ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 281ไม่ดึงดูดผู้คน
ตอนที่ 281ไม่ดึงดูดผู้คน
หลังจากที่หยุนลี่เต๋อและผู้เฒ่าหยุนเดินทางเข้าไปในเมืองครู่ใหญ่ แม่นางเหลียนก็ร้อนใจราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผา เมื่อเห็นว่ายังไม่มีผู้ใดเดินทางกลับ นางจึงทำงานไปพลาง มองถนนลูกรังที่ทอดยาวไปยังทางเข้าหมู่บ้านไปพลาง
“เชวี่ยเอ๋อ หยุดทำงานแล้วไปตามหาพ่อของเจ้าเถิด” หลังจากกระวนกระวายใจอยู่นาน แม่นางเหลียนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “เขาเข้าไปในเมืองนานแล้ว ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายอีกหรือไม่…”
“จะเกิดเรื่องอันใดขึ้นได้เจ้าคะ หากมีเรื่องเกิดขึ้นจริง มันคงไม่เกี่ยวกับท่านพ่อหรอก ท่านแม่วางใจเถิด…” หยุนเชวี่ยปลอบประโลมมารดา ทันทีที่พูดจบนางก็สังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนปลายถนนลูกรัง
หยุนลี่เซียวเดินนำหน้าทุกคนด้วยความหดหู่ขณะก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างช้า ๆ ซึ่งมีผู้เฒ่าหยุนและหยุนลี่เต๋อเดินตามหลังมาโดยไร้เงาของหลี่เหล่าซานผู้ที่มาแจ้งข่าวและนำทางไปในเมือง
“ท่านพ่อกลับมาแล้ว!” หยุนเยี่ยนตะโกนเสียงดัง นางรีบวางสิ่งที่อยู่ในมือลงก่อนวิ่งไปที่ริมคันนา จากนั้นเทน้ำชาที่ตนนำมาจากบ้านใส่ถ้วยน้ำชาให้บิดา
แม่นางเหลียนใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก นางรู้สึกโล่งใจไม่น้อย ส่วนแม่นางเฉินฉวยโอกาสในตอนที่ผู้เฒ่าหยุนไม่อยู่เข้าไปงีบหลับใต้ร่มไม้ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหยุนเยี่ยน นางจึงสะดุ้งตกใจก่อนเดินสะบัดบั้นท้ายไปทางคันนาอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสามคนเดินเข้ามาในระยะสายตา ทุกคนจึงเห็นว่าพวกเขามีสีหน้าไม่สบอารมณ์
ใบหน้าของหยุนลี่เต๋อบึ้งตึง ส่วนคิ้วของผู้เฒ่าหยุนก็ขมวดเป็นปม ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ทว่าหยุนลี่เซียวกลับมีสีหน้าเศร้าสลด
เหล่าชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นต่างต้องการเข้าไปถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นสักสองสามประโยค ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของผู้เฒ่าหยุนแล้วก็ทำได้เพียงส่งสายตาอยากรู้อยากเห็น
จากประสบการณ์ของชาวบ้านที่อยู่ร่วมหมู่บ้านกันมาหลายปี พวกเขาสามารถบอกได้ว่าเกิดเรื่องโกลาหลขึ้นกับตระกูลหยุนอีกแล้ว! ไม่รู้ว่าเจ้าสามผู้ไร้ยางอายจะไปทำผิดเรื่องใดมาหรือไม่!
