ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 294 เพลิง
ตอนที่ 294 เพลิง
สุภาษิตกล่าวว่าหน้ามือและหลังมือล้วนทำมาจากเนื้อหนัง* อีกทั้งยังกล่าวว่านิ้วทั้งห้าที่เหยียดออกนั้นมีความยาวต่างกัน
*หน้ามือและหลังมือล้วนทำมาจากเนื้อหนัง เปรียบเปรยถึงสิ่งของทั้งสองอย่างนั้นสำคัญเช่นกัน
ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในนั้นมักแก่งแย่งชิงดีกัน แม้แต่เหล่าลูกชายและลูกสะใภ้ต่างโต้เถียงกันเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อย แล้วนับประสาอะไรกับที่ดินยี่สิบไร่
หยุนลี่เซียวกำลังเดือดดาลด้วยความโกรธ แม่นางเฉินส่งเสียงโวยวาย แม่เฒ่าจูสบถด่าทอด้วยความโมโห ส่วนผู้เฒ่าหยุนนอนติดเตียงโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อเห็นคนในครอบครัวทะเลาะกัน
“น้องสะใภ้สามลุกยืนขึ้นก่อนแล้วค่อยพูดเถิด” แม่นางเหลียนพยายามชักเท้ากลับและปิดประตูเรือนอย่างรวดเร็ว
แม่นางเฉินนั่งอยู่กลางลานบ้านพลางสะบัดขาอย่างแรงจนฝุ่นตลบพร้อมอ้าปากโวยวายเสียงดัง “เรื่องทุกอย่างกระจ่างชัดเช่นนี้ ดังนั้นจะต้องพูดอะไรอีกเจ้าคะ? ข้าถูกโขกสับและใช้งานเยี่ยงทาสมาตลอดสิบกว่าปี แล้วดูตอนนี้สิ…”
“น้องสะใภ้สาม ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว… เจ้าร้องไห้โวยวายไปก็เปล่าประโยชน์ ท่านพ่อท่านแม่…เอ่อ ไม่แน่ว่าท่านพ่อท่านแม่อาจมีเหตุผลที่ต้องปิดบังพวกเจ้าก็เป็นได้…” แม่นางเหลียนไม่รู้จะกล่าวปลอบใจอย่างไร
หากเรื่องที่ผู้เฒ่าหยุนนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปให้บุตรชายคนโตและปิดบังบุตรชายคนที่สามเป็นจริง มันคงเป็นอะไรที่ลำเอียงไม่น้อยซึ่งอาจถูกผู้คนภายนอกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเอาได้
อีกด้านหนึ่งหลังจากที่เรื่องทุกอย่างถูกเปิดโปง แม่นางจ้าวก็ขังตนเองอยู่ในห้องแสร้งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนและไม่ไยดีต่อเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอก
หยุนลี่เซียวเดินเข้าไปยังห้องนอนของตนก่อนลงกลอนและยกโต๊ะทุ่มลงบนพื้นอย่างเต็มแรง ขณะนี้หัวใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความโกรธเคืองจนแทบกระอักเลือด ทันใดนั้นหยุนลี่เซียวพลันนึกขึ้นได้ว่าแม้ตอนนี้หยุนลี่จงจะออกไปข้างนอก ทว่าภรรยาของพี่ใหญ่ยังคงอยู่ที่นี่ เมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงเดินไปทุบประตูห้องฝั่งตะวันออกด้วยความโมโห
‘ปัง ปัง ปัง…’
‘ปัง ปัง ปัง…’
“คนแซ่จ้าวออกมาเดี๋ยวนี้ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าสองคนเป็นคนโลภมาก และตอนนี้ก็กำลังวางแผนฮุบสมบัติของตาแก่อยู่!”
“ออกมาเดี๋ยวนี้! เอาเงินที่ขายที่ดินออกมา!”
‘ปัง ปัง ปัง…’
หยุนลี่เซียวทุบประตูอย่างแรงจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงบนพื้น ในขณะที่แม่นางจ้าวรู้สึกร้อนรนจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ นางจึงเดินไปหันหลังพิงประตูพลางกล่าวคำเบา “คราวที่แล้วเจ้าก็มาค้นที่ห้องข้ามิใช่หรือ? ข้าจะเอาเงินมากมายเช่นนั้นมาจากที่ใด?”
หยุนลี่เซียวไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นและยังคงคำรามเสียงดังต่อไป “ข้าต้องการถามว่าเจ้ากับพี่ใหญ่หลอกให้ท่านพ่อขายที่ดินแล้วเอาเงินมาให้พวกเจ้าใช่หรือไม่?!”
