะ!”
มีผู้ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
ซูอี้ไม่ปรากฏตัว หากกวาดล้างตระกูลซีโบราณไปก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
ยามพวกเขาลงมือจริงๆ และข่าวแพร่กระจายออกไป โลกหล้าจะมองพวกเขาเช่นไร?
“นี่เรียกว่าเชือดไก่ให้ลิงดู”
จอมเทพสวินหงกล่าวเสียงเย็น “เพื่อให้ทุกผู้ในโลกหล้าได้เห็นว่าผลลัพธ์เช่นใดจะเกิดกับพวกเขาหากเข้าไปพัวพันกับคนบาปซูอี้!”
ว่าแล้ว เขาก็ออกคำสั่ง “ถ่ายทอดบัญชาของข้า ให้คนจากตระกูลซีโบราณออกมาตายแต่โดยดีเสีย หาไม่ เราจะเหยียบย่ำภูเขาหมิงคงและกวาดล้างที่นี่เสีย!”
“ขอรับ!”
ชายวัยกลางคนร่างบึกบึนผู้หนึ่งขานรับ
เขาก็มาจากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์เช่นกัน มีนามว่าจานถู เป็นศิษย์น้องของสวินหง
เขาทะยานสู่เวหา ยืนตระหง่านองอาจ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก
“ตระกูลซีโบราณจงฟัง ออกมารับทัณฑ์เสียเดี๋ยวนี้ หาไม่ ข้าจะเหยียบย่ำที่นี่และสังหารทุกผู้ไม่ละเว้น!”
ทุกถ้อยคำสนั่นลั่นเช่นอัสนี
หมู่เมฆเหนือนภาสลายตัว
วจีสะท้านสะเทือนแผ่กังวาน สะท้านถึงผู้คนมากมายไกลออกไป
ทุกผู้ตระหนักแล้วว่าศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์จะลงมือกับตระกูลซีโบราณ!!
ทันใดนั้น ทุกสายตาต่างหันมอง ณ จุดเดียว
ภูเขาหมิงคงยามรุ่งสางอาบรัศมีตะวันรุ่ง ดูประหนึ่งสุขาวดีบนแดนดิน
นี่คือแดนบรรพชนของตระกูลซีโบราณ ทว่าในสายตาคนทุกผู้ในเวลานี้ ภูเขาแห่งนี้เป็นเช่นกรงขัง จองจำคนทุกผู้จากตระกูลซีโบราณไว้
ต่อจากนี้ ความเป็นความตายของตระกูลโบราณนี้จะอยู่ในกำมือของศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์!
ไม่นานนัก ตัวตนกลุ่มหนึ่งได้เดินออกมาจากภูเขาหมิงคงท่ามกลางสายตาของผู้ชมทั้งหลาย
พวกเขามีเพียงสามสิบกว่าคน แต่ละผู้ล้วนเป็นผู้อาวุโสกับผู้มีอำนาจในตระกูลซีโบราณทั้งชายและญิง
ใบหน้าของพวกเขาซีดขาว ฝีเท้าหนักอึ้ง วิญญาณหลุดลอย สีหน้าเปี่ยมความลังเลและกระสับกระส่ายชัดเจนราวเขียนไว้บนหน้า
ซีจิ้งซานกับซีหนิงนำหน้าพวกเขามา
คู่บิดาบุตรีดูเยือกเย็นกว่าใคร
“แค่พวกเจ้าหรือ?”
จานถูขมวดคิ้ว กล่าวอย่างมาดร้าย
“ยามสมาชิกตระกูลที่มีพลังต่ำกว่าขอบเขตวิถีเทพเดินออกมา ก็ไม่ต่างจากส่งพวกเขาสู่ความตาย ตระกูลเรามีสตรีและเด็กมากมาย ไม่อาจให้เห็นภาพละเลงเลือดโหดร้ายเช่นนั้นได้”
ซีจิ้งซานกล่าวเสียงลุ่มลึก
เขาจับมือซีหนิงสาวเท้าออกไป กวาดสายตามองจอมเทพทั้งหลายไกลออกไปและกล่าวเสียงเย็น
“ในพวกเราทั้งตระกูล ผู้มีความเกี่ยวข้องกับซูอี้มีเพียงเราพ่อลูก ผู้อื่นในตระกูลล้วนแล้วบริสุทธิ์ หากคิดจะฆ่าก็ลงมือเลย!”
