Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 288 วางแผนการล่วงหน้า

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 288 วางแผนการล่วงหน้า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 288 วางแผนการล่วงหน้า

หลังจากหยุนชิ่วเอ๋อกลับมาจากการซื้อยาในตัวเมืองแล้ว นางไม่รีบเข้าไปพักผ่อนในห้องเช่นทุกครั้งแต่กลับนั่งจับเจ่าอยู่บริเวณใต้ชายคาอยู่เป็นนาน ในใจเต็มไปด้วยความโกรธระคนเบื่อหน่ายจนเหม่อลอย

ถึงช่วงใกล้ค่ำ แม่นางจ้าวจึงลงจากเรือนเพื่อเข้าครัวปรุงอาหาร ทันใดนั้นหยุนชิ่วเอ๋อจึงผุดลุกยืนขึ้น “พี่สะใภ้ใหญ่!”

แม่นางจ้าวสะดุ้งตกใจ แต่แล้วจึงฝืนยิ้มตอบเพราะไม่อาจทำเพิกเฉยต่อนางได้ “อ้าว ชิ่วเอ๋อ เย็นย่ำแล้วเหตุใดจึงมานั่งอยู่ที่นี่ ไม่กลับเข้าไปในห้องอีกรึ?”

“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ใหญ่ของข้าจะสอบคัดเลือกเมื่อใดหรือ?”

“วันมะรืนนี้ แต่วันพรุ่งนี้เขาก็ออกเดินทางแล้วล่ะ”

“แล้วจะกลับมาเมื่อไร?”

“กำหนดแน่นอนไม่ได้ อาจใช้เวลาเจ็ดถึงแปดวัน รวมเดินทางก็มากกว่าสิบวันเข้าไปแล้ว”

“ครั้งนี้พี่ใหญ่จะสอบผ่านหรือไม่? หากสอบผ่านก็รับราชการเป็นขุนนางโดยทันทีอย่างนั้นหรือ?”

“พี่ใหญ่ของเจ้ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมทีเดียวว่าครั้งนี้จะไม่พลาดอีก หากสอบผ่านจะได้รับรางวัลบำเหน็จอย่างงามจากองค์จักรพรรดิอย่างไม่ต้องสงสัย”

“แล้วหากสอบไม่ผ่านเล่า จะทำอย่างไรต่อไป?” หยุนชิ่วเอ๋อคว้ามือข้างหนึ่งของแม่นางจ้าวมากอบกุมไว้ จากนั้นจึงพยายามกดดันอย่างหนักราวคนอมทุกข์ “หากเขายังสอบไม่ผ่านอีก เห็นทีตระกูลของเราคงหมดสิ้นความหวังเป็นแน่แท้ แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี?!”

“ชิ่วเอ๋อ ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เจ้าพูดถ้อยคำที่ส่อไปในทางอัปมงคลเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” แม่นางจ้าวเผยสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างชัดแจ้ง นางรีบชักมือกลับทันที “พูดจาไม่รู้จักยั้งคิด ใคร่ให้พ่อของเจ้าได้ยินแล้วเกิดตรอมใจขึ้นมางั้นรึ?”

“…” หยุนชิ่วเอ๋อนิ่งงันไป ใบหน้าของนางเลื่อนลอยว่างเปล่า

ผู้เฒ่าหยุนล้มป่วยอาหารหนัก นับว่าตระกูลหยุนสูญเสียเสาหลักของบ้านไปอย่างแท้จริง ที่ดินทำกินไม่เหลือแม้แต่แปลงเดียว เงินเก็บหมดสิ้นแล้ว งานหมั้นหมายครั้งก่อนก็เป็นอันยกเลิกไป ตอนนี้หยุนชิ่วเอ๋อเพิ่งตระหนักถึงความเป็นจริงว่านับจากนี้ตนต้องพึ่งพาเพียงหยุนลี่จงเท่านั้น

ทว่าคนอย่างพี่ใหญ่สามารถเชื่อถือได้หรือไม่? หากไม่ผ่านการสอบอีกครั้งจะทำอย่างไรต่อไป? หรือหากเขาสอบรับราชการเป็นขุนนางแล้วแต่คิดกลับกลอกและถีบหัวส่งตนให้พ้นภาระในภายหลัง นางจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรดี?