เสียงของแม่นางจ้าวเงียบลงอีกครั้ง
“คนแซ่จ้าว หากวันนี้เจ้าไม่เอาเงินออกมาให้ข้า ข้าจะตามจองล้างจองผลาญเจ้า!” หยุนลี่เซียวคำรามพร้อมถีบประตูอย่างเต็มแรง “พวกเจ้าต้องการเก็บสมบัติของตระกูลไว้ใช้จ่ายผู้เดียวสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าลืมไปแล้วหรือไม่ว่าข้ารู้จุดอ่อนของพี่ใหญ่!”
แม่นางจ้าวที่ยืนพิงประตูถูกกระแทกจนทำให้ล้มหัวคะมำ ขณะนี้ผู้เฒ่าหยุนไม่สามารถกล่าวห้ามหยุนลี่เซียวได้อีกต่อไป อีกทั้งหยุนลี่จงก็ออกไปทำธุระข้างนอกบ้าน ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้าขัดขวางเมื่อคนหน้าซื่อใจคดเช่นเขาก่อเหตุร้ายแรง
แม่นางจ้าวไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย นางจึงลากเก้าอี้ตัวยาวมาขวางประตูเอาไว้พร้อมกล่าวอธิบาย “ท่านพ่อเป็นคนริเริ่มความคิดที่จะขายที่ดินเอง ข้ากับพี่ใหญ่ไม่เคยพูดเป่าหูเลยแม้เแต่น้อย อีกทั้งท่านพ่อสมัครใจที่จะมอบเงินก้อนนั้นให้พี่ใหญ่เพื่อนำไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้คุมสอบ ทั้งหมดทั้งมวลไม่ใช่เพื่อตระกูลของเราหรือ คราวนี้เจ้ายังจะกล่าวหาพวกข้าว่าเอาเงินของตระกูลไปใช้จ่ายตามใจตนได้อย่างไร…”
“ถุย! พูดได้ดีนี่!” หยุนลี่เซียวประชด “หากเจ้าทำเพื่อตระกูลจริง เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวข้าบ้างเล่า! ตอนนี้ตระกูลเราไม่มีที่ดินทำกินและเงินที่เหลือก็ใช้จนหมดแล้ว! ในเมื่อวันนี้พี่ใหญ่ไม่อยู่ที่นี่ ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าแทน!”
“เจ้าจะทำอะไร? ข้าไม่ได้เป็นคนใช้เงินก้อนนั้นเสียหน่อย!” แม่นางจ้าวกล่าวคำเบา ขณะนี้นางรู้สึกว่าชีวิตของตนเองไม่ปลอดภัยอีกต่อไปจึงเอื้อมมือไปดึงโต๊ะของหยุนลี่จงมาขวางประตูเอาไว้ ทว่าเอื้อมเท่าไร่ก็ไม่ถึงเสียที
“บ้าเอ๊ย” แม่นางจ้าวสบถด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากหมาบ้าไม่เคยเห็นแก่ความสัมพันธ์กับผู้ใดทั้งสิ้น
อีกฝั่งหนึ่งของประตูเกิดความวุ่นวายไม่จบสิ้น หยุนลี่เซียวทุบประตูอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดพัก แม่นางเฉินยังคงร้องโวยวาย แม่เฒ่าจูสบถด่าทออย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้เฒ่าหยุนส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความเศร้าโศก
เวลานี้หยุนลี่เต๋อยังคงไม่กลับมาจากล่าสัตว์ ส่วนแม่นางเหลียนก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะห้ามปรามทุกคน นางจึงทำได้เพียงวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อกำชับให้ทั้งสามพี่น้องปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาและอย่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอก ขณะเดียวกันหยุนลี่เซียวก็วิ่งเข้าไปในห้องครัว
แม่นางจ้าวที่ซ่อนตัวอยู่ภายในห้องนอนคิดว่าในที่สุดหยุนลี่เซียวก็ยอมรามือเสียที นางจึงนั่งลงบนเตียงพลางเช็ดเหงื่อก่อนได้ยินเสียงแม่เฒ่าจูและแม่นางเฉินส่งเสียงร้องขึ้นพร้อมกัน
“เจ้าเดรัจฉาน! เจ้าจะทำอะไร?”
“พี่สาม! ท่านจะทำอะไร?”