“ข้าหวังเพียงว่าพวกเจ้าศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์จะยังมีมโนธรรมและจรรยาอยู่บ้าง และไม่สังหารพวกเขาทั้งหมด!”
วาจาหนึ่งสะท้านโสตทั่วทิศ
สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมจากไกลๆ สะเทือนใจกันมากมาย และหลายผู้ทอดถอนใจตามๆ กัน
ตระกูลซีโบราณกระทำสิ่งใดผิดหรือ?
เปล่าเลย!
อันที่จริง ใครเล่าจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่ศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์อยากโจมตีตระกูลซีโบราณนั้น ท้ายที่สุดก็เพื่อจัดการกับซูอี้?
กล่าวได้ว่าในมรสุมอันเป็นที่จับตามองแห่งโลกหล้านี้ ตระกูลซีโบราณนั้นบริสุทธิ์ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าไร้ผู้ใดกล้าออกความเห็นแม้สักคำ
นี่คือทวีปเทพจิตนภา
และศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ก็เป็นผู้นำแห่งทวีปเทพจิตนภา!
ใครเล่าจะกล้ากล่าวอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้?
“ชีวิตของเจ้าสองพ่อลูกหาคุ้มค่าความพยายามของเราไม่!”
จอมเทพสวินหงกล่าว
ดวงตาของเขาเฉยชา เสียงไม่ได้ดัง ทว่ากลับกระจ่างชัดต่อทุกคู่โสต “ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ให้โอกาสพวกเจ้า แต่ยามนี้เจ็ดวันผ่านไปแล้ว ข้าผู้นี้ก็ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนได้ วันนี้ ตระกูลซีโบราณของพวกเจ้า… จะถูกลบหายจากโลกหล้า!”
ทันทีที่วาจานั้นถูกกล่าว จิตสังหารพลันพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง!
“ศิษย์น้องจานถู”
สวินหงโบกมือ “พาทุกคนออกมา”
“ได้!”
จานถูนำถุงผ้าใบหนึ่งออกมาขว้างออก
ถุงผ้านั้นขยายขนาดขึ้น จากนั้นร่างบุคคลนับร้อยได้ร่วงลงกระแทกพื้นจากปากถุง
มีทั้งชายหญิงทุกช่วงวัย แต่ละผู้ล้วนไร้สติ
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ สีหน้าของซีจิ้งซานพลันซีดขาว กล่าวขึ้นอย่างเดือดดาล “พวกเจ้าไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ?”
เขารู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านั้นคือคนตระกูลซีโบราณของพวกเขาซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วทวีปเทพจิตนภา!
ยามนี้ กระทั่งสมาชิกตระกูลเหล่านี้ก็ถูกจับตัวมาด้วย!!
“ในเมื่อจะตัดหญ้าก็ต้องถอนโคน เมื่อจะทำลายตระกูลซีโบราณของพวกเจ้า ย่อมเหลือผู้ใดไว้มิได้!”
จอมเทพสวินหงกล่าวเสียงเย็น
เสียงสูดหายใจเฮือกดังออกมาจากในหมู่ผู้ชมจากไกลๆ
ศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว พวกเขาไม่เพียงเหยียบย่ำแดนบรรพชนตระกูลซีโบราณ แม้กระทั่งเชื้อสายทายาทตระกูลซีโบราณทั่วโลกหล้ายังจะถูกฆ่าด้วย!!
ฟ้าดินเปี่ยมจิตสังหาร บรรยากาศช่างหมองหม่นหดหู่
“พวกเจ้าทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อจัดการกับตระกูลของข้า ไร้มโนธรรมสิ้นดี!”
ซีหนิงกล่าวขึ้นเสียงเย็น “เมื่อผู้คนในโลกหล้าได้ทัศนา ข้าเชื่อว่าศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ของเจ้าจะถูกปฏิบัติด้วยเช่นนี้ในภายหน้า!”