“ไม่ถูกต้อง หลี่เหล่าซานบอกว่าคนในเมืองต้องการตัดแขนขาของเขามิใช่หรือ? เหตุใดเขาถึงกลับมาในสภาพครบสมบูรณ์เล่า?” เสียงกระซิบของแม่นางคนหนึ่งดังขึ้น
สตรีผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างกำยำยืนเท้าสะเอวพลางส่งเสียง ‘จุ๊ ๆ’ ก่อนกล่าวว่า “เหตุใดเขาจึงไม่ถูกกำจัดไปเสียที เพื่อผลประโยชน์ของหมู่บ้าน ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าท่านผู้เฒ่าหยุนเลี้ยงดูคนเกียจคร้านเช่นนี้ได้อย่างไร”
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าหยุนลี่เซียวไม่เป็นที่นิยมในหมู่บ้านเท่าไหร่นัก แต่เขาไม่สนใจเสียงนกเสียงกาสักนิด ยังรู้สึกภาคภูมิใจด้วยซ้ำ
‘ตระกูลข้าเป็นตระกูลที่มีฐานะ ถึงจะไม่ทำมาหากินก็มีคนคอยปรนนิบัติเสมอ แม้แต่ตาแก่ยังไม่สามารถโต้แย้งได้ อีกไม่นานข้าจะเข้าไปเสวยสุขในเมืองและคนเหล่านี้จะเรียกข้าว่านายท่านสาม พวกชาวบ้านต้องอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบแน่นอน’
เมื่อคิดเช่นนั้น หยุนลี่เซียวก็อดไม่ได้ที่จะเชิดหน้าขึ้นพลางมองชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ ด้วยหางตา มุมปากของเขายกขึ้นยิ้มเล็กน้อยพร้อมเผยสีหน้าเย้ยหยันดูถูก
เขาเดินโซซัดโซเซมาตามถนนลูกรังและผ่านทุ่งนาของครอบครัวโดยไม่หันไปมอง แม่นางเฉินเดินกอดอกเข้าไปหาทั้งสามคน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เฒ่าหยุน นางจึงหุบปากเงียบดังเดิม
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงอันโกรธเคืองของผู้เฒ่าหยุนดังมาจากด้านหลัง “เจ้าจะทำอะไร!”
หยุนลี่เซียวหยุดเดินก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดโดยไม่หันกลับไปมอง “กลับไปนอน!”
“หลับตอนบ่ายอย่างงั้นรึ! ไปทำงานในนาเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ใช่ว่าจ้างคนงานชั่วคราวหรอกหรือ ข้าเดินทางไกลมาหลายสิบลี้ ทั้งยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน ข้าจะเอาเรี่ยวแรงที่ใดทำงานกัน…” หยุนลี่เซียวโบกมือปฏิเสธก่อนเดินจากไป
“เจ้า…เจ้า…” ผู้เฒ่าหยุนคว้าแขนของลูกชายอย่างรวดเร็ว มือเหี่ยวย่นของเขาสั่นเทาขณะที่เส้นเอ็นและเส้นเลือดสีเขียวบนหลังมือปูดโปนออกมาจนเห็นได้ชัด “เจ้าคนไร้ประโยชน์! หากเจ้ากล้าก้าวขาแม้แต่ก้าวเดียวได้เจอดีกันแน่!”
“ท่านพ่อ…” หยุนลี่เต๋อก้าวไปข้างหน้าโดยใช้ร่างกายสูงใหญ่และกำยำขวางทางหยุนลี่เซียวเอาไว้ ใบหน้าของเขามืดมนลงในขณะที่คิ้วและดวงตาของเขาดูดุร้ายขึ้น
หยุนลี่เซียวไม่สบตาพี่ชาย ทว่ากลับกลอกตาไปมาและหมุนตัวกลับอย่างไม่พอใจ ก่อนแบมือไปด้านหน้าพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ การสอบฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้ามาแล้ว ข้าจะไปช่วยพี่ใหญ่เก็บของ…ตกลงหรือไม่ขอรับ?”
“…” ร่างกายของชายชราสั่นเทิ้ม ดวงตาสีเหลืองขุ่นจ้องเขม็งไปยังใบหน้ายิ้มแย้มของบุตรชาย ลำคอแห้งผากจนทำให้กลืนน้ำลายยากลำบากยิ่งขึ้น
หยุนลี่เซียวกลอกตาไปมาพลางหันมองหยุนลี่เต๋อด้วยหางตา จากนั้นกอดอกอย่างลำพองใจพร้อมยิ้มมุมปากก่อนเดินจากไป
ผู้เฒ่าหยุนนิ่งอึ้ง
“ช่างมันเถิด” หยุนลี่เต๋อกำลังจะตะโกนพูดบางอย่าง ทว่าผู้เฒ่าหยุนห้ามไว้เสียก่อน จากนั้นชายชราก็โบกมืออย่างอ่อนแรงพลางถอนหายใจ “ปล่อยมันไปเถิด ปล่อยมันไป ข้าคิดเพียงแต่…”
ใบหน้าของชายชราเขียวคล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาที่ถูกปกคลุมด้วยรอยย่นลึกเบิกโพลง ร่างกายแก่ชราแข็งค้างในขณะที่ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อเป็นอะไรไป!”