นี่เป็นครั้งแรกที่หยุนชิ่วเอ๋อผู้ดื้อรั้นเกิดความกลัวและเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างจนจับขั้วหัวใจ ขณะนั้นเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยพลันดังขึ้นจากนอกประตู บ้านฝั่งปีกตะวันตก หยุนเยี่ยนและหยุนเชวี่ยกลับมาจากไร่สวนเพื่อช่วยกันก่อไฟทำอาหารตั้งแต่หัวค่ำ

“พี่สาว พี่ต้าหวังมากความสามารถอย่างแท้จริง ไม่ทันไรเขากลับขยันขันแข็งทำงานจนเกือบไล่ตามท่านพ่อของพวกเราทันแล้ว ข้าชักรอวันที่เขาจะมาเป็นพี่เขยของข้าไม่ไหวแล้ว ฮ่า ๆๆ” หยุนเชวี่ยก้าวผ่านประตูมาจึงเห็นว่าหยุนชิ่วเอ๋อยืนนิ่งอยู่ใต้ชายคา

ดวงตาของทั้งสองไม่ทันสบกัน หยุนชิ่วเอ๋อเป็นฝ่ายหลุบตาหนีก่อนพลางก้มหน้าลง จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในห้องชั้นบนและปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา

“ท่านอาชิ่วเอ๋อเป็นอะไรไป?” หยุนเยี่ยนรู้สึกว่าวันนี้มีบางสิ่งผิดแปลกออกไป ทุกครั้งระหว่างหยุนชิ่วเอ๋อและหยุนเชวี่ยไม่ต่างอะไรไปจากไก่ชนที่พร้อมปะทะ ทว่าครั้งนี้หยุนชิ่วเอ๋อกลับไม่เปิดฉากกล่าววาจากระแทกกระทั้นแต่อย่างใด

“นางอาจยังไม่หายเหนื่อยล้าจากการเดินทางกระมัง?” แม้แต่หยุนเชวี่ยเองก็นึกประหลาดใจ ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายข่มขู่ว่าจะหักขาตนนับครั้งไม่ถ้วนหากกลับถึงบ้าน ทว่าเมื่อเผชิญหน้าเข้าจริงหยุนชิ่วเอ๋อกลับนิ่งเงียบเป็นใบ้ไปเสียอย่างนั้น

“ตอนที่เจ้าและนางเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อหายา มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ?”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” หยุนเชวี่ยทำสงวนท่าทีราวไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น นางตักน้ำในอ่างไม้เพื่อชำระคราบดินที่เปื้อนเปรอะออกให้สะอาด จากนั้นจึงกล่าวต่ออย่างเนิบช้า “ข้าเพียงข่มขู่นางไป ว่าหากนางยังคิดยั่วโทสะข้าอีก ข้าจะไปที่ศาลาว่าการมณฑลเพื่อร้องเรียน ฟ้องว่านางเป็นขโมยที่ปล้นบ้านเรา ให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่มีวันได้แต่งงานอีก”

หากเป็นก่อนหน้านี้หยุนชิ่วเอ๋ออาจยังเหิมเกริมต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เวลานี้ผู้เฒ่าหยุนล้มป่วยหนักไม่อาจปกป้องได้อีก ดีที่สมองน้อยนิดเท่าเมล็ดถั่วของนางยังรู้จักไตร่ตรองอยู่บ้าง ทำให้นางรู้ขอบเขตของตนว่าควรหรือไม่ควรกระทำสิ่งใด

“แต่ว่า…” หยุนเยี่ยนจับจ้องไปยังบานประตูห้องชั้นบนที่ปิดสนิท จากนั้นจึงกล่าวต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “เจ้าเดินทางเข้าเมืองไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาคงไม่รู้ แต่ข้าได้ยินท่านพ่อและท่านแม่พูดคุยกันว่าอาชิ่วเอ๋อไม่ใช่หัวขโมยที่ปล้นทรัพย์ไปจากบ้านเรา ความจริงแล้วเป็น…”