สวินคงอดแสยะยิ้มมิได้ “เจ้าช่างโง่เขลานัก นับแต่ต้นยุคสมัยแห่งโลกเทพ ศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ของข้าก็มีตัวตนในโลกหล้า ไม่อาจทราบว่าผ่านมรสุมมาเนิ่นนานกี่ครั้งครา แต่ก็ยังเด่นสง่าตระหง่านในโลกหล้า เป็นหนึ่งในหนึ่งทวีปเทพ ไร้ผู้ใดสั่นคลอนได้จนบัดนี้!”
“ผู้อาวุโสสวินหง แม้ตระกูลซีโบราณจะผิดพลั้ง แต่ก็ไม่สมควรได้รับจุดจบด้วยการทำลายล้าง และการกระทำเช่นนั้นจะรังแต่ทำลายเกียรติภูมิของศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์นะขอรับ โปรดทบทวนด้วย”
ไกลออกไป มีผู้เอ่ยไกล่เกลี่ย
ทันใดนั้น เหล่าผู้ชมต่างใจสะท้าน ขณะนี้ ผู้กล้าออกมาพูดเพื่อตระกูลซีโบราณ ย่อมไม่ใช่ผู้กล้าบ้าบิ่นธรรมดา!
“หุบปาก!”
ดวงตาของสวินหงกวาดมองผู้คนอย่างเย็นชา “จากนี้ไป ผู้ใดกล้าพูดเพื่อตระกูลซีโบราณจะถูกถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของซูอี้จากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ของข้าด้วย!”
วาจานั้นไม่อาจทราบได้ว่าทำให้ผู้คนขวัญหายได้มากเพียงไร ไร้ผู้ใดกล้าปริปากพูดขึ้นอีก
สวินหงมองขึ้นสู่นภา และกล่าวว่า “จานถู เจ้าเริ่มได้!”
“ขอรับ!”
จานถูรับบัญชา
ทว่าทันใดนั้น เสียงกรีดร้องอย่างลนลานเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“ตระกูลซีของเรายอมจำนน!!”
ชายวัยกลางคนชุดม่วงผู้หนึ่งจากตระกูลซีโบราณคุกเข่าลงบนพื้น เขาก็คือซีชิงซง
เขาลนลานวอนขอความเมตตา “ตระกูลเรามอบสมบัติและมรดกทั้งหมดให้ได้ และจะร่วมมือกับศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์จัดการกับซูอี้ผู้นั้นด้วย! นอกจากนั้น ไม่ว่าพวกท่านใต้เท้าทั้งหลายจะมีคำขอใด ตระกูลเราก็ยินยอมทั้งสิ้น!!”
เหล่าผู้ชมผงะไป
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าซีชิงซงจะคุกเข่ายอมจำนนไวเพียงนี้!
ผู้เฒ่าบางคนจากตระกูลซีโบราณรู้สึกหน้าร้อนผ่าว อยู่ต่อหน้าต่อตาทุกผู้ พวกเขาหรือจะกล้าขลาดเขลาเช่นนี้!?
“ซีชิงซง!!”
ซีจิ้งซานเดือดดาลจนใบหน้าบิดเบี้ยว “เจ้าลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!! ตระกูลซีของเรามีเพียงทายาทผู้ยอมหักไม่ยอมงอ ไร้ผู้ใดปวกเปียกคุกเข่าแลกชีวิต!!”
“กล่าวได้มิผิด”
จอมเทพสวินหงเสสรวล “ผู้ขลาดเขลานั้นน่ารังเกียจจริงแท้ และข้าก็รังเกียจสารเลวรักตัวกลัวตายเช่นนี้ที่สุดเช่นกัน”
หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย เขาก็กวาดสายตามองเหล่าผู้อาวุโสตระกูลซีโบราณและกล่าวว่า “ข้าผู้นี้จะประกาศให้ชัดเลยก็ได้ ต่อให้พวกเจ้าคุกเข่าขอความเมตตา… ก็ต้องตายอยู่ดี!!”
ตู้ม!
เสียงฮือฮาดังขึ้น
ในที่สุด ทุกผู้ในยามนี้จึงเชื่อว่าแม้ซูอี้จะไม่ปรากฏตัวออกมา ตระกูลซีโบราณก็ไร้โอกาสรอดชีวิต
ขอความเมตตาไม่ได้ผล!