ไม่นานเสียงกระแทกประตูดัง ‘ปัง ปัง’ จึงดังขึ้น ตามมาด้วยกลิ่นควันไฟที่คุ้นเคยลอยเข้ามาตามซอกประตู เมื่อเป็นเช่นนั้นใบหน้าของแม่นางจ้าวจึงซีดเผือดทันที
หยุนลี่เซียวเผยสีหน้าโหดเหี้ยมขณะถือคบเพลิงไว้ในมือ “ได้ ไม่ออกมาใช่ไหม ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะทนได้อีกนานเพียงใด” เขาราดน้ำมันลงไปยังประตูห้อง หากคบเพลิงสัมผัสกับน้ำมันเมื่อไร เปลวเพลิงจะลุกโชนทันที
แม่นางจ้าวมองน้ำมันที่ไหลเข้ามาตามซอกประตูพลางตะโกนอย่างลนลาน “น้องสาม เจ้าจะทำอะไร? การฆ่าคนและเผาบ้านนั้นนับเป็นการทำผิด! จะ จะ เจ้า…”
“พวกเจ้าบีบบังคับข้า!” หยุนลี่เซียวขบกรามแน่น “ผิดก็ผิดสิ ตาเฒ่าไม่เคยเห็นข้าเป็นลูกชายอยู่แล้วนี่ อย่างไรเสียวันนี้ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
แม่นางจ้าวไม่ตอบโต้ นางนั่งเหยียดขาบนพื้นพลางจ้องเขม็งไปทางประตูห้องพร้อมเผยสีหน้าสิ้นหวัง
แม่เฒ่าจูกระทืบเท้าพร้อมสบถด่าทอ ส่วนหยุนชิ่วเอ๋อและแม่นางเหลียนไม่กล้าเข้าไปขวางหยุนลี่เซียวหลังจากเห็นใบหน้าอันโหดเหี้ยมของเขา ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงยืนมองคบเพลิงขณะที่ร่างกายแข็งทื่อ
หยุนลี่เซียวในขณะนี้เปรียบเสมือนโจรและอันธพาล เมื่อเห็นสมาชิกในตระกูลเกรงกลัวตนไม่กล้าเข้ามาขัดขวาง โดยเฉพาะผู้เฒ่าหยุนที่นอนป่วยติดเตียงเกือบจะพิการ เขาจึงลำพองใจยิ่งนัก
ถึงกระนั้นหยุนลี่เซียวก็หวั่นใจไม่น้อย เพราะตนไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนและทำผิด เขาเพียงต้องการขู่ให้แม่นางจ้าวกลัว จากนั้นบังคับให้นางสารภาพเรื่องเงินที่นำไปใช้จ่ายโดยไม่บอกกล่าวผู้อื่นเท่านั้น ทว่าใครจะรู้ว่าเรื่องทุกอย่างจะเลยเถิดเช่นนี้
ทันใดนั้นหยุนโม่พลันกระโจนออกมาจากห้องข้าง ๆ และชนเข้ากับหยุนลี่เซียวอย่างจังจนเซไปกระแทกเข้ากับกำแพง จากนั้นพุ่งเข้าไปแย่งคบเพลิงในมือ ทว่าระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังชุลมุนอยู่นั้น คบเพลิงบังเอิญหลุดออกจากมือของหยุนลี่เซียวและตกลงหน้าประตูห้องฝั่งตะวันออก
เมื่อคบเพลิงสัมผัสกับน้ำมัน เปลวไฟก็พุ่งขึ้นสูงทันที ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์พลันตกตะลึงก่อนที่เสียงของแม่นางจ้าวจะดังมาจากอีกฝั่งของประตู ไม่นานประตูห้องจึงถูกเปิดออก แม่นางจ้าวยกชายกระโปรงขึ้นขณะวิ่งหนีตายด้วยความตื่นตระหนก
ทันทีที่ประตูเปิดออก สายลมก็พัดเข้าไปในบ้านทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ห้องฝั่งตะวันออกมีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ด้านข้างของประตูมีชั้นวางไม้และหนังสือมากมายวางอยู่ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
“เร็ว รีบยกน้ำมาดับไฟเร็วเข้า!” แม่นางเหลียนเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยาก่อนรีบวิ่งไปหาถังน้ำ เมื่อเปิดฝาโอ่งน้ำออก ใบหน้าของนางก็เจื่อนลงทันทีเพราะภายในโอ่งน้ำขนาดใหญ่เหลือน้ำอยู่เพียงน้อยนิด
“ท่านแม่ ในโอ่งของพวกเราไม่มีน้ำเหลืออยู่เลย!” หยุนเยี่ยนวิ่งออกมาจากบ้านฝั่งตะวันตกพร้อมถืออ่างไม้สำหรับใช้ล้างหน้าในยามเช้าก่อนมุ่งหน้าไปทางห้องฝั่งตะวันออกและสาดน้ำเพื่อดับไฟ