“ข้ารู้ เป็นอาสาม และข้ายังรู้อีกด้วยว่าเขานำของที่ขโมยจากเราไปแลกเป็นเงินที่โรงจำนำในตัวเมือง เมื่อเช้านี้เขาถูกคนที่นั่นจับกุมตัวไว้ได้ จึงเป็นเหตุให้เขาเรียกท่านปู่และท่านพ่อให้ตามไปช่วยเหลือ” หยุนเชวี่ยไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย “แม้อาชิ่วเอ๋อเอาแต่กล่าวว่าตนถูกใส่ร้าย แต่นางทำไปก็เพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น อีกอย่าง… ถึงอย่างไรท่านปู่ก็ไม่มีทางปล่อยให้เรื่องอื้อฉาวของอาสาม ที่ขโมยของจากคนในตระกูลเดียวกันแพร่งพรายไปในกลุ่มคนหมู่มากอย่างแน่นอน”

หยุนเยี่ยนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “เหตุใดเจ้าจึงรู้ทุกอย่างละเอียดถึงเพียงนี้?!”

“ข้าเพียงคาดเดา และสิ่งนั้นก็เป็นจริงเสียด้วย! หากรวบรวมของทุกอย่างกลับมาครบแล้วข้าจะนำไปส่งคืนให้เจ้าอ้วนเฉียนและครอบครัวของเขาก็เป็นอันสิ้นเรื่อง โอ้ จริงด้วยพี่สาว ครู่นี้ตอนเข้าเมืองข้าได้พบกับพี่เจิ้งเอ้อร์ นายน้อยรองแห่งภัตตาคารหลงชิง เขาบอกว่าหากเราสามารถเก็บของป่าล่าสัตว์นำส่งให้เขาได้ เขาจะจ่ายให้เราเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะฉะนั้นหากถึงวันแต่งงานของเขาและพี่เซียงเอ๋อคงมีการจัดงานเลี้ยงใหญ่โต เราควรจ้างคนมาช่วยทำงานในระยะเวลาสั้น ๆ ดีหรือไม่? เพื่อให้ท่านพ่อจะได้มีเวลาขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขาได้มากขึ้น”

“เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่มีความรู้นัก คงให้คำปรึกษาหรือตัดสินใจใด ๆ ไม่ได้ รอให้ถึงคืนนี้ค่อยปรึกษาท่านพ่อคงเป็นการดีกว่า”

…

การที่ผู้เฒ่าหยุนล้มป่วยอย่างกะทันหันเช่นนี้ ผู้ที่กังวลที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหยุนลี่เต๋อ เขาเป็นห่วงว่าอาการของบิดาจะทรุดลงหรือไม่ ทว่าอีกใจก็ต้องคอยพะวงอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะหน้าที่ดังกล่าวไม่มีผู้ใดสามารถมารับช่วงต่อได้ พี่ชายน้องชายทั้งสองยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง

เมื่อถึงเวลาอาหารมื้อเย็น หยุนเชวี่ยได้ปรึกษากับหยุนลี่เต๋อว่าอยากจ้างคนมาช่วยงานในระยะสั้น เขายกชามข้าวขึ้นพลางครุ่นคิดไปด้วย จากนั้นจึงพยักหน้าและเอ่ยตอบ “เกรงว่าเราอาจต้องจ้างงานคนถึงสองคน ท่านปู่ของพวกเจ้าไม่สามารถทำงานใด ๆ ได้อีก หากจ้างเพียงคนเดียวเกรงว่าอาจไม่ทันการ”

“จ้างสองคนเชียวรึ?” แม่นางเหลียนขมวดคิ้ว “สองวันมานี้ข้าลองสังเกตดู งานที่สะใภ้สามรับผิดชอบเบาลงมาก ท่านพ่อมีที่ดินเหลืออยู่เพียงยี่สิบไร่ หากต้องจ้างคนนอกคงต้องใช้ผลผลิตไม่ต่ำกว่าสามร้อยชั่งเพื่อเป็นค่าตอบแทน”

“นั่นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน” หยุนลี่เต๋อถอนหายใจ “รอดูไปก่อนเถิด ตอนนี้ขอแค่ผลผลิตที่ได้เพียงพอสำหรับคนในตระกูลเราเป็นพอ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เฮ้อ…”