“ท่านพ่อ!”
“เร็วเข้า! เจ้าสองแบกเขาไปนอนที่ใต้ต้นไม้ก่อน!”
“รีบเชิญหลี่หลางจงมาเร็วเข้า!”
ผู้เฒ่าหยุนล้มทั้งยืน ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้หยุนลี่เต๋อที่มีปฏิกิริยารวดเร็วสามารถรับร่างของบิดาได้ทัน ซึ่งในทางกลับกันเหตุการณ์นี้ทำให้แม่นางเหลียนและผู้คนรอบ ๆ ต่างตกตะลึง
“วางเขาลง! วางเขาลง!” หยุนเชวี่ยโบกมือพร้อมตะโกนเสียงดัง
สีหน้าของผู้เฒ่าหยุนดูไม่เหมือนตอนที่เป็นโรคลมแดดเมื่อครั้งก่อน แน่นอนว่าสาเหตุการเป็นลมครั้งนี้มาจากความแก่ชราและความเครียด หากหยุนลี่เซียวทำให้ผู้เฒ่าโกรธเคืองขึ้นมาอีก เกรงว่าเขาอาจถึงขั้นที่เส้นเลือดในสมองแตกก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง สถานการณ์ต่าง ๆ ต้องเลวร้ายลงอย่างแน่นอน
หยุนลี่เต๋อวางตัวผู้เฒ่าหยุนลงใต้ร่มไม้ใหญ่ แม่นางเหลียนกำลังจะยื่นมือออกไปเขย่าตัวของชายชรา ทว่าถูกหยุนเชวี่ยห้ามไว้เสียก่อน ผู้คนรอบข้างจึงไม่มีใครกล้าขยับตัว และจู่ ๆ อู๋ต้าหวังก็โพล่งขึ้นมาว่า “ข้าจะไปเชิญหลี่หลางจง” จากนั้นเขาก็วิ่งออกไปทันทีที่พูดจบ
“ท่านพ่อ…ท่านพ่อ?”
“ท่านพ่อได้ยินหรือไม่? ท่านพ่อ?”
แม่นางเหลียนและหยุนลี่เต๋อนั่งยอง ๆ ข้างร่างของผู้เฒ่าหยุนพลางจ้องมองใบหน้าเขียวคล้ำก่อนพึมพำออกมา ส่วนแม่นางเฉินเดินฝ่าฝูงชนออกมาพร้อมตะโกนเสียงดัง “แย่แล้ว! ท่านพ่อเป็นลม! แย่แล้ว!”
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสองชั่วก้านธูป เปลือกตาที่ปิดสนิทของผู้เฒ่าหยุนก็ขยับไหวเล็กน้อย เมื่อเห็นเช่นนั้นหยุนลี่เต๋อผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดก็คำรามเสียงดัง “ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านได้ยินหรือไม่?”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ผู้เฒ่าหยุนพยายามเปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก ดวงตาขุ่นมัวคู่นั้นจ้องมองร่มเงาของต้นไม้เขียวชอุ่มเหนือศีรษะ เขาส่งเสียงในลำคอเบา ๆ ขณะที่แววตาอัดแน่นไปด้วยความงุนงง
หยุนลี่เต๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะเขยิบตัวเข้าไปใกล้บิดา “ท่านพ่อ?”
“ท่านปู่มองเห็นข้าหรือไม่เจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยยื่นมือไปตรงหน้าของผู้เฒ่าหยุนโบกไปมาเพื่อทดสอบดวงตาอันพร่ามัวของเขา “หากท่านมองเห็นให้กะพริบตาเจ้าค่ะ”
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้เฒ่าหยุนก็กะพริบตาอย่างช้า ๆ จากนั้นเลื่อนสายตาไปจับจ้องที่หยุนลี่เต๋อ แม่นางเหลียน และหยุนเชวี่ยตามลำดับ ริมฝีปากดำคล้ำขยับเล็กน้อย ทว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาต้องการอะไร