ผู้อาวุโสตระกูลซีโบราณทั้งหลายล้วนมีสีหน้ามืดมน หัวใจหมดอาลัย
ท้ายที่สุด… ก็ยังหนีหายนะนี้ไม่พ้น!
“อาหนิง ข้าเข้าใจว่าไฉนซูอี้ผู้นั้นจึงมิออกมา แต่เจ้า… ดูจะมองคนผิดไปเสียแล้ว”
ซีจิ้งซานรำพึงเบาๆ
ใบหน้างามของซีหนิงซีดขาว นางเม้มปากก่อนจะกล่าวว่า “เขาจะมาแน่นอน!”
ซีจิ้งซานกล่าวยิ้มๆ “อาจจะนะ”
เขาไม่กล่าวอันใดอีก ทำเพียงกุมมือซีหนิงไว้อย่างมั่นคง “ไม่ว่าจะเกิดอันใด พ่อผู้นี้จะอยู่กับเจ้าเสมอ”
ดวงตาของซีหนิงแดงรื้น
ขณะนี้ จานถูเดินออกมาแล้ว ร่างกำยำของเขาเปี่ยมด้วยอำนาจเทพอันน่าสะพรึงกลัว กล่าวขึ้นอย่างมาดร้าย
“ทุกท่าน ลงมือโดยเร็ว อย่าเหลือไว้แม้เพียงเสี้ยวเกราะ!”
วจีนั้นสะท้อนก้องทั่วทิศ
ตัวตนระดับจอมเทพหลายสิบผู้ล้วนลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
อำนาจอันแผ่ออกมาจากแต่ละบุคคลล้วนผสมปนเป ปกคลุมทั่วทั้งนภา
และยังทำให้หัวใจของผู้คนมากมายที่อยู่ห่างออกไปสั่นสะท้าน
ทว่าทันใดนั้น เสียงหนึ่งอันกระจ่างชัดก็ก้องขึ้น……
“ไร้ยางอาย ไร้ยางอายจริงๆ! นี่หรือครรลองแห่งศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์?”
“กลุ่มเต๋าพรรค์นี้แตกต่างอันใดกับกลุ่มเต๋าชั่วร้ายนอกรีตกัน?”
เหล่าผู้ชมนิ่งอึ้งไป
ใครกันกล้าปรามาสศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์เช่นนี้!?
พรึ่บ!
ชายชุดสีเงินผู้หนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าภูเขาหมิงคง ไม่ห่างไปจากคู่บิดาบุตรี ซีจิ้งซานและซีหนิงนัก
เส้นผมของเขายุ่งเหยิง รูปลักษณ์เช่นชายหนุ่ม บรรยากาศรอบกายดูไร้ระเบียบกฎเกณฑ์
“ว่าแล้วเชียว ข้าว่าแล้วว่าต้องมีตัวแปรเกิดขึ้น”
สีหน้าของจอมเทพสวินหงยังคงเฉยชา “บอกมาสิว่าเจ้าเป็นใคร และไฉนจึงมาที่นี่”
จานถูผู้เตรียมลงมือและจอมเทพคนอื่นๆ ต่างอยู่นิ่ง ดวงตามองชายชุดสีเงินอย่างเยาะหยัน
สำหรับพวกเขา จะทำลายตระกูลซีโบราณนั้นง่ายดายเพียงดีดนิ้ว หาเป็นปัญหาใดไม่
สิ่งที่พวกเขาสนใจจริงๆ คือตัวแปรต่างหาก!
ว่าแล้วเชียว ขณะที่พวกเขาจะลงมือ ตัวแปรก็ปรากฏขึ้น
แทนที่พวกเขาจะฉุนเฉียว กลับปรีดาเสียแทน
ตัวแปรบังเกิดแล้ว! นี่หมายความว่าซูอี้ต้องปรากฏตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้หรือไม่?
แต่ทุกผู้ล้วนไม่คาดคิดว่าชายชุดสีเงินจะเมินพวกสวินหงไปเสียสนิท!
หลังจากเขาปรากฏตัวขึ้น เจ้าตัวกลับทักทายซีหนิงด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามีนามว่าอ้ายคุน เป็นผู้ผ่านทางมา ก่อนหน้านี้ข้ารับปากจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ซูอี้ไว้ และยามนี้ ข้าก็มาที่นี่เพื่อเติมเต็มสัจจะนั้น!”