ผู้เฒ่าหยุนไร้ศักยภาพทางด้านร่างกายและสติปัญญา คำพูดที่ออกจากริมฝีปากเป็นเพียงเสียงตีบตันในลำคอ อาการเหล่านั้นอยู่ในห้วงความคิดของหยุนลี่เต๋อจนนึกกังวลมาตลอดช่วงบ่าย หลังครุ่นคิดอยู่สองตลบจึงแน่ใจว่าที่ดินยี่สิบไร่ผืนสุดท้ายของตระกูลหยุนที่เขาลงแรงเพาะปลูกมาโดยตลอดถูกขายให้ผู้อื่นไปแล้ว

หากที่ดินเพาะปลูกถูกขายทิ้งไป หลังจากนี้ตระกูลหยุนจะใช้สิ่งใดเลี้ยงปากท้อง? แล้วชีวิตหลังจากวันที่เสบียงหมดลงเล่า? ที่ดินตั้งยี่สิบไร่ ตีมูลค่าเป็นเงินประมาณหนึ่งร้อยเหรียญ ท่านพ่อจงใจขายมันไปด้วยเหตุผลใดกันแน่?

“เรื่องอะไรหรือ?” ใบหน้าของแม่นางเหลียนเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งยังอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไม่ได้ ทันทีที่นางได้ยินว่า ‘ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง’ หน้าอกของนางพลันบีบรัดแน่นด้วยความกระวนกระวายราวเส้นเลือดหัวใจตีบลง

“ท่านพ่อ…” มุมปากของหยุนลี่เต๋อกดลงจนกลายเป็นเส้นตรง เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “ท่านพ่อ คงขายที่ดินยี่สิบไร่สุดท้ายที่ตระกูลเรามีไปแล้ว…”

“ว่าอย่างไรนะ!?” มือแม่นางเหลียนสะบัดค้างจนเกือบคีบตะเกียบไว้ไม่อยู่ “ขายไปแล้วงั้นหรือ? ที่ดินตั้งยี่สิบไร่ถูกขายไปแล้ว? เหตุใดท่านพ่อจึงทำเช่นนั้นเล่า? เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”

ไม่เพียงแม่นางเหลียนที่ตื่นตระหนกสุดขีด ทว่าหยุนเชวี่ยก็ตกอยู่ในอาการไม่ต่างกัน นางรีบวางชามข้าวและตะเกียบในมือลงทันทีก่อนกันไปมองหน้าหยุนลี่เต๋ออย่างรอคอย ตระกูลหยุนเลี้ยงชีพด้วยการทำเกษตรจากรุ่นสู่รุ่น เกิดเรื่องใดที่ทำให้ชาวนาแต่กำเนิดเช่นผู้เฒ่าหยุนตัดสินใจขายที่ดินทิ้งกันแน่?

“ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร” หยุนลี่เต๋อกล่าวเสียงอู้อี้ “ช่วงเที่ยงข้าอยู่ในห้องชั้นบน ท่านพ่อเรียกพี่ใหญ่มาพูดคุยบางอย่างด้วยเสียงกระซิบ ข้าได้ยินบ้างจึงพอจับใจความได้แต่ไม่กล้าถามให้ชัดเจน กลัวว่าท่านพ่อจะร้อนใจ…”

แม่นางเหลียนนิ่งงันไปด้วยไม่รู้ว่าจะกล่าวคำใดดี

หยุนลี่เต๋อหลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน ที่ดินยี่สิบไร่นี้ถือเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนทั้งตระกูลมาโดยตลอด พวกเขาต่างกินผลผลิตจากที่ดินแปลงนั้นมาจนเติบใหญ่ ทว่าเวลานี้มันกลับถูกขายให้เป็นของผู้อื่นไปแล้ว… สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกแย่ไม่น้อย

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านทั้งสองเป็นห่วงเฉพาะปากท้องของครอบครัวเราก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยตักอาหารเข้าปากไปหนึ่งคำ “ลุงใหญ่ใกล้จะได้เป็นขุนนางเต็มทีแล้ว ต่อไปท่านปู่ ท่านย่า หยุนชิ่วเอ๋อ หรือแม้แต่อาสามย่อมย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในเมือง ดังนั้นคงไม่ต้องการเพาะปลูกพืชผลเพื่อประทังชีพอีกต่อไป ท่านปู่คงวางแผนการไว้ล่วงหน้าแล้ว…”

  

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 288 วางแผนการล่วงหน